ในห้องตำราที่มีกลิ่นหมึกลอยวนรอบ ๆ บริเวณ บุรุษผู้ดูเคร่งขรึมนั่งอ่านเอกสารด้วยใบหน้าเคร่งเครียด แม้แต่องครักษ์คนสนิทเมื่อเข้ามาเห็นท่าทางเช่นนี้ของนายตนต่างอดที่เสียวสันหลังและหายใจไม่ทั่วท้องไม่ได้
“นายท่านเื่ที่ให้ไปสืบเกี่ยวกับคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองเฉินได้ความมาแล้วขอรับ”
“ได้ความมาว่าอย่างไรบ้าง”
“คุณหนูใหญ่เฉินมีนามว่าเฉินเจียวอวี่เป็บุตรีของในทันทีฉินหลิงและหลี่รุ่ยถิง น้องชายของเฉินซีฮันผู้นำตระกูลเฉินขอรับ นางไม่มีพี่น้องร่วมบิดามารดาขอรับ”
“อื่ม”
“อีกคนคือคุณหนูรองเฉินหลี่หมิในทันที มีน้องชายคือเฉินกัง บุตรของเฉินเฉิงน้องชายคนที่สามของผู้นำตระกูลเฉินกับหวังซูเหยาขอรับ”
“อื่ม”
“คุณหนูสามเฉินนั้นมีพี่ชายคือเฉินไฉ่หงและมีน้องชายคือเฉินจื่อเซี่ยขอรับ ทั้งคุณหนูและพี่น้องรวมถึงนายท่านเฉินและภรรยาต่างรักกันมากขอรับ”
“เช่นนี้แสดงว่าผู้นำตระกูลเฉิน เฉินซีฮันมีพี่น้องสามคนสินะ อีกทั้งแต่ละคนก็มีบุตรชายหญิง”
เฉาหลงที่นั่งฟังเอ่ยเอ่ยถามขึ้น ฮุ่ยเหอพยักหน้ารับในทันทีก่อนที่ฮุ่ยเจียงจะเอ่ยต่อ
“แม้ทั้งสามครอบครัวจะอยู่ด้วยกันและมิมีปัญหาอันใด แต่ดูเหมือนคุณหนูใหญ่และคุณหนูรองจะมีชื่อเสียงที่ดีกว่าคุณหนูสามมากนัก”
“เช่นนั้นหรือ…น่าแปลก”
“ท่านหมอเฉาคิดว่าแปลกตรงไหนหรือขอรับ”
“ในเมื่อเติบโตมาด้วยกัน แต่ทำไมวันที่เกิดเื่พวกนางกลับเป็คนชี้ตัวคุณหนูสาม จริงสิ…แล้วบุรุษที่พวกเขาพูดถึงคือใครกัน”
“บ่าวรับใช้บอกว่าวันนั้นคุณหนูทั้งสองได้ให้บ่าวรับใช้คนสนิททั้งสองของคุณหนูสามตามพวกนางไป และพวกนางได้ส่งขนมไปให้คุณชายฝูด้วยขอรับ”
“คุณชายฝู ฝูเหวินห้าวคนนั้นหรือ”
“ขอรับ คุณชายฝูที่ได้ชื่อว่าเป็บัณฑิตหนุ่มรูปหล่อที่ใคร ๆ ต่างให้ความสนใจ อีกทั้งยังเป็บุตรชายคนแรกของท่านกั๋วกงนั่นยิ่งทำให้….เอ่อ….เป็ที่หมายตาของเหล่าสตรีขอรับ”
แม้ชิวจิ้นอันดูเหมือนจะมิได้สนใจ แต่มือที่ถือพู่กันกลับบีบด้ามพู่กันไว้แน่น
“แกร๊กกก”
เพียงชั่วอึดใจพู่กันในมือได้หักคามือชายหนุ่มนั่นทำให้ทั้งฮุ่ยเหอและฮุ่ยเจียงถึงกับหน้าถอดสี มีเพียงเฉาหรงที่ยิ้มออกมา
“จริงสิ…แล้วเ้ารู้หรือเปล่าว่าคืนนั้นเกิดอะไร”
“ได้ยินทหารยามบอกว่าคืนนั้นเหมือนจะเห็นเงาของกลุ่มคนเดินไปทางกระโจมของคุณหนูสาม แต่เมื่อพวกเขาตามไปกลับไม่พบสิ่งใดผิดปกติขอรับ”
“นั่นสิ…หากจะให้ข้าลำดับเหตุการณ์แล้วล่ะก็ คุณหนูสามคงถูกวางยาแล้วหนีออกมาเพื่อขอความช่วยเหลือก่อนที่คุณชายฝูจะถูกพาเข้าไป….และเขาก็ได้หนีออกมาก่อนคุณหนูสามจะกลับไป ช่างบังเอิญเสียจริงเพราะหากไม่เป็เช่นนั้นแล้ว….ข้าไม่อยากคิดเลยว่าคุณหนูสามจะตกอยู่ในสถานการณ์เช่นไร”
คำพูดนี้ของเฉาหรงได้ทำให้ความแค้นในใจชิวจิ้นอันคุกรุ่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
ไอจากน้ำร้อนได้ลอยละล่องอ้อยอิ่งรอบ ๆ บริเวณอ่างใหญ่ ร่างอวบอิ่มนอนแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ แม้ว่านางจะรู้สึกโชคดีกับเื่ที่เกิดขึ้น แต่กำไลที่ติดแขนทำให้นางรู้สึกเป็กังวลอยู่ไม่น้อยด้วยว่า…ไม่แน่ใจว่าเป็ของผู้ใด…และคืนนั้นนางได้ล่วงเกินใครไว้ ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ได้มีเสียงดังมาจากหน้าต่างที่เปิดไว้ หญิงสาวได้รีบลุกออกจากน้ำก่อนจะยื่นมือออกไปดึงผ้ามาปิดกายที่เปลือยเปล่าของตน
“ใคร”
เฉินฟางซินเอ่ยขึ้นแต่ยังมิทันที่นางจะทำอันใดกลับถูกมือใหญ่ปิดปากและล็อกนางไว้ในอ้อมกอดของเขา กลิ่นไผ่อ่อน ๆ ได้ทำให้นางถึงกับตาโตเหมือนจำได้ว่าชายผู้ที่อยู่กับนางตอนนี้คืนนั้นคือใคร
“เ้า…ไม่คิดจะรับผิดชอบการกระทำของเ้าสักหน่อยหรือที่กล้าพรากครั้งแรกของข้าไป”
ชายหนุ่มเอ่ยถามก่อนจะค่อย ๆ ลดมือที่ปิดปากลงเมื่อเห็นว่าหญิงสาวในอ้อมกอดมิคิดจะดิ้นหรือร้องขอความช่วยเหลือ
“ท่านเองก็ได้ครั้งแรกของข้าไป ข้ายังจำเป็ต้องรับผิดชอบท่านอีกหรือนั่นมิเท่ากับว่าพวกเราหายกันหรอกหรือ”
คำพูดนี้ของหญิงสาวได้ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกขุ่นเคืองแต่กลิ่นหอมหวานจากร่างกายนางได้ทำให้เขาผ่อนคลายและใจเย็นลงอย่างไม่รู้ตัว
“เ้ามิสามารถเป็สตรีของใครได้อีก เ้าจะต้องเป็สตรีของข้าและเป็ฮูหยินของข้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น”
แม้หญิงสาวจะไม่เข้าใจชายหนุ่มเท่าใดนักแต่นางก็ต้องยอมรับว่า…ชายหนุ่มคนนี้นั้น…มีกล้ามเนื้อที่แน่นและน่าหลงใหลอยู่ไม่น้อย ก่อนที่หญิงสาวจะคิดไปไกลนางกลับรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นจากลิ้นของชายหนุ่มที่กำลังลิ้มรสหยดน้ำที่เกาะอยู่บนคอขาวของนาง
“เ้า”
“หืออออ…ใครคือเ้า”
“เอ่อ…อาอิง”
หญิงสาวที่มิรู้ว่าบุรุษที่อยู่กับนางคือใครแต่ด้วยแรงกดดันที่นางได้รับจากเขาอีกทั้งนางยังจำสายตาประดุจอินทรีของเขาได้นางจึงตัดสินใจเรียกเขาด้วยชื่อนี้ และนั่นทำให้ชายหนุ่มพอใจอยู่ลึก ๆ
“เป็ชื่อเรียกที่ดี....แต่เ้าเองก็ช่างหวานและหอมเหมือนชื่อเถียนเถียนของเ้าจริง ๆ”
ริมฝีปากอุ่นค่อย ๆ เลื่อนต่ำลงตามหยดน้ำตามร่างกายของหญิงสาว แม้ว่าทั้งคู่จะเคยมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งมาก่อนแต่ครั้งนี้กลับต่างกันออกไป เฉินฟางซินตัดสินใจหยุดเขาก่อนจะมองใบหน้าเขาให้ชัด ๆ อีกครั้ง
“อาอิง…ท่านเป็ใครกันแน่ ทำไม…ถึงเข้ามาจวนนี้ได้อีกทั้ง…”
ยังมิทันที่หญิงสาวจะเอ่ยจบปากบางได้ประกบปากอิ่มของนางอย่างรวดเร็วก่อนที่ลิ้นอุ่น ๆ ของเขาจะรุกล้ำและดูดกลืนความหวานจากปากนาง กว่าจะชายหนุ่มจะปล่อยปากอิ่มให้เป็อิสระหญิงสาวก็แทบจะลืมหายใจและไร้เรี่ยวแรงที่จะยืน
“หากเ้าอยากรู้ว่าข้าคือใคร ก็ลองสืบจากตัวอักษรย่อเล็ก ๆ บนกำไลนั่นสิ”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะก้มลงฝากรอยรักบนคอระหงนั้นแล้วจากไป เฉินฟางซินมองตามร่างที่หายไปท่ามกลางความมืดก่อนจะเดินไปทางตะเกียงแล้วหาอักษรย่อบนกำไลที่อยู่บนแขนของนาง
“ชิว งั้นหรือ”
หญิงสาวคิดทบทวนในใจก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าชาติก่อนตระกูลชิวคือแม่ทัพแดนเหนือ 'อ๋องชิวสูญเสียบุตรชายจากโรคประหลาดและมิเคยย่างเท้าออกมาจากแดนเหนืออีก…แต่นั่นมันเมื่อไหร่กันนะ'
“ทุกครั้งที่ข้าตื่นนอนมักจะมีกลิ่นไผ่ลอยมาแตะจมูก หรือว่าเขามานอนกับข้าเพื่อปกป้องข้ากัน”
หญิงสาวคิดอย่างเข้าข้างตนเอง เื่ราวต่าง ๆ มากมายที่เกิดขึ้นได้ทำให้เฉินฟางซินเผลอหลับไปอย่างรวดเร็วโดยทิ้งเื่ของคนตระกูลชิวไป ด้วยนางแน่ใจว่าชายหนุ่มมิได้มีเจตนาร้ายกับตน…มิเช่นนั้นเขาคงมาจัดการนางนานแล้ว