ชายฉกรรจ์สองคนนั้นรีบสับเท้าโกยอ้าวหนีไปสุดชีวิตไม่สนใจเจียงอิ๋งอิ๋งอีกต่อไป
เจียงอิ๋งอิ๋งยื่นเรียวขาสวยออกไปขัดขาจนทั้งคู่ล้มคว่ำคะมำหงายจากนั้นจึงโบกมือพลางตะโกนก้อง “ทางนี้ค่ะ! มีคนปล้น!”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
ชายร่างสูงกำยำในชุดเครื่องแบบสวมหมวกตำรวจเดินออกมาส่งเจียงอิ๋งอิ๋งและเด็กทั้งสองเขาเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี “มืดค่ำขนาดนี้แล้วพวกคุณพักอยู่ที่ไหนครับ เดี๋ยวผมไปส่ง”
เจียงอิ๋งอิ๋งก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างขัดเขินพลางส่งยิ้มหวานหยดย้อย “จะดีหรือคะ? พวกเราพักอยู่ที่หมู่บ้านทางทิศตะวันตกค่ะคุณจะขับรถตำรวจไปส่งพวกเราจริงๆ หรือคะ?”
“ทางเดินลำบากแถมยังมืดแล้วด้วย จะรบกวนคุณเกินไปหรือเปล่าคะ?”
ซ่งจื้อหลุดหัวเราะ“คุณพูดขนาดนี้แล้ว ผมยิ่งต้องไปส่งครับ แต่รถตำรวจไม่มีหรอกนะพวกเราใช้แต่จักรยานกันทั้งนั้น”
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ่งโปรยยิ้มพราวเสน่ห์“รบกวนรอฉันสักครู่นะคะ!”
พูดจบเธอก็ฝากเหวินฉินกับเหวินชงไว้กับซ่งจื้ออย่างวางใจก่อนจะรีบวิ่งตรงไปยังสหกรณ์ร้านค้าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกวาดซื้อเนื้อแดดเดียวห่อใหญ่ ขนมปังกรอบ และของว่างมาเต็มอ้อมแขน...
ร่างบอบบางแทบจะหอบของไม่ไหวเธอเดินทุลักทุเลออกมาจากสหกรณ์ แล้วส่งห่อของพะรุงพะรังนั้นให้ซ่งจื้อ“รบกวนช่วยถือไปวางที่เบาะหลังจักรยานหน่อยนะคะทางทิศตะวันตกมีรถไถรับจ้างอยู่ พวกเรานั่งคันนั้นกลับเองได้ค่ะ!”
ซ่งจื้อได้แต่มองหญิงสาวที่ยืนหอบแฮกตรงหน้าอย่างพูดไม่ออกนี่เธอเห็นเขาเป็นรถวัวใช้ฟรีหรืออย่างไร...
เมื่อถึงถนนสายเล็กชานเมืองลุงหลี่อิงจ้านกำลังขับรถไถผ่านมาพอดีพอเห็นท่าทางเช่นนั้นเขาก็ตกใจจนรีบโดดลงจากรถ “คุณตำรวจครับผม...ผมไม่ได้ทำอะไรผิดนะ... แค่รับจ้างส่งของเฉยๆ...”
ซ่งจื้อยิ้มพลางส่ายหน้า“ผมมาส่งคุณผู้หญิงท่านนี้ครับ เห็นเธอพาเด็กมาด้วยดึกๆ ดื่นๆมันอันตราย ฝากคุณไปส่งพวกเขาให้ถึงบ้านด้วยแล้วกัน!”
ในยุคสมัยนั้นผู้คนต่างมีความยำเกรงและเชื่อฟังตำรวจอย่างบอกไม่ถูก
หลี่อิงจ้านพยักหน้าหงึกหงักไม่หยุดทั้งยังรีบช่วยขนของขึ้นกระบะรถไถอย่างขมีขมัน
เจียงอิ๋งอิ๋งจูงมือเด็กทั้งสองพลางส่งยิ้มหวาน“ขอบคุณนะคะพี่ชายตำรวจ!”
ขณะรถไถส่งเสียงเครื่องยนต์ดังตึกๆเคลื่อนตัวออกไป ซ่งจื้อเฝ้ามองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะส่ายหน้าอย่างขบขันเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจจริงๆ...
เพราะคำกำชับจากตำรวจหลี่อิงจ้านจึงขับรถไปส่งถึงหน้าประตูบ้าน ทั้งยังกุลีกุจอช่วยขนของลงให้เสร็จสรรพก่อนจะเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “แม่หนูเจียงตำรวจคนนั้นเขามาทำไมหรือ?”
เจียงอิ๋งอิ๋งหยิบขนมออกจากห่อหนึ่งห่อยัดใส่มือเขา“พอดีเจอคนร้ายน่ะค่ะ เขาเลยมาช่วยคุ้มกัน! ลุงหลี่คะขนมนี้รับไว้เถอะค่ะ ถ้าไม่ได้ลุง ฉันพาเด็กๆ มาด้วยแบบนี้ ไม่รู้จะถึงบ้านเมื่อไร”
ปกติค่ารถไถเข้าเมืองเที่ยวละสามเหมาซึ่งเธอก็จ่ายเงินไปแล้ว
หลี่อิงจ้านจะกล้ารับของเพิ่มได้อย่างไรเขารีบโบกมือพัลวัน “ไม่ต้องๆรับไว้ไม่ได้หรอก...”
เจียงอิ๋งอิ๋งยิ้มละไมวางห่อขนมลงบนที่นั่งคนขับทันที “วันหน้าฉันต้องเข้าเมืองไปซื้อของอีกคงต้องรบกวนใช้บริการรถของลุงอีกบ่อยๆ ค่ะ!”
หลี่อิงจ้านจึงไม่ปฏิเสธอีกได้แต่ลอบมองเจียงอิ๋งอิ๋งที่หอบข้าวของพะรุงพะรังกลับบ้านทุกวันพลางนึกในใจ
เมียใหม่ของเสิ่นเหยาคนนี้ใช้เงินเก่งจริงๆ!
ของพวกนี้ต้องหมดเงินไปเท่าไรกันนะ!
ทว่าเมื่อนึกถึงห่อขนมในมือเขาก็ส่ายหน้าปัดความคิดทิ้งอย่างไรเสียเธอก็ดูรู้จักกาลเทศะมากกว่าเมื่อก่อนเยอะ...
เจียงอิ๋งอิ๋งสั่งให้เจ้าถั่วงอกน้อยทั้งสองช่วยกันขนทรัพย์สงครามเข้าบ้านท้องฟ้าเริ่มมืดลงสนิทแต่ไกลออกไปที่ลานนวดข้าวยังคงมีเสียงคนทำงานแว่วมาให้ได้ยิน
พวกเสิ่นเหยาก็ยังไม่กลับมา
เจียงอิ๋งอิ๋งนึกขึ้นได้จึงสั่งให้เหวินฉินไปต้มน้ำด้วยความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่เพิ่งผุดขึ้นมาส่วนเธอลงมือตวงข้าวสารใส่หม้อ
เธอนำอาหารปรุงสำเร็จที่ซื้อมาเมื่อตอนกลางวันมาคลุกเคล้ากับแตงกวาเป็นยำแบบเย็นๆ กลายเป็นกับข้าวรสเลิศอีกอย่างหนึ่ง
ครู่ต่อมากลิ่นหอมของข้าวก็โชยฟุ้ง แต่พอเปิดฝาหม้อไม้ออก เจียงอิ๋งอิ๋งก็ถึงกับตะลึง...
เธอใส่ข้าวครึ่งหนึ่งน้ำครึ่งหนึ่งนึกไม่ถึงว่าจะกลายเป็นหุงข้าวสวยไปเสียได้...
เอาเถอะข้าวสวยย่อยง่ายกว่าแผ่นแป้งตั้งเยอะ...
เหวินฉินผู้รู้ความรีบกันอาสะใภ้คนสวยออกไป“คุณอาครับ ผมตักข้าวเอง!”
ร่างเล็กๆยืนบนม้านั่ง ถือทัพพีคันโตตักข้าวอย่างคล่องแคล่วว่องไวแม้แต่เหวินชงก็ยังประคองชามยืนรออยู่ข้างๆ อย่างตั้งอกตั้งใจ
เจียงอิ๋งอิ๋งรู้สึกราวกับตัวเองเป็นคนไร้ประโยชน์ขึ้นมาทันที...
เอ๊ะไม่สิ เธอคือคนไร้ประโยชน์ที่สวยหยาดเยิ้มต่างหาก...
เสียงดังแว่วมาจากประตูรั้วเจียงอิ๋งอิ๋งนึกว่าเสิ่นเหยากลับมาแล้ว จึงรีบคว้าชามในมือเหวินชงมาถือไว้“เจ้าตัวเล็ก ไม่ต้องแย่งอาทำงานแล้ว!”
ทว่าเมื่อเธอถือชามเดินออกไปเสียงเคาะประตูยังคงดังรัวไม่หยุด
เจียงอิ๋งอิ๋งเริ่มสงสัยฟ้ามืดค่ำขนาดนี้แล้ว ถ้าไม่ใช่พวกเสิ่นเหยา แล้วจะเป็นใครกัน?
“เจียงอิ๋งอิ๋ง เปิดประตู! ผัวเธอตีฉัน!”
เป็นเสียงของหลี่ไล่จื่อ!
ใบหน้าของเจียงอิ๋งอิ๋งเย็นเยียบลงทันทีเธอจำหมอนี่ได้แม่นยำว่าเป็นไอ้กุ๊ยหื่นกามประจำหมู่บ้าน
เมื่อก่อนมันชอบมาแทะโลมร่างเดิมบ่อยๆถึงแม้ร่างเดิมจะมีชื่อเสียงไม่ดีนัก ทว่ากลับเกลียดขยะเปียกแบบนี้เข้าไส้จึงด่าเปิงไปไม่น้อย
เสิ่นเหยาอัดมันงั้นหรือ?
ความคิดแรกที่ผุดขึ้นในหัวเจียงอิ๋งอิ๋งคือ...สมควรแล้ว!
เธอไม่เปิดประตูแต่ยืนตะโกนตอบโต้จากในลานบ้านออกไป “มืดค่ำป่านนี้มาเคาะประตูบ้านคนอื่นทำไม?อยากถูกจับส่งตำรวจหรือไง!”
หลี่ไล่จื่อถูกซ้อมจนหน้าบวมเป่งไปครึ่งแถบฟันหลอไปหนึ่งซี่ พออ้าปากพูดก็ปวดแปลบจนต้องซี้ดปาก เขารู้ว่าเสิ่นเหยายังไม่กลับจึงจงใจแผดเสียงให้ดังขึ้น “เธอจะชดใช้เงินไหม? ถ้าไม่จ่าย ฉันจะส่งผัวเธอเข้าคุก!อย่าคิดว่ามีชู้ในเมืองแล้วฉันจะกลัวนะ!ฉันไม่เชื่อหรอกว่าชู้ของเธอจะคุ้มหัวผัวเธอได้!”
เสียงของเขาดังลั่นประกอบกับบ้านของเจียงอิ๋งอิ๋งกำลังเป็นจุดสนใจเรื่องข่าวลือชาวบ้านที่เพิ่งกลับจากนาต่างพากันแง้มประตูออกมาอย่างสอดรู้สอดเห็น
ป้าเสิ่นซึ่งมีลูกสาวช่วยงานจึงกลับมาถึงบ้านเร็วพอได้ยินเสียงเอะอะก็รีบเปิดประตูออกมา เห็นว่าเป็นหลี่ไล่จื่อก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบวิ่งกลับเข้าบ้านไปคว้าไม้กวาดออกมาทันที
“ไอ้เด็กเวรนี่! อาศัยตอนเสิ่นเหยาไม่อยู่มาทำบ้าอะไรที่นี่? ไสหัวไปเดี๋ยวนี้!”
ถึงป้าเสิ่นจะมีอายุแล้วแต่สมัยสาวยังเคยเป็นนักสู้ตัวยงเธอควงไม้กวาดอย่างน่าเกรงขามจนหลี่ไล่จื่อสะดุ้งโหยงกระโดดถอยหลังไปไกล
เขาเอามือกุมแก้มพลางตะโกนเหยงๆ“ตระกูลเสิ่นรังแกคน! ตีคนบาดเจ็บแล้วยังไม่ยอมรับผิด!”
เจียงอิ๋งอิ๋งจึงยอมเปิดประตูใหญ่เธอกอดอกมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “พี่เหยาตีแกงั้นหรือ?มีหลักฐานไหมล่ะ?”
หลี่ไล่จื่อชี้ไปที่หน้าที่บวมฉึ่งของตัวเอง“เห็นไหมเนี่ย! ฟันกรามหลุดไปซี่หนึ่งเลยนะ! จ่ายเงินมา!ต้องจ่ายเงินเดี๋ยวนี้!”
“อ้อ?”
เจียงอิ๋งอิ๋งหลุดยิ้ม“ใครจะไปรู้ว่าแกซุ่มซ่ามล้มเอง หรือโดนใครที่ไหนอัดมา?”
หลี่ไล่จื่อทั้งแค้นทั้งฉุน“คนเห็นกันเต็มลานนวดข้าว! ก็ไอ้เสิ่นเหยานั่นแหละที่เป็นคนลงมือ!”
“ฉันยังพูดได้เลยว่าเห็นแกล้มคว่ำไปเองกับตา!”
เจียงอิ๋งอิ๋งกลอกตาใส่อย่างมีจริตจะก้านแต่น้ำเสียงนุ่มนวลที่เอ่ยออกมากลับกวนประสาทจนแทบคลั่ง“ไหนล่ะพยาน? ไหนล่ะหลักฐาน? แค่ขยับปากพะงาบๆ ก็คิดจะใส่ร้ายคนอื่นงั้นหรือ?”
ตอนนั้นเองป้าเสิ่นที่เริ่มตั้งสติได้ก็รีบมายืนเคียงข้างเจียงอิ๋งอิ๋งแล้วแผดเสียงลั่น“เสิ่นเหยาหลานฉันเป็นคนซื่อสัตย์! อย่ามาใส่ความเขานะ!”
คนซื่อสัตย์...
ชาวบ้านที่มุงดูอยู่รอบๆถึงกับมุมปากกระตุก ไอ้หนุ่มนั่นเวลาลงมือน่ะเหี้ยมเกรียมจะตายไป!เป็นคนซื่อสัตย์น่ะใช่ แต่คนซื่อสัตย์ไม่ได้แปลว่าสู้คนไม่เป็นเสียหน่อย...