[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    เล่ม 2 ตอนที่ 168 การพิจารณาคดี ตอนที่ 1

    ซินแคลร์ได้รับข้อมูลว่าฐานนี้เคยเป็นของตระกูลเมนซ่าซึ่งดำเนินการมายาวนานกว่า 10 ปี ที่นั่นมีทหารประจำการอยู่มากกว่า 500 คนโดยทำหน้าที่ควบคุมดูแลพื้นที่ในรัศมี 10 กิโลเมตรเสมือนเป็นเมืองเล็ก ๆ สถานที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่าด่านหน้าขนาดเล็กที่ตระกูลอาเครอนมอบให้ริชาร์ดและมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น กำแพงพวกนี้สูงกว่า 10 เมตรซึ่งแตกต่างจากกำแพงเล็ก ๆ ของริชาร์ดที่ตั้งไว้เพื่อป้องกันแบบหยาบ ๆ เท่านั้น


    เมื่อมีการปฏิบัติการที่มั่นคงไปอีก 10 ปี ตระกูลจะสามารถเข้าร่วมวิหารแห่งมังกรนิรันดรและให้เพลนทำการจัดสรรและตั้งหมายเลขได้ แต่ถ้าผู้นำของฐานยังคงความมีกลยุทธ์ มีไหวพริบ และไร้ศีลธรรมมากพอก็ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานขนาดนั้น เพลนที่มีการเชื่อมต่อกับวิหารแห่งมังกรนิรันดรมักจะมีเส้นทางในการเดินทางที่เสถียร ซึ่งก็หมายถึงสามารถดึงทรัพยากรและผลประโยชน์มากมายออกมาใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชัมปีเตอร์ยินดีลงทุนในเรื่องนี้


    อย่างไรก็ตาม ฐานที่อยู่ตรงหน้าของซินแคลร์นั้นเงียบสงัด ประตูที่เปิดอยู่ครึ่งหนึ่งไม่ปรากฏให้เห็นผู้คนเลยแม้แต่คนเดียว บริเวณนี้ล้อมรอบไปด้วยป่าไม้และดูเหมือนว่าความเงียบจะครอบคลุมอยู่ทั่ว และที่ฐานแห่งนี้ก็ไม่แม้แต่จะมีการเชื่อมต่อกับสถานที่อื่น ๆ ด้วยซ้ำ


    ฐานที่มีคนมากกว่า 2,000 คนโดย 500 คนในนั้นเป็นทหารจะสามารถเอาชีวิตรอดในป่าแห้งแล้งนี้ได้อย่างไรกัน ? นี่มันแทบไม่ต้องพิจารณาถึงผลผลิตทางการเกษตรใด ๆ เลยเพราะตามหลักแล้วพวกเขาจะต้องสร้างชุมชนหรือหมู่บ้านเล็ก ๆ มากกว่า 10 แห่งในบริเวณใกล้เคียงเพื่อทำการเกษตรและจัดหาสิ่งที่จะเป็นเสบียงของฐานทัพ แต่นี่มันไม่มีอะไรเลย ซินแคลร์ไม่คิดว่าตระกูลเมนซ่าจะทำผิดพลาดในลักษณะนี้ได้เพราะมันเป็นแค่เรื่องพื้น ๆ เท่านั้น


    ดวงตาของนางหรี่แคบลงและนางก็เกิดความรู้สึกกังวลขึ้นมา ผู้นำของแบร์การ์ดไนท์ยกมือขึ้นให้สัญญาณก่อนนำทัพไนท์ 10 คนและเกรทเมจให้มุ่งหน้าเข้าไปภายในฐาน


    ครึ่งชั่วโมงต่อมาพวกเขาก็เดินกลับออกมาจากฐานด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจนัก หัวหน้าไนท์และเมจยืนอยู่ตรงหน้าซินแคลร์ ทว่าทั้งคู่ต่างก็พูดไม่ออก


    เมื่อเห็นสีหน้าของหัวหน้าไนท์และเมจ ซินแคลร์ก็พูดขึ้นอย่างเย็นชา “พูดมา ! อะไรกันที่พวกเจ้าพูดออกมาไม่ได้ ? มีกองคนตายอยู่ข้างในอย่างนั้นรึ ? แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันจะอะไรกันนักหนา ? ยังไงซะพวกเขาทุกคนก็น่าจะเป็นสมาชิกของตระกูลเมนซ่าไม่ใช่เรอะ ?”


    ในที่สุดหัวหน้าไนท์ก็พูดขึ้น “ท่านหญิง ไม่มีใครอยู่ในฐานเลยแม้แต่คนเดียว แต่สิ่งของทุกอย่างยังอยู่ครบ รวมถึงชุดเกราะ เสบียงและเสื้อผ้าด้วย สิ่งเดียวที่หายไปก็คือมนุษย์”


    สิ้นคำพูดของหัวหน้าไนท์ เมจก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน ทว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นน่าหดหู่มากกว่าเดิมเสียอีก “และน่าเสียดายที่ไม่มีสิ่งของใดใช้งานได้เลย ที่นี่เต็มไปด้วยพลังแห่งกาลเวลาและไม่มีทางที่เราจะกำจัดได้ ข้าเสียใจที่ต้องบอกว่าที่แห่งนี้ไม่สามารถอยู่อาศัยได้”


    “แล้วประภาคารแห่งกาลเวลาล่ะ !?” นางตะโกนถาม


    หัวหน้าไนท์และเมจสบตากันก่อนที่ไนท์จะยอมรับออกมาว่า “เอ่อ... มัน... มันดับไปแล้ว...”


    “ดับไปแล้วงั้นเรอะ !?” เสียงของซินแคลร์สะท้อนไปทั่วฐานที่ว่างเปล่า


    “ใช่แล้ว” 


    ซินแคลร์ตะลึงไปในขณะที่คนอื่น ๆ พากันเงียบกริบในเสี้ยววินาที เสียงเดียวที่มีในตอนนี้คือเสียงลมพัดเท่านั้น


    “คิกคิก... คิกคิก... ฮ่า ๆ ๆ !” ซินแคลร์เริ่มจากหัวเราะคิกคักก่อนจะกลายเป็นเสียงหัวเราะดังจนทำให้นกบนภูเขาตกใจ นางหัวเราะอย่างบ้าคลั่งไปเรื่อย ๆ กว่า 10 นาทีก่อนที่จะสงบลงในที่สุด จากนั้นใบหน้าของนางก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงที่แปลกประหลาดแต่ดูน่าหลงใหลยิ่งกว่าเดิม


    นางใช้ความพยายามอย่างมากที่จะสูดลมหายใจเข้าก่อนพูดขึ้น “หมายความว่าพวกเรามาอยู่ที่เพลนแปลกประหลาดเข้าให้แล้ว เราไม่สามารถย้อนกลับไปได้และนัวแลนด์ก็ไม่สามารถติดต่อเราได้นอกจากว่าเราจะหาวิธีที่จะจุดไฟให้ประภาคารแห่งกาลเวลาติดขึ้นมาอีกครั้ง... เอาล่ะ พวกเจ้าต้องตัดสินใจกันตอนนี้ว่าพวกเจ้าพร้อมจะสู้ไปกับข้าหรือไม่ ?”


    หัวหน้าไนท์และเมจ 2 คนมองตากันก่อนตกลงจะอยู่กับซินแคลร์และให้คำปฏิญาณว่าจะฟังทุกคำสั่งจากนาง เพราะต่อให้ไม่เต็มใจพวกเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นอยู่ดี มีเพียง 2 วิธีในการพิชิตเพลน — ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างแล้วกลายเป็นศัตรูของสิ่งมีชีวิตบนเพลน หรือแทรกซึมเข้าไปในสังคมและแสวงหาพันธมิตร วิธีแรกยากในแง่ของความอันตรายและความยากลำบาก ทว่าวิธีที่ 2 จะทำให้จุดยืนบนเพลนหรืออำนาจของพวกเขาด้อยลงไป


    ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด ไนท์และเมจต่างก็รู้แค่วิธีการต่อสู้เท่านั้น พวกเขาย่อมไม่รู้เรื่องการเมืองหรือกลยุทธ์ใด ๆ ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาคิดไม่ตก ถึงแม้ว่าเพลนนี้จะจำกัดที่ระดับ 18 แต่การออกห่างจากการป้องกันของนัวแลนด์ย่อมหมายความว่าพวกเขาจะทนสู้ต่อไปได้อีกไม่นาน และจากบุคลิกและนิสัยของซินแคลร์แล้ว แม้พวกเขาจะปฏิญาณความจงรักภักดี นางคงจะสังหารพวกเขาอยู่ดีหากในวันหนึ่งพวกเขาหมดประโยชน์ต่อนาง


    ซินแคลร์แสร้งยิ้มออกมาและกลอกตามองไปยังบุคคลทั้ง 3 ตรงหน้าก่อนเอ่ยขึ้น “เลือกได้ดี แต่ยังไงก็เถอะ พวกเจ้าก็พอจะมีโชคอยู่บ้าง นี่ยังไม่รู้สึกอะไรกันเลยรึ ?”


    เกรทเมจทั้ง 2 พยายามเพ่งสมาธิและวิเคราะห์สถานการณ์ทว่าได้รับเพียงคำใบ้เล็กน้อยเท่านั้นถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาไม่สามารถระบุได้เลยว่าความโชคดีที่ซินแคลร์พูดถึงนั้นคืออะไร ส่วนไนท์นั้น เรื่องของมิติและกาลเวลาไม่ใช่ความถนัดของเขาเลยสักนิด เขาจึงตัดสินใจที่จะไม่เสียเวลาเค้นสมองคิดให้เปลืองพลังงาน เมื่อเห็นทั้ง 3 คนงงงัน ซินแคลร์ก็เผยรอยยิ้มอันน่ากลัวก่อนแลบลิ้นสีแดงของนางออกมาเลียริมฝีปาก “การไหลของเวลาในเพลนนี้อยู่ที่ประมาณระหว่าง 8 ใน 10 ของเวลานัวแลนด์ นั่นหมายความว่ามันได้รับพรจากมังกรนิรันดร ! เมื่อเราพิชิตเพลนนี้และกลับบ้านของพวกเรา เราจะออกไปพร้อมความประทับใจไม่รู้ลืมไว้ให้กับพวกคนล้าสมัยที่นี่ ! ข้าแทบรอไม่ไหวที่จะได้รู้ว่าหัวใจของพวกนี้รสชาติเป็นยังไง !”


    ขณะที่พูด นางก็ตบเบา ๆ ที่คอของมันติคอร์ไปด้วย ซึ่งสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมานี้ก็ยืนขึ้นพร้อมส่งเสียงคำรามสั่นสะเทือนอย่างฉับพลัน


    “พวกเจ้าทั้งหมดมากับข้า ! เราจะไปหาที่พักสำหรับคืนนี้กัน อืม... หากมีทั้งชายหญิงที่อายุน้อยและงดงามด้วยก็ยิ่งดี !” มันติคอร์กระโจนไปเหนือไนท์ท่ามกลางคำปราศรัยของนาง ซึ่งมันเป็นตัวแรกที่วิ่งไปตามแนวภูเขา


    ......


    ณ วิหารในไวท์ร็อคดัชชี่ เอสเซียนคุกเข่าอยู่ภายในห้องขณะพูดถึงการบุกรุกดินแดนของบารอนฟอร์ซ่า แม้ว่าที่นี่จะไม่ได้กว้างใหญ่แต่ก็มีแท่นสูงใหญ่วางอยู่ด้านหนึ่งโดยมีพรีสต์สูงอายุ 3 คนยืนอยู่ข้างหลังมัน จากพลังอันสูงส่งนั้นหนาแน่นจนเรืองแสงออกมาทางผิวหนังของพวกเขา เห็นได้ชัดว่าพวกเขาอยู่ในระดับที่สูงกว่าเอสเซียนและดูจากลักษณะของสิ่งต่าง ๆ รอบตัวนั้นดูเหมือนว่าในตอนนี้เอสเซียนกำลังอยู่ในการพิจารณาคดี


    แน่นอนว่าเขากำลังถูกพิจารณาคดี วิหารแห่งความกล้าหาญในดินแดนของฟอร์ซ่าถูกทำลายเป็นชิ้น ๆ และหน้าจากหนังสือแห่งการครอบครองซึ่งได้รับการยกย่องอย่างสูงโดยเทพแห่งความกล้าหาญก็ถูกทำลายไปอย่างน่าเศร้า อีกทั้งเหล่าเคลริคและพาลาดินทั้งหมดยังถูกฆ่าตายด้วย เพียงแค่หนึ่งในข้อหาพวกนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เอสเซียนถูกลงโทษด้วยการให้ดื่มไวน์ผสมยาพิษ 1 ถ้วย


    อย่างไรก็ตาม เสียงของเอสเซียนยังคงดังก้องไปทั่วห้องโถง เมื่อเขาอธิบายสถานการณ์จบ เขาก็ไม่ได้พยายามที่จะปกป้องหรือล้างมลทินให้กับชื่อของตัวเองแต่เขากลับขออย่างจริงใจให้วิหารส่งกองกำลังของพรีสต์กับกองทัพพาลาดินที่ได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นสูงออกไปกำจัดผู้บุกรุกเหล่านั้น นอกจากนี้เขายังขอให้กองทหารภูเขาชั้นดีของไวท์ร็อคดัชชี่ช่วยอีกด้วย !

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    Level up ไปกับระบบวิเศษ 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    337K 1011
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786