เสียงเล็กๆที่ดังมาจากมุมห้องนั้น เป็เสียงของหูถิงถิง
หูถิงถิงเป็ลูกสาวคนที่สองของหูฉางหมินและภรรยาเธออายุน้อยกว่าหูหลันเยวี่ยเพียงหนึ่งปี
เมื่อก่อนตอนที่หูฉางหมินมีลูกคนแรกเป็ลูกสาวที่บ้านอารองหูก็ได้ให้กำเนิดลูกชายตัวอ้วนจ้ำม่ำ
เมื่อสะใภ้รองหูให้กำเนิดลูกชายได้ก่อนใครเธอก็เชิดหน้าชูคออย่างเต็มที่ แม่เฒ่าหูก็รักใคร่แต่สะใภ้รองที่คลอดหลานชายให้
เพื่อที่จะไม่ต้องถูกสะใภ้คนอื่นและแม่สามีข่มเหงอีกจ้าวหงเหมยจึงไม่สนใจว่าร่างกายยังไม่ฟื้นตัวดี ก็รีบเร่งที่จะมีลูกคนที่สอง
น่าเสียดายที่ลูกคนต่อมาก็ยังเป็ลูกสาว
หูฉางหมินและภรรยาตั้งชื่อลูกสาวคนที่สองว่าถิงถิง ซึ่งพ้องเสียงกับคำว่า ‘หยุด’ มีความหมายว่าให้หยุดมีลูกสาว แล้วมีลูกชายเสียที
หูถิงถิงที่ไม่ได้รับการคาดหวังให้เกิดมาบนโลกใบนี้สถานการณ์ในครอบครัวจึงเป็อย่างที่เห็น
เดิมทีหูถิงถิงซ่อนตัวอยู่ในมุมห้องเงียบๆเธอไม่อยากส่งน้องสาวไป แต่เธอก็ไม่กล้าช่วยแม่ต่อต้านคุณย่า
เมื่อเห็นพี่สาวออกมาต่อต้านคุณย่าหูถิงถิงก็มีความกล้าหาญขึ้นมา
เมื่อหูถิงถิงเดินเข้ามาหูหลันเยวี่ยที่ยังจับแขนแม่เฒ่าอยู่ก็ปล่อยมือทันที
หูหลันเยวี่ยดึงหูถิงถิงมาบังไว้ข้างหน้าจ้าวหงเหมยที่กำลังอุ้มลูกอยู่
มีชีวิตมาสองชาตินี่เป็ครั้งแรกที่หูหลันเยวี่ยจับมือกับน้องสาวคนรอง
มือของหูถิงถิงเรียวยาวแต่เพราะทำงานหนักมานาน ผิวบนฝ่ามือจึงหยาบกร้านมาก ััแล้วเหมือนกระดาษทราย
"พ่อคะ หนูกับถิงถิงโตแล้ว พวกเราไปหาเงินเลี้ยงครอบครัวได้เองน้องเล็กอยู่ที่บ้านเราไม่มีอดแน่นอนค่ะ" หูหลันเยวี่ยมองไปยังพ่อที่ดูกังวลด้วยสีหน้าจริงจัง
หูหลันเยวี่ยรู้ว่าไม่สามารถเปลี่ยนความเชื่อมั่นของพ่อเื่การมีลูกชายได้ในทันทีตอนนี้จึงทำได้เพียงใช้วิธีที่ละมุนละม่อมบีบให้เขาเลือกระหว่างลูกสาวที่รู้จักความผิดชอบชั่วดี ภรรยาที่กำลังเสียใจและแม่ผู้แข็งกร้าว
ในขณะนั้นจ้าวหงเหมยก็ยันตัวจากพื้นลุกขึ้นยืนเธอปาดน้ำตาออกอย่างรวดเร็ว ด้วยการสนับสนุนจากลูกสาวผู้หญิงที่น่าสงสารคนนี้ก็มีความกล้าหาญขึ้นมา
แม่เฒ่าหูก็ดูออกแล้วว่าถ้าตัวเองดึงดันแย่งชิง คงไม่สามารถแย่งลูกมาจากมือของสะใภ้ใหญ่ได้เธอจึงทำได้เพียงใช้กำลังกับลูกชายคนโต
แม่เฒ่าหูชี้หน้าหูฉางหมินแล้วคำรามลั่นเหมือนสิงโต "แม่บอกว่าอะไร ฉางหมินคำพูดของแม่แกไม่ฟังแล้วหรือไง? นี่แกจะต่อต้านใช่ไหม?"
หูหลันเยวี่ยพูดก่อนที่หูฉางหมินจะทันได้เอ่ยปาก"พ่อคะ น้องเล็กเป็สายเืแท้ๆ ของพ่อกับแม่นะคะถึงคุณย่าบอกว่าจะส่งไปให้บ้านป้าเลี้ยงแต่บ้านป้าก็ไม่ได้มีชีวิตที่ดีไปกว่าบ้านเรา น้องสาวไปอยู่ที่นั่นต้องลำบากแน่นอน"
จ้าวหงเหมยพูดต่อทันที"ใช่แล้วฉางหมิน ถ้าให้ลูกคนเล็กไปอยู่บ้านพี่สาวเราไม่กี่วันก็อาจจะอดตายก็ได้ ลูกคนเล็กอยู่กับเราอย่างน้อยก็ยังมีนมกินนะ"
แม่เฒ่าหูเห็นว่าลูกชายคนโตจะเข้าข้างลูกสะใภ้กับลูกสาวแล้วก็รีบร้อนขึ้นมาทันที "จ้าวหงเหมยแกอย่ามาพูดจาเหลวไหลแถวนี้ ถ้าแกให้ลูกชายกับบ้านฉันได้ั้แ่แรกจะต้องส่งลูกคนเล็กไปทำไม?"
หลังสูดลมหายใจเข้าออกแม่เฒ่าหูก็โวยวายต่อ "ตอนนี้นโยบายวางแผนครอบครัวเข้มงวดขนาดนั้นพวกแกมีลูกสาวตั้งสามคนแล้ว จะมีลูกชายได้ยังไง?"
การที่ไม่มีลูกชายเป็จุดอ่อนของจ้าวหงเหมยเมื่อแม่สามีเอาเื่นี้มาพูดความกล้าหาญที่สั่งสมมาของจ้าวหงเหมยก็หายไปในพริบตา
แต่หูหลันเยวี่ยกลับหาทางออกจากคำพูดของแม่เฒ่าได้"คุณย่าก็บอกเองว่านโยบายวางแผนครอบครัวเข้มงวดมากถึงพ่อแม่หนูจะส่งน้องสาวไป ก็ใช่ว่าจะมีลูกได้อีกเพื่อให้พ่อแม่หนูมีลูกชายได้อีกครั้งคุณย่าจะให้พวกเขาส่งหนูหรือถิงถิงไปอีกคนเหรอคะ?"
แม่เฒ่าหูไม่คิดว่าหูหลันเยวี่ยจะพูดจาคล่องแคล่วขนาดนี้เธอเถียงสู้หูหลันเยวี่ยไม่ได้ จึงทำได้เพียงแสดงอำนาจของผู้าุโ
"หูหลันเยวี่ย แกกลับมาจากในเมืองก็จริงแต่ดูสิว่าแกมีอะไรเหมือนคนเมืองบ้าง"
หูหลันเยวี่ยยิ้มเล็กน้อยให้แม่เฒ่า"งั้นคุณย่าบอกหนูหน่อยสิว่าคนเมืองเป็ยังไงคุณย่าเคยไปในเมืองกี่ครั้งคะ?"
"แก แก" แม่เฒ่าหูโกรธจนตาแทบถลนใช้นิ้วที่สั่นเทาชี้หน้าหูหลันเยวี่ย
หูถิงถิงเห็นว่าพี่สาวทำให้แม่เฒ่าโกรธขนาดนี้เธอไม่ได้เป็ห่วง แต่กลับรู้สึกสะใจ
หูฉางหมินเห็นว่าลูกสาวคนโตเถียงกับคุณย่าอย่างนั้นแม้จะรู้สึกว่าไม่เหมาะสม แต่ก็ไม่กล้าดุหูหลันเยวี่ยเพราะหูหลันเยวี่ยไม่เหมือนถิงถิง
การไม่ทำอะไรเลยของหูฉางหมินยิ่งทำให้แม่เฒ่าโกรธ"หูฉางหมิน แกบอกมาซิว่าจะฟังแม่แล้วส่งลูกคนเล็กไปหรือจะปกป้องเด็กผู้หญิงที่เอาแต่ผลาญเงินพวกนี้?"
หูหลันเยวี่ยใช้วิธีที่ละมุนละม่อมบีบให้หูฉางหมินเลือกระหว่างภรรยา ลูกสาว และแม่
แม่เฒ่าหูที่กำลังโมโหจัดจึงสั่งให้เขาเลือกเดี๋ยวนี้
หูฉางหมินถูมืออย่างลำบากใจแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจนปัญญาอย่างยิ่ง "แม่ครับผมไม่อยากเสียลูกคนเล็กไปจริงๆ ถ้าผมจะไม่มีลูกชาย ผมก็คงต้องยอมรับแล้วละ"
ในเวลาสำคัญหูฉางหมินก็เลือกที่จะยืนข้างภรรยาและลูกสาว ทำให้หูหลันเยวี่ยและคนอื่นๆถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
หูหลันเยวี่ยกลัวจริงๆว่าพ่อจะยังคงทำตามความคิดเห็นของแม่เฒ่าเหมือนชาติที่แล้ว
แม่เฒ่าหูไม่คิดว่าลูกชายแสนซื่อและเชื่อฟังมาตลอดจะเปลี่ยนไป
"ดี หูฉางหมิน แกก็ปกป้องพวกเด็กผู้หญิงผลาญเงินไปเถอะสักวันแกจะต้องเสียใจ" แม่เฒ่าหูผลักหน้าผากของหูฉางหมินอย่างเคียดแค้นแล้วสะบัดแขนเสื้อก่อนจะเดินออกไปอย่างโกรธเคือง
แม่เฒ่าหูเชื่อว่าถ้าตัวเองทำเ็ากับลูกชายคนโตสักสองสามวันเขาจะต้องยอมอ่อนข้อให้ เพราะเธอรู้จักลูกชายคนนี้ดี
หูหลันเยวี่ยไม่รู้ความคิดของแม่เฒ่าหูเพียงแต่รู้สึกว่าการต่อสู้ครั้งนี้ประสบความสำเร็จง่ายดายเกินคาด
"พี่คะ พี่ไม่ได้ใส่รองเท้ามานี่คะ" หูถิงถิงเห็นว่าหูหลันเยวี่ยวิ่งมาเท้าเปล่าก็รู้สึกประหลาดใจ
จริงๆแล้วก่อนหน้านี้เธอไม่ชอบพี่สาวที่กลับมาจากในเมืองคนนี้เลย
เหตุผลที่หูหลันเยวี่ยทำให้หูถิงถิงไม่ชอบก็เพราะเธอมีแต่เื่น่าปวดหัว
ปัญหาของหูหลันเยวี่ยส่วนใหญ่คือเื่ความพิถีพิถันมากเกินไปในเื่สุขอนามัยส่วนตัว
ความพิถีพิถันมากเกินไปจนเกินเหตุไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมวิถีชีวิตชนบทในปัจจุบันเลย
นอกจากนี้หูหลันเยวี่ยยังเลือกกินมากทุกมื้อจะต้องมีเนื้อ หรือไข่
นี่คือ่ต้นยุค80ที่ยังข้าวยากหมากแพงอยู่นะ
คนชนบทกินเนื้อได้แค่วันปีใหม่เท่านั้น
ถึงแม้บ้านจะไม่รวยแต่หูฉางหมินและภรรยาก็พยายามตอบสนองความ้าของหูหลันเยวี่ย
หลายครั้งที่หูถิงถิงต้องมองพี่สาวกินเนื้อหรือกินไข่แล้วได้แต่ลอบกลืนน้ำลายลงคอ
ภาพของหูหลันเยวี่ยที่ออกมายืนหยัดปกป้องแม่และน้องสาวแถมยังเดินเท้าเปล่าบนพื้นดิน ทำให้หูถิงถิงรู้สึกสนิทสนมมากขึ้นอย่างน่าประหลาด
ถ้าหูถิงถิงไม่เตือนหูหลันเยวี่ยก็ไม่รู้ตัวว่าตนไม่ได้ใส่รองเท้าออกมา
เมื่อเห็นเท้าขาวสะอาดของตัวเองเหยียบอยู่บนพื้นดินที่สกปรกหูหลันเยวี่ยก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
แต่เมื่อเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงของตัวเองทำให้สนิทสนมกับถิงถิงมากขึ้น ถึงแม้เท้าจะสกปรก หูหลันเยวี่ยก็ยังรู้สึกดี