บทที่ 127 ความหมายของ“อย่าคิดมาก”
“ฉันไม่ยอมตายที่นี่หรอก” สายฝนพึมพำ ความเจ็บปวดตอนดึงดาบรูโน่ออกจากไหล่ซ้ายนั้นทำให้หน้าเขาบิดเบี้ยว มันเจ็บเกินไปแล้ว! ภายในใจสายฝนกรีดร้องเสียงดัง ภายนอกเขายังคงนิ่งเฉย ไม่ได้กรีดร้องออกมา หากพวกรูโน่ไม่เห็นหน้าบิดเบี้ยวของสายฝน พวกมันคงคิดว่าความเจ็บปวดไม่สามารถส่งผลใดๆต่อเขา
‘โคตรน่ากลัว!’ มองไหล่ซ้ายตัวเองสายฝนหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม เสียเลือดขนาดนี้เขาจะตายมั้ยเนี่ย? ถึงแม้สายฝนจะเคยเลือดออกมากกว่านี้มาแล้วก็ตามทว่าในตอนนั้นเขามีอักษรลี้ลับทนทาน,พลังสายเลือดเทพปีศาจและสภาวะสงบนิ่ง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่สายฝนจะตายเพราะการเลือดออก
เวลานี้น่ะไม่ใช่ เขาตายจากการเลือดออกได้แบบง่ายๆ สายฝนไม่ได้มีพวกนั้นอีกแล้ว สิ่งที่น่าจะมีก็คงเป็นพลังสายเลือดปีศาจซึ่งเขาไม่อาจหวังกับมันได้ มันชอบทำอะไรตามใจตัว คิดอยากจะทำงานก็ทำงาน อยากจะหยุดทำงานก็หยุด สำหรับสายฝนมันเป็นอะไรที่โคตรน่าหงุดหงิด! มันคิดว่าตัวเองเก่งมากนักรึไง?!
“เฮอะ! ตายซะ!” คำรามเสียงดังจากนั้นก็ปล่อยหมัดโจมตีสายฝน ต่อให้รูโน่จะไม่มีดาบมันก็สามารถใช้หมัดได้ ประสบการณ์การต่อสู้ที่ผ่านมาของมันไม่ใช่สูญเปล่า ในบางการต่อสู้มันอาจอาวุธหลุดมือ รูโน่เลยเรียนรู้ทักษะหมัดติดตัวเอาใว้
“นายจะเอามือเปล่าปะทะกับดาบเนี่ยนะ? โง่จริงๆ” สายฝนกล่าวดูถูกจากนั้นก็ตวัดดาบสวนกลับไป รูโน่ไม่ได้ตกใจกับการกระทำเขาแม้เพียงนิด มันหยุดการโจมตีกะทันหันเป็นผลให้สายฝนรู้สึกประหลาดใจ ฉับพลันรูโน่เพิ่มความเร็วขึ้นถึงขีดจำกัด เคลื่อนไหวถอยห่างจากสายฝนด้วยความเร็วสูง
ดาบตวัดโดนอากาศว่างเปล่าสายฝนไม่สนใจ เขาสนใจแค่ว่าทำไมจู่ๆรูโน่ถึงหยุดโจมตีกะทันหัน ‘เกิดอะไรขึ้น? หรือมันไม่กล้าสู้กับฉันตรงๆ?’ เป็นเวลาเดียวกับที่เกิดคำถาม สัญชาตญาณเขาพลันร้องเตือนอันตราย สายฝนรีบเคลื่อนที่ให้ห่างจุดเดิมมากที่สุดเท่าที่ทำได้ภายในระยะเวลาอันสั้น
วินาทีที่สายฝนเคลื่อนที่ออกจากจุดเดิม ลูกศรลมอันทรงพลังก็พุ่งผ่านจุดที่เขาเคยอยู่ สายฝนเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ศพมนุษย์บริเวณจุดเดิมที่เขายืนถูกลูกศรทำลายไปหมด เกรงว่าหากเขาไม่รีบเปลี่ยนที่เขาคงตายไปแล้ว ความเร็วและพลังทำลายล้างของลูกศรลมมันเกินกว่าระดับศูนย์จุดห้าไปแล้ว นี่ต้องเป็นความแข็งแกร่งระดับหนึ่งแน่นอน
สายฝนหันไปมองผู้ยิงลูกศรลม มันคือไรกอนที่ยิง เวลานี้มันกำลังหอบหายใจแรงไม่เป็นจังหวะ สายฝนคิดว่าสิ่งที่เห็นไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ระดับศูนย์จุดห้าไม่ใช่ว่าอยากจะปล่อยการโจมตีระดับหนึ่งก็ปล่อยง่ายๆ หากมันง่ายขนาดนั้นระดับหนึ่งที่ตายเพราะระดับศูนย์จุดห้าก็น่าจะมีมากมายไปแล้ว
แน่นอน พวกอัจฉริยะระดับสัตว์ประหลาดย่อมเป็นข้อยกเว้น พวกนั้นไม่ต้องพูดถึงโจมตีด้วยความแข็งแกร่งเหนือกว่าระดับตนเองหนึ่งระดับเลย กระทั่งโจมตีด้วยความแข็งแกร่งเหนือกว่าระดับตนเองสองระดับพวกนั้นมันก็ทำได้ไม่ยาก เป็นอะไรที่น่าอิจฉา!
‘เป็นไปได้อย่างไรกัน?!’ ทั้งหมดยกเว้นสายฝนตกตะลึง คนที่ตกใจมากที่สุดคือไรกอน ตัวมันเป็นคนยิงลูกศรลมย่อมรู้ดีว่าความแข็งแกร่งมันขนาดไหน เวลาที่ลูกศรลมถูกยิงออกไปจะไม่เกิดเสียงเป็นผลให้ยากที่จะเดาว่าโจมตีหรือยัง กว่าจะรู้สึกถึงลูกศรก็ตอนมันอยู่เบื้องหน้าแล้ว ชายผู้มาใหม่รู้ได้อย่างไรว่ามันยิงลูกศรลม? ไม่ใช่ว่าความสนใจทั้งหมดมันควรจะอยู่กับรูโน่ไม่ใช่หรือ?
“เจ้าทำได้ยังไง?!” รูโน่สงสัยมาก ท้ายที่สุดมันก็ทนความสงสัยไม่ไหว เอ่ยขึ้นเช่นนั้นกับสายฝน
สายฝนมองรูโน่และพวกของมัน เขาคิดว่าตนเองไม่ควรคุยกับพวกมัน ตอนนี้ตัวเขาเลือดไหลออกมาเรื่อยๆไม่ยอมหยุด เป็นไปได้ควรรีบสังหารศัตรูทั้งหมดแล้วหาวิธีหยุดเลือดให้เร็วที่สุดก่อนเลือดออกหมดตัวตาย
‘ฉันต้องรีบจัดการพวกมัน!’ สายฝนปลดปล่อยจิตสังหารออกมาโดยไม่คิดปิดบัง กล่าวตามตรงเขายังคิดวิธีการสังหารฝ่ายตรงข้ามไม่ออก สำหรับเรื่องหาวิธีการสังหารศัตรูสายฝนคิดว่าต่อให้เขาจะคิดเป็นวันก็คงคิดไม่ออก ทำไงได้ล่ะระดับสติปัญญามีแค่นี้?
‘ถึงฉันจะคิดไม่ออกแต่ก็ใช่ว่าฉันจะไม่สามารถสังหารพวกมันได้’ สายฝนกล่าวภายในใจ เขาเชื่อว่าเขาสามารถสังหารศัตรูได้ ไม่ได้เชื่อเพราะสายเลือดเทพปีศาจ ไม่ได้เชื่อเพราะมีแผนการ ไม่ได้เชื่อเพราะตนเองโชคดี สายฝนเชื่อเพราะเขามีสัญชาตญาณอันเฉียบคม
‘หลังผ่านมาสองความฝันฉันก็รู้ความหมายของคำพูดราตรีสักที’ คำพูดที่ว่า“อย่าคิดมาก”นั้นหมายถึงอะไรสายฝนเพิ่งจะรู้ไม่นานมานี้ ความหมายนั้นง่ายมาก เมื่อรู้ความหมายสายฝนก็รู้สึกว่าตนเองโง่เกินไป “อย่าคิดมาก”ก็คือไม่คิดมากและทำตามสัญชาตญาณ ทำตามความรู้สึกตนเองไม่ต้องสนใจว่าอะไรจะเกิดขึ้น!
สายฝนเก็บจิตสังหารไป เขาปิดเปลือกตาทั้งสองข้างลง สูดลมหายใจลึกๆ วินาทีถัดมาก็เปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้ง เหมือนจะไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นแต่แท้จริงแล้วนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไป สิ่งนี้มันสามารถเปลี่ยนสายฝนให้คล้ายกับว่าเป็นคนอีกคนหนึ่งได้เลย
“ไม่เป็นไร เจ้าไม่จำเป็นต้องตอบ สุดท้ายแล้วเจ้าก็จะถูกพวกข้าฆ่าอยู่ดี” รูโน่เห็นสายฝนนิ่งเงียบไม่ตอบ มันก็โกรธมาก ปกติสถานการณ์เช่นนี้มันควรไม่รู้สึกอะไรแต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดเวลานี้มันถึงโกรธเอามากๆ ชายผู้มาใหม่ราวกับมีทักษะติดตัวทำให้คนอื่นโกรธง่ายขึ้นอย่างไงอย่างงั้น
“จะฆ่าฉัน? แกไม่มีความสามารถเพียงพอ” สายฝนกล่าวอย่างอวดดี พวกรูโน่รู้สึกว่าเขาอวดดีมากเกินไป ทั้งๆที่ตกอยู่ในสภาพแบบนั้นแท้ๆแต่กลับยังปากเก่งได้ มีแต่คนอวดดีขั้นสุดเท่านั้นแหละที่สามารถทำแบบนี้ได้ ไม่ใช่แค่อวดดีเท่านั้นเขายังหน้าด้านอีกด้วย พูดมาได้ว่าคนอื่นไม่มีความสามารถเพียงพอ ถ้าคนอื่นมีความสามารถไม่เพียงพอจะสร้างบาดแผลสาหัสให้เขาได้อย่างไรถามจริง? ไม่อายบ้างหรือตอนพูด?
“พวกข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่ามีความสามารถเพียงพอหรือเปล่า?” กล่าวจบพวกรูโน่พลันเริ่มเคลื่อนไหว
“ดาบดิน!” เจลริกรวบรวมพลังธาตุได้พอสมควรหลังใช้สร้างโกเลมดินไป มันจึงตัดสินใจสร้างดาบดินขึ้นเพื่อให้โกเลมดินใช้งาน ใช้เวลาไม่นานดาบดินพลันถูกสร้างขึ้นใกล้ๆกับโกเลมดิน
โกเลมดินหยิบดาบดินขึ้นมาถือ ต่อมามันก็ใช้ความสามารถของมันเสริมแกร่งร่างกาย ความสามารถโกเลมดินคือการดึงพลังธาตุจากดินมาเสริมแกร่งร่างกายตัวเอง ยิ่งรอบข้างมีธาตุดินมากเท่าไหร่การเสริมแกร่งก็ยิ่งทรงพลังมากเท่านั้น เดิมความแข็งแกร่งมันใกล้เคียงกับระดับหนึ่งอยู่แล้ว พอมันได้รับการเสริมแกร่งเข้าไปความแข็งแกร่งของมันเลยกลายเป็นความแข็งแกร่งระดับหนึ่ง
“ตรีศรลม!” ไรกอนใช้งานทักษะ มันตั้งท่ายิงธนู เวลานั้นพลันเกิดลูกศรลมสามดอก พลังทำลายล้างแต่ละดอกมันมากพอจะสังหารระดับหนึ่งทั่วไปได้เลย มันแข็งแกร่งมาก!
“หมัดคชสารสงคราม!” รูโน่พุ่งตัวมาอยู่เบื้องหน้าสายฝนภายในระยะเวลาอันสั้น เกิดช้างสงครามรางๆด้านหลังมัน ฉับพลันมันได้รับพละกำลังมหาศาลซึ่งแม้แต่ระดับหนึ่งก็ยังรอดชีวิตยากหากถูกโจมตี นี่คือทักษะที่มันได้รับจากโบราณสถาน หมัดคชสารสงคราม!
---