จักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า

    ตอนที่ 43 ท่านอาจารย์เป็นผู้หญิง?!

            ปรากฏการณ์เหนือจินตนาการที่ปรากฏขึ้น ณ ใจกลางแท่นพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนลึกลงไปถึงวิญญาณของผู้คนที่อยู่ภายในห้องโถง ทุกเสียงพูดคุย ทุกลมหายใจ ทุกความคิดของเหล่าผู้วิวัฒน์


            ล้วนชะงักลงทันทีราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดหมุนไปในเสี้ยววินาที


            สายตาทั้งหมดต่างจับจ้องไปยังร่างของโอดินที่ยังคงลอยอยู่เหนือวงเวทด้วยพลังเร้นลับที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์


            ขณะที่ทุกคนกำลังจมอยู่ในความตกตะลึงอันไร้ขอบเขต หัวใจของพวกเขาก็แทบจะหยุดเต้นอีกครา


            เมื่อจู่ๆแสงสีทองอันบริสุทธิ์ที่ล้อมรอบร่างของโอดินก็เริ่มแปรเปลี่ยนอย่างแผ่วเบา พวกมันส่องประกายวูบไหวเหมือนระลอกคลื่นในบึงเงียบสงบ ก่อนจะค่อยๆกลั่นตัวแน่นข้นขึ้นกลายเป็นประกายแสงสีเขียวมรกตดุจหยาดผลึกเรืองรอง


            แสงเหล่านั้นงดงามและน่าเกรงขามในคราเดียวกัน มันเจิดจ้าเสียจนแม้แต่แสงจากอักขระเวทย์โบราณโดยรอบก็ถูกกลืนหายไปอย่างสิ้นเชิง


            และในแสงมรกตนั้นเอง รูปร่างของหญิงสาวปริศนาก็ค่อยๆปรากฏขึ้นท่ามกลางเสียงเงียบงัน


            ใบหน้าของนางงดงามราวกับเป็นรูปเคารพจากยุคก่อนประวัติศาสตร์ รูปร่างสมส่วนเหนือโลก ดวงตาสีแดงสดอันเย้ายวนลึกล้ำเหมือนบ่วงมนตราแห่งปีศาจผู้หลอมรวมบาปทั้งเจ็ดเข้าด้วยกัน เส้นผมสีทองที่ยาวสลวยจรดโคนขาเปล่งประกายวิบวับดุจน้ำตกแสงจากห้วงดาราจักร


            อาภรณ์สีขาวที่นางสวมใส่ดูช่างบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์ราวกับหลอมขึ้นจากเกล็ดหิมะของภูผาแห่งทวยเทพ


            แต่สิ่งที่สะกดสายตาทุกคู่มากที่สุด กลับเป็นปีกสีเขียวมรกตห้าคู่ที่กางสยายอยู่เบื้องหลัง ปีกนั้นมีรูปลักษณ์ดุจขนนก หากแต่ละเส้นใยกลับเป็นผลึกพลังอันเจิดจ้าดั่งหยาดแก่นแท้ของโลก วิบวับล่องลอยราวกับมิติเวลากำลังถูกบิดงอเพื่อสร้างภาพมายาอันเป็นนิรันดร์


            “นะ.. นะ.. นี่มัน...”


            ท่าทางของผู้อาวุโสจินเกอหลุดออกมาอย่างสั่นเครือ ดวงตาที่เหี่ยวย่นซึ่งเคยเผชิญมาทุกยุคสมัยบัดนี้เบิกกว้างแทบทะลักจากเบ้าด้วยความตกใจปนสยบยอม แม้แต่เขาผู้ที่ซึ่งผ่านพิธีวิวัฒน์มามากกว่าห้าสิบครา กลับไม่อาจระบุได้ว่านี่คืออาณาจักรต้นกำเนิดของเผ่าพันธุ์ใด


            ถึงมันจะคุ้นเคยกับพลังของเผ่าพันธุ์นับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่ชายชรากำลังเห็นเบื้องหน้ากลับอยู่นอกเหนือความเข้าใจไปโดยสิ้นเชิง


            มันไม่ใช่พลังของเทพ มาร หรือวิญญาณโบราณ แต่มันคืออะไรบางอย่างที่เหนือยิ่งกว่าคำนิยามของพลังแห่งชีวิต


            “ห๊ะ?!”


            โอดินที่กำลังลอยอยู่กลางวงเวทย์จ้องมองไปยังร่างของหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเบิกกว้างปนความหวาดระคนตะลึง


            ร่างของนางค่อยๆย่างเท้าก้าวลงมายังอากาศเบื้องหน้าเขา โดยที่สายตาของนางยังคงจับจ้องมายังเขาอย่างแน่วแน่ รอยยิ้มบางเบาแฝงไว้ด้วยความลับของจักรวาลเริ่มปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่งดงามเหนือคำบรรยาย


            โอดินถึงกับอ้าปากค้าง ขณะที่ร่างกายสั่นสะท้าน เปี่ยมไปด้วยความตกตะลึง


            “ทะ.. ท่านคือ.. ท่านอาจารย์การูด้า..?”


            ทว่าเทพธิดามรกตผู้งดงามกลับไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดในทันที นางเพียงยื่นแขนออกช้าๆ เหมือนจะโอบกอดร่างของเขาไว้


            ก่อนที่เสียงหนึ่งซึ่งมิใช่การพูด หากแต่เป็นกระแสคำสั่งที่แฝงไว้ในทุกอณูแห่งจักรวาลจะก้องกังวานขึ้นในหัวใจของชายหนุ่ม


            【สวรรค์อันเก่าแก่จงแตกดับ ดินแดนแห่งกาลเวลาจงหยุดหมุน เมื่อโลหิตแห่งพระเจ้าถูกปลุกขึ้นจากสุสานแห่งนิรันดร์ ดวงตาแห่งการพิพากษาจะเปิดอีกครั้ง】


            【ข้าผู้สืบสายโลหิตแห่งพระเจ้าโบราณ ผู้ถือสิทธิ์แห่งบัลลังก์หายนะ ข้าขอเรียกคืนชื่ออันถูกลืมเลือนของข้า ขอให้ฟ้าดินทั้งมวลสั่นสะเทือนใต้บัญชาข้าอีกครา ข้าคือแสงสุดท้ายแห่งการดับสูญ เถ้าธุลีแห่งยุคก่อนสรรพสิ่ง】


            【ข้าจะเผาผลาญความเท็จทั้งมวล และชำระพิภพด้วยเปลวไฟแห่งการพิพากษา】


            【ทวยเทพที่เคยทรยศ จงสยบ! สวรรค์ที่เคยหันหลัง จงคุกเข่า!】


            【เพราะเมื่อบัลลังก์แห่งหายนะได้ลืมตาตื่น ไม่มีวันพรุ่งนี้ใดเหลือให้สิ่งมีชีวิตใดหลบหนี】


            【ข้าจะเป็นจุดเริ่มและจุดจบของทุกสิ่ง เป็นความเงียบหลังเสียงสุดท้ายของสวรรค์ เมื่อเสียงระฆังแห่งการพิพากษาดังขึ้นสามครา จักรวาลทั้งมวลจะรู้ว่าพระเจ้ากลับมาแล้ว】


            ประโยคนั้นไม่ใช่คำพูดธรรมดา มันคือประโยคที่ทำให้กฎแห่งสรรพสิ่งสั่นคลอน ความจริงถูกบิดเบือน ราวกับเป็นถ้อยคำที่ถอดมาจากต้นฉบับและกล่าวขึ้นใหม่อีกคราโดยเจ้าของมันที่กลับมาทวงบัลลังก์แห่งการดำรงอยู่


            ใบหน้าของเทพธิดาลึกลับยังคงเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มที่ไม่อาจหยั่งถึง


            เมื่อร่างของนางเคลื่อนเข้ามาแนบชิดใช้สองแขนคล้องรอบคอของโอดินอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังโอบอุ้มเด็กน้อยเอาไว้ในอ้อมอกนางแนบใบหน้าอันลึกล้ำเข้าไปใกล้หูของเขา ก่อนจะเอ่ยกระซิบอันแผ่วเบาดุจเสียงลมหายใจของสรวงสวรรค์


            【นับจากวันนี้ไป.. เจ้าคือผู้สืบทอดสายเลือดเผ่าพันธุ์ของพระเจ้าโบราณแห่งหายนะและการพิพากษา】


            และในวินาทีที่คำพูดเหล่านั้นจบลง พลังเวทย์อันไร้รูปร่างทั้งหมดที่หลั่งไหลออกจากแท่นพิธีกรรมก็ราวกับได้รับคำสั่งอันสูงสุด


            มันพุ่งตรงเข้าสู่ร่างของโอดินทันที แสงมรกตห้อมล้อมร่างของเขาเป็นเส้นลำแสงที่ร้อยเรียงกันดุจพยัญชนะโบราณ ประทับลงในกระดูก โลหิต จิต และวิญญาณของเขา ทุกสิ่งถูกเผาไหม้ ทุกสิ่งถูกเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งถูกจารึกใหม่ และจากนั้นทุกอย่างก็เงียบลงอย่างไม่มีที่มา


            ร่างของเทพธิดาลึกลับจางหายไปราวกับไม่เคยปรากฏ


            เหลือเพียงร่างของโอดินที่กลับมายืนอยู่บนแท่นหินโดยไม่มีสิ่งใดอยู่รอบข้าง แสงสว่างทั้งหมดหายไป ราวกับว่าเหตุการณ์อันมหัศจรรย์นั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแม้แต่เสี้ยววินาที ทว่าหัวใจของทุกผู้คนยังคงสั่นสะท้านด้วยความจริงที่ไม่อาจลบเลือนได้อีกตลอดกาล


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิหมื่นเผ่าพันธุ์ ขอเกิดใหม่เพื่อขึ้นเป็นพระเจ้า ที่คุณอ่าน