“กลับมาแล้วเหรอ” วีระร้องทักขึ้นเมื่อเขาเปิดประตูเข้ามาในห้อง
“อืม..แม่มาอีกหรือเปล่า” สิทธาถามเพื่อนในขณะที่เดินไปหยิบย้ำจากตู้เย็น
“ไม่หรอก แต่ได้วันผ่าตัดของยัยนั่นแล้ว นายจะไปมั้ย” วีระถาม
“วันไหน” สิทธาถามกลับ
“พรุ่งนี้” วีระตอบ
“อืม นายว่างหรือเปล่าไปด้วยกันหน่อยสิ” สิทธาชวน
“ได้สิ ฉันว่างพอดี” วีระตอบอย่างเต็มใจ
“ปล้วนายเป็นไงมั่งพักนี้ วันนั้นแม่นายมาฉันเลยออกไปข้างนอก มีปันหาอะไรรึเปล่า” วีระชวนคุย
“ก็เรื่อยๆเรื่องเดิมๆ แม่อยากให้ฉันกลับไปอยู่บ้าน” สิทธาตอบอย่างเบื่อหน่าย
“นายออกจากบ้านมานี้ก็สองปีแล้วสินะ ฉันว่านายกลับไปอยู่บ้านได้แล้ว ไปช่วยงานในบริษัทพ่อแก แม่แกจะได้สบายใจแล้วมีความสุข” วีระพูด สิทธาหันมองหน้าเพื่อน
“เหมือนแกท่องสคิปมานะ แม่บอกให้แกมาพูดกับฉันใช่มั้ย” สิทธาพูดอย่างรู้ทัน วีระหันหน้าหนี
“ฉันได้พูดในสิ่งที่แม่แกขอร้องแล้ว ส่วนแกก็เลือกเอาเลยว่าจะทำยังไงกับชีวิต” วีระพูด
สิทธากับวีระมองตากันอย่างเข้าใจ เขาทั้งสองสนิทกันมากจนไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ปัญหาของเพื่อนคือปัญหาของเขา ทั้งสองคบกันมาตั้งแต่เรียนหนังสือ บ้านรวยทั้งคู่แต่เขากลับเบื่อหน่ายกฎเกณฑ์ต่างๆของบ้าน จึงพากันออกมาใช้ชีวิตส่วนตัว วีระออกมาเปิดร้านขายเสื้อผ้าวินเทจ ร้านของเขาขายดีมากในหมู่วัยรุ่น
“แกไปทำงานที่บริษัทพ่อฉันสิ ฉันจะไปทไปที่บริษัทพ่อแก” สิทธาพูดหยอกเย้าเพื่อน
“ฝันไปเถอะ” ฉันเบื่อทั้งสองบริษัทนั่นแหละวีระตอบอย่างเบื่อหน่าย
“ถ้าเปลี่ยนนามสกุลได้ฉันเปลี่ยนไปแล้ว แต่อย่างว่าแหละถ้าฉันเปลี่ยนจริงๆ พ่อคงให้คนตามมายิงฉันทิ้งแน่ๆ” วีระพูดขำๆแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะขึ้นพร้อมกัน
“กินไรมายัง ไปกินข้าวกัน” วีระชวนในที่สุด
“ไม่ล่ะ ฉันกินมาจากห้องคุณณดาแล้ว” สิทธาตอบ
“รดา…รดานี่ลูกค้ารายใหญ่ของแกน่ะเหรอ” วีระถาม
“ใช่” สิทธาตอบสั้นๆ
“นายไปจนถึงห้องเขาเลยเหรอ” วีระถาม
“อืม…แม่นั่นใช้ฉันทำงานบ้านจนคุ้มเลยล่ะ” สิทธาตอบอมยิ้ม วีระมองดูเพื่อนชาย เขารับรู้ถึงสัญญาณแปลกๆ จากท่าทีและรอยยิ้มนั้น
“โอ้..ฉันอยากเห็นหน้าแล้วสิ แม่คุณรดาอะไรนั่นน่ะ” วีระพูด
“แกจะอยากเห็นไปทำไมวะ” สิทธาถาม
“ฉันก็อยากเห็นหน้าคนที่แกพูดถึงแล้วก็ยิ้มหวานแบบนี้ไง อยากรู้นักว่าจะสวยแค่ไหน” วีระเย้า
“ไอ้บ้า สวยก็สวยอยู่หรอก แต่อายุเยอะแล้ว” สิทธาพูดตามตรง
“แก่เหรอ” วีระถาม
“ไม่หรอก สามสิบกว่าๆ แถมยังซิงซะด้วย” สิทธาพูด
“ห๊ะ!!!..ยังมีคนอายุขนาดนี้แล้วซิงด้วยเหรอวะ…ว่าแต่แกรู้ได้ไงว่าซิงจริงๆ …รึว่าแก….” วีระถามหันมองหน้าเพื่อน
สิทธาไม่ตอบอะไรได้แต่อมยิ้มอยู่อย่างนั้น
วีระจ้องมองแล้วอดยิ้มไม่ได้
“อย่าบอกนะว่านายหลงรักลูกค้าซะแล้ว” วีระพูดยิ้มๆ
“บ้า..รักบ้ารักบออะไรล่ะแม่นั่นอายุห่างจากฉันเป็นสิบปีได้มั้ง” สิทธาพูด
“ความรักไม่แบ่งแยกอะไรทั้งนั้น” วีระพูดเย้าๆ
“คุยกับแกนี่หาสาระอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ฉันจะไปนอนล่ะ อย่าลืมที่นัดกันนพรุ่งนี้เช้า” สิทธาตัดบทแล้วเดินเข้าห้องไป
โดยมีวีระมองและหัวเราะตามหลัง
09 : 00 น. ของวันใหม่
สิทธาตื่นอาบน้ำแต่งตัวออกมานั่งรอวีระที่โซฟาครู่หนึ่งวีระก็ออกมา
ทั้งสองขับรถไปที่อพาร์ทเม้นท์แห่งนึง โดยมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว
รถจอดสิทธาลดกระจกลง ทักทายหญิงสาวที่อยู่ริมฟุตบาท
“ขึ้นรถสิมีนา” สิทธาเอ่ย
“สวัสดีค่ะพี่สิทธา สวัสดีค่ะพี่วีระ” หญิงสาวยกมือไหว้ทันทีที่เห็นคนตรงหน้า
“อืม ขึ้นมาบนรถก่อนเถอะ” สิทธากล่าว
“ค่ะ” มีนารับคำแล้วเดินขึ้นรถอย่างว่าง่าย
“เป็นไงบ้างเรา ช่วงนี้พี่ยุ่งๆเลยไม่ได้แวะมาหา ส่วนใหญ่ก็ฝากให้ไอ้วีจัดการให้น่ะ” สิทธาพูด
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี ถ้าการผ่าตัดเสร็จเรียบร้อย พี่สิทธาไม่ต้องส่งเงินให้หนูอีกแล้วก็ได้ค่ะ” มีนาพูด
“เรื่องนั้นค่อยว่ากันทีหลัง เตรียมตัวในการผ่าตัดแล้วใช่มั้ย” สิทธาถาม
“ค่ะ” มีนมาตอบสั้นๆ
“ไม่ต้องกลัวหมอทุกวันนี้เก่งออกจะตายไป เทคโนโลยีการแพทย์ก็ล้ำสมั้ย ปลอดภัยหายห่วง” วีระกล่าวเสริม
“หนูกังวลนิดหน่อยค่ะ” มีนาพูดเบาๆ
“เรื่อง” สิทธาถาม
“หนูกลัวว่าจะไม่ได้
ตื่นขึ้นมา และตื่นขึ้นมาไม่เห็นใครหนูจะทำอย่างไง” มีนาพูดเสียงสั่น ทุกคนนั่งนิ่งเงียบ…