บทที่ 16
ตำหนักแห่งเกียรติยศ
จิ้งเส้าหวงผลักประตูหน้าเรือนเข้าไป เสียงแอดอาดของบานประตูทำให้อี้ฉุนและถังน่ารับรู้ถึงผู้มาเยือน เดินออกจากห้องข้างก็เห็นคุณชายจิ้งยืนอยู่กลางลานหน้าเรือนด้วยสีหน้าอึมครึม
“คุณชาย!” ทั้งสองร้องด้วยความแปลกใจ
“ซิ่งหลิงเล่า” จิ้งเส้าหวงถามทันที ไม่รอให้พวกนางได้ยอบกายคารวะ
“แม่นางซิ่งหลิงเข้านอนแล้วเจ้าค่ะ ได้ยินแม่นางพูดว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย...”
“เฮอะ” จิ้งเส้าหวงอดพ่นลมหายใจออกมาไม่ได้ มองสาวใช้สองนางที่มีท่าทีละล้าละลังก็ขัดใจ สะบัดแขนเสื้อพูดเสียงขรึม
“ไม่ต้องเข้ามารับใช้ มีสิ่งใดทำก็ทำไป”
ออกปากตำหนิไปไม่กี่คำก็ป่วยไข้เรียกร้องความสนใจแล้วหรือ คิดว่ามองไม่ออกหรือไร มารยาและลูกไม้กระจอกพรรค์นี้ชั้นต่ำเสียจริง!
เสียงปึงปังและเสียงสวบสาบที่เข้าใกล้นี้ทำให้ซิ่งหลิงที่ใกล้จะเคลิ้มหลับรู้สึกตัว เพียงหยัดกายลุกขึ้นนั่งม่านโปร่งหน้าเตียงก็ถูกกระชากเปิด ดวงตาคู่งามพยายามเพ่งมองสีหน้าถมึงทึงของบุรุษตรงหน้า
“คุณชาย...”
“ทำไมถึงได้นอนไวนัก” จิ้งเส้าหวงถาม เตะเอาเก้าอี้เตี้ยกระแทกกายนั่งลงหน้าเตียง สองมือกอดอกท่วงท่าขึงขังจ้องจับผิดนางประหนึ่งไต่สวนนักโทษอุกฉกรรจ์
“รู้สึกไม่ค่อยดีเจ้าค่ะ”
“ไยไม่ตามหมอ” จิ้งเส้าหวงหรี่ตาจับผิด มุมปากกระตุกยิ้ม ลากเสียง
“ใครอยู่ด้านนอก ไปตาม...”
“ไม่ได้หนักหนาอะไร คุณชายห่วงใยซิ่งหลิงเกินไปแล้ว” ซิ่งหลิงรีบคว้าแขนเสื้อจิ้งเส้าหวงเอาไว้ แววตาเจือความสะลึมสะลือหายวับแปรเป็นดุดันทันที
ตามหมออะไรกัน! หากตามหมอมาก็ต้องเสียเงินอีก ต่อให้ตรวจแล้วไม่ป่วยก็ต้องจ่ายเงิน!
ดูแล้วรอยยิ้มนี้ของเขาแล้ว ค่าหมอที่จ่ายออกไปต้องหักจากเงินของนางแน่นอน!
ใบหน้าของซิ่งหลิงในเวลานี้ก็ยังไร้การประทินโฉมเช่นเคย คิ้วบางๆ และปากสีซีดทำให้จิ้งเส้าหวงโคลงศีรษะ แม้แววตาของนางจะดุดันแต่กลับดูสงบนิ่งกว่าทุกครั้ง
“พอข้าตำหนิเข้าหน่อยก็ป่วยไข้แล้ว”
หลงตัวเองเหลือเกิน!
ซิ่งหลิงพยายามเก็บกลั้นอารมณ์ไม่ให้เผยสีหน้ารังเกียจออกมาให้เขามองเห็น คนเช่นนางไม่เซื่องซึมกับคำดุด่า ไม่นั่งร่ำไห้เพราะคำติเตียนแต่นางซึมเพราะตัวเขาทั้งสิ้น!
“มารยาชั้นต่ำไร้การพลิกแผลงใช้กับข้าไม่ได้ผลหรอกอย่าพยายามให้เหนื่อยเปล่าเลย เพื่อไม่ให้เจ้ายินดีหลงคิดว่าใช้ลูกไม้สำเร็จ ข้ามาพบเจ้าด้วยเหตุผลอื่นไม่ใช่เพราะห่วงใยใส่ใจ”
โอ๊ย! ความมั่นใจสูงเทียมฟ้าเสียจริง ต่อให้ตกลงมาจากความมั่นใจของตนเองใช้เวลาถึงสามชาติเขาก็ตกไม่ถึงพื้นเลยกระมัง!
ซิ่งหลิงลอบขบฟัน รู้สึกยุบยิบยุบยับคันคะเยอไปทั้งตัว คันปากร่ำๆ อยากจะบอกเขาเสียเหลือเกินว่าตัวนางไม่ได้เรียกร้องความสนใจอะไรทั้งสิ้น หากนางอยากเรียกร้องความสนใจจริงๆ ป่านนี้วิ่งไปผูกคอกับขื่อคานสร้างเรื่องใหญ่โตแล้ว! จะแสร้งเจ็บป่วยออดๆ แอดๆ ทำไมกัน!
สูดลมหายใจเข้าลึกๆ จนสุดปอด พยายามข่มอารมณ์จนตัวสั่นระริกแล้วยิ้มถาม
“เช่นนั้นคุณชายมาหาซิ่งหลิงถึงเรือนใช่มีเรื่องใดสำคัญหรือไม่เจ้าคะ”
“บุรุษสตรีอยู่ในเรือนยามวิกาลสองต่อสอง เจ้าคิดว่าเรื่องสำคัญหมายถึงสิ่งใด” จิ้งเส้าหวงมุมปากยกยิ้มเฝ้ารอว่านางจะตอบโต้อย่างไร
“วันนี้ซิ่งหลิงไม่ค่อยสบายตัว...”
“หากเจ้าไม่สบายก็พักผ่อนเถิด มีสตรีอีกมากที่ยินดีปรนนิบัติข้า”
ตั้งแต่เห็นใบหน้ามู่ทู่จิ้งเส้าหวงก็รู้แล้วว่าวันนี้นางไม่ยินดีต้อนรับ นึกแคลงใจว่าเหตุใดทั้งๆ ที่ปรากฏตัวตามนางต้องการแล้ว ดวงหน้าเล็กจ้อยถึงดูเบื่อหน่ายถึงเพียงนี้ หากเป็นการถอยเพื่อรุกก็อยากจะรู้นักว่านางจะถอยไกลเพียงไหนเพื่อรุกกลับมา
“คุณชายกำลังชวนทะเลาะหรือเจ้าคะ”
ซิ่งหลิงหรี่ตาลงกึ่งหนึ่ง ใบหน้าขาวเนียนเกลี้ยงเกลาเผยความดุร้าย มือที่จับแขนเสื้อเขาไว้แปรเปลี่ยนเป็นขยำกำแน่นจนยับยู่ สีหน้านี้ของซิ่งหลิงทำให้จิ้งเส้าหวงพอใจ ปรายตาไปยังฝ่ามือขาวนวลที่กำลังรั้งตัวเขา จึงหัวเราะด้วยความขบขัน “ทำไมข้าต้องชวนเจ้าทะเลาะด้วยเล่า สำคัญตนผิดไปหรือไม่ ความจริงประจักษ์ชัด ในเมื่อเจ้าปรนนิบัติข้าไม่ได้ ข้าก็หาผู้อื่นให้ทำหน้าที่นี้แทนก็เท่านั้น”
รู้ว่าพูดเช่นนี้ออกไปย่อมทำให้นางไม่พอใจ แต่แล้วอย่างไร คนเช่นเขาหากต้องการสิ่งใดก็ต้องคว้าเอามาให้จงได้โดยไม่สนวิธีการทั้งสิ้น
ซิ่งหลิงสบสายตาจ้องมองนัยน์ตาของจิ้งเส้าหวงที่รื่นเริงเสียจนน่าหมั่นไส้ ต่อให้สองชาติรวมกันตัวนางไม่เคยเผชิญกับชายใดที่เหมือนเขาเลย ทุกคนล้วนสยบกับชายกระโปรงสีทับทิมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะคนร่ำรวยหรือยิ่งใหญ่เพียงใดนางก็จับกุมคนพวกนั้นไว้ได้ในมืออย่างอยู่หมัด เป็นเพียงลูบเจี๊ยบขนเหลืองฟูฟ่องในกำมือเท่านั้น
หากแล้วหากคิดว่าจิ้งเส้าหวงผู้นี้ก็เป็นหนึ่งลูกเจี๊ยบในมือของนาง หากนากบีบมือเขาก็ตายหากคลายเขาก็รอด
เพียงแค่คิดเนื้อทุกมัดในร่างกายก็สั่นระริก เบิกบานร่าเริงขึ้นในทันที หากนางทำได้จริงๆ ไม่ถือว่าตัวเขาเป็นตำหนักแห่งเกียรติยศของนางหรอกหรือ!
หากจะหย่อนเหยื่อตกปลา นางจะหวังตกปลาซิวปลาสร้อยไปทำไมกัน ต้องตกคุนเผิง [1] สิถึงจะถูกต้อง!
ทำให้จิ้งเส้าหวงยอมให้นางขึ้นหน้าเหยียบจมูกจึงจะเรียกได้ว่ามีความสามารถ!
“สตรีใดจะเทียบซิ่งหลิงได้”
ซิ่งหลิงขบคิดถี่ถ้วนก็ไม่ชักช้า สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสดใสออดอ้อน ไม่หลงเหลือคราบความไม่ยินดีเลยแม้แต่ขุมขน
“สตรีมากมายเหนือกว่าเจ้าทั้งสิ้น”
“หากไม่นับรวมชาติกำเนิดและหน้าตาเล่าเจ้าคะ”
ดวงตาคู่งามส่องประกายระยิบระยับ ฝ่ามือเล็กบางที่จับแขนเสื้อของเขาเอาไว้แน่นจนเกิดรอยยับคลายลง ระหว่างรอคำตอบจากเขานางก็เลื่อนมือจับกุมฝ่ามือใหญ่และหยาบกร้านของจิ้งเส้าหวง กุมฝ่ามือเขาแนบกับพวงแก้ม
แต่เดิมโฉมหน้าของนางไม่ผิดจากนางจิ้งจอก จะกล่าวว่างดงามก็งดงามจะดาษดื่นก็ดาษดื่น เวลานี้ใบหน้าของซิ่งหลิงแม้ไร้การแต่งเติมแต่ยังคงเกลี้ยงเกลาหมดจด แต่ด้วยใบหน้านี้ทำให้จิ้งเส้าหวงรู้สึกว่าหญิงอื่นล้วนแต่จืดชืด ไม่น่าสนใจ จ้องดวงตาดอกท้อที่เย้ายวนเป็นพิเศษอยู่เนิ่นนาน ท้องนิ้วโป้งไล้ผิวหน้าเรียบลื่นอย่างเผลอไผล
“หากคุณชายไม่ตอบ คงได้แต่ทึกทักเอาเองแล้วว่าตัวข้าถือเป็นอันดับหนึ่ง”
จิ้งเส้าหวงแค่นเสียงหัวเราะ มุมปากกระตุกยิ้ม เจ้าจิ้งจอกตัวนี้เปลี่ยนหน้าและเปลี่ยนสีได้ว่องไวเหลือเกิน!
“แต่หากคุณชายยังไม่มั่นใจในความสามารถ ซิ่งหลิงยินดีแสดงให้คุณชายได้เห็นว่านอกจากข้าไม่มีสตรีใดเทียบได้แล้ว”
ซิ่งหลิงยิ้มกว้าง รอยยิ้มนี้ของนางเปี่ยมด้วยจริตและความยั่วยวนทำให้ผู้ที่พบต้องนิ่งงันราวต้องมนต์มายา เพียงแค่รอยยิ้มเท่านั้น เพียงแค่บิดริมฝีปากขึ้นก็ยกยิ้มออกมาได้ ไม่ว่าผู้ใดก็ทำได้
...แต่พอเป็นนางไฉนถึงได้ดูแตกต่างนัก
ซิ่งหลิงวาดเท้าลงจากเตียงหางตาลอบมองจิ้งเส้าหวงที่สายตาจับจ้องนางทุกการกระทำ ขยับย้ายร่างนั่งคร่อมบนหน้าตัก สองแขนพาดบนบ่ากว้าง หันหน้าเข้าหาจิ้งเส้าหวงที่ยังคงยกยิ้มนิ่งเฉย
“ตั้งใจแสดงให้ข้าเห็นก็แล้วกัน” กว่าจิ้งเส้าหวงจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นางพูดอะไรไปเวลาก็ผ่านไปพักหนึ่งกว่าเขาจะตอบออกมาได้ ถูกกลิ่นอายบางอย่างของสตรีตรงหน้ามอมเมาเสียจนเลื่อนลอย
สตรีไม่ต่างจากบุปผา ในใต้หล้านี้ล้วนมีดอกไม้มากมายหลากชนิดให้เด็ดดมยลกลิ่น ในเมื่อมีมากมายเพียงนั้นต้องมีเหตุผลใดที่ต้องผูกติดอยู่กับบุปผาเพียงดอกเดียวนอกเสียจากบุปผาดอกนั้นมีกลิ่นที่ชวนให้คะนึงหาอยู่บ่อยครั้ง
นางจิ้งจอกตัวนี้แม้น่าชังแต่สิ่งที่นางพูดออกมาก็ไม่ได้ผิดไปเสียทั้งหมด
...ทั้งตัวนางก็มีประโยชน์เกินกว่าที่คาดเอาไว้
[1] ปลาคุนนกเผิง ปรากฏในคัมภีร์ฉีเสียของจวงจื่อ ว่ากันว่าปลาคุนเป็นปลาทะเลมหึมาขนาดใหญ่เป็นพันๆ ลี้ สามารถกลายเป็นนกยักษ์ที่ใหญ่โตมหึมาชื่อว่านกเผิง