มู่ถงเหยากลับมาถึงจวนก็รีบสอบถามสาวใช้ทันทีว่าหานอี้เซินกลับมาแล้วหรือยังสาวใช้รายงานว่าหานอี้เซินกลับมาแล้วและตอนนี้ก็กำลังอยู่ในห้องทำงานมู่ถงเหยาจึงได้จัดเตรียมขนมที่ซื้อมาใส่จานแล้วยกไปให้เขาถึงที่
เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูห้องทำงานบ่าวที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเห็นนางก็รีบเข้าไปรายงานหานอี้เซินทันทีรอไม่นานนางก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
หานอี้เซินกำลังนั่งทำงานอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมาเมื่อมู่ถงเหยาเดินเข้ามาด้านใน
“เป็อย่างไรไปเดินตลาดสนุกหรือไม่”หานอี้เซินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลรอยยิ้มที่ปรากฎบนใบหน้าก็แลดูอ่อนโยนเหมือนทุกครั้ง
“เ้าค่ะ หากเป็ไปได้ข้าก็อยากออกไปเดินเล่นอีก”มู่ถงเหยาไม่ลืมที่จะโยนหินถามทางดูสิว่าหากนางพูดเช่นนี้แล้วเขาจะว่าอย่างไร
“หากชอบไว้ครั้งหน้าข้าจะพาเ้าไป”หานอี้เซินยังคงยิ้มอ่อนโยนอย่างปกติ
“เช่นนั้นก็ขอบคุณท่านพี่เ้าค่ะแล้วก็เื่เมื่อเช้าด้วยแต่ข้าไม่ได้อยากได้เงินเพิ่มนะเ้าคะ”มู่ถงเหยารู้สึกว่าการได้รับของหรือความช่วยเหลือจากเขาไม่ใช่เื่ดีสักเท่าไรนางไม่ใช่มู่ไช่อิงสักหน่อยหากเขาจะทำดีด้วยเช่นนั้นก็หมายความว่าเขา้าให้นางทำบางสิ่งบางอย่างให้น่ะสิ
เื่นี้จะเกี่ยวข้องกับมู่ไช่อิงอีกอย่างนั้นหรือ
“ข้าซื้อขนมมาฝากท่านพี่ด้วยเ้าค่ะ ลองชิมดูหน่อยไหมเ้าคะ”เห็นเขาไม่ตอบมู่ถงเหยาจึงเดินยกจานขนมไปวางไว้บนโต๊ะข้างๆ ครุ่นคิดไปว่าหากเขาคิดจะใช้นางเพื่อเป็สะพานไปหามู่ไช่อิงนางจะยอมเป็สะพานให้เขาดีหรือไม่แต่อย่างไรก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนถึงแม้ร่างกายนี้จะไม่ใช่ของนางแต่อย่างไรก็ต้องรักษาไว้ให้ดีจนกว่าเ้าของเดิมจะกลับมา
“ลายมือสวยจัง”มู่ถงเหยาที่เดินเข้ามาใกล้ก็เหลือบไปเห็นลายมือของหานอี้เซินจึงได้เผลอพูดออกมาอย่างไม่ตั้งใจทันทีที่รู้สึกตัวก็รีบเม้มปากแน่นเมื่อครู่นางเพียงหลุดปากออกไปนิดเดียวแต่นี่อาจจะทำให้หานอี้เซินคิดว่านางกำลังสอดรู้สอดเห็นงานของเขาอยู่หรือไม่“ขอโทษเ้าค่ะ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูนะเ้าคะ”
“ไม่ใช่เื่สำคัญหรอกเ้าเองก็มาช่วยข้าเขียนตรงนี้หน่อยสิ”หานอี้เซินตบเบาๆ ตรงที่นั่งข้างๆ เป็เชิงให้นางนั่งลงมู่ถงเหยาได้ยินเช่นนั้นก็ทำตัวไม่ถูกนางไม่แน่ใจว่านี่จะเป็แผนลองใจของอีกฝ่ายหรือไม่เพราะไม่คิดว่างานของเขานางจะสามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้
“ข้าทำได้หรือเ้าคะ” มู่ถงเหยาถามอย่างไม่แน่ใจ
“ไม่ยากหรอก”หานอี้เซินคล้ายทำเป็ไม่เห็นสายตาหวาดระแวงของมู่ถงเหยาเขายังคงปฎิบัติกับนางอย่างอ่อนโยนเช่นเคย
มู่ถงเหยาที่ไม่อาจปฎิเสธได้ก็ลงนั่งตรงที่ว่างข้างๆ พู่กันที่จุ่มหมึกเรียบร้อยแล้วถูกยื่นมาอยู่ตรงหน้าพร้อมกับกระดาษที่มีลายมือของเขาเขียนไว้อยู่ก่อนแล้ว
“เ้าคัดลอกตามนี้ เขียนต่อจากที่ข้าเขียนได้เลย”หานอี้เซินอธิบายงานที่จะให้นางทำ มู่ถงเหยาดูแล้วก็รู้สึกว่าไม่ได้อยากอะไรแต่พอลองเขียนไปได้แค่ครึ่งตัวอักษรก็รู้สึกว่ามีปัญหาเสียแล้ว… นางไม่เคยใช้พู่กันเขียนมาก่อนน่ะสิ!
แม้จะพยายามฝืนแล้วแต่กลับไม่ได้ช่วยให้การเขียนดีขึ้นเลยดูจะย่ำแย่เสียมากกว่ามองดูตัวอักษรยึกๆ ยือๆอย่างกับเด็กน้อยที่เพิ่งจะฝึกเขียนมู่ถงเหยาก็รู้สึกอับอายยิ่งนักแล้วที่แย่ไปกว่านั้นก็คือนี่เป็งานชิ้นแรกที่หานอี้เซินมอบหมายให้นางแต่นางกลับทำออกมาได้น่าผิดหวังขนาดนี้หากเป็เื่อื่นเขาจะไว้ใจได้อย่างไรกัน
มู่ถงเหยารู้สึกว่านี่เป็จุดเริ่มต้นที่เลวร้ายมากทั้งไม่้าทำให้หานอี้เซินคิดว่านางเป็คนไม่ได้เื่แม้แต่เขียนตัวอักษรก็ยังเขียนให้งดงามไม่ได้มือเล็กจับด้ามพู่กันไว้แน่นบรรจงเขียนทุกตัวอักษรอย่างตั้งใจ แต่ที่ใครๆต่างก็พูดไว้ว่าความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นย่อมใช้ไม่ได้ผลกับมู่ถงเหยาเพราะยิ่งพยายามก็ยิ่งเละไม่เป็ท่า
มู่ถงเหยาหยุดพักดูผลงานของตนเองก็ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นนางมั่นใจว่าตนเองนั้นบรรจงทุกตัวอักษรแต่เหตุใดมันกลับดูออกมาเหมือนกับตัวหนอนที่กำลังนอนแดดิ้นอยู่บนพื้นเช่นนี้เล่า
“เ้าเกร็งข้อมือมากเกินไป ต้องทำแบบนี้”เสียงนุ่มนวลของหานอี้เซินดังขึ้นใกล้ๆมือหนาเอื้อมมากอบกุมมือเล็กจับพาให้ลากเส้นไปตามทิศทางที่อีกฝ่ายเป็ผู้ควบคุมมู่ถงเหยาที่จิตใจจดจ่อกับการเขียนพู่กันไม่ได้รู้สึกตัวสักนิดว่าตอนนี้ทั้งสองคนนั้นแนบชิดกันมากเพียงใด
หานอี้เซินที่ขยับเข้ามาใกล้จนอกกว้างของเขาแนบชิดอยู่กับแผ่นหลังของมู่ถงเหยาส่วนมืออีกข้างที่ยังว่างก็เอื้อมไปโอบรอบเอวบางดึงให้ร่างน้อยขยับเข้ามาใกล้กันมากขึ้น
“แบบนี้ดีกว่าหรือไม่” หานอี้เซินถามเสียงอ่อนโยน
“เ้าค่ะ”มองดูตัวอักษรตรงหน้าก็รู้สึกว่ามันดีขึ้นกว่าเมื่อครู่มากนัก “ท่านพี่…”มู่ถงเหยาที่กำลังจะพูดบางอย่างจึงได้หันหน้าไปด้านข้างแต่กลับต้องใเมื่อพบว่าใบหน้าของนางกับของเขาอยู่ห่างกันแค่นิดเดียวจนปลายจมูกของนางจะแตะถูกแก้มของเขาอยู่แล้ว
นี่เขาอยู่ใกล้นางขนาดนี้ั้แ่เมื่อไรกัน!?