บทที่ 42
ระดับของเคล็ดวิชา
ช่วงยามเย็นแสงสนธยาสาดส่องไปทั่วทั้งท้องนภา เมืองวายุแดงก็ยังคงครึกครื้นเช่นเดิม
บริเวณลานพื้นที่ด้านหน้าของเรือนพัก แสงดาบอันแหลมคมปรากฏขึ้นภายในอากาศ มันปรากฏขึ้นเป็นระยะๆตามดาบที่ถูกตวัดไปมา
ร่างของจางหยุนกำลังเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วพร้อมกับฝึกฝนวิชาดาบสามสะบั้นไปด้วย
จางหยุนในตอนนี้ไม่มีเคล็ดวิชาที่ใช้ในการโจมตีเลย สุดท้ายแล้วเขาเองก็ต้องฝึกฝนวิชาดาบสามสะบั้น ที่เป็นเคล็ดวิชาที่เขาได้มาจากหัวหน้าองค์รักษ์หวัง
วิชาดาบสามสะบั้นอันนี้เป็นวิชาดาบที่ใช้ในการโจมตี ส่วนใหญ่แล้วเน้นท่วงท่าแล้วก็การสำแดงพลังอำนาจของดาบ
สำหรับเคล็ดวิชานี้เป็นเคล็ดวิชาที่อยู่ในระดับปฐพีขั้นต่ำ
ระดับของเคล็ดวิชาจางหยุนก็ศึกษามาบ้างตามตำรา โดยที่ภายในสัปดาห์เล่มนั้นที่เป็นความรู้เบื้องต้น กล่าวถึงการแบ่งเคล็ดวิชาเอาไว้สามระดับ
โดยที่ระดับของเคล็ดวิชาจะถูกแบ่งเป็น ระดับปฐพีขั้นต่ำ ระดับปฐพีขั้นกลาง แล้วก็ระดับปฐพีขั้นสูง
สำหรับระดับของเคล็ดวิชาถ้าเกิดว่าจะเปรียบเทียบ
เคล็ดวิชาระดับปฐพีขั้นต่ำก็เป็นเคล็ดวิชาระดับผลึกตันเถียน
ส่วนเคล็ดวิชาระดับปฐพีขั้นกลาง ก็เป็นเคล็ดวิชาที่อยู่ในระดับเทียบเท่ากับระดับหลอมกระดูก
และเคล็ดวิชาระดับปฐพีขั้นสูง มันก็เทียบเท่ากับเคล็ดวิชาของผู้บำเพ็ญขอบเขตสร้างรากฐาน
แน่นอนว่าระดับที่กล่าวออกมามันก็เป็นเพียงแค่ ระดับของความสูงส่งของเคล็ดวิชา
แต่ว่าสำหรับผู้บำเพ็ญแล้วไม่ได้มีอุปสรรคในการฝึกฝนเคล็ดวิชาที่มีระดับสูง อย่างเช่นผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นต้น ถ้าเกิดว่ามีเคล็ดวิชาระดับปฐพีขั้นสูงอยู่ในมือก็สามารถฝึกฝนได้ แล้วพวกเขาเองก็จะได้รับพลังที่ไม่ธรรมดาจากเคล็ดวิชาระดับสูง แต่ว่าพวกเขาจะฝึกฝนวิชาพวกนี้ได้เชื่องช้ามาก เพราะว่าเป็นการเรียนรู้สิ่งที่อยู่เหนือ ระดับของตนเองแต่ถ้าเกิดว่าพวกเขาเรียนรู้สำเร็จพลังอำนาจที่ได้รับมาก็จะมหาศาล
และเคล็ดวิชาพวกนี้เองก็คือสิ่งที่ เป็นพลังที่ช่วยในการลดความแตกต่างของขอบเขตได้
อย่างเช่นถ้าเกิดว่าเป็นผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนขั้นต้น แต่ถ้าสำเร็จเคล็ดวิชาระดับปฐพีขั้นสูงที่เป็นเคล็ดวิชาของขอบเขตสร้างรากฐาน พลังต่อสู้ที่พวกเขาแสดงออกมาก็ย่อมเหนือกว่าขอบเขตตันเถียนขั้นต้นไปไกล
แน่นอนว่าเคล็ดวิชาในระดับเดียวกันก็มีความสูงต่ำและความลึกล้ำของเคล็ดวิชาต่างกัน อย่างเช่นถ้าเกิดว่าเป็นเคล็ดวิชาระดับขอบเขตปฐพีขั้นต่ำ บางวิชามีความลึกล้ำและมีพลังมากกว่า แต่บางวิชาก็มีพลังน้อยกว่า ความแตกต่างของเคล็ดวิชาในระดับเดียวกันนั้นมีอยู่
เคล็ดวิชาสามดาบสะบั้นที่จางหยุนฝึกฝนอยู่ในตอนนี้ เป็นเช่นวิชาที่อยู่ในระดับปฐพีขั้นต่ำ แน่นอนว่าเหมาะกับการที่ให้ผู้บำเพ็ญขอบเขตผนึกตันเถียนฝึกฝน
จางหยุนเริ่มฝึกฝนมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว จนกระทั่งในตอนนี้เขาได้สำเร็จขั้นเล็กของเคล็ดวิชาดาบสามสะบั้นแล้ว
ความสำเร็จของเคล็ดวิชาคือคนที่ฝึกฝนเคล็ดวิชา จนสามารถแสดงพลังของเคล็ดวิชาออกมาได้สูงสุด
การฝึกฝนเคล็ดวิชาพวกนี้ ความสำเร็จของเคล็ดวิชาจะถูกแบ่งแยกออกเป็นสี่ระดับ
อย่างแรกก็คือระดับสำเร็จขั้นเล็ก นั่นก็คือขั้นแรกที่เพิ่งสำเร็จเคล็ดวิชา
อย่างเช่นจางหยุนในตอนนี้ก็เพิ่งอยู่ในระดับสำเร็จขั้นเล็กของวิชาสามดาบสะบั้น
ส่วนระดับต่อไปก็คือระดับสำเร็จขั้นใหญ่ นี่จะเป็นระดับที่สูงขึ้นมาเป็นการเปลี่ยนแปลงตระหนักรู้ของเคล็ดวิชาที่ทำให้เคล็ดวิชานั้นพัฒนาขึ้นไปอีก พลังอำนาจที่แสดงออกมานั้นยิ่งทรงพลังขึ้น
ระดับที่สามก็คือระดับสำเร็จสมบูรณ์ ระดับนี้คือการเปลี่ยนแปลงที่เรียกได้ว่าบรรลุเคล็ดวิชานี้จนทะลุปรุโปร่งสัมผัสถึงแก่นแท้ สามารถสำแดงพลังของมันออกมาได้สูงสุด แล้วก็ใช้งานมันได้อย่างใจนึก
ส่วนใหญ่แล้วนี่เองจะเป็นจุดสิ้นสุดของคนที่ฝึกฝนเคล็ดวิชา เพียงแต่ว่าในความรู้ของผู้บำเพ็ญมากมาย ทุกคนเองก็รู้ดีว่ามีขอบเขตที่สี่ที่เป็นเหมือนกับมายาไร้ร่องรอยอยู่
ขอบเขตนั้นถูกเรียกว่าผลิบาน บันทึกการตระหนักรู้เคล็ดวิชาที่ตนเองนั้นสำเร็จสมบูรณ์ ทำให้มันเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่มีพลังอำนาจเพิ่มขึ้น
ผลิบานในที่นี้ก็คือ นำเอาความรู้ทั้งหมดของตนเองหลอมรวมกัน ผลิบานเหมือนกับดอกไม้ที่เบ่งบานขึ้นมา มอบการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ให้กับเคล็ดวิชาเหมือนกับการเกิดใหม่
แต่แน่นอนว่าขอบเขตผลิบานนั้นไม่ใช่ว่าผู้ใดก็สามารถไปถึงได้ จากข้อมูลในตำราจางหยุน รู้ว่าคนส่วนใหญ่ที่ฝึกฝนเคล็ดวิชาของตนเอง พวกเขาจะหยุดอยู่ที่ขั้นสำเร็จขั้นใหญ่ ขั้นสำเร็จสมบูรณ์ไปไม่ถึงซะด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงระดับผลิบานที่เป็นระดับท้ายที่สุดที่แทบจะเหมือนกับไม่มีอยู่จริง
ส่วนเหตุผลที่ผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่หยุดลงที่ระดับสำเร็จขั้นใหญ่ ก็เป็นเพราะว่าผู้บำเพ็ญไม่ได้ฝึกฝนเคล็ดวิชาเพียงแค่เคล็ดวิชาเดียว
เคล็ดวิชาการโจมตีมีมากมายหลายประเภท สำหรับผู้บำเพ็ญยิ่งมีการโจมตีที่หลากหลายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น เพราะแบบนั้นผู้บำเพ็ญเองก็ต้องฝึกฝนเคล็ดวิชาจำนวนมาก
เมื่อเปลี่ยนการฝึกฝนเคล็ดวิชา ระดับของเคล็ดวิชาเดิมก็จะหยุดนิ่ง นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผู้บำเพ็ญส่วนใหญ่เคล็ดวิชาพวกเขาก็จะหยุดอยู่ที่ระดับสำเร็จขั้นใหญ่เท่านั้น
จางหยุนฝึกฝนวิชาดาบสามสะบั้นอย่างตั้งอกตั้งใจ เมื่อทำการฝึกฝนไปรอบนึงจนเสร็จก็หยุดเท้าของตนเองลง
จางหยุนในตอนนี้เขาสัมผัสถึงความคุ้นชินในการออกดาบมากขึ้น เพียงแต่ว่าการพัฒนาในการฝึกฝนมันเองก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก
วิชาการฝึกฝนวิชาดาบสามสะบั้นนี้เป็นเพราะว่าไม่มีวิชาในการฝึกฝน จางหยุนก่อนหน้านี้มีเคล็ดวิชาอยู่สองเคล็ดวิชา ก็คือเคล็ดวิชากลืนมรณะที่เป็นเคล็ดวิชาฝึกปราณ แล้วก็เคล็ดวิชาซากเทวะ ที่พิเศษมากแต่ว่าเขาไม่สามารถใช้งานออกหน้าได้
เพราะแบบนั้นเลยจำเป็นจะต้องมีเคล็ดวิชาที่ใช้ในการต่อสู้ จางหยุนแสวงหาเคล็ดวิชาพวกนั้นมาตลอดแต่ว่าเขาเองก็ไม่พบเจอเลย
ภายในหอการค้าเหรียญสวรรค์ก็มีเคล็ดวิชาขายอยู่ เพียงแต่ว่าราคาของมันก็แพงหูฉีก
สุดท้ายแล้วจางหยุนก็ได้แต่ต้องกลับมาฝึกฝนเคล็ดวิชา ที่ได้รับมาตั้งนานแล้วแต่ว่าไม่ได้ฝึกฝนสักทีอย่างเคล็ดวิชาสามดาบสะบั้น
จางหยุนรู้สึกว่าเคล็ดวิชานี้ไม่เลว เพียงแต่ว่าจุดอ่อนของมันก็คือการรวบรวมพลังดาบเอาไว้ที่สามดาบ การโจมตีที่มันปล่อยออกไปจะเป็นการรวบรวมพลังทั้งหมดของตนเองสะบั้นสามดาบออกไป หลังจากที่ปล่อยสามดาบออกไปแล้ว ก็ไม่มีต่อเนื่องของกระบวนท่านี่คงจะเป็นจุดอ่อนของมัน
จางหยุนยกมือขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า จากนั้นก็เดินไปนั่งพักที่โต๊ะหิน