จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 81 เพิ่มพลังอย่างบ้าคลั่ง

                สำนักหลิวขจีภายในเรือนรับรองแขกทางปีกตะวันตก

                ไป๋หยุนเฟยกลับเข้าห้องแล้วปิดประตูเงียบงันอยู่เนิ่นนานกระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยามจึงออกจากห้องอย่างเร่งร้อน เพื่อเดินไปยังห้องของหงยินที่อยู่ถัดไป

                “พี่ใหญ่หงยินข้ามีเรื่องบางอย่างจะขอให้ท่านช่วย...”

                หงยินเชิญมันเข้าห้องก่อนจะนั่งลงอย่างยิ้มแย้ม“หยุนเฟย ข้ากำลังคิดจะไปหาเจ้าพอดี ข้ามีของบางอย่างจะมอบให้เจ้า”

                ไป๋หยุนเฟยงงงันวูบ“มอบของบางอย่างแก่ข้า?อะไรหรือ?”

                หงยินพยักหน้าเล็กน้อยหลังจากโบกมือวูบในมือก็ปรากฏปลอกแขนสีแดงฉานขึ้น จากนั้นจึงมอบให้แก่ไป๋หยุนเฟย“ของสิ่งนี้ข้าขอมอบแก่เจ้าเป็นของขวัญ”

                ไป๋หยุนเฟยลอบประหลาดใจหลังจากรับปลอกแขนมาก็เพ่งความคิดเพื่อตรวจสอบ

              “ระดับไอเทม: หายากระดับสูง”

              “พลังป้องกัน: 465”

              “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด:แต้มวิญญาณ 78 แต้ม”

                ข้อมูลที่ปรากฏในความคิดสร้างความตื่นตะลึงแก่ไป๋หยุนเฟยมันโพล่งโดยไม่รู้สึกตัวว่า “วัตถุวิญญาณชั้นมนุษย์ระดับสูง!”

                “เอ๊ะ?” ครานี้กลับเป็นหงยินที่ตื่นตะลึงมันมองดูไป๋หยุนเฟยอย่างประหลาดใจ “หยุนเฟยเจ้าเพียงปรายตามองคราเดียวไฉนจึงทราบว่าเป็นชั้นมนุษย์ได้?”

                ไป๋หยุนเฟยค่อยรู้สึกตัวมันไม่ตอบคำถามหงยินแต่กลับเอ่ยปากถามด้วยความประหลาดใจ “พี่ใหญ่หงยินท่านจะมอบปลอกแขนนี้ให้แก่ข้าจริงๆ?”

                หงยินพยักหน้า“ถูกแล้ว ข้าไม่ได้พกม้วนคัมภีร์เคล็ดวิญญาณติดตัวและคาดว่าไม่กี่วันจากนี้เจ้าคงไม่มีเวลาฝึกปรือเคล็ดวิญญาณใด ข้าได้รับปลอกแขนนี้มาโดยบังเอิญจึงขอมอบแก่เจ้าหวังว่าจะมีส่วนช่วยต่อเจ้าในการประลองอีกเจ็ดวันข้างหน้า”

                “ข้า...”ไป๋หยุนเฟยลังเลอยู่บ้าง

                “อย่าได้ปฏิเสธแล้วเจ้านับถือข้าเป็น‘พี่ใหญ่’หากจะมอบของแก่เจ้าก็ไม่มีอันใดไม่เหมาะสมที่เจ้าต้องทำตอนนี้คือเร่งฝึกปรือเพื่อพัฒนาฝีมือโดยเร็วจึงจะสามารถรับมือกับการต่อสู้ในอีกเจ็ดวันข้างหน้าได้เรื่องอื่นนอกเหนือจากนี้อย่างเพิ่งใส่ใจ...” หงยินชิงตัดบทไป๋หยุนเฟยพลางอธิบายอย่างยิ้มแย้ม

                ไป๋หยุนเฟยมองดูหงยินที่กำลังยิ้มแย้มมันเงียบงันอยู่เนิ่นนานสุดท้ายจึงรับปลอกแขนมาเก็บไว้ในแหวนช่องมิติก่อนจะกล่าวอย่างจริงใจ “ถ้าเช่นนั้น... ขอบคุณพี่ใหญ่หงยินมาก!”

                หงยินพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะถามว่า“จริงสิ... เจ้าบอกว่าต้องการความช่วยเหลือจากข้า? ต้องการให้ข้าช่วยอันใดก็บอกมาเถอะ”

                ไป๋หยุนเฟยก็ไม่อ้อมค้อมอีกมันกล่าวอย่างจริงจังว่า “ข้าอยากให้ท่านช่วยซื้อของบางอย่างให้ข้า”

                “ซื้อของ? ซื้ออะไร?”หงยินกล่าวอย่างงุนงง

                ไป๋หยุนเฟยพยักหน้า“อาวุธและเครื่องประดับ ดาบ กระบี่ มีดสั้น กำไล แหวน...ข้าอยากให้ท่านช่วยซื้อมาให้ข้า ยิ่งมากยิ่งดี ข้าต้องการอย่างน้อยหลายร้อยชิ้น!”

                หงยินนิ่งงันไปชั่วครู่มันจ้องมองไป๋หยุนเฟยด้วยสีหน้าประหลาดพิกล “หยุนเฟยเจ้าล้อข้าเล่นหรือ? ไฉนเจ้าต้องการซื้อของเหล่านี้ในเวลาเช่นนี้?”

                ไป๋หยุนเฟยไม่มีทีท่าล้อเล่นแม้แต่น้อยสีหน้ามันเคร่งเครียดจริงจัง “พี่ใหญ่หงยิน เรื่องนี้สำคัญต่อข้าอย่างยิ่งยวดสิ่งของเหล่านี้จำเป็นต้องใช้เพื่อการประลองในอีกเจ็ดวันข้างหน้า!เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ข้าปกปิดเอาไว้ ข้าเชื่อถือท่านจึงไหว้วานขอให้พี่ใหญ่หงยินช่วยยามนี้ข้าไม่อาจอธิบายให้ท่านเข้าใจได้ แต่อีกไม่นาน... หลังจากเรื่องราวสิ้นสุดข้าค่อยอธิบายเรื่องราวทั้งหมดแก่ท่านได้หรือไม่?”

                หงยินขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของไป๋หยุนเฟยเพียงใคร่ครวญชั่วครู่สีหน้าก็ผ่อนคลายลงพลางพยักหน้ากล่าวว่า “ตกลง!หยุนเฟยข้าจะทำตามที่เจ้าขอ! แม้ข้าจะไม่ทราบว่าเจ้าวางแผนอันใดไว้แต่ข้าเชื่อว่าเจ้าต้องสร้างความประหลาดใจแก่ข้าได้แน่ ใช่หรือไม่?”

                ไป๋หยุนเฟยหัวเราะเบาๆ“ย่อมเป็นเช่นนั้น... ข้าจะไม่สร้างความผิดหวังแก่พี่ใหญ่หงยินอย่างแน่นอน”

                กลางดึกภายในเรือนรับรองทางปีกตะวันตกไป๋หยุนเฟยนั่งบนเตียงอย่างเงียบงันพร้อมกับเพ่งตามองแหวนสีดำในมือ

                นี่คือสิ่งที่หงยินนำมามอบให้ไป๋หยุนเฟยทั้งหมดเป็น’อุปกรณ์’ที่หงยินออกไปเสาะหามาให้เมื่อยามบ่ายแหวนช่องมิติวงนี้มีพื้นที่เก็บของใหญ่โตอย่างยิ่งภายในบรรจุไว้ด้วยอาวุธและเครื่องประดับนับไม่ถ้วนครั้งแรกที่เพ่งจิตสำรวจภายในแหวนไป๋หยุนเฟยถึงกับอดไม่ได้ต้องสูดลมหายใจหนาวเหน็บจำนวนสิ่งของด้านในช่าง... มันถึงกับคิดว่าหงยินอาจจะกวาดซื้อสิ่งของจากร้านอาวุธและเครื่องประดับภายในเมืองมาจนหมดสิ้นแล้วก็ได้

                หลังจากพิจารณาอยู่ชั่วขณะไป๋หยุนเฟยจึงสวมแหวนลงบนนิ้วจากนั้นนำปลอกแขนที่หงยินมอบให้ออกมา

                ปลอกแขนอันนี้เป็นสีแดงฉานทั้งชิ้นรูปลักษณ์คล้ายทวนเปลวอัคคียิ่งนัก ดูจากภายนอกเรียบง่ายปราศจากการตกแต่งอันใดผิวด้านนอกที่เรียบลื่นกลับส่งแสงจางๆภายใต้ความมืดหลังจากพิจารณาอย่างละเอียดไป๋หยุนเฟยจึงสวมลงบนแขนขวาปิดช่วงแขนระหว่างข้อมือถึงข้อศอกปลอกแขนนี้ป้องกันแขนท่อนล่างไว้เกือบหมดสิ้นแต่ยามสวมใส่กลับให้ความรู้สึกนุ่มนวลยืดหยุ่นไป๋หยุนเฟยถ่ายทอดพลังวิญญาณลงไปเล็กน้อยก็รู้สึกแขนท่อนล่างตึงขึ้นที่แท้ปลอกแขนสีแดงฉานอันนี้กระชับแนบแน่นขึ้นทั้งยังปรากฏคลื่นความร้อนแผ่ซ่านออกมา ไป๋หยุนเฟยยังสัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่แฝงอยู่ได้

                ชายหนุ่มทดลองขยับแขนหลายครั้งก็ไม่รู้สึกติดขัดแม้แต่น้อยมันนำมีดสั้นออกมาเล่มหนึ่งจากนั้นสะบัดมือฟันใส่ปลอกแขนเต็มแรง...มีดสั้นถึงกับสะท้อนออกมาโดยที่ไม่อาจสร้างริ้วรอยบนปลอกแขนแม้แต่น้อย

                ไป๋หยุนเฟยพยักหน้าเล็กน้อยใบหน้ามันเปี่ยมด้วยความยินดี “ด้วยปลอกแขนนี้... จะช่วยเสริมพลังให้ข้าอีกไม่น้อยถ้าเช่นนั้น... ลองอัพเกรดดูเถอะ”

                ผ่านไปชั่วน้ำเดือด

              “อัพเกรดสำเร็จ”

              “ระดับไอเทม: หายากระดับสูง”

              “ระดับการอัพเกรด: +10”

              “พลังป้องกัน: 465”

              “พลังป้องกันเพิ่มเติม: 253”

              “ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10: เมื่อรับการโจมตี มีโอกาส 5%ที่จะดูดซับพลังโจมตีบางส่วนและเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีให้แก่ผู้สวมใส่ในการโจมตีครั้งต่อไปสามารถรักษาพลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นไว้ได้ 3 วินาทีเมื่อเปลี่ยนเป็นพลังโจมตีจะไม่เกินพลังป้องกันของอุปกรณ์ชิ้นนี้”

              “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด:แต้มวิญญาณ 78 แต้ม”

                “ปลอกแขนนี้สามารถดูดซับและแปรเปลี่ยนพลังโจมตีได้? หมายความว่า...ไม่เพียงป้องกันการโจมตีได้ แต่ยังสามารถนำเอาพลังจากศัตรูมาเป็นของตนเองได้อีก?วิเศษ วิเศษ!เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญสิ่งนี้จะส่งผลในการต่อสู้อย่างใหญ่หลวง!” ดวงตาไป๋หยุนเฟยเป็นประกายหลังจากวิเคราะห์อย่างละเอียดก็เก็บปลอกแขนใส่แหวนช่องมิติไปชายหนุ่มลูบหน้าผากด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า “ข้าใช้พลังวิญญาณไปกว่าครึ่งแล้วถ้าเช่นนั้น... ใช้ให้หมดเถอะ จากนี้ไปสมควรอัพเกรดสิ่งของทั่วไปที่มีให้หมดไม่ว่าอย่างไร... ภายในเจ็ดวันนี้ข้าต้องเพิ่มพูนพลังวิญญาณให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้!”

                ไป่หยุนเฟยนำกระบี่สั้นออกมาเล่มหนึ่งเพียงปรายตามองชั่วขณะก็พึมพำในใจ “อัพเกรด”

                ผ่านไปชั่วน้ำเดือด

              “อัพเกรดล้มเหลวอุปกรณ์ถูกทำลาย”

                ดวงตาไป๋หยุนเฟยเพ่งความสนใจตลอดเวลาก่อนที่กระบี่สั้นจะแปรสภาพกลายเป็นเศษโลหะไร้ประโยชน์ไปมันก็รีบเก็บกลับใส่แหวนช่องมิติ จากนั้นจึงนำดาบยาวสามเชียะออกมาแทน

                “อัพเกรด!”

                ด้วยการอัพเกรดอย่างต่อเนื่องหลังจากทำลายสิ่งของไปแปดชิ้นในที่สุดไป๋หยุนเฟยก็ใช้พลังวิญญาณไปหมดสิ้นและล้มตัวลงบนเตียง

                ผ่านไปสองชั่วยามเศษหลังจากหลับใหลจากสุขสบายนิ้วของไป๋หยุนเฟยก็สั่นกระตุกก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างแช่มช้าเมื่อลุกขึ้นได้ก็ยกมือนวดขมับพลางขมวดคิ้วราวกับเผชิญความเจ็บปวด

                “การฝืนตนเองตื่นขึ้นช่างรู้สึกทรมานนัก...”ไป๋หยุนเฟยพึมพำกับตนเอง ก่อนจะสะบัดศีรษะและนำกระบี่สั้นออกมาจากแหวนช่องมิติ“แต่ทว่า... ยามนี้ไม่ใช่เวลาจะมาพร่ำบ่น ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็ต้องทุ่มเทให้หมดสิ้น!”

                “อัพเกรด!”

                ผ่านไปอีกชั่วน้ำเดือดไป๋หยุนเฟยก็ใช้พลังวิญญาณจนเหือดแห้งจนล้มตัวลงกับเตียง

                ยามที่ฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็เป็นยามกลางวันแล้วไป๋หยุนเฟยไม่พักผ่อนแม้แต่น้อยรีบนำอาวุธออกมาและเริ่มอัพเกรดต่อทันที

                อัพเกรดสิ้นสติ ตื่น อัพเกรด

                มันวนเวียนกระทำโดยไม่หยุดยั้งราวเสียสติไป๋หยุนเฟยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่ตามมาอันใดเพียงทุ่มเทเพิ่มพูนพลังอย่างคลุ้มคลั่ง

                หลังจากสังหารจางหยางไป๋หยุนเฟยเพียงคิดจะหลบเลี่ยงการต่อสู้และหลบหนีไปมันหวังจะลอบออกจากมณฑลฉิงหยุนและหลบหนีการตามล่าให้พ้น แต่ยามนี้...มันไม่อาจหลบหนีได้อีกแล้วทางเลือกเพียงหนึ่งเดียวที่มีคือต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่มี!

                ดังนั้นไป๋หยุนเฟยจึงใช้กระบวนการอัพเกรดอย่างคลุ้มคลั่งเพื่อเพิ่มพูนพลังวิธีการเช่นนี้มันไม่กล้าใช้มาก่อน แม้ไม่ทราบว่าจะมีผลกระทบเช่นใดตามมาแต่ยามนี้มันจำต้องแข็งแกร่ง แข็งแกร่งขึ้น แข็งแกร่งขึ้น!แข็งแกร่งพอจะเอาชนะศัตรูที่ไล่ล่าแล้วออกจากมณฑลฉิงหยุนนี้อย่างสง่าผ่าเผย!

                เวลาผ่านไปอีกหนึ่งวันประตูห้องไป๋หยุนเฟยยังคงปิดแน่นอยู่ตลอดก่อนนี้มันเตรียมเสบียงอาหารเอาไว้แล้วจึงไม่ต้องให้ใครส่งอาหารเข้ามา ฉู่อวี้เหอชิวลู่หลิวมู่หว่านชิงและหยิวชิงเฟิงมักจะมายืนอยู่นอกเรือนรับรองทางปีกตะวันตกแห่งนี้บ่อยครั้งแต่พวกนางก็ไม่กล้าจะรบกวนการฝึกปรือของไป๋หยุนเฟยจึงทำได้เพียงยืนมองอยู่ด้านนอกและส่งเสียงแผ่วเบาสอบถามความเป็นไปจากหงยินที่ยืนอารักขาอยู่ตลอดเวลาก่อนจะจากไปอย่างเงียบงัน

                หงยินเฝ้าอารักขาอยู่ด้านนอกเรือนรับรองตลอดเวลามันเฝ้ามองเวลาที่ไหลผ่านอย่างไม่หยุดยั้ง ในใจก็เปี่ยมด้วยความกังวลห่วงใย ด้วยเกรงว่าจะรบกวนไป๋หยุนเฟยหงยินจึงไม่กล้าจะสำรวจความเป็นไปภายในเรือนรับรองที่มันสัมผัสได้อย่างเลือนรางก็คือรังสีพลังจากไป๋หยุนเฟยกลับทวีความเข้มแข็งขึ้นอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราที่เหลือเชื่อ...แต่ก็ดูเหมือนยังไม่มีอันตรายอันใดเกิดขึ้น หงยินจึงได้แต่รอคอยอย่างเงียบงันและเตรียมพร้อมที่จะเข้าช่วยเหลือยามเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น

              “อัพเกรดสำเร็จ”

              “ระดับไอเทม: ดีเลิศ”

              “ระดับการอัพเกรด: +10”

              “คุณลักษณะเพิ่มเติม: ความแข็งแกร่ง +33”

              “ผลกระทบเพิ่มเติมระดับ +10:แขนข้างที่สวมอุปกรณ์ชิ้นนี้จะมีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีก +150”

              “สิ่งจำเป็นในการอัพเกรด:แต้มวิญญาณ 22 แต้ม”

                หลังจากอัพเกรดสำเร็จอีกครั้งข้อมูลที่วาบผ่านจิตใจของไป๋หยุนเฟยก็ทำให้ดวงตามันกระจ่างวูบชายหนุ่มถึงกับลืมเลือนความเหนื่อยล้าไปชั่วขณะยามที่จ้องมองกำไลอำพันวงนี้ในมือสีหน้ามันก็ฉายแววยินดี “เพิ่มความแข็งแกร่ง!วิเศษมาก! ผลเพิ่มเติมเช่นนี้แหละที่ข้าต้องการมาตลอด!”

                ไป๋หยุนเฟยเก็บกำไลใส่แหวนช่องมิติหลังจากคลายความพลุ่งพล่านในใจความรู้สึกเหนื่อยล้าสิ้นแรงก็ท่วมท้นจิตใจไป๋หยุนเฟยรีบกัดฟันหยิบแหวนที่ส่งประกายสีแดงฉานออกมาถือไว้

                “ข้ากำลังจะถึงขีดจำกัดอีกครั้งแล้วครั้งนี้ข้าใช้แต้มวิญญาณไปเท่าใด?ข้าเองก็ไม่แน่ใจนัก... น่าจะสองพันแต้มวิญญาณกระมัง? ข้ารู้สึกได้ว่าใกล้จะบรรลุขั้นปลายด่านวีรชนวิญญาณแล้ว...”

                “ยังมีเวลาอีกสี่วัน...ไม่ทราบว่าต้องมีแต้มวิญญาณเท่าใดจึงจะบรรลุด่านภูตวิญญาณ ไม่นานหรอก...ข้าต้องอัพเกรดต่อไป!”

                “อัพเกรด!”

               “อัพเกรดล้มเหลวอุปกรณ์ถูกทำลาย”

                ไป๋หยุนเฟยรีบเก็บอุปกรณ์ที่ถูกทำลายตามสัญชาตญาณก่อนจะนำชิ้นต่อไปออกมา

                “เอ๊ะ? เมื่อครู่ข้าอัพเกรดถึงระดับใด?เป็น +9 หรือว่า +10? ข้ากลับจำไม่ได้...ข้าถึงขีดจำกัดอีกแล้ว ช่างเถอะ... ข้าต้องใช้เวลาทุกขณะให้คุ้มค่า!”

                “อัพเกรด!”

                เดิมทีไป๋หยุนเฟยตั้งใจจะเก็บสิ่งของที่โชคดีอัพเกรดได้ถึง +10แต่เมื่อถึงตอนท้ายมันกลับอัพเกรดไปตามสัญชาตญาณราวกับเครื่องจักร อัพเกรดอัพเกรดอีกครั้ง อุปกรณ์ถูกทำลาย เปลี่ยนอุปกรณ์ อัพเกรดอีกครั้ง ที่จริงแล้วไป๋หยุนเฟยเองก็ไม่แน่ใจว่าตนเองอัพเกรดไปกี่ครั้งหรืออัพเกรดสิ่งของถึงระดับใดสิ่งของทุกชิ้นเริ่มปนเปจนไม่อาจแยกออกได้แล้ว

                ที่มันรู้มีเพียงสิ่งเดียว– มันต้องอัพเกรดต่อไปเรื่อยๆไป๋หยุนเฟยสัมผัสได้ยามพลังวิญญาณของตนถูกใช้ไปทีละน้อยจนหมดสิ้นเมื่อถึงจุดนั้นมันก็จะหมดสติไปเมื่อตื่นขึ้นมาหลังจากตรวจสอบเวลาแล้วก็จะเริ่มอัพเกรดต่อไป...

                เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่าคืนแล้วคืนเล่า... ในที่สุดเวลาเจ็ดวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วเช่นนี้เอง!

     

    คล้ายกับเรื่องจ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน