Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    บทที่ 69 รอบชิงชนะเลิศ

            “การประลองรอบเก้าคนสุดท้ายรอบที่สอง เริ่มได้!” ช่างหลินกล่าวออกมาจากนั้นจึงได้ถอยฉากออกไปจากสนามประลองซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับหลิวเลี่ยงเฟิ่งเรียกจิตวิญญาณหมาป่าทองออกมาและเปลี่ยนมันให้กลายเป็นอาวุธจิตวิญญาณดาบสีทองในมือของตนเอง หลิวเลี่ยงเฟิ่งชี้ดาบไปทางถังชิงเช่นกัน ทางด้านหลิวจิวฮุ่ยนั้นยืนกอดอกอยู่ที่เดิม ไม่มีทีท่าว่าจะลงมือแม้แต่น้อย เขาเพียงกล่าวออกมาเพียงประโยคเดียวเท่านั้น
            “จัดการมันซะ…” เสียงของหลิวจิวฮุ่ยเต็มไปด้วยความรำคาญ เขาทำท่าทางเหยียดหยามถังชิงราวกับคนผู้นี้ไม่มีค่าพอให้เขาใส่ใจ แต่หลิวจิวฮุ่ยเองก็มีความสามารถที่จะทำอย่างงั้น นั่นเพราะถึงอย่างไรถังชิงก็มีพลังฝึกตนในขอบเขตปราณขั้นห้าระดับสูงเท่านั้นเอง แม้แต่หลิวเลี่ยงเฟิ่งยังสามารถสู้กับถังชิงได้ด้วยซ้ำไป
            เคร้ง! เคร้ง!! เคร้ง!!!
            เสียงโลหะของดาบและกระบี่เข้าฟาดฟันกันอย่างรวดเร็ว แสงปราณสีทองและน้ำเงินเข้าพัวพันฟาดฟันกันไปมาราวกับสองสัตว์ร้าย สีหน้าของถังชิงแสดงความเจ็บปวดออกมาอย่างรุนแรง ปราณสีทองที่แฝงมากับเพลงดาบของหลิวเลี่ยงเฟิ่งได้เข้ากระแทกอวัยวะภายในของถังชิงจนรู้สึกเจ็บปวด
            “อ๊ากกกกกกก!!” ถังชิงที่เลือดกบปากได้วาดกระบี่พิษงูเขียวออกไปทางเบื้องหน้าด้วยกระบวนท่าเขี้ยวสวรรค์ตัดฟ้า ปราณรูปจันทร์เสี้ยวสีน้ำเงินได้พุ่งออกไปกระแทกใส่ร่างของหลิวเลี่ยงเฟิ่ง ซึ่งหลิวเลี่ยงเฟิ่งเองก็ใช้ดาบอันแข็งกร้าวฟาดฟันปราณกระบี่นั้นจนสลายไปกลางอากาศ แต่ในตอนนั้นเองที่ปราณสีน้ำเงินเข้มที่แตกสลายไปได้ซึมซาบเข้าสู่ร่างของหลิวเลี่ยงเฟิ่งอย่างรวดเร็ว
            แต่หลิวเลี่ยงเฟิ่งเองก็รู้เกี่ยวกับปราณหกสังหารเช่นกัน วิชาตัวเบาของเขาถูกใช้ออกมาอย่างรวดเร็ว สกุลหลิวซึ่งเป็นคู่แค้นกับสกุลถังมานานย่อมสืบทราบเกี่ยวกับความสามารถของวิชาปราณอีกฝ่ายมาไม่มากก็น้อย หลิวเลี่ยงเฟิ่งเมื่อถูกปราณหกสังหารแทรกซึมเข้ามาในร่าง เขาก็ได้ถอยฉากออกมา
            หลิวเลี่ยงเฟิ่งเพิ่มความเร็วในวิชาตัวเบาของตนเพื่อไม่ให้โดนปราณหกสังหารแทรกซึมเข้ามาเพิ่ม แต่ถึงอย่างไรจุดแข็งที่สำคัญของปราณหกสังหารก็เป็นจุดอ่อนด้วยเช่นกัน การจะทำให้ปราณสังหารปะทุออกมาจำเป็นต้องโจมตีให้สัมฤทธิ์ผลถึงหลายครั้ง
            ฟิ้ววววว!!
            เสียงลมเข้าปะทะกับเสื้อผ้าของหลิวเลี่ยงเฟิง เขาพุ่งทะยานไปมารอบกายของถังชิงจนบังเกิดลมพายุสีทอง หลิวเลี่ยงเฟิ่งกระชับดาบในมือเพื่อพร้อมโจมตีใส่ทุกเมื่อ ถังชิงเองก็กระชับกระบี่ในมือเพื่อตั้งรับอีกฝ่าย ดวงตาของถังชิงพยายามมองตามร่างของหลิวเลี่ยงเฟิ่งเพื่อหาโอกาสโจมตีอีกฝ่าย แต่เขากลับพบว่าเขาไม่อาจมองตามความเร็วของอีกฝ่ายได้ทันเลย ในตอนนั้นเองเขาได้หลับตาลงในทันที
            ในเมื่อดวงตาของเขามองตามไม่ทัน อย่างนั้นเขาก็จะใช้ประสาทสัมผัสอื่นในการตามจับอีกฝ่าย ถังชิงเชื่อมั่นในสัญชาตญาณของตัวเองจนถึงที่สุด เสียงสายลมหวีดหวิวลอยเข้ากระทบกับโสตประสาทของเขา ภายในจิตใจของถังชิงตัดสิ่งไม่จำเป็นทั้งหมดออกและเพ่งจิตทั้งหมดตามเสียงสายลม
            กระบี่อสรพิษหมื่นแปร อสรพิษฉกเหยื่อ!!
            ในตอนนั้นเองที่กระบี่ของถังชิงได้พุ่งออกไป ปราณสีน้ำงเนเข้มรูปงูพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วทางทิศทางที่ว่างเปล่า และในชั่วพริบตานั้นเองที่หลิวเลี่ยงเฟิ่งได้พุ่งไปในจุดนั้นในทันที ปราณงูพิษเข้ากระแทกร่างของหลิวเลี่ยงเฟิ่งอย่างรุนแรง ร่างของหลิวเลี่ยงเฟิ่งถูกกระแทกลอยขึ้นกลางอากาศ และในตอนนั้นเองที่ดวงตาของถังชิงได้ลืมตาขึ้นมา ดวงตาสีเขียวมรกตเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่น มือของเขาพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและชักกลับอย่างรวดเร็วกว่าสี่ครั้งด้วยกระบวนท่าอสรพิษฉกเหยื่อ
            อสรพิษสีน้ำเงินเข้มพุ่งกระแทกใส่ร่างของหลิวเลี่ยงเฟิ่งกลางอากาศในชั่วพริบตาและซึมซาบเข้าสู่ร่างนั้นอย่างรวดเร็ว และในตอนนั้นเองที่ปราณที่สะสมไว้ในร่างได้ปะทุออกมาและสร้างการโจมตีพิเศษจากภายในที่รุนแรงกว่าเดิมถึงหกเท่าออกมา!
            ถังเฟยหู่ที่มองการประลองอยู่ถึงกับนึกขำในใจ หลิ่วเลี่ยงเฟิ่งนั้นใช้ความเร็วเพื่อหลบหลีกปราณหกสังหาร อีกทั้งคนผู้นี้ยังมีดีแค่ความเร็ว การควบคุมไม่ได้ดีอะไรมาก ใช้ทักษะทั้งหมดไปกับการเพิ่มความเร็ว อีกทั้งวิชาตัวเบาของเขายังวิ่งไปในจุดเดิมทุกครั้งจนถังชิงสามารถจับทิศทางได้ นับว่าหลิวเลี่ยงเฟิ่งนั้นประมาทจนเกินไป
            และในตอนนั้นเองที่หลิวเลี่ยงเฟิ่งลงมากระแทกกับพื้นเบื้องหน้าหลิวจิวฮุ่ยพอดี ร่างของหลิวเลี่ยงเฟิ่งนั้นบาดเจ็บภายในกว่าหลายส่วน แต่ก็ไม่ได้หนักมากจนถึงกับต่อสู้ไม่ได้ ในตอนที่หลิวเลี่ยงเฟิ่งพยายามลุกขึ้นมาอยู่นั้นเอง หลิวจิวฮุ่ยได้เรียกดาบสีทองออกมาในชั่วพริบตาและฟันใส่หลิวเลี่ยงเฟิ่งท่ามกลางสาตาอันตื่นตะลึงของผู้คน
            หลิวจิวฮุ่ยวาดขาเตะอีกฝ่ายออกไปจากสนามประลอง “หลิวเลี่ยงเฟิ่ง! เจ้าทำให้สกุลหลิวขายหน้า! ไม่สมควรเป็นคนของสกุลหลิวเลยแม้แต่น้อย ถ้าเจ้าจัดการมันไม่ได้ อย่างงั้นข้าก็จะทำเอง!!” หลิวจิวฮุ่ยตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ทันใดนั้นเองที่เขาได้จับจ้องไปทางถังชิงที่ยืนอยู่บนสนามประลองอีกคน
            เพลงดาบหมาป่าทองคำ หมาป่าสังหารทั่วหล้า!!
            ร่างของหลิวจิวฮุ่ยหมุนตัวอย่างรวดเร็วราวกับพายุ ปราณดาบสีทองจำนวนมากพุ่งออกมารอบดาบจนมืดฟ้ามันดิน ราวกับบังเกิดภาพมายากองทัพหมาป่าทองที่บดขยี้ทุกทิศทุกทางจนราบเป็นหน้ากอง
            ถังชิงยังคงไม่ยินยอมพ่ายแพ้อย่างง่ายดาย เขาจับกระบี่พิษงูเขียวด้วยทั้งสองมือเพื่อต้านรับกระบวนท่าตรงหน้า แต่ปราณขั้นห้าระดับสูงของเขาไม่อาจต่อต้านปราณขั้นเก้าระดับต่ำของหลิวจิวฮุ่ยได้เลย ร่างของเขาถูกกระแทกถอยหลังไปหลายก้าวและกลิ้งไปกับพื้น อวัยวะภายในของเขาถูกกระแทกราวกับจะเคลื่อนไปอยู่ผิดที่จนหมด เขาได้กระอักเลือดออกมาด้วยความเจ็บปวด และเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าหลิวจิวฮุ่ยได้เคลื่อนร่างมาอยู่ด้านหน้าของเขา
            หลิวจิวฮุ่ยทำสีหน้าเหยียดหยามออกมา เขายกขาขึ้นและเหยียบลงไปบนมือของถังชิงที่นอนกองกับพื้น “ใต้ฝ่าเท้าของข้าคือที่อยู่ที่สมควรของคนสกุลถัง ชนรุ่นหลังของสกุลถังมีแต่พวกใช้ไม่ได้ ต่อไปเมื่อข้าได้เป็นศิษย์สำนักอันยิ่งใหญ่ เมื่อนั้นก็คงถึงเวลาที่สกุลถังจะต้องดับดิ้นไป เมืองฟูเจี้ยนแห่งนี้จะกลายเป็นของสกุลหลิวโดยสมบูรณ์”
            หลิวจิวฮุ่ยวาดดาบออกในทันที ดาบนั้นฟันเข้าใส่ไหล่ของถังชิงอีกทั้งยังหนุนเสริมด้วยพลังปราณอันเกรี้ยวกราดที่ส่งร่างของถังชิงตกเวทีไป ซึ่งในตอนนั้นเองที่คนของสกุลถังจำนวนมากต่างวิ่งกันเข้ามาเพื่อรับร่างของถังชิง แต่ละคนมีสีหน้าเจ็บปวดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะสหายและญาติสนิทของถังชิง
            พวกเขาทั้งถูกเหยียดหยามและดูถูกต่อหน้าผู้คน แต่พวกเขาก็ไม่อาจปฏิเสธได้เรื่องที่คนในตระกูลต่างก็ไม่มีใครที่มีพรสวรรค์สู้หลิวจิวฮุ่ยได้สักคน และเหมือนในตอนนั้นเองที่ทุกคนกลับหันไปมองถังเฟยหู่อย่างลืมตัว คนผู้นี้นับว่าเคยเป็นคนของสกุลถังเช่นกัน แต่พวกเขาได้ทอดทิ้งถังเฟยหู่และครอบครัว พวกเขายังมีหน้าไปนับญาติรวมถถึงขอให้เขากอบกู้ชื่อเสียงให้ตระกูลอีกเหรอ?
            และถึงแม้พวกเขาจะหน้าด้านพอที่จะกระทำ แต่ถังเฟยหู่จะยินยอมช่วยผู้คนที่ทอดทิ้งครอบครัวของเขาอย่างงั้นเหรอ คำตอบคือไม่มีทาง! และในตอนนั้นเองที่ช่างหลินได้ประกาศว่าหลิวจิวฮุ่ยคือคนที่ได้ผ่านรอบต่อไป ช่างหลินหันไปมองคนทั้งสามที่เหลือในการประลองซึ่งคนทั้งสามต่างก็ขึ้นมาบนเวทีโดยที่ไม่ต้องเรียกขานแม้แต่น้อย
            หลิวหมิงลู่ หลิวฮวน และถังเฟยหู่ คนทั้งสามต่างยืนกันคนละมุมอย่างสงบนิ่ง สำหรับการประลองนี้หลิวหมิงลู่เหมือนเป็นเพียงตัวถ่วง ขอบเขตการฝึกตนของเขานับว่าต่ำเตี้ยจนเกินไป ต่างจากสองคนที่อยู่บนสนามประลอง หลิวหมิงลู่หันไปมองคนทั้งสองที่เหลือ หนึ่งคือหลิวฮวนซึ่งเป็นคนสนิทของคุณหนูจิวเลี่ยน แม้จะไม่มีสายเลือดของสกุลหลิวแต่นับว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่งของตระกูล มีขอบเขตฝึกตนอยู่ในระดับปราณขั้นแปด อีกคนหนึ่งก็คือถังเฟยหู่ผู้เป็นอันดับหนึ่งในรอบคัดเลือก แม้จะมีพลังเพียงขอบเขตปราณขั้นเจ็ดระดับต่ำแต่หลิวหมิงลู่คาดว่าคนผู้นี้ต้องแสดงพลังที่เหนือกว่าขอบเขตของตนได้แน่
            อึก…
            หลิวหมิงลู่กลืนน้ำลายอันหนืดข้นของตัวเองลงคออย่างยากลำบาก บนสนามประลองแห่งนี้ไม่ใช่ที่ของเขาจริงๆ ไม่ว่าจะพลังฝึกตนหรือพรสวรรค์ เขาไม่อาจสู้ใครได้เลยแม้แต่น้อย เขายิ้มแห้งๆออกมาและหันไปดูคนทั้งสองที่เหลือที่จ้องมองกันโดยมองข้ามตัวเขาอย่างสมบูรณ์ หากให้เขาไปเจอถังชิงยังดีเสียกว่า อย่างน้อยก็ยังพอมีพลังที่สูสีกนอยู่บ้าง นี่ชักจะเกินกำลังเขาไปเสียหน่อย
            ในตอนนั้นเองที่ช่างหลินได้กล่าวออกมา “เริ่มประลองได้!”
            ฟุ้บบบบบ!!
            ร่างของถังเฟยหู่พุ่งออกไปในชั่วพริบตาพร้อมกับประกายอัสนีสีฟ้าเส้นเล็กๆที่วิ่งไปรอบมือของเขา ยังไม่ทันที่หลิวฮวนจะเรียกจิตวิญญาณของตนออกมาเสียด้วยซ้ำไป ฝ่ามือของถังเฟยหู่ก็ถูกผลักออกมาเบื้องหน้าเข้าใกล้หน้าอกของเขาในชั่วพริบตาเดียว
            ฝ่ามือมังกรอัสนี มังกรครามถล่มปฐพี!!
            เปรี๊ยะ!
            หลิวฮวนตกใจเป็นอย่างมาก เขาพยามยามที่จะใช้วิชาตัวเบาของตระกูลก้าวถอยหลังออกไปแต่ฝ่ามือนั้นยังคงตามเข้าไปเรื่อยๆไม่หยุด ท่าเท้าอสรพิษลี้ลับของถังเฟยหู่ได้เข้าพัวพันและติดตามหลิวฮวนอย่างไม่ลดละ และในชั่วพริบตานั้นเองที่สายอัสนีสีฟ้าได้รวมตัวกันเป็นรูปใบหน้าของมังกร ฝ่ามือของถังเฟยหู่พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วและกดลงไปในลำตัวของหลิวฮวนและบดขยี้กระดูกของเขาไป
            ร่างของหลิวฮวนที่ไม่เคยฝึกฝนวิชาฝึกกายมาก่อนเมื่อเจอกับกระบวนท่าอันเกรี้ยวกราดแห่งฝ่ามือมังกรอัสนีย่อมไม่อาจต่อต้านได้ นี่เหมือนกับเอาหินก้อนใหญ่เข้าไปฟาดกับเปลือกไข่อันเปราะบาง หลิวฮวนร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและลอยออกไปไกลจนในที่สุดก็หล่นลงมากระแทกพื้นด้านล่างนอกสนามประลอง กลางหน้าอกของหลิวฮวนได้บังเกิดรอยไหม้รูปฝ่ามือ บริเวณนั้นมีควันและกลิ่นเหม็นไหม้ออกมา
            ถังเฟยหู่กวาดดวงตาสีม่วงดำไปมองหลิวหมิงลู่ ซึ่งอีกฝ่ายนั้นกลืนน้ำลายลงไปอย่างยากลำบากอีกครั้งหนึ่ง หลิวหมิงลู่หัวเราะแห้งๆออกมาพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นๆเล็กน้อย “เอ่อ…ข้าลงไปจากสนามประลองเองก็ได้ ไม่ต้องให้พี่ชายท่านนี้ส่งข้าลงไปหรอกนะ ยินดีที่ได้พบท่าน” หลิวหมิงลู่ประสานมือคาราวะพร้อมกับรีบวิ่งลงไปจากสนามประลองในทันที
            ถังเฟยหู่หันไปมองหลิวฮวนที่ถูกตนทำร้ายจนเจ็บหนักพร้อมกับนึกถึงเรื่องราวในอดีต ในตอนนั้นเขาสู้หลิวฮวนไม่ได้ด้วยซ้ำไป ในป่าอสูรเขาได้ใช้กลวิธีมากมายเพื่อจะชนะคนผู้นี้พร้อมกับช่วยจิ้งจอกน้อยออกมาจากเงื้อมมือหลิวจิวเลี่ยน แต่ในตอนนี้เวลาได้ผ่านไปหลายเดือน เขาได้แข็งแกร่งกว่าหลิวฮวนโดยไม่ต้องใช้กลโกงใดๆเพื่อเอาชนะอีกแล้ว
            ในตอนนั้นเองที่ช่างหลินได้พุ่งทะยานเข้ามาบนสนามประลอง “ผู้ชนะคือถังเฟยหู่ ผ่านเข้าสู่รอบสามคนสุดท้าย!” ช่างหลินหันกลับมาทางถังเฟยหู่ “รอบเมื่อครูท่านดูไม่เหนื่อยเลยแม้แต่น้อย อย่างนั้นท่านต้องการจะแข่งรอบชิงเลยหรือไม่ หรือท่านจะพักผ่อนก่อนจะประลองดี” ช่างหลินกล่าวถาม
            “สู้ต่อเลยเถอะ” ถังเฟยหู่กล่าวออกไปโดยไม่คิดอะไร แต่นั่นกลับทำให้ตระกูลหลิวรู้สึกเหมือนโดนตบหน้า นี่มิใช่ถังเฟยหู่กำลังกล่าวว่าการสู้กับยอดฝีมือสกุลถังไม่จำเป็นต้องพักก่อนเสียด้วยซ้ำไป นี่เป็นการดูถูกกันชัดๆ แต่กลับกัน คนที่เหลือภายในเมืองต่างรู้สึกชอบใจการกระทำของถังเฟยหู่ ในตอนนี้ราวกับพวกเขาต้องการให้คนผู้นี้มีชัยเหนือสกุลหลิวให้ได้ เพื่อสั่งสอนให้คนสกุลหลิวได้รู้เสียบ้าง
            หลิวจิวฮุ่ยและหลิวจิวเลี่ยนสองพี่น้องดูมีสีหน้าที่บึ้งตึง พวกเขารู้สึกโดนหักหน้าเมื่อเห็นการกระทำของถังเฟยหู่ คนทั้งสองพุ่งทะยานออกไปราวกับหมาป่าคลั่งและหยุดยืนอยู่บนสนามประลอง สายทั้งของทั้งสองจ้องดวงตาสีม่วงดำตรงหน้าอย่างหาเรื่อง ซึ่งหลิวจิวฮุ่ยก็ยืนกอดอกอย่างหยิ่งผยองอีกครั้งหนึ่ง แม้ภายในใจของเขาจะเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดแต่การที่เขาลงมือจัดการอีกฝ่ายพร้อมกันกับน้องสาวก็ดูเป็นการให้ค่าอีกฝ่ายมากเกินไป นั่นทำให้ชื่อเสยงยอดฝีมืออันดับหนึ่งของเขาต้องมัวหมอง
            ส่วนหลิวจิวเลี่ยนก็ได้เรียกจิตวิญญาณหมาป่าทองคำระดับสี่ของนางออกมา นางเอกก็จะไม่ลงมือเช่นกัน นางคิดใช้เพียงจิตวิญญาณของตนเองเพื่อลงมือ นี่เป็นการตบหน้าคนแซ่ถังตรงหน้าคืนเรื่องดูถูกนาง ในตอนนั้นเองที่ช่างหลินได้ถอยฉากออกไปยังริมเวทีประลองยุทธ์
            ช่างหลินกล่าวขึ้น “การประลองยุทธ์ประจำปีรอบชิงชนะเลิศ! ผู้เข้าแข่งทั้งสามคน หลิวจิวเลี่ยน หลิวจิวฮุ่ย และถังเฟยหู่ อีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นแล้วที่ชื่อเสียงของพวกเจ้าจะถูกกล่าวขานว่าเป็นรุ่นเยาว์ที่เก่งกาจที่สุดในฟูเจี้ยน! การประลองเริ่มได้!”
            โฮกกกก!
            ทันทีที่สิ้นเสียงของช่างหลิน หลิวจิวเลี่ยนได้ชี้นิ้วของนางออกไปเพื่อสังให้จิตวิญญาณของนางขย้ำอีกฝ่ายให้ตายไปเสีย! นางมั่นใจในจิตวิญญาณของตนเป็นอย่างมาก นั่นเพราะในเมืองฟูเจี้ยนนี้นับเป็นเรื่องยากอย่างมากที่จะสามารถพบเห็นจิตวิญญาณที่สามารถพัฒนาเข้าสู่ระดับสี่
            แต่สองพี่น้องสกุลหลิวกลับสามารถพัฒนาจิตวิญญาณของพวกตนเข้าสู่ระดับสี่ได้ กลายเป็นตำนานใหม่แห่งเมืองฟูเจี้ยน นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลหนึ่งที่พวกเขาทั้งสองกลายเป็นดูถูกทุกผู้คนรวมถึงถังเฟยหู่ พวกเขาเชื่อว่าหากรอบแรกเป็นการทดสอบพรสวรรค์ด้วยจิตวิญญาณคงไม่มีใครสู้พวกเขาได้!
            ในตอนนั้นเองที่หมาป่าทองคำตัวใหญ่ของหลิวจิวเลี่ยนได้ตะกุยเท้าพุ่งทะยานออกไปหาถังเฟยหู่อย่างรวดเร็ว ปากอันใหญ่โตของมันอ้าออกและหมายเข้าขย้ำคอของถังเฟยหู่ให้ขาดกระจุย ร่างของมันเปล่งแสงสีทองอันเจิดจ้าออกมา ในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้หลบออกมาด้วยท่าเท้าอสรพิษลี้ลับ
            ร่างของเขาหลบหนีออกไปได้และอยู่ด้านข้างของหมาป่าทองคำ ทันใดนั้นเองที่ฝ่ามือของเขาได้ยื่นออกไปด้วยกระบวนท่ามังกรอัสนีทำลายล้าง แสงอัสนีวิ่งพล่านไปทั่วทั้งฝ่ามือของเขา แต่เมื่อฝ่ามือของเขาได้สัมผัสกับร่างของหมาป่าทองก็รู้สึกถึงสิ่งประหลาดบางอย่าง พลังทำลายของฝ่ามือประสบผลเท่าที่เขาคาดไว้
            แม้เขาจะกระแทกหมาป่าทองให้ลอยออกไปได้ แต่อาการบาดเจ็บของมันก็มีเพียงไม่มากเท่านั้นเอง ดวงตาสีม่วงดำของเขากวาดมองไปทางหมาป่าทองก็สังเกตถึงรัศมีสีทองที่รวมตัวกันตรงที่เขาพึ่งโจมตีเมื่อครู่มากเป็นพิเศษ ทันใดนั้นเองเหมือนกับเขาได้คิดบางอย่างออกแล้ว
            ‘เป็นจิตวิญญาณระดับสี่ มีความสามารถใช้ธาตุต่างๆได้ ดูจากลักษณะภายนอกแล้วเจ้านี่จะต้องเป็นพวกประเภทใช้ธาตุแสงไม่ก็ทองเป็นแน่ถึงได้เปล่งแสงเช่นนี้ ไม่สิ เจ้าหมาป่าตนนี้คงจะเป็นธาตุทองแน่ๆถึงได้ต่อต้านฝ่ามือศาสตร์อัสนีได้’ ถังเฟยหู่กล่าวการวิเคราะห์ของตนเองขึ้นในใจ
            ‘จริงสิธาตุทอง เหมือนกับวิชาแพทย์ห้าธาตุของท่านตา ธาตุของหมาป่าเต็มไปด้วยพลังแห่งธาตุทอง หากจะทำลายก็ต้องใช้ธาตุไฟ…แต่วิชาเช่นนั้นข้าไม่มี’ ถังเฟยหู่คิดไปด้วยขณะหลบหลีกและพยายามโจมตีหมาป่าทองคำ ‘จริงสิ! ธาตุทองนั้นหนุนเสริมธาตุน้ำ วิชาเช่นนั้นข้าพอมีบ้าง ปราณเก้าเยือกแข็งเนื้อแท้ก็คือรูปแบบหนึ่งของศาสตร์วารีรูปแบบหนึ่งที่อยู่ในรูปเหมันต์ หากใช้วิชานี้น่าจะดีกว่า’
            ปราณเก้าเยือกแข็ง ฝ่ามือจงอาง!!
            ชั่วพริบตานั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ปะทุปราณเก้าเยือกแข็งออกมา ฝ่ามือปราณรูปร่างงูจงอางพุ่งทะยานรวดเร็วไปทางหมาป่าทองคำ ร่างของมันเปล่งแสงสีทองและรวบรวมพลังธาตุทองด้วยสัญชาตญาณของมันไปยังจุดที่กำลังโดนทำร้าย แต่ฝ่ามือของถังเฟยหู่ในครั้งนี้กลับต่างออกไป
            รอบฝ่ามือของถังเฟยหู่เต็มไปด้วยความหนาวเย็นสุดขั้ว และเมื่อใช้ปราณชนิดนี้กับร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนอย่างทรหดเพื่อรองรับพลังเยือกแข็ง พลังของมันยิ่งแสดงอานุภาพออกมามากมายกว่าเดิม หนุนเสริมให้กล้ามเนื้อและร่างกายของเขายิ่งแข็งแกร่งมากขึ้น และเมื่อฝ่ามือของเขาสัมผัสเข้ากับร่างของหมาป่าทองมันก็ได้กระแทกร่างของสัตว์ร้ายจนลอยออกไปหลายจั้ง
            หมาป่าทองร้องคำรามอย่างเจ็บปวด จุดที่ฝ่ามือของถังเฟยหู่ประทับลงไปก็ได้ปรากฏผลึกน้ำแข็งเกาะอยู่บนผิวหนังของมัน หมาป่าทองคำรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทันใดนั้นเองที่หลิวจิวเลี่ยนได้สั่งให้จิตวิญญาณของนางปะทุพลังธาตุทองออกมาเพื่อสลัดผลึกน้ำแข็งพวกนั้นออกจากร่างกาย
            แต่เมื่อเห็นเช่นนั้น ถังเฟยหู่ถึงกับยิ้มออกมา ทันใดนั้นเองที่ธาตุทองได้ปะทุขึ้นมาพลังธาตุทองกลับหนุนเสริมให้ผลึกน้ำแข็งบนร่างของหมาป่าทองคำกลับลุกลามมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆจนหยุดไม่ได้ หลิวจิวฮุ่ยเมื่อรู้สึกตัวก็สายไปแล้ว ในตอนที่นางกำลังจะออกไปช่วยจิตวิญญาณของตนนั้นเองที่เห็นถังเฟยหู่ถือคันธนูโลหะอันใหญ่สีดำไว้ในมือ
            ถังเฟยหู่ประทับลูกธนูที่สร้างจากหัวลูกศรและด้ายปราณสีดำลงบนนั้น พลังปราณสีฟ้าเยือกแข็งทะลักลงไปในลูกธนูนั้นจนมันส่งไอเยือกแข็งออกมา ราวกับห้วงอากาศได้หนาวเย็นขึ้นอีกหลายส่วน และในตอนนั้นเองที่ถังเฟยหู่ได้ปล่อยลูกศรที่อยู่ในมือออกไป ลูกธนูนั้นพุ่งแหวกอากาศไปอย่างรวดเร็วและแทงทะลุร่างของหมาป่าทองคำไปในทันที นี่คือท่าหนึ่งศรดับวิญญาณ!
            ชั่วพริบตาที่ลูกศรได้แทงผ่านร่างหมาป่าทองคำไป ร่างของสัตว์ร้ายสีทองได้แตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ และเมื่อจิตวิญญาณได้ตายลงไป ผลย่อมส่งมาถึงผู้เป็นนายด้วยเช่นกัน หลิวจิวเลี่ยนกรี๊ดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด นางกระอักเลือดออกมาและทรุดลงกับพื้น นางเช็ดเลือดที่มุมปากและมองอีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น
            “แก!” แต่ยังไม่ทันได้กล่าวอะไรมาก ม่านตาของหลิวจิวเลี่ยนถึงกับเบิกโพลงออกมา ลูกศรอีกดอกได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากธนูของถังเฟยหู่อย่างรวดเร็ว เส้นด้ายที่ขึงจนกลายเป็นสายของธนูจนตึงได้ดังขึ้นอีกครั้งราวกับฟ้าผ่า แต่ในตอนนั้นเองที่ดาบสีทองของหลิวจิวฮุ่ยได้วาดลงมาและตัดลูกธนูนั้นออกเป็นสองท่อน หลิวจิวฮุ่ยหันกลับไปมองน้องสาวของตนก่อนที่จะฟาดฝ่ามือใส่นางเพื่อให้นางลงจากสนามประลองแห่งนี้ลงไป ในเมื่อเขาได้ลงมือแล้ว หลิวจิวเลี่ยนก็ไม่ควรอยู่บนสนามประลองแห่งนี้เพื่อทำให้เขาเสื่อมเสียเกียรติอีกต่อไป
            “นี่พี่ทำบ้าอะไร!!” หลิวจิวเลี่ยนที่ตกรอบไปได้ตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราด นี่เหมือนความฝันในการเข้าร่วมสำนักอันยิ่งใหญ่ของนางได้ถูกดับลงโดยพี่ชายของตนเอง สายตาของนางเต็มไปด้วยความโกรธ
            หลิวจิวเลี่ยนหันกลับไปมองพร้อมชี้ดาบไปทางหน้านางอย่างเหยียดหยาม เขาทำสีหน้าเยาะเย้ยน้องสาวของตน “ในเมื่อเจ้าแพ้ไปแล้วก็ควรลงจากเวทีไปเสีย ข้าไม่ปล่อยให้เจ้ามาแว้งกัดข้าบนเวทีหรอก ข้ารู้มาเสมอถึงจิตใจอันทะเยอทะยานของเจ้า แต่ข้าก็ไม่สนใจ นั่นเพราะพ่อแม่ให้ข้าดูแลเจ้า ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการยืนในที่ของข้ามาโดยตลอด ถึงแม้จะเป็นพี่น้องก็ตามทีแต่ข้าก็ไม่ปล่อยให้เจ้าแทงข้าลับหลังหรอกนะ” หลิวจิวเลี่ยนกล่าวเสร็จก็หันกลับมามองอีกฝ่ายที่เหลืออยู่บนสนามประลอง
            “ข้าจะมอบความเมตตาให้กับเจ้า เจ้าจงยอมแพ้ไปเสียเถอะ เห็นแกที่เจ้าแสดงฝีมืออันเล็กน้อยในการชนะน้องสาวข้าได้” หลิวจิวฮุ่ยกล่าวออกมา เขาชี้ดาบในมือของตนไปที่หน้าอีกฝ่าย เขาก็เป็นคนเช่นนี้มาโดยตลอด มักไม่เห็นใครในสายตา
            ถังเฟยหู่กลับไม่มีท่าทางโกรธเคืองกับคำพูดอีกฝ่ายแม้แต่น้อย ในครั้งก่อนที่ต่อสู้กันเพราะได้อาวุโสโจ้วซือช่วยไว้จึงได้รอดจากการลอบกัดของหลิวจิวฮุ่ย และในวันนี้ถึงเวลาที่จะชำระแค้นของเขาแล้ว เขายกคันธนูขึ้นและชี้ไปทางหลิวจิวฮุ่ยเช่นกัน ราวกับเขากำลังเลียนแบบท่าทางของอีกฝ่ายอยู่
            “หลิวจิวฮุ่ย คำกล่าวเมื่อครู่เขาเอาไว้ใช้กับคนที่อ่อนแอกว่า…แต่ข้าไม่ใช่ กลับกัน เจ้าต่างหากละที่สมควรจะยอมแพ้ไปซะ…ถ้าหากไม่อยากอับอายต่อหน้าผู้คน” ถังเฟยหู่ยิ้มออกมาพร้อมกับทำสีหน้าเหยียดหยามอีกฝ่าย เขากำลังเลียนแบบท่าทางของหลิวจิวฮุ่ยอยู่เพื่อเป็นการตบหน้าอีกฝ่าย ผู้ชมทั้งหลายเองก็ตื่นตกใจ พวกเขาแทบจะไม่เชื่อในสายตาตัวเองว่ามีคนกล้าทำเช่นนี้กับยอดยุทธ์อันดับหนึ่งหลิวจิวฮุ่ย!!

    คล้ายกับเรื่องLegend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า ที่คุณอ่าน

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    มหาเทพเซียนกลับมาเกิดใหม่ในมหานคร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    699K 1189
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.91M 3613
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    เซียนจอมเวทย์ - Deva Wizard

    นิยาย แฟนตาซี
    787K 1107
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643