มหาปราชญ์ต่างโลก

    ตอนที่ 82 ลืมตาตื่น

            ภายในชั้นที่ 16 แห่งนี้นั้น ไม่มีใครสามารถล่วงรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วมันเป็นสถานที่เช่นใดกันแน่เพราะผู้ที่สามารถมาเยือนสถานที่แห่งนี้ได้นั้นเห็นทีจะมีแต่ผู้ก่อตั้งเท่านั้นและคนล่าสุดก็คือหลินเทียน ตามประวัติศาสตร์หลายพันปีตัวของหลินเทียนนั้นนับว่าเป็นคนที่ 2 ที่สามารถขึ้นมาถึงที่ชั้นที่ 16 แห่งนี้ได้ ภายในสถานที่แห่นนี้เต็มไปด้วยความมืดมิดมีไอเย็นแฝงไปด้วยกลิ่นไอแห่งการสังหารปกคุมทั่วไปหมด

            “นี่มันอะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับสถานที่แห่งนี้กันแน่” หลินเทียนถึงกับกล่าวกับตนเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดอย่างถึงขีดสุดเพราะสถานที่แห่งนี้มันเต็มไปด้วยความมืดมิดจนตนเองไม่สามารถที่จะมองเห็นภาพเบื้องหน้าได้เลย แม้แต่ตัวเขาพยายามเปิดประสาทสัมผัสทั้ง 5 ก็ตามแต่ดูเหมือนมันก็ไม่เป็นผลมีเพียงแต่ไอเย็นยะเยือกที่สัมผัสผิวหนังเท่านั้นเกิดความรู้สึกชวนขนหัวรุกอย่างไร้ที่มา

            ณ บนจุดสูงสุดของหอคอยสวรรค์

            สถานที่แห่งนี้นั้นเป็นสถานที่เงียบสงบอย่างช้านาน พื้นที่บริเวณโดยรอบนั้นเต็มไปด้วยภูเขามหาสมบัติมากมาย ท่ามกลางภูเขามหาสมบัตินั้น มีโรงศพสีทองขนาดใหญ่ดูเหมือนว่าเจ้าของสถานที่แห่งนี้นั้นมิใช่ตัวตนที่ธรรมดา

            คลื่นนนน คลื่อนนน ดูเหมือนว่าจะเกิดบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้นภายในสถานที่แห่งนี้หลังจากที่ถูกปิดตายมานาน ฝ่าโรงศพค่อยๆเปิดออกมาอย่างช้าๆ พร้อมทั้งร่างของชายผู้นึง

            “น่าสนใจจริงๆ มันผู้นั้นเป็นใครกันที่สามารถทำให้ข้าผู้นี้ลืมตาตื่นได้อีกครั้ง” เจ้าของน้ำเสียงของตัวตนที่ลี้ลับกล่าวออกมาด้วยความสงสัย แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นน้ำเสียงของมันก็เต็มเปรี่ยมไปด้วยความหวังเล็กน้อยมันคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าตัวของมันนั้นจะได้รับการปลดปล่อย ที่เบื้องหน้าของมันขนาดนี้นั้นกำลังฉายถึงสถานการณ์ที่ตัวของหลินเทียนกำลังจะได้พบเจอ

            “ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดให้ได้นะเจ้ามนุษย์ ข้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะมาช่วยปลดปล่อยข้า” สีหน้าและแววตาของมันเต็มไปด้วยความคาดหวังอย่างถึงที่สุด

            ทางด้านตัวของหลินเทียนในยามนี้นั้นในที่สุดตัวของเขาก็ได้พบกับการเปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่ตัวเขากำลังได้พบเจอ

            พรึบ พรึบ พรึบ ท่ามกลางความมืดมิดอยู่ๆแสงไฟก็เกิดจุดติดสว่างขึ้นไปทั่วทั้งบริเวณ นี่มันไม่ใช่แสงไฟเหลืองอร่ามที่ตัวของเขานั้นได้เคยพบเจอ แต่มันคือแสงไฟสีเงิน ราวกับว่าเป็นแสงไฟที่มาจากโลกหลังความตาย ภาพเบื้องหน้าของหลินเทียนในยามนี้นั้นมีรูปปั้นของสัตว์อสูรมากมายร่างกายของพวกมันแต่ละตัวตนนั้นเต็มไปด้วยความสูงใหญ่น่าสะพรึงกลัว

            

            แคร๊กกก แคร๊ก ในขณะนั้นเองหนึ่งในรูปปั้นสัตว์อสูรอยู่ๆก็เกิดการแตกหักขึ้นมาราวกับว่าตัวของมันนั้นถูกให้ชุบชีวิตให้ลืมตาตื่นอีกครั้งหากสังเกตุให้ดีๆที่ลำตัวของมันนั้นถูกกำกับหมายเลขเอาไว้อยู่มันถูกเขียนเอาไว้ว่าสัตว์อสูรหมายเลขที่ 16 ดูเหมือนว่าการที่ตัวของหลินเทียนจะผ่านด่านไปได้ตัวของเขาจะต้องปลิดชีพสัตว์อสูรตนนี้ให้จงได้

            โฮกกกกก มันเป็นสัตว์อสูรแมงป่องขนาดยักษ์ เพียงแค่มันเปล่งเสียงออกมาตัวของหลินเทียนนั้นก็สามารถที่จะจับสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามได้อย่างใหญ่หลวง

            พร๊อด…ไม่มีเสียงสัญญาณใดๆแจ้งเตือนทั้งสิ้นมันเปิดฉากบุกจู่โจมหลินเทียนทันทีราวกับว่าตัวของมันนั้นต้องการที่จะปลิดชีพหลินเทียนให้ได้ภายในครั้งเดียว

            หวืดดด หวืดดดด อึก “บัดซบที่สุด” หลินเทียนถึงกับกล่าวอุทานออกมาด้วยความตื่นตกใจ หากตัวของมันหลบการโจมตีนี้ไม่ทันเกรงว่าร่างกายของมันนั้นจะต้องแหลกเหลว พิษของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้สามารถหลอมละลายวัตถุได้แทบทุกชนิด แม้แต่เสาหินที่สร้างมาจากยุคโบราณยังถูกหลอมละลายจนหมดสิ้นหลินเทียนไม่อยากคาดคิดเลยว่าถ้าเจ้าสิ่งนี้โดนตัวเขามันจะเกิดอะไรขึ้นมาบ้าง

            สถานที่แห่งนี้มันคือสถานที่ปิดตายมีเพียงแต่หลินเทียนที่จะต้องสู้ตายกับมันเท่านั้นถึงเขาจะผ่านไปได้ หลินเทียนเคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงสุดด้วยทักษะวิชาที่เขามี ทุกกระบวนท่าการจู่โจมนั้นตัวของเขาใช้ซึ่งด้วยทักษะ พิฆาตดารา

            ตู๊มมมม ตีมมมม การต่อสู้ระหว่างคนกับสัตว์อสูรเต็มไปด้วยความดุเดือดกินเวลาไปหลายชั่วยาม ร่างกายของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้นั้นมีความคงทนเป็นอย่างมาก

            หวืดดด หวืดดด อ๊ากกกกก หลินเทียนถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุดเขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะหลีกเลี่ยงพิษร้ายจากเจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้แต่ใครจะไปคาดคิดว่าตัวของเขานั้นกับพลาด เจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ฉีดพิษไปที่ร่างของหลินเทียนอย่างถึงขีดสุด ร่างของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นถึงกับเขียวม่วงไปทั้งร่างอันเป็นผลมาจากพิษร้ายของเจ้าสัตว์อสูรตนนี้ลมหายใจของเด็กหนุ่มหอบถี่ไปหมดด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ภาพเบื้องหน้าของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นค่อยๆมืดบอดอย่างช้าๆแต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นหลินเทียนก็ยังคงดื้อรั้นต่อไปเพื่อที่จะปลิดขีพสังหารเจ้าอสูรร้ายตนนี้ให้จงได้

            “ทักษะพิฆาตดารา ขั้นสูงสุด” ตู๊มมมมม มวลอากาศพื้นที่บริเวณโดยรอบถึงกับเกิดการปิแตก ร่างกายของเจ้าสัตว์อสูรร้ายตนนี้ถึงกับถูกบดขยี้เป็นชิ้นๆ เลือดและเนื้อของมันถึงกับถูกอาบย้อมไปทั่วทั้งบริเวณ หลังจากที่ตัวของมันสิ้นลมไปแล้วทางด้านตัวของหลินเทียนต้องรีบนั่งลงกับพื้นเพื่อที่จะฟื้นฟูพลังของตนเองในทันที สีหน้าของเด็กหนุ่มในยามนี้นั้นเต็มไปด้วยความยุ้งเหยิงอันเป็นผลมาจากพิษร้ายหลังจากนั้นไม่นานสีหน้าของเขาก็ดีขึ้นอย่างชัดเจน

            ตู๊มมมมมม พลังของหลินเทียนในยามนี้นั้นถึงกับเพิ่มขึ้นไปอีก 1 ระดับ ทำให้เขากลายเป็นจอมเวทที่แท้จริงขั้นที่ 4 อย่างมิทันรู้ตัวมวลพลังร่างกายของหลินเทียนในยามนี้นั้นกลับกลายเพิ่มขึ้นอย่างมากมายมหาศาล

            นับว่าภายในหอคอยสวรรค์แห่งนี้กลับกลายเป็นสถานที่ฝึกตนอย่างแท้จริงในช่วงเวลานี้นั้นพลังของหลินเทียนแทบที่จะขึ้นไปทีระดับหลังจากที่ผ่านมันไปได้ในแต่ระชั้นไม่แน่ว่าหากหลินเทียนสามารถขึ้นไปสู่จุดสูงสุดพลังของเขานั้นจะไปหยุดลงเพียงที่เท่าใด