เหยียนอี้เลี่ยแสยะยิ้มเยือกเย็นมือแกร่งแลเห็นข้อกระดูกชัดเจนยกจอกสุราตรงหน้าขึ้นจิบ เขาคาดเดาได้ไม่มีผิดสตรีที่อวดเก่งเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอนมิหนำซ้ำสถานะของนางยังเป็นเพียงธิดาในตระกูลวาณิชหลวง ซึ่งเจ้าตัวเองก็ไม่ได้รับความโปรดปรานสักเท่าไรจะเทียบชั้นกับคุณหนูสูงศักดิ์ดั้งเดิมอย่างมู่จื่อรั่วได้อย่างไร
ทีแรกคิดว่านางฉลาดหลักแหลมยิ่งอีกทั้งมีรูปโฉมไม่เป็นสองรองใคร บางทีอาจจะรับนางไว้เป็นชายารองถึงเวลาคงพอช่วยเหลือเกื้อกูลตนได้บ้าง
ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จำเป็นแล้วผู้หญิงที่ไม่รู้จักซ่อนคมประเภทนี้ไม่เหมาะกับเขา คนที่เขาต้องการคือมู่จื่อรั่วผู้หญิงที่รูปงาม นิสัยฉลาดเฉลียวน่ารัก วงศ์ตระกูลทรงอิทธิพลและสามารถเป็นมือขวาให้เขาได้
ทว่าเมื่อครู่นี้นางใช้เลือดของตนคืนชีพต้นไม้นั่นเป็นการแอบใช้ยาบางอย่าง หรือในเลือดของนางมีอะไรที่พิเศษ? เหยียนอี้เลี่ยสัมผัสได้ถึงกลิ่นแปลกๆ จากเรื่องนี้ทันทีเขาจึงเงยหน้าขึ้นมองไปยังไป๋เซียงจู๋ แต่ดันสบเข้ากับนัยน์ตาสีดำสนิทคู่หนึ่งนั่นคือ…
แม้ไป๋เซียงจู๋จะรีบเบือนหน้าหนีไปประหนึ่งเจองูพิษแต่เขาก็จับสังเกตสิ่งผิดปกติได้อยู่ดี เหยียนอี้เลี่ยขมวดคิ้วแน่นเพราะเหตุใดเขาจึงเห็นความต่อต้าน ความชิงชังหรือแม้กระทั่งความรังเกียจเดียดฉันท์ที่พยายามอดกลั้นฉายในดวงตาของนาง
นี่มันเพราะอะไรกัน ทำไมนางถึงต้องใช้สายตาแบบนี้มองเขา
ยังไม่ทันได้คำตอบก็มีร่างบอบบางของใครคนหนึ่งเดินผ่านไป ร่างนั้นคือมู่จื่อรั่วนั่นเองนางเดินนวยนาดไปหยุดอยู่เบื้องหน้าไป๋เซียงจู๋ มือป้องปากตนด้วยความตกใจ“ดอกไม้เสียกลีบไปตั้งมากมายขนาดนี้ นี่เป็นของขวัญพระราชทานจากฮ่องเต้เชียวนะคุณหนูใหญ่ไป๋ เจ้าทำลายของขวัญที่ฮ่องเต้ทรงประทาน คงไม่ดีนักใช่ไหมเล่า”
ไป๋เซียงจู๋เลิกคิ้วเล็กน้อยน้องสาวผู้ ‘เก่งกาจรอบด้าน’ ของนางต้องการจะเล่นลูกไม้อะไรอีกเล่า
เดิมทีดอกไม้นี่ไม่มีชีวิตอยู่แล้วนางเป็นคนคืนชีพให้มัน แต่ตอนนี้กลับโทษว่านางทำให้ดอกไม้เฉาตาย ช่างแว้งกัดเก่งจริงๆ
ไป๋เซียงจู๋คลี่ยิ้มบางหากนางทำของที่ได้รับพระราชทานเสียหาย นั่นหมายถึงการดูหมิ่นพระมหากรุณาธิคุณหากนางยอมรับ โทษสถานเบาคือติดคุก สถานหนักเกรงว่าศีรษะจะต้องหลุดจากบ่า
“คุณหนูมู่น่าจะตาพร่ามัวแล้วข้าใช้กลีบที่ร่วงลงพื้นตั้งแต่แรก นอกจากนี้ถ้าไม่ใช่เพราะข้าฉูจวี๋สีสวยกระถางนี้คงไม่มีกระทั่งพลังชีวิตให้ผลิดอก”
สีหน้าของไป๋เซียงจู๋ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อยกลับอธิบายอย่างใจเย็นด้วยซ้ำ
สายตาของทุกคนทอดไปยังฉูจวี๋กระถางนั้นเช่นเดียวกันใช่ ดอกฉูจวี๋ในตอนนี้บานสะพรั่ง สวยสดงดงามยิ่งกว่าดอกเบญจมาศทั้งหมดเสียอีกและพวกเขาเห็นชัดกับตาแล้ว ไป๋เซียงจู๋ชุบชีวิตให้ฉูจวี๋ต้นนี้ด้วยตนเองแม้ไม่เข้าใจว่านางทำได้เช่นไร แต่นางทำสำเร็จโดยแท้จริงบัดนี้แค่กลีบดอกร่วงไม่กี่กลีบกลับพูดว่านางทำลายของขวัญจากฮ่องเต้นี่มันไม่ถูกต้องแล้ว
มู่จื่อรั่วถึงกับมุมปากกระตุกแต่แล้วแววตาก็เปลี่ยน จากนั้นจึงเดินเข้าไปใกล้ด้วยความเป็นมิตร“นึกไม่ถึงว่าคุณหนูเซียงจู๋จะเก่งกาจขนาดนี้ รั่วเอ๋อร์นี่จริงๆ เลย… โอ๊ย!”
จู่ๆมู่จื่อรั่วก็คะมำไปด้านหน้า ร่วงลงไปอย่างนั้นทั้งตัว
“รั่วเอ๋อร์!”เหยียนอี้หรานรีบเข้าไปรับไว้ โชคดีที่ไม่ล้มลงพื้น
ไป๋เซียงจู๋ยกยิ้มน้อยๆแสดงได้ไม่เลวนี่
มู่จื่อรั่วถูกพยุงขึ้นโดยเหยียนอี้หรานริมฝีปากสั่นเทา น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากดวงตาใส “หากคุณหนูใหญ่ไป๋ไม่ชอบรั่วเอ๋อร์ก็บอกกันดีๆได้ ไยจึงใจร้ายเช่นนี้ อยากให้รั่วเอ๋อร์อับอายต่อหน้าธารกำนัล…”
“เกิดอะไรขึ้น!”เสียนกุ้ยเฟยแผดเสียงตำหนิด้วยความไม่พอใจ
เห็นได้ชัดว่าพระสนมเสียนกุ้ยเฟยกริ้วแล้วทุกคนในที่นี้เอะอะกันระงม
“ท่านน้าอย่าถือโทษท่านพี่ผู้นี้เลย นางเองก็คงไม่ได้เจตนา”มู่จื่อรั่วเอ่ยปากแก้ต่างโดยพลัน และหันไปพูดกับไป๋เซียงจู๋อย่างน้อยใจ“คุณหนูใหญ่ไป๋คงไม่ได้มีเจตนาร้ายจริงๆ เป็นข้าเองที่กล่าวหาเจ้า”ทว่าพอนางกะพริบตาคู่นั้น หยาดน้ำที่ค้างอยู่บนขนตากำลังบ่งบอกว่าเสียใจ ทำเอาน่าสงสารเหลือแสน
“กล่าวหาอะไรกันน้องคือสมบัติล้ำค่า ไม่เคยถูกทำร้ายจิตใจเช่นนี้ทำไมเจ้าต้องวิงวอนขอความเมตตาให้ผู้หญิงร้ายกาจคนนี้ด้วย นางจงใจเพราะทนเห็นเจ้าดีกว่าไม่ได้ชัดๆ ” เหยียนอี้หรานมองไป๋เซียงจู๋แววตาปานจะเขมือบนางลงท้องให้ได้
ผู้หญิงใจอำมหิตคนนี้กล้าลงไม้ลงมือกับรั่วเอ๋อร์ของเขาเชียวหรือรนหาที่เสียจริง
เสียนกุ้ยเฟยคิดจะช่วยมู่จื่อรั่วเหมือนกันนางจึงออกคำสั่งด้วยความเกรี้ยวกราดทันที “รั่วเอ๋อร์หลานอย่าได้ปกปิดความผิดแทนนางเลย นึกไม่ถึงว่าจะกล้าตั้งใจทำร้ายคนอื่นเช่นนี้ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย บังอาจยิ่งนัก! ไป๋เซียงจู๋ยังไม่รีบคุกเข่าอีก!”
ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจสถานการณ์พลิกผันไวเหลือเกิน ทำเอารับมือไม่ทันถึงกระนั้นก็มีเรื่องหนึ่งที่แน่ใจมาก พระสนมเสียนเฟยจะเข้าข้างมู่จื่อรั่ว
ความคิดนี้แล่นผ่านไปอย่างรวดเร็วบรรดาหญิงสาวรู้สึกเย็นวาบที่แผ่นหลังโดยไม่รู้ตัวโชคดีที่ตนไม่ได้ประชันกับมู่จื่อรั่วอย่างเอาเป็นเอาตาย พระสนมเสียนเฟยโปรดนางมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ย่อมเข้าข้างนางทุกเรื่องเป็นธรรมดาหากพวกนางโดดเด่นเกินหน้าเกินตาก็จะมีสภาพเดียวกันกับไป๋เซียงจู๋กลายเป็นปรปักษ์ของพระสนมเสียนเฟยและพระนางจะกำจัดพวกนางทิ้งให้สิ้นซากเพื่อมู่จื่อรั่วอย่างแน่นอน
มู่จื่อรั่วยิ้มอย่างภาคภูมิใจที่นี่คืองานเลี้ยงชมดอกไม้ที่เสียนกุ้ยเฟยเป็นเจ้าภาพ และเสียนกุ้ยเฟยนั้นเป็นใคร ก็เป็นน้าของนาง น้าแท้ๆของนาง อีกทั้งนางยังรู้ดีว่าน้าคนนี้ก็คิดจะตีสนิทบิดาตนเพื่อสู่ขอนางให้องค์ชายห้าโอรสของตัวเอง
เพราะฉะนั้นเสียนกุ้ยเฟยจะไม่มีทางปล่อยให้นางอับอายขายขี้หน้าและเสียนกุ้ยเฟยก็มั่นใจอย่างยิ่งว่าไป๋เซียงจู๋ผู้นี้จะเป็นอุปสรรคของมู่จื่อรั่วต้องกำจัดผู้หญิงแบบนี้โดยเร็วที่สุดเท่านั้น
ขณะมู่จื่อรั่วกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องนางส่งสายตาซาบซึ้งใจไปให้เสียนกุ้ยเฟย น้าของตนย่อมเอ็นดูตนอยู่แล้ว
ไป๋เซียงจู๋เจ้าครอบครองใบหน้างามล่มเมืองล่มแผ่นดินแล้วอย่างไร ต่อให้เจ้าใช้เล่ห์กลกระจอกๆแสดงความสามารถ ทว่ามันไม่มีวันเข้าตาคนที่เกลียดเจ้าดังนั้นวันนี้ก็ขอรอยลว่าเจ้าจะลงเอยเช่นไรแล้วกัน!
อาการดีใจจนเนื้อเต้นของมู่จื่อรั่วไม่รอดพ้นสายตาของไป๋เซียงจู๋แม้แต่นิดเดียวนางเผยรอยยิ้มจาง ลุกขึ้นช้าๆ เดินไปยังจุดศูนย์กลางกล่าวแย้งอย่างไม่มีทีท่ากริ่งเกรง “พระสนมเสียนเฟยโปรดประทานอภัยให้ความโง่เขลาของหม่อมฉัน หม่อมฉันไม่ทราบว่าตนทำความผิดอันใดไยจึงต้องคุกเข่า”
มีคนถึงกับอ้าปากค้างไม่น้อยมองนางด้วยความตกใจ อาจหาญท้าทายพระสนมเสียนเฟยต่อหน้าทุกคนไป๋เซียงจู๋คนนี้ไม่รักชีวิตแล้วหรือ!
คนประเภทที่เสียนกุ้ยเฟยสั่งให้คุกเข่าแล้วยังถามว่าเพื่ออะไรคงมีเพียงไป๋เซียงจู๋ผู้นี้คนเดียวสินะ
เสียนกุ้ยเฟยตะลึงงัน พลันโมโหจนพูดไม่ออกทว่ายังคงต้องสงวนกิริยาสูงส่งเปี่ยมคุณธรรมของตนไว้นางว่าต่อไปพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “ในเมื่อเจ้าไม่ยอมรับผิดวันนี้ข้าก็จะสั่งสอนเจ้าแทนยายของเจ้าเอง! เมื่อครู่เจ้าขัดขารั่วเอ๋อร์หรือ รั่วเอ๋อร์หลานไม่ต้องช่วยนาง หลานว่ามาเสีย นางจงใจยื่นเท้าทำให้เจ้าสะดุดใช่หรือไม่ วันนี้น้าจะจัดการให้หลานแน่!”
ทันทีที่พูดจบไป๋เซียงจู๋ยิ้มกว้างยิ่งกว่าเดิม ส่วนมู่จื่อรั่วก็ตาวาวแววตาที่เผยออกมาเพียงชั่วอึดใจแฉความร้ายกาจของตัวนางเอง นางรีบเดินเข้าไปร่วมวงริมฝีปากสีชมพูอ่อนสั่นเล็กน้อย ทำทีว่าแสนลำบากใจพยายามถูนิ้วมือกับผ้าเช็ดหน้าอย่างแรง น้ำตาคลอหน่วยเหมือนลังเลที่จะพูด “ท่านน้ารั่วเอ๋อร์ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ คิดๆ แล้วคุณหนูใหญ่ไป๋เองคงไม่ได้ตั้งใจ…นางน่าจะแค่เมื่อยเท้าจึงยืดเส้นยืดสายก็เท่านั้น…”
น้ำใสในดวงตาของมู่จื่อรั่วดูคล้ายว่าจะทะลักออกมาได้ทุกเมื่อทำเอาบุรุษหลายคนในเหตุการณ์ทนไม่ได้ เหยียนอี้หรานถึงขนาดรู้สึกเจ็บใจไปด้วยมีคนจิตใจดีงามปานนี้ได้อย่างไรกัน ทั้งที่ไป๋เซียงจู๋เป็นฝ่ายผิดอย่างชัดเจนทำไมนางยังต้องกล้ำกลืนฝืนทนขอร้องแทนคนแบบนั้น
“น้องเป็นถึงบุตรสาวคนโตในเหิงชินอ๋องทั้งยังเป็นน้องสาวของพี่ ดังนั้นเมื่อเจ้าถูกทำร้ายจิตใจก็ไม่จำเป็นต้องทนพี่จะทวงความยุติธรรมให้น้องเอง!” ในที่สุดเหยียนอี้หรานก็โพล่งออกมามองไปยังมู่จื่อรั่วด้วยแววตากระตือรือร้น หวังให้นางรับรู้ความตั้งใจจริงของตน