มู่ไป่
“อืม...ดูเหมือนว่าข้าจะมาช้าเกินไปจนพลาดเื่สำคัญไปสินะ”
เสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นไม่ไกลจากตำแหน่งที่ปาล์มนั่งอยู่นักเขารีบหันขวับกลับไปมองอย่างฉงนเนื่องเพราะประหลาดใจว่านอกจากตัวเขากับหลิงอันแล้วก็ไม่น่าจะมีคนอื่นอยู่ในระแวกนี้อีก
คนผู้นั้นรูปร่างเล็กแลหน้าตาละม้ายเด็กชายผู้หนึ่ง ใบหน้าหมดจดดวงตาสดใสมีประกาย สวมใส่เสื้อผ้ารัดกุมในมือถือสิ่งของบางอย่างอยู่เขามาถึงที่นี่ั้แ่ตอนไหน เหตุใดปาล์มจึงไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย ฝีเท้าของเขาเงียบกริบทว่ากลับมีสิ่งผิดปกติที่ประหลาดกว่าหากสายตาของปาล์มไม่ฝาดไป เขาคิดว่าทุกสิ่งรอบตัวของเขากำลังหหยุดนิ่ง
ใบไม้ไร้การปลิวไหวหมู่แมลงกางปีกลอยเติ่งหยุดค้างอยู่เบื้องหน้า ....รวมถึงสุนัขจิ้งจอกคู่อริตัวนั้นด้วย
ภายในใจของปาล์มเริ่มสั่นระรัวไม่เป็จังหวะ
“ถูกต้องแล้วมันเป็อย่างที่เ้าคิด ...ข้าเป็คนหยุดพวกมันเอาไว้เอง”ผู้มาใหม่กล่าวขึ้นราวกับจะล่วงรู้ความคิดของเขา
“แต่ข้าก็เกรงว่าคงจะหยุดเอาไว้ได้ไม่นานซึ่งเป็สิ่งที่เกินขีดความสามารถของข้าเกินไป” เขากล่าวทีเล่นทีจริง
“คุณเป็ใครกันแน่”ถึงแม้จะกำลังใอยู่ แต่ปาล์มก็้าความกระจ่างเพราะคนผู้ที่แม้ผิวเผินดูคล้ายเยาว์วัยทว่าคงจะไม่ธรรมดา
“เื่นี้เอาไว้ทีหลังเถอะตอนนี้ข้าจำต้องช่วยคนก่อน”ผู้มาใหม่กล่าวพลางเดินเข้าไปหาหลิงอันที่ลมหายใจกำลังรวยรินเต็มที
“โปรดอย่ากังวลศัตรูของเ้าจะยังคงขยับเขยื้อนไม่ได้สักพัก และข้ามาที่นี่เพื่อช่วยพวกเ้าข้าไม่แน่ใจว่าเราจะเป็มิตรกันหรือไม่ แต่อย่างน้อยก็ไม่ใช่ศัตรูอย่างแน่นอน”
ปาล์มรีบหันไปมองเ้าสัตว์ร้ายที่ยืนอยู่ไม่ห่างนักเขาขอเชื่อคำพูดของเด็กน้อยไว้
“พี่สาวของข้ากำลังลำบากได้โปรดช่วยนาง” เขาวิงวอนขณะที่ผู้มาใหม่คุกเข่าลงแล้วใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะที่บริเวณลำคอของนางเบาๆแววตาของเขามีความหนักใจบางอย่าง
“ข้าอาจช่วยนางได้หรืออาจไม่ได้ หากช่วยนางครานี้ข้าคงต้องสูญพลังไปมาก”
“หมายความว่ายังไงครับ”
“อาการขอนางค่อนข้างสาหัสลมหายใจสุดท้ายกำลังจะมาถึงนางกำลังพยายามดิ้นอยู่”
ปาล์มแทบอยากจะร้องให้ออกมาพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ใหลออกมา
“ได้โปรดข้ายอมแลกทุกอย่างเพื่อให้นางรอดกลับมา ข้าขอร้องท่าน” คำพูดนี้เขากล่าวออกไปอย่างลืมตัวอาจคงเป็เพราะความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ข้างในซึ่งเขาไม่สามารถจะเก็บมันเอาไว้ได้อีกต่อไปนางคือสิ่งเดียวที่เขามีอยู่ในตอนนี้และสิ่งนี้กำลังจะหายไปอย่างไม่มีวันกลับมาเขาไม่้าจะสูญเสียนางไปในตอนนี้
เมื่อครั้งที่ยังเป็เด็กพ่อละแม่ของเขามักจะไปทำงานที่ต่างประเทศบ่อยๆทั้งคู่จึงจำเป็ต้องล่อยปาล์มไว้เพียงลำพังกับพี่เลี้ยง ความเหงาและความโดดเดี่ยวความคิดถึงบางสิ่ง แวะเข้ามาทักทายเขาอยู่เสมอหัวใจของเขาไม่เคยได้รับการเติมต็มจากความรักเลยจนมาถึงวันนี้....เขากำลังจะรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งแต่สิ่งที่เ็ปก็คือหลิงอันจะหายไปจากชีวิตของเขาตลอดไป
“เ้ากลัวความตายรึ”เด็กน้อยถามเสียงใสพลางหันมาสบตากับปาล์ม
“คะ ครับ”
“นามของข้าคือมู่ไป่” เขาแนะนำตัว
“ขอบอกเอาไว้ก่อนว่าถึงร่างกายของข้าจะคล้ายเด็กน้อยแต่อายุของข้านั้นมากกว่าร้อยปีแล้ว”
พลันปรากฎแสงสีขาวอ่อนและควันบางๆก็ค่อยๆโอบล้อมร่างกายของหลิงอันเอาไว้ปาล์มรู้สึกตะลึง เขาไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็ใครและกำลังทำอะไรอยู่
“ความตายเป็ดั่งเช่นความฝันความตายคือการหลุดพ้น โปรดอย่าหวาดกลัวไปเลย มันคือการเปลี่ยนผ่านของจิตใจและสภาวะเท่านั้นหากมีความเชื่อมั่นและซื่อตรงต่อตนเองแล้วต่อให้ความตายมาอยู่เบื้องหน้า เ้าก็ไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลทั้งนั้น”
เพียงครู่เดียวาแที่มีของนางก็ค่อยๆสมานตัวอย่างช้าๆ
“โอว...คนผู้นี้คือผู้วิเศษหรือนี่”
“อือ อือ ...หลิงอันเริ่มครางออกมาเบาๆจากลำคอเปลือกตาค่อยๆขยับ การหายใจเริ่มเป็จังหวะยาวขึ้นอีกทั้งความเ็ปค่อยๆลดลงทีละน้อย”
ปาล์มได้แต่จ้องมองนิ่งไม่กล้าปริปากปล่อยให้มู่ไป่ทำการรักษาต่อไป เขาแอบเห็นเม็ดเหงื่อเล็กๆผุดออกมาบริเวณหน้าผากของเขา
ในตอนนี้ปาล์มเริ่มที่จะยอมรับกับความจริงว่าโลกใบนี้เป็คนละโลกกับที่ที่เขาจากมาได้บ้างเพราะเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นช่างไร้ซึ่งความสมเหตุสมผลอย่างสิ้นเชิง เริ่มั้แ่สัตว์จิ้งจอกที่ฆ่าไม่ตายการหยุดนิ่งของเวลา เด็กน้อยที่อ้างตนว่าอายุร้อยกว่าปี รวมทั้งการรักษาคนเจ็บปางตายด้วยพลังงานบางอย่างโดยที่ไม่จำเป็ต้องใช้เครื่องมือแพทย์หรือส่งตัวไปที่โรงพยายาบาลเลย
คนพวกนี้เป็ครกันแน่?
“นางใกล้จะหายเป็ปกติแล้วหลังจากนั้นข้าจำเป็ที่จะต้องคุยกับเ้าสักเล็กน้อย”
“คะ คุยกับผม”
“ใช่ “
“เื่อะไรครับ”เขาทำเสียงอึกอัก
“ความจริงแล้วคนที่มอบภาระกิจนี้ให้นางก็คือข้าเองแต่ดูเหมือนว่าคนที่ข้าให้นางนำตัวมานั้นหาใช่เ้าไม่ข้าจำเป็จะต้องตรวจสอบว่าไฉนถึงเป็เ้าที่กลับมาพร้อมนางแทนที่จะเป็สหายผู้หนึ่งของข้า”
“ผมไม่เข้าใจครับ”
“เื่นี้ค่อนข้างยืดยาวไว้ข้าจะอธิบายทีหลัง หลังจากที่พวกเราออกไปจากที่นี่ได้แล้ว”
เวลาผ่านไปไม่นานหลิงอันก็ลืมตาขึ้นมา
นางอยู่ในอาการใเพราะคิดว่าตนเองน่าจะตายไปแล้วแต่เหตุใดจึงกลับมาเป็ปกติได้กำลังของนางกลับมาจนครบถ้วน าแหายเป็ปลิดทิ้ง มีเพียงเสื้อผ้าที่ขาดรุ่ยเมื่อเงยหน้ามองก็เห็นใบหน้าของคนผู้หนึ่ง นางจำใบหน้านี้ได้อย่างขึ้นใจเขาคือคนที่ช่วยนางออกจากคุกใต้ดินเมื่อราวสองปีก่อนเพื่อแลกกับการตามหาคนบางคน มาครั้งนี้เขาก็ได้หวนกลับมาช่วยนางอีก
“มู่ไป่...นี่ท่าน” นางกล่าวเสียงเบาเกือบเป็กระซิบ ทว่าในใจกลับมีความปิติรับรู้ได้ถึงพลังอันเหนือธรรมชาติบางอย่าง
“ใช่แล้วข้าเอง” เขายิ้มมุมปากออกมา