พลังแห่งหยางทำให้หลงเหยียนรู้สึกเหมือนร่างกายถูกเติมเต็มด้วยพลังที่ไร้ขีดกำจัดหลงเหยียนฝึกเพียงหนึ่งเค่อ1เท่านั้นก็สามารถรับรู้ได้ถึงพลังที่เพิ่มพูนภายในร่างกาย
บวกกับพลังิญญาที่แข็งแกร่งภายในตัวเมื่อหลงเหยียนควบคุมได้ก็สามารถใช้งานได้แล้วเพราะเขาไม่ได้ฝึกสำเร็จเร็วกว่าคนอื่นเพียงเล็กน้อยแต่ระยะเวลาในการฝึกกลับสั้นกว่ามากโข
ตกดึกหลงเหยียนไม่หยุดพักแม้แต่เหมี่ยว2เดียวใช้แสงจากดวงดาวอันน้อยนิด ฝึกฝนวิชาต่อไป ใช้จิตััพลังต่อสู้ในกายที่หนาแน่น
บวกกับพละกำลังของหมัดลงทัณฑ์คาดว่าต่อให้เจอเซียวปิงหลานอีก หลงเหยียนก็ไม่กลัวเขาแล้วบางครั้งหลงเหยียนก็มีพละกำลังที่เทียบเท่าเขาได้
ดวงดารารวมตัวกันบนท้องนภาแสงดารานั้นถูกกายสุริยะดูดซึม...
ทันใดนั้นหลงเหยียนลืมตาขึ้นโดยฉับพลัน
“ตอนนี้พลังปราณในร่างกายข้าหนาแน่นมากขึ้นแล้ว ผ่านการต่อสู้ก่อนหน้านี้รวมกับกายสุริยะ แถมยังมีพลังิญญาที่แข็งแกร่งดูเหมือนขั้นพละกำลังของข้าก็มาถึงปลายทางแล้ว งั้นก็ดีข้าจะลองทำลายเส้นพลังขั้นที่สามต่อ”
วางมือทั้งสองข้างไว้ที่ลมปราณสูดหายใจเข้าลึกๆ หลงเหยียนเริ่มใช้พลังจู่โจม
พลังปราณระลอกหนึ่งเริ่มพุ่งไปยังเส้นพลังขั้นที่สามครั้งนี้เขาไม่ได้เ็ปเหมือนครั้งก่อนหน้า เมื่อมีพลังปราณมหาศาลเป็เกราะกำบังเพียงไม่นานเขาก็สามารถทะลุขั้นที่สามได้สำเร็จ
“ทำลายซะ ข้า้าพลัง ข้าต้องแกร่งมากกว่านี้ เซียวปิงหลานข้าอยากฆ่าเ้า ข้าจะทำให้เ้ารู้สึกประหลาดใจให้ได้!”
“อ๊าก!”
พลังปราณที่หนาแน่นในร่างกายคล้ายน้ำป่าที่กำลังทะลักใส่เขื่อนกั้นน้ำทั้งหมดพุ่งเข้าไปถึงเส้นพลังขั้นที่สาม ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จอีกครั้งพลังปราณผสานกันทั้งหมด หลอมรวมกันเพื่อสร้างความมั่นคงของเส้นพลังขั้นที่หนึ่งและสอง
แม้แต่กระดูกในร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลงหลงเหยียนรู้สึกได้ว่ามันต่างไปจากเดิมมากเส้นพลังแข็งแกร่งและใหญ่กว่าตอนแรกเป็อย่างยิ่ง หลงเหยียนกำหมัดพลังที่ถูกส่งมาจากร่างกาย มีปริมาณมากกว่าตอนหลงเหยียนอยู่ระดับชีพัขั้นที่สองหลายเท่า
เวลานี้หลงเหยียนกระตุกยิ้มมุมปาก นึกถึงใบหน้าที่หยิ่งผยองของเซียวปิงหลานในใจก็รู้สึกตื่นเต้นไม่น้อย เขาอยากพุ่งไปตรงหน้าเซียวปิงหลานแล้วทำให้เห็นว่าแท้จริงแล้วใครแข็งแกร่งกว่ากัน
ใช้เวลาเพียงไม่นานหลงเหยียนก็ปรับสมดุลและสร้างความมั่นคงของพลังในร่างกายถ้าการพัฒนาของเขาเป็แบบนี้ไปเรื่อยๆ เพียงไม่นานตนต้องกลายเป็ยอดฝีมือแห่งเมืองั แค่คิดก็ทำให้หลงเหยียนตื่นเต้นเสียแล้ว
กายสุริยะยืมแสงพลังจากดวงอาทิตย์กลางคืนมีดวงดาวเต็มท้องฟ้า การพัฒนาของพลังจึงมิสู้เท่ากลางวัน ถ้าเป็ไปได้สิ่งที่กายสุริยะดูดซึมก็เป็แค่อุณหภูมิที่ร้อนแรงเท่านั้น
“จริงด้วย ยืมแสงจากดวงดาว จากนั้นจุดไฟรอบๆลองดูว่ามันจะช่วยได้มากกว่าหรือไม่” เมื่อหลงเหยียนนึกขึ้นได้ก็ลุกขึ้นลงมือทันที
สนามฝึกถูกปกคลุมด้วยความมืดและห่างจากบ้านตระกูลหลงไกลโขต้องไม่มีใครพบเห็นเป็แน่
หลงเหยียนนำฟืนปริมาณที่มากเพียงพอมาวางล้อมรอบตัวจุดไฟ จากนั้นจึงเริ่มฝึกวิชาท่ามกลางแสงไฟ ตอนนี้ตนอยู่ในชีพัขั้นที่สามคาดว่าการฝึกกายสุริยะคงใช้เวลาสั้นยิ่งขึ้น
ผสานพลังหยางพลังหยางเป็พลังที่กระจายปกคลุมไปทั่วฟ้าดิน หลอมร่างกายของตน คล้ายในร่างมีเพลิงไฟจากแสงอาทิตย์ลุกโชนความร้อนแรงจากดวงอาทิตย์สามารถหลอมละลายทุกสรรพสิ่ง หากฝึกวิชานี้สำเร็จเขาก็สามารถดูดธาตุพลังจากแสงอาทิตย์มาใช้เป็พลังปราณ
หลงเหยียนลองฝึกตามคำบรรยายในตำรารวบรวมพลังดาราและความร้อนแรงจากรอบตัว จากนั้นก็หลอมรวมให้กลายเป็พลังอาทิตย์ ผลที่ออกมาก็ดีกว่าตอนแรกจริงๆ
เพียงไม่นานหลงเหยียนก็เริ่มััถึงการเคลื่อนไหวของพลังดวงดาวจากนั้นจึงใช้จิตในการขับเคลื่อนพลังหยางอย่างช้าๆ
เมื่อพลังดวงดาวและพลังหยางในร่างกายหลงเหยียนเริ่มเกิดรอยต่อเล็กๆแล้ว รอยต่อก็เริ่มขยายใหญ่ขึ้น
ดวงดาวหลายสิบดวงหลายร้อยดวง หลายพันดวง…เมื่อพลังจากดวงดาวรวมกันภายในร่างกายหลงเหยียนในปริมาณที่มหาศาลพลังปราณก็หลอมละลายพลังดวงดาวอย่างรวดเร็ว ขณะที่พลังหยางเริ่มเพิ่มขึ้นพลังปราณก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
“อะไรนะ เฮ้อ... แสงจำนวนมากขนาดนี้เข้าสู่ร่างกาย พุ่งเข้าไปในเวลาเพียงชั่วครู่เกรงว่าคงเพิ่มจากเมื่อก่อนเป็ร้อยเท่า”
ธาตุพลังทุกอย่างที่ดูดซึมมาจากรอบตัวคล้ายพร้อมเปลี่ยนเป็แสงที่ส่องสว่างทุกเมื่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาจากหลงเหยียนทั้งนั้น ถ้ายังไม่รีบหยุดการฝึกเพียงเท่านี้เกรงว่าการควบคุมร่างกายก็คงเป็เื่ยากแล้ว
ตอนนี้ร่างกายหลงเหยียนเป็เหมือนหลุมดำขนาดใหญ่ที่มิอาจหาใดเปรียบฝึกหลอมภายใต้แสงดาราอย่างต่อเนื่อง หลงเหยียนััได้ว่าถึงเวลาที่ตนควรพอแล้ว
“เก็บ!” รอยต่อพลังที่ขยายใหญ่เปลี่ยนกลายเป็เล็ก จนกระทั่งหายไปในที่สุด
แสงกะพริบวาบในร่างกายหลงเหยียนลองเหวี่ยงหมัดออกไปกลางอากาศ พลังระลอกหนึ่งพุ่งออกไปทำลายห้วงอากาศตรงหน้า แล้วเกิดเสียงดังแสบแก้วหู
ในใจหลงเหยียนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นผ่านการฝึกกายที่แข็งแกร่งแล้ว มิหนำซ้ำยังก้าวขึ้นไปถึงพลังชีพัขั้นที่สามทำให้พละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นเป็สิบเท่า
เพียงไม่นานหลงหยียนก็ขับแสงออกจากตัวปล่อยกระจายกลับไปยังที่เดิม ภายใต้ท้องนภา เงาร่างนั้นถูกทอดยาวดูสูงใหญ่ทิศตะวันออกเริ่มมีแสงอาทิตย์ปรากฏ ท้องฟ้าเองก็เริ่มเปลี่ยนกลายเป็สีขาวในพริบตา
“เหนื่อยจริง ในที่สุดข้าก็พักได้แล้ว นับั้แ่วันนี้ข้าสัญญาว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ได้ ข้ามิใช่หลงเหยียนที่ไร้ิญญายุทธ์มิใช่คนที่ไร้ตัวตนอีกต่อไป ข้าต้องแกร่งขึ้นต้องเหยียบทุกคนที่เคยหยามข้าไว้ใต้แทบเท้า เซียวปิงหลาน มาเถอะบิดาจะรอเ้าที่นี่เอง...”
เขาแทบทนรอไม่ไหวแล้วทิ้งตัวลงบนเตียง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แล้วค่อยๆ หลับไป
“หลงเหยียน เ้าก็เป็ได้แค่คนไร้ค่า เ้าไม่มีวันล้มข้าได้หรอก ฮ่าๆๆๆ!”หลงเหยียนสะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย เล็บมือเขาทิ่มเข้าเนื้อตัวเอง เืสดไหลออกมาเขากัดฟันลุกขึ้นมานั่งโดยเร็ว
“ข้ามีสิทธิ์พักด้วยเหรอ มีเวลาอีกสิบวันตระกูลก็จะจัดงานประลองแล้วถึงตอนนั้น ข้าต้องได้《วิชาหมัดสายฟ้าแปดทิศ》และ《วิชาหมัดมายา》มาให้ได้ข้าต้องโดดเด่นขึ้น เมื่อไรที่ข้าเหยียบทุกคนเอาไว้ใต้แทบเท้าเวลานั้นถึงเป็เวลาที่ข้าได้ลุกขึ้นมาอย่างผ่าเผย จะไม่มีใครดูถูกข้าอีกข้าจะไม่ทำให้ท่านพ่อที่เป็ผู้นำตระกูลต้องขายหน้าเพราะข้าอีก”
หลงเหยียนนั่งทำสมาธิต่อรวบรวมพลังปราณไว้ในจุดรวมปราณ
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใดจู่ๆ นอกห้องมีเสียงหัวเราะดังคึกคัก
หลงเหยียนลืมตาขึ้นตอนนี้เขามีพละกำลังขั้นที่สาม จิตััก็เพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกระตุกยิ้มที่มุมปาก จากนั้นก็เปิดประตูเดินออกไป
เซียวปิงหลานยืนอยู่ด้านนอกมองมาที่หลงเหยียนด้วยสายตาหยิ่งผยองผู้ที่ยืนอยู่ทางซ้ายก็คือหลงเอ้าอวีที่เมื่อวานถูกหลงเหยียนซ้อมจนต้องให้คนแบกกลับไปด้านหลังพวกเขาทั้งสอง ยังมีเด็กในตระกูลหลงอีกมากพวกเขาล้วนมาเพื่อรอดูเื่สนุก
หลงเหยียนนึกไม่ถึงจริงๆว่าเซียวปิงหลานจะกล้ามาถึงตระกูลหลงอีกทั้งชายหนุ่มที่เป็ถึงคนในตระกูลหลงกลับยืนอยู่ด้านหลังเขา
ทุกคนต่างก็แสดงออกถึงความฮึกเหิมหลังจากเห็นหลงเหยียนแล้ว สถานการณ์ก็วุ่นวาย
เมื่อเซียวปิงหลานเห็นหลงเหยียนออกมาใบหน้าก็ประกายความผยอง “ใมากใช่หรือไม่ ข้าก็นึกว่าเ้าจะมัวแต่ซ่อนอยู่ข้างในเป็เต่าที่เอาแต่มุดหัวอยู่ในกระดองเสียอีกดูเหมือนจะมีความกล้าขึ้นมาบ้างแล้วนี่ แต่วันนี้ข้ากับท่านพ่อมาเป็แขกในจวนได้ยินมาว่าเ้าทำร้ายเอ้าอวีที่เป็เพื่อนรักข้าเ้าว่าเราควรสะสางเื่นี้เช่นไร?”
หลงเหยียนเข้าใจดีเ้าหมอนี่กลัวตนจะเปิดเผยความจริงที่บิดาเขาและลุงสองร่วมมือกันจึงอยากฆ่าตนให้ตาย เพียงแต่เวลานี้มีคนตระกูลหลงอยู่มาก จึงมิอาจพูดออกมาส่งเดชหลงเหยียนยื่นมือออกไปชี้หน้าเซียวปิงหลาน สีหน้าไร้ซึ่งความกลัว
“เ้าอุตส่าห์มาถึงที่นี่แล้วยังต้องแสร้งทำหน้าซื่ออีกหรือเ้ามาเพื่อฆ่าข้า ยังจะหาเหตุผลบ้าบอเช่นนี้มาอ้างอยากให้ข้าขายหน้าต่อผู้คนมากมายหรือ” หลังพูดจบหลงเหยียนก็ชูนิ้วกลางให้เขาเป็การท้าทายเซียวปิงหลาน
--------------------
1 หนึ่งเค่อเท่ากับ สิบห้านาที
2 เหมี่ยว (秒) วินาที