ฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 102 สหายหม้อไฟ

            แรงจิกเท่านี้สำหรับเขาแล้วเหมือนกับการเกาก็ไม่ปาน

            ฟู่ถิงเย่ไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้เพราะในใจกำลังคิดถึงเรื่องอื่น ‘ที่แท้หลูเจิ้งชิงผู้นี้มีภรรยาแล้วสินะ…มีภรรยาแล้วยังจะมาคิดถึงผู้หญิงของเขามีเจตนาอะไรกันแน่!’

            เมื่อนึกถึงครั้งก่อนที่หลูเจิ้งชิงพูดคุยกับหวาชิงเสวี่ยเป็นการส่วนตัวนานขนาดนั้นฟู่ถิงเย่ก็รู้สึกไม่สบายใจ

            เขาไม่สนใจว่าข้างในนั้นมีเรื่องราวเบื้องลึกอะไรอยู่แค่รับไม่ได้ที่หวาชิงเสวี่ยจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหน มีหลี่จิ่งหนานคนเดียวก็ทำให้เขาหงุดหงิดมากพอแล้วนี่ยังมีหมอหลวงมาเพิ่มอีกคนอย่างนั้นหรือ?

            สตรีนางนี้ล่อผึ้งเรียกผีเสื้อ[1] ไม่หยุดเลยจริงๆ!

            ในใจคิดเช่นนั้น เขาจึงเหลือบมองหวาชิงเสวี่ยด้วยความไม่พอใจ

            หวาชิงเสวี่ย: “???”

            ฟู่ถิงเย่เห็นดวงตาใสกระจ่างของนางดูสับสนก็รู้สึกใจอ่อนขึ้นมาบ้าง และคิดว่าเรื่องนี้โทษนางไม่ได้ แล้วจะโทษใครได้?…โทษเซิ่งจิงนี่อย่างไร! จิตใจคนหวั่นไหว บรรยากาศอึมครึมเต็มไปด้วยไออัปมงคล!เมื่อไหร่เขาจะได้พานางกลับชิงโจวเสียที จะได้ไม่มีใครได้พบอีก!

            หวาชิงเสวี่ยถูกสายตาที่อีกเดี๋ยวก็ไม่พอใจอีกเดี๋ยวก็เอ็นดูของฟู่ถิงเย่ทำเอางงงวยไปหมดหากนางได้ยินเสียงในใจของฟู่ถิงเย่ นางคงจะกระโดดขึ้นมาตะโกนว่า ‘ท่านคิดเพ้อเจ้อไปไกลแล้ว!’

            ทั้งสองนั่งอยู่ในโถงรับรองได้ครู่หนึ่งหลูเจิ้งชิงก็เข้ามา

            อาจจะเป็นเพราะอาชีพของเขาคือหมอถึงแม้จะออกมาจากห้องครัว หลูเจิ้งชิงก็ยังคงดูสะอาดสะอ้าน เรียบร้อยและมีอัธยาศัยดี

            “ท่านแม่ทัพฟู่มาเยือนถึงเรือนหลังน้อยแห่งนี้ช่างเป็นเกียรติแก่ข้า หากมีสิ่งใดที่ขาดตกบกพร่องไป ขอท่านแม่ทัพโปรดอภัยให้ด้วย”หลูเจิ้งชิงทำความเคารพฟู่ถิงเย่ด้วยท่าทางนอบน้อม

            เนื่องจากภรรยาของเขาได้บอกไว้แล้วหลูเจิ้งชิงจึงไม่ได้แสดงอาการประหลาดใจออกมามากนัก

            “หมอหลวงหลูไม่ต้องมากพิธีไปข้าได้ยินว่าที่จวนเชิญซือปิงฟูเหรินมาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์เล็กๆ ข้าไม่วางใจจึงมาพร้อมกับนางหลังจากทานอาหารเสร็จแล้ว เชิญหมอหลวงหลูตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้งให้ซือปิงฟูเหรินด้วย”ฟู่ถิงเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกกระอักกระอ่วนใจทำได้เพียงยิ้มเกร็งๆ เท่านั้น คนผู้นี้ดึงดันจะมา นางก็ทำอะไรไม่ได้นี่นา…

            หลูเจิ้งชิงชะงักไปเล็กน้อยจากนั้นก็พยักหน้า “ได้แน่นอนขอรับ”

            หลังจากกล่าวคำทักทายตามมารยาทหลูเจิ้งชิงก็นำทั้งสองไปยังห้องทานอาหาร

            ฮูหยินหลูและสาวใช้คนหนึ่งกำลังจัดวางชามตะเกียบตรงกลางโต๊ะมีหม้อทองแดงใบใหญ่วางอยู่ ภายในหม้อมีไอน้ำลอยกรุ่นขึ้นมา น้ำแกงกำลังจะเดือดข้างๆ กันเป็นเนื้อสัตว์และผักสดหลากหลายชนิด พร้อมกับน้ำจิ้ม

            หวาชิงเสวี่ยก็ยิ้มออกมาทันที“ที่แท้ก็เป็นหม้อไฟนี่เอง!”

            หม้อไฟในยุคโบราณไม่ได้เป็นของแปลกอะไรความจริงแล้วตั้งแต่ยุคราชวงศ์ซางและโจว ผู้คนได้นำเนื้อสัตว์หลากหลายชนิดใส่ลงในหม้อที่ทำขึ้นเป็นพิเศษแล้วนำมาต้มไปกินไป เรียกสิ่งนี้ว่า ‘หม้อเวินติ่ง [2] ’ นับได้ว่าเป็นต้นแบบแรกของหม้อไฟเลยก็ว่าได้ครั้นพอถึงยุคราชวงศ์เว่ยและจิ้น ยิ่งไม่ต้องพูดถึง หม้อไฟรสชาติต่างๆ มากมายก็ได้ถูกคิดค้นขึ้นมาแล้ว

            แต่หม้อไฟในยุคปัจจุบันได้ผ่านการปรับปรุงแก้ไขน้ำจิ้มจึงมีความหลากหลายมากกว่าในยุคโบราณ

            ฟู่ถิงเย่ก็เคยกินหม้อไฟเหมือนกันแต่ไม่เคยทานได้ประณีตแบบวันนี้ บนโต๊ะมีน้ำจิ้มมากถึงสิบกว่าชนิด ทั้งซอสเมล็ดงา น้ำมันงาผักชีซอย ต้นหอมซอย ถั่วลิสงบด ดอกกุยช่าย เต้าหู้ยี้ ซอสเห็ดหอม และอื่นๆ อีกมากมาย

            หวาชิงเสวี่ยรู้สึกตื้นตันใจหลูเจิ้งชิงคงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเตรียมหม้อไฟมื้อนี้

            เมื่อเห็นว่าหม้อไฟเป็นแบบหม้อยวนยาง[3] หวาชิงเสวี่ยก็รู้สึกคิดถึงบ้านขึ้นมาอีกครั้ง…ถึงแม้ว่านางกับหลูเจิ้งชิงจะไม่ใช่คนยุคเดียวกันแต่หม้อยวนยางก็ถือเป็นของคลาสสิกของหม้อไฟ ไม่ว่าจะยุคไหนก็เป็นที่นิยมกัน

            “พวกท่านไปหาพริกมาจากไหน?”หวาชิงเสวี่ยเห็นพริกที่ลอยอยู่บนผิวน้ำซุปเผ็ดก็รู้สึกประหลาดใจมาก

            ถึงแม้ว่าแคว้นต้าฉีจะมีข้าวโพดและมันฝรั่งที่เป็นอาหารนำเข้ามาจากภายนอกแต่นางยังไม่เคยเห็นพริกมาก่อน ผู้คนในยุคนี้ทานเผ็ดด้วยการใช้เครื่องเทศอย่าง ‘จูอวี๋[4] ’ เป็นเครื่องปรุง แม้ว่าจูอวี๋จะมีรสเผ็ด แต่ก็ไม่ได้เผ็ดจัดจ้านเหมือนกับพริก

            หลูเจิ้งชิงยิ้มและกล่าวว่า“ปีที่แล้วบังเอิญได้เมล็ดพันธุ์มาจากพ่อค้าชาวต่างชาติคนหนึ่ง ข้ากับมู่อวี่จึงนำไปปลูกในสวนสมุนไพรช่วงนี้มันก็โตจนเต็มผืนแล้ว”

            ฮูหยินหลูมีแซ่หลัวนามว่ามู่อวี่

            คนโบราณส่วนใหญ่จะเรียกภรรยาของตนต่อหน้าคนภายนอกโดยการแทนว่า‘เจี้ยนเน่ย [5] ’ หรือ ‘จัวจิง [6] ’ แต่หลูเจิ้งชิงก็ยังคงรักษาจารีตแบบคนยุคปัจจุบันเอาไว้คือเรียกชื่อภรรยาตรงๆ

            ดวงตาของหวาชิงเสวี่ยเป็นประกายเมื่อมองดูพวกเขาทั้งสอง“ขอซื้อจากพวกท่านบ้างได้หรือไม่เจ้าคะ?”

            ฮูหยินหลูเม้มปากยิ้ม“ของพวกนั้นปกติก็ขายไม่ออกอยู่แล้ว หากแม่นางหวาอยากได้ ก็เอาไปได้เลย ไม่ต้องจ่ายเงินหรอกเจ้าค่ะ”

            หลูเจิ้งชิงก็ยิ้มเกร็งๆออกมา “เดิมทีข้าก็มีใจคิดอยากจะลองส่งเสริมให้เป็นที่นิยมไปทั่ว แต่ผู้คนแถวนี้ไม่ชินกับการทานพริกคนที่มีอาการไม่ดีในช่องท้อง พอทานเข้าไปก็ท้องเสีย แถมยังคิดว่าข้าขายยาพิษ ดีที่ไม่ได้ถูกทางการเอาผิด”

            “อ่า…น่าเสียดายจัง…”หวาชิงเสวี่ยแสดงสีหน้าเสียดายออกมา นางทานเผ็ดไม่ค่อยเก่ง แต่บางครั้งก็รู้สึกว่ามันก็อร่อยดีเหมือนกัน

            “ก็ไม่ได้น่าเสียดายอะไรการทำให้พันธุ์พืชแพร่หลายก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเกิดขึ้นได้ในวันเดียว”

            เหมือนกับข้าวโพด ถึงแม้แคว้นต้าฉีจะนำเข้ามานานหลายปีแล้วแต่ก็ยังมีหลายมณฑลที่ไม่มีพืชชนิดนี้ เหตุผลก็มีทั้งความสามารถในการยอมรับสิ่งใหม่ๆของชาวบ้าน และนโยบายการจัดเก็บภาษีที่ดินของแคว้นต้าฉีที่ยังไม่ได้รับการสนับสนุน

            หลูเจิ้งชิงข้ามมิติเวลามานานกว่านางทำให้คิดเรื่องนี้ด้วยจิตใจที่สงบได้แล้ว “ตอนนี้พริกเหล่านั้นก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์เสียทีเดียวนอกจากจะนำมาปรุงอาหารทานกันในบ้านบ้าง ที่เหลือทั้งหมดก็ถูกนำไปใช้เป็นยาสมุนไพร”

            หวาชิงเสวี่ยถามด้วยความสงสัย“พริกก็เป็นยาสมุนไพรได้ด้วยหรือ?”

            หลูเจิ้งชิงพยักหน้า“ช่วยให้ลมปราณอบอุ่นลงสู่เบื้องล่าง ขับความเย็นและความชื้น สลายความอึดอัดและขับเสมหะได้”

            หลัวมู่อวี่ภรรยาของเขายิ้มแล้วพูดแทรกขึ้นมา“ยังใช้รักษาผิวหนังที่ความเย็นกัดได้อีกด้วย”

            กล่าวจบก็มองไปที่หลูเจิ้งชิงด้วยดวงตาเป็นประกายเต็มไปด้วยความเคารพรัก เหมือนจะพูดว่า ‘สามีของข้ารู้ไปหมดทุกอย่าง ช่างเป็นคนที่เก่งที่สุดในโลกจริงๆ!’

            หวาชิงเสวี่ยถูกฮูหยินหลูทำให้ขบขันแค่มองก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของสามีภรรยาคู่นี้ดีมาก

            คนบนโต๊ะพูดคุยกันอย่างสนุกสนานบรรยากาศเต็มไปด้วยความสุข

            ฟู่ถิงเย่ได้คีบผักในน้ำแกงเผ็ดไปทานตั้งแต่ตอนที่พวกเขากำลังพูดคุยกันแล้วอื้ม…เผ็ดจริงๆ

            เขาวางตะเกียบลงเงียบๆและตัดสินใจว่าจะไม่ทานผักในน้ำซุปเผ็ดอีกแล้ว…

            ฟู่ถิงเย่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดื่มสิ่งที่อยู่ในถ้วยไปหนึ่งจิบ รู้สึกว่ารสชาติหวานอมเปรี้ยวช่วยเรียกน้ำย่อยและช่วยคลายเผ็ดได้ดี

            “นี่คือน้ำบ๊วยใช่หรือไม่?”หวาชิงเสวี่ยกำลังคุยสนุกกับสามีภรรยาของบ้านหลู “น้ำบ๊วยกับหมาล่าหม้อไฟเข้ากันที่สุดแล้ว!”

            “อืม ข้าทำเองเจ้าค่ะ”หลัวมู่อวี่มองไปที่หลูเจิ้งชิง แล้วพูดด้วยความภาคภูมิใจว่า “สามีของข้าสอนทำเองเจ้าค่ะ”

            จากนั้นตัวนางก็แผ่บรรยากาศชื่นชมออกมาอีกครั้ง‘สามีของข้าเก่งที่สุด! สามีของข้าสุดยอด! สามีของข้าดีที่สุด! และอื่นๆ อีกมากมาย’

            ถึงแม้ว่าหลูเจิ้งชิงจะมีความสุขกับการที่ภรรยาตัวน้อยเชื่อมั่นและรักใคร่เขาเช่นนี้แต่พอเห็นว่ามีแขกอยู่ด้วยก็รู้สึกเขินๆ อยู่บ้าง

            เขากระแอมออกมาสองครั้งอย่างไม่ค่อยเป็นธรรมชาติ“กินกันเถอะ กินเถอะ…”

            …

            หลังจากทานหม้อไฟเสร็จพวกผู้ชายก็ไปจิบน้ำชาพูดคุยกันในห้องโถงด้านหน้า ส่วนผู้หญิงก็อยู่เก็บกวาดในห้องทานอาหาร

            ในฐานะแขก หวาชิงเสวี่ยไม่จำเป็นต้องลงมือทำอะไรแต่เนื่องจากนางไม่ได้สนใจเรื่องที่พวกผู้ชายคุยกันเท่าไรนัก จึงอยู่เก็บกวาดอยู่ในห้องอาหารพร้อมกับถามวิธีการทำน้ำบ๊วยจากหลัวมู่อวี่ด้วยความสนใจ

            หลัวมู่อวี่มีสาวใช้เพียงคนเดียวคอยช่วยเหลืองานส่วนใหญ่จึงต้องลงมือทำเอง หวาชิงเสวี่ยกลัวว่านางจะเหนื่อย จึงช่วยเก็บกวาดด้วย

            “ของในเซิ่งจิงแพงไปหมดที่บ้านก็เลี้ยงคนรับใช้มากไม่ได้ ท่านพี่ก็ไม่ชินกับการที่มีคนคอยรับใช้ จึงพยายามทำอะไรเองให้มากที่สุด”หลัวมู่อวี่ยิ้มพลางอธิบาย

            หวาชิงเสวี่ยพยักหน้าดูเหมือนว่าหลูเจิ้งชิงจะเหมือนกับนาง คือไม่ชินกับการที่มีคนคอยรับใช้

            ทำความสะอาดวิ่งส่งสารเฝ้าประตูอะไรพวกนี้ก็ยังพอว่าแต่ถ้าจะให้คนคอยดูแลเรื่องกินดื่มสวมเสื้อผ้า ก็รู้สึกแปลกจริงๆ นั่นแหละ

            “พวกเราประหยัดกันนิดหน่อยเงินที่เหลือก็นำไปซื้อยาสมุนไพรมาทำยาได้” หลัวมู่อวี่พูดเหมือนภูมิใจในตัวหลูเจิ้งชิงมาก“สามีของข้าเคยทำยาสำเร็จรูปหลายชนิด ผลลัพธ์ก็ดี ราคาถูกมาก ร้านไป่เฉ่าถังในเมืองหลวงก็เป็นร้านของพวกเรา”

            “หมอหลวงหลูเก่งมากจริงๆ…” หวาชิงเสวี่ยกล่าวชมจากใจจริง

            ตอนที่นางข้ามมิติมาสิ่งแรกที่นางคิดถึงคือเรื่องกินดีอยู่ดี ทำขนมขาย แต่ดูผู้อื่นที่เป็นหมอสิ ดูดีมีระดับกว่าเยอะ!พอข้ามเวลามาก็ทำยา ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ช่างยิ่งใหญ่!

            หลัวมู่อวี่เม้มปากยิ้ม“แม่นางหวาก็เก่งเหมือนกันเจ้าค่ะ”

            นางมองซ้ายมองขวา เห็นว่าสาวใช้ไปล้างชามแล้วรอบข้างก็ไม่มีใครอื่น จึงกระซิบกระซาบกับหวาชิงเสวี่ยว่า “เมื่อก่อนเขาเคยบอกข้าว่ามีอาวุธร้ายกาจที่สามารถระเบิดภูเขาให้ราบเป็นหน้ากลองได้ ตอนนั้นข้าก็ไม่เชื่อ คิดไม่ถึงว่าจะมีอาวุธแบบนั้นจริงๆ!แม่นางหวา ท่านเก่งมากจริงๆ เจ้าค่ะ!”

            หวาชิงเสวี่ยยิ้มตาหยีถามนางว่า “หมอหลวงหลูชอบเล่าเรื่องพวกนั้นให้ฟังหรือ?”

            หลัวมู่อวี่ส่ายหน้าด้วยความเขินอาย“ข้าเป็นคนไปเซ้าซี้ถามเขาเอง เขาขัดขืนข้าไม่ไหวก็เลยเล่าให้ฟัง เขาบอกอีกว่ายังมีรถสี่ล้อที่สามารถวิ่งได้เร็วมากๆเร็วยิ่งกว่ารถม้าเป็นร้อยเท่า! โอ๊ะโอ๊ะ แล้วก็ยังมีไก่ที่สามารถพาคนบินไปบนฟ้าได้อีก…”

            ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้นไม่รู้ว่าคิดอะไรขึ้นมา สีหน้าของนางจึงแดงระเรื่อ “เขายังบอกอีกว่า คนที่นั่นมีสามีเดียวภรรยาเดียวเพราะฉะนั้น…เขาจะไม่มีทางรับอนุ”

            “ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!…” หวาชิงเสวี่ยทนไม่ไหวเอามือปิดปากหัวเราะออกมาดังๆ รู้สึกว่าฮูหยินหลูคนนี้น่าสนใจจริงๆ!

            หลูเจิ้งชิงได้นางเป็นภรรยาก็เหมือนเก็บสมบัติล้ำค่าได้!

            หลัวมู่อวี่เห็นนางหัวเราะก็ยิ่งหน้าแดง“แม่นางหวา สิ่งที่สามีของข้าเล่า…เป็นเรื่องจริงทั้งหมดใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

            “จริงสิ จริงทั้งหมดเลย!”หวาชิงเสวี่ยเช็ดน้ำตาที่หางตาแล้วถามว่า “พวกท่านรักกันขนาดนี้ ทำไมยังไม่มีลูกล่ะ?”

            หลัวมู่อวี่รู้สึกเขินอาย“...อาจจะมีลูกสักคนในปีสองปีนี้เจ้าค่ะ ช่วงปีแรกๆ เขาบอกว่าข้ายังเด็กเกินไป ยังไม่ควรมีลูก”

            ที่พูดก็ไม่ผิด เด็กสาวในต้าฉีนี้ปกติแล้วเมื่ออายุสิบสี่ปีก็จะปักปิ่นแล้วก็หมั้นหมายรอจนอายุประมาณสิบหกปีก็จะออกเรือน ในสายตาของหมอ นั่นก็ถือว่ายังเด็กเกินไป อวัยวะยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่

            หวาชิงเสวี่ยกล่าวว่า“ลูกของพวกท่านจะต้องน่ารักมากแน่ๆ!”

            หลัวมู่อวี่ยิ้มหวาน“อืม ขอบคุณนะเจ้าคะ”

            …

            ในโถงรับรอง ฟู่ถิงเย่กับหลูเจิ้งชิงกำลังนั่งจิบน้ำชาอยู่ข้างโต๊ะบรรยากาศดูไม่ค่อยผ่อนคลายเท่าไรนัก

            เสียงหัวเราะของพวกผู้หญิงดังมาถึงข้างนอกเป็นระยะๆ

            ฟู่ถิงเย่เหลือบสายตาไปที่ประตูถึงแม้จะมองไม่เห็นร่างของหวาชิงเสวี่ย แต่เขาก็รับรู้ได้ถึงความสุขของนาง

            ช่างแปลกประหลาดจริงตอนที่ตามเขากลับจวนโหวไปร่วมงานเลี้ยงชมบุปผา นางดูเกร็งอย่างเห็นได้ชัด แต่พอมาอยู่ที่บ้านหลูเจิ้งชิงกลับดูเหมือนผ่อนคลายมากเสียอย่างนั้น…

            ขณะกินหม้อไฟ นางก็พูดคุยอย่างสนุกสนาน…

            นางกับหลูเจิ้งชิงก็เพิ่งจะได้รู้จักกันแต่เพราะเหตุใดถึงได้พูดคุยกันอย่างสนิทสนมเช่นนี้?

            ความรู้สึกนี้ทำให้ฟู่ถิงเย่รู้สึกสับสนและไม่สบายใจ

            เขาไม่อยากจะมาคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้นจึงพยายามเมินเฉยความไม่พอใจในอกไป แล้วถามหลูเจิ้งชิงว่า “อาการป่วยของนาง แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร?จะกลับมาเป็นอีกหรือไม่?”

            ——————————————————————

            [1]ล่อผึ้งเรียกผีเสื้อ(招蜂引蝶)ความหมายเป็นที่ดึงดูดผู้คนให้สนใจ

            [2]หม้อเวินติ่ง(温鼎)แปลตรงตัวว่าหม้ออุ่นเป็นหม้อทองเหลืองทรงสูง ใช้ในการปรุงอาหารหรือประกอบพิธีกรรมในสมัยโบราณ

            [3]หม้อยวนยาง(鸳鸯锅)หม้อไฟที่ใส่น้ำซุปได้สองรสชาติเรียกว่ายวนยางเพราะแปลว่านกเป็ดน้ำแมนดาริน เป็นสัญลักษณ์ของคู่รัก เนื่องจากมันจะมีคู่เพียงตัวเดียวไปตลอดชีวิต

            [4]จูอวี๋(茱萸)ต้นไม้มีกลิ่นฉุนใช้ไล่แมลงได้ มีผลสีแดงสด รสชาติคล้ายพริกไทย

            [5]เจี้ยนเน่ย(贱内)เจี้ยนแปลว่าต่ำหรือชั้นต่ำเน่ยแปลว่าใน หากแปลตรงตัวจะได้ความหมายว่า สตรีชั้นต่ำในเรือนของตน เป็นคำเรียกแทนภรรยาของคนโบราณโดยนิยมใช้คำที่มีความหมายไม่ดีมาเรียกภรรยาหรือบุตรเพื่อแสดงถึงการถ่อมตน ไม่ได้หมายความไปในทางไม่ดีจริงๆ

            [6]จัวจิง(拙荆)ถ้าแปลตรงตัวจะแปลว่าโง่งมเป็นคำเรียกแทนภรรยาของคนโบราณเช่นกัน ซึ่งไม่ได้หมายความไปในทางไม่ดีจริงๆ

    คล้ายกับเรื่องฮูหยินข้าคือนักวิทยาศาสตร์ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570