ตอนที่ 53
อร่อยไหม
เหลาสุรา...น้ำใสแห่งนี้ แต่เดิมเป็นกิจการของตระกูลเฟิง แต่ปัจจุบันคือทรัพย์สินส่วนหนึ่งของตระกูลหยาง วันนี้เมื่อหยางอวี่ถงคิดจะจัดเลี้ยงรับรองแขกเหรื่ออื่น ๆ ย่อมไม่มีปะปน ทั้งเหลาสุรา จึงเต็มไปด้วยคนของสองตระกูลหยางและหลิว
เหล่าทหารนักบู๊ล้วนนั่งรวมกันอยู่ที่ชั้นล่าง ส่วนชั้นที่สองถูกปล่อยเว้นว่างเอาไว้ บนสุดชั้นที่สามทิวทัศน์งดงามย่อมตกเป็นของเหล่าผู้นำของสองตระกูล จ้าวมู่และนายกองหู
เมื่อผู้นำสองฝั่งนั่งกันจนครบอาหารชุดแรกก็ยกออกมาวางเรียงทันที บนโต๊ะวางแน่นไปด้วยเมนูขึ้นชื่อของเมืองน้ำใสเริ่มต้นด้วย เนื้อกวางพริกไทอ่อน ปลามงคลเจี๋ยนแปดอย่าง หอยเล็บมังกรเผา ขาหมูยักษ์ทอดกรอบซอสน้ำใสและจานเย็นน้ำใสที่คัดเอา วัตถุดิบขึ้นชื่อของ นำคลุกผสมกับสมุนไพร ก่อนลงไปทอดในน้ำมันเดือดจนกรอบหกอย่าง
...แม้อาหารเลิศรสอร่อยลิ้น แต่ใจคนขมฝาด ย่อมมิอาจ กระเดือกลื่นลงคอ
ผู้คนบนโต๊ะแรกสงบเสงี่ยม แต่เมื่อกลิ่นอาหารโชย บวกกับยามเที่ยงมาถึง ทันทีที่เจ้าภาพเปิดฉากจ้าวมู่ และผู้กองหู ก็กลายเป็นทัพตาม ผู้อาวุโสคนอื่น ๆ ของตระกูลหยาง ได้ที คีบหนีบใส่ปากกันพัลวันทั้งโต๊ะมีเพียงสองคนเท่านั้น ที่กระดกดื่มเพียงสุรา มิคิดแตะต้องของคาวเลิศรสแม้สักเสี้ยว
อาหารชุดแรกผ่านพ้นของคาวหลัก ค่อยยกมาสับเปลี่ยน หม้อไฟแดงร้อน ที่ต้มน้ำและน้ำมันปรุงรสเดือดปุดถูกยกวางไว้ที่กึ่งกลาง พ่อครัวใหญ่ที่เตรียมการอยู่ก่อน เห็นผู้คนบนโต๊ะกำลังสนใจได้ทีโปรยเครื่องเทศหอมฉุน สาดลงด้านบน กระทบพรายฟองร้อน ค่อยส่งกลิ่นหอมกระจายทั่วยั่วน้ำลายผู้คนจนถึงขีดสุด แต่บนโต๊ะมีเพียงน้ำไร้เนื้อ ย่อมมิสมบูรณ์เมื่อกลิ่นเครื่องเทศกลายเป็นจางอ่อน วัตถุดิบที่แล่บางจากป่าและทะลเลื่องชื่อ ค่อยถูกยกวางทั้งสี่มุมเมื่อเสร็จสิ้นหยางอวี่ถงจึงลุกยืนขึ้น อธิบายวิธีการลวกผ่านน้ำปรุงทั้งสุกมากสุกน้อย ยังแตกต่างกันไปตามน้ำจิ้มอีกสี่ชนิดแตกต่าง ซึ่งยกมาภายหลัง
...กลิ่นจรุงยากต้านวิธีการเลิศล้ำ เนื้อนำทะเลหลาก มากราคาน่าลิ้มลอง ปุถุชนหม่นหมอง ร่ำสุราเงียบงัน
สุดท้ายก่อนของหวานจะมาถึงหยางอวี่ถง เห็นผู้อาวุโสจ้าวมู่ ดึงดูดนายกองหู สนทนาถูกคอ จึงขยับเท้าลุกขึ้นพลางส่งสัญญาณบางสิ่งแก่นักบู๊ที่เฝ้ารักษาบันไดทางขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปกระซิบกระซาบที่ข้างหูของหลิวเหวินหง ซึ่งเงียบงันยังมิเอ่ยวาจาเลยสักครั้ง
แม้ไม่สนทนาแต่สายตาล้วนสังเกตรอบ ผู้เฒ่าเห็นเรื่องราวบนโต๊ะอาหารปกติแต่ต้น มิได้เฉลียวใจจึงคล้อยตามคำขอร้อง คิดให้เกรียติหยางอวี่ถง ลุกติดตามไป พอดีบ่าวไพร่ยกชามน้ำแกงตุ่นกลิ่นหอมสวนขึ้นมา หยางอวี่ถงจึงสั่งให้บ่าวผู้นั้นหยุดรอ จากนั้นลงมือตักใส่ถ้วยเล็กด้วยตนเองก่อนยกคำนับให้กับหลิวเหวินหง
หลิวเหวินหงแต่แรกเดินทางมาเหลาสุรา ตั้งใจดื่มเพียงสุราดับทุกข์แต่เมื่อลุกตามหยางอวี่ถงมาแล้ว ยากปฏิเสธ รับน้ำแกงมามาซดลงคอจนว่างขาวรู้สึกรสชาติหวานลิ้นไม่เลว แต่มิคิดเอ่ยอันใดออกไป เพียงรักษาความสงบในใจ
เพล้ง !!!
แต่แล้วชามใหญ่น้ำแกงด้านหลังพลันตกลงพื้น แตกกระจาย บ่าวไพร่รีบเอ่ยคำขอโทษขอโพยแต่หยางอวี่ถงยิ้มแย้ม เอ่ยคำเมตตาผิดแผกวิสัยดั้งเดิม ก่อนจะบอกให้บ่าวผู้นี้ไปยกน้ำแกงมาใหม่ พร้อมกับเชื้อเชิญ หลิวเหวินหง ให้ลงไปชมดูสิ่งของ ที่ตั้งอยู่ชั้นสองด้วยกันดุจเดิม
“ไหนละของสำคัญที่ท่านอยากให้ข้าดู”หลิวเหวินหงแม้ไม่เอ่ยขัดแต่ต้น แต่อยากรีบดู รีบกลับขึ้นไป
“ท่านผู้นำหลิวใจเย็น ๆ หน่อยสิ รับรอง ว่าข้าไม่คิดหลอกให้ท่านมาเสียเวลาเปล่า ๆ หรอกน่า”
หลิวเหวินหงที่ตอนนี้ดื่มสุราเข้าไปพอควร แม้ไม่เมามาย แต่เลือดลมล้วนสูบฉีดร้อนแรงกว่าปกติ “หึ เสียเวลาเสียเวลาเปล่า มันมิใช่เสียมาตั้งแต่ต้นแล้วหรอกรึ” เสียงบ่นพึมพำเบาด้วยในใจอยากที่จะกลับออกให้พ้นเมืองน้ำใสโดยไว
“ว่าแต่...น้ำแกงเมื่อครู่รสชาติดีหรือไม่”หยางอวี่ถง ไม่คิดสนใจคำบ่นของหลิวเหวินหง เปิดผ้าที่ปิดคลุมบนโต๊ะกลมเผยให้เห็นชามน้ำแกง ดุจเดียวกับที่เพิ่งแตกไปด้านบน
“หยางอวี่ถงเจ้าต้องการอะไรกันแน่” หลิวเหวินหงเห็นชามน้ำแกงลวดลายเดียวกันกลิ่นหอมนั้นก็มิแตกต่างจากที่ตนดื่มลงไป รู้สึกว่ามีเลศนัยแอบแฝงจึงสูดหายใจเดินลมปราณ ขับพิษสุราคั่งค้าง คิดเรียกสติสมบูรณ์กลับคืนโดยไว
“โธ่ ท่านผู้นำหลิวก็คิดมากจนเกินไปข้าเป็นคนเลี้ยงอาหารมื้อนี้ ก็ต้องอยากรู้เป็นธรรมดา ว่าน้ำแกงถ้วยเมื่อครู่รสชาติดีหรือไม่”
“เรื่องไร้สาระเช่นนี้ช่างเสียเวลาที่ข้าตามลงมายิ่งนัก”
“แล้วถ้าเป็นเช่นนี้เล่า”หยางอวี่ถงเปิดฝาหม้อตุ่นออก ภายในปรากฏกระดูกข้อมือขาวและเนื้อหนังเปื่อยยุ่ยอยู่ภายใน
ไอ้สารเลว... !!!
คำตวาดดังลอดยังมิทันจบประโยคจู่ ๆ ม่านกำแพงไม้ด้านหลัง ก็พังโครมลงมา
หยางอวี่ถงพลันทะยานถอยเข้าไปหลบยังด้านหลังกำแพงที่เพิ่งจะล้มลง “เป็นเช่นไร น้ำซุปกระดูกแขนของไอ้เวรนี่...อร่อยดีไหม”ที่ด้านหลังกำแพง เป็นร่างของหยางเฉิงที่ถูกมัดติดไว้กับแท่นเหล็กแยกแขนขาเพียงแต่เวลานี้ แขนขวาที่เคยสมบูรณ์ ล้วนถูกตัดเฉือนหายเข้าไปถึงครึ่งหนึ่งพอดีกับกระดูกขาวที่อยู่ในหม้อคชตุ๋น
อ๊ออกกก !!!
หลิวเหวินหงไม่คิดว่าหยางอวี่ถงจะชั่วช้า ถึงขนาดนำแขนของหยางเฉิงมาปรุงเป็นน้ำแกงให้ตนกินแต่เมื่อรู้แล้ว ก็เร่งล้วกคอ ขย้อนสิ่งที่ค้างอยู่ในท้องให้ไหลออกจนแสบร้อนไปทั้งร่าง
“เอาละในเมื่อหยางเฉิงเป็นนักโทษของข้า เช่นนั้น ข้าก็จะทำให้มันรับสารภาพว่า ตระกูลหลิวคือผู้ร้ายที่อยู่เบื้องหลังแผนการทั้งหมดท่านก็เห็นหลักฐานจากในห้องโถงตระกูลหยางก่อนหน้าแล้วนี่ว่ามือทรมานของข้าสามารถเพียงใด”
มีดแหลมถูกเสียบเข้าที่เหนือหัวเข่าทั้งสองข้างของหยางเฉิงจนโลหิตนองอาบ...ออูอู้ !!! แต่หยางเฉิงถูกผ้ามัดอุดปากเอาไว้ จึงไม่อาจส่งเสียงร้องดังออกมาแต่ดูจากสีหน้าแล้ว คงเจ็บปวดไม่น้อย
ไอ้สารเลวหยางอวี่ถงวันนี้ถ้าข้าไม่อาจสังหารเจ้า ข้าจะไม่ขออยู่เป็นคนอีก !!!
หลิวเหวินหงเดือดดาลทะยานเข้าใส่หยางอวี่ถงด้วยกระบวนท่าดุร้ายในทันที
แกรก...! เสียงพันธนาการที่ยึดร่างของหยางเฉิงเอาไว้ถูกปลดหลุดออก ร่างที่ถูกทรมานแสนสาหัส ค่อยหลุดร่วงทรุดลงกับพื้น
แม้เจ็บปวดแสนสาหัสแต่กำลังใจและสติของหยางเฉิงยังคงแน่นวแน่ไม่แปรเปลี่ยน เร่งใช้หัวไหล่ช่วยขยับผ้าที่อุดปากให้แง้มเปิดก่อนจะพยายามตะเบ็งออกจนสุดเสียง เอ่ยเตือนหลิวเหวินหง “หนี...ไป !” ด้วยก่อนหน้า หยางอวี่ถงได้ใช้ให้สมุนผู้หนึ่งเล่าเรื่องราวแผนชั่วช้าทั้งหมดของมัน ให้แก่หยางเฉิงฟังก่อนจะวางยาให้สิ้นไร้เรี่ยวแรง เพื่อให้หยางเฉิงได้ชมดูการละเล่น ทำลายล้างตระกูลของหลิวด้วยตาตนเอง
“มา ๆเชิญท่านนายกอง” จ้าวมู่นัดแนะจังหวะกับหยางอวี่ถงตั้งแต่ต้น เมื่อพานายกองหูลงมาถึงพอดีเห็นหยางเฉิงหลุดออกจากพันธนาการ หยางอวี่ถงเร่งแสดงท่าทีหวาดกลัวหลบหนีหลิวเหวินหงหัวซุกหัวซุน
...ความผิดซึ่งหน้าเช่นนี้มันยังจะด้านหน้าช่วยเหลือตระกูลหลิวได้อย่างไร
“แย่แล้วคุ้มครองท่านประมุข” จ้าวมู่ทำทีแตกตื่น แต่เมื่อสิ้นคำ ศิษย์เอกทั้งสองของจ้าวมู่ก็กระโจนออกมา ขวางหน้า รับมือกระบวนท่าดุดันของหลิวเหวินหงได้อย่างเท่าเทียม
“บัดซบ !!! พวกเจ้าวางแผนเตรียมการเอาไว้ก่อนแล้วสินะ”หลิวเหงินหงเห็นผู้ที่ขวางหน้าตนเอง ฝีมือทัดเทียม คงยากบุกฝ่าจึงหันกลับไปมองยังนายกองหู
แต่ครานี้ดูเหมือนว่าหลุมพรางที่จ้าวมู่คิดขึ้นจะออกผลนายกองหูส่ายหน้าเบือนหนี คิดวางเฉยต่อเรื่องราวของตระกูลหลิวแล้ว
“ดีเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ต้องเจรจากันอีก” แม้กระบวนท่าดุดันคราแรกของหลิวเหวินหงผลออกมาเสมือนทัดเทียมกับศิษย์ของจ้าวมู่ แต่แท้จริงมันไม่ได้คิดฆ่าฟันแต่ต้นแต่ตอนนี้ทุกสิ่งไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เสือเฒ่าอย่างไรก็เผ็ดร้อนกว่ากระทิงหนุ่มเพลงหมัดเดิม กระบวนท่าเดิม แต่น้ำหนักและทิศทางล้วนแตกต่างพริบตากระแทกจนศิษย์ทั้งสองของจ้าวมู่ เสียหลักพ้นทางแต่ไม่ทันที่หลิวเหวินหงจะรุกไล่ตามติดหยางอวี่ถง จ้าวมู่ก็ทะยานเข้ามาสกัดขวางไว้เสียก่อน
หลิวอานเห็นพี่ชายถูกรุมล้อมตวาดคำสั่งดัง ถึงพวกพ้องที่ด้านล่างให้ขึ้นมาช่วยส่วนตนเองก็ทะยานเข้าไปรับมือกับศิษย์ของจ้าวมู่ในทันที