วันเวลา ไหลผ่านไปถึง8เดือน ก็ยังไม่มีผู้ใด พิชิต ของล้ำค่า ภายในหมู่บ้านลมหวนได้ ข่าวคราวของ เจดีย์น้อย จึงแพร่สะพัด ออกไป ราวกับรองเท้าที่ติดปีก มันยิ่งดังไปไกลกว่ายามก่อนหลายเท่า
หมู่บ้านลมหวน จึงเป็นที่กล่าวขาน ไปกว้างขวาง ทั้งห้าอาณาจักร เองก็เริ่มหวาดหวั่น กลัวว่าสงครามจะถูกจุดชนวนขึ้น อีกครา หากข่าวลือของเหล่าผู้คน เป็นอาวุธ ระดับจักรพรรดิ ปรากฏตัวอย่างที่พวกเขาคาดเดา เกรงว่าดินแดนนี้ได้เกิดสงคราม แย่งชิง อีกคราเป็นแน่
เหล่าระดับสูง ของสองดินแดน ต่างเริ่มนั่งไม่ติด กลับมาคิดคำนวณใหม่อีกครา มันต้องเป็นของล้ำค่า ระดับสูงมากอย่างแน่นอน แม้จะผ่านกาลเวลา มายาวนาน ก็ยังไร้เงาผู้ใดพิชิต มัน
อีกไม่ช้า อาณาจักร ทั้ง5 จะต้องส่งเหล่าผู้ยืนอยู่บนจุด สูงสุดไปเยือนยังที่แห่งนั้นอย่างแน่นอน ผู้อาวุโส อาณาจักร ไฟ จึงต่างพากันจัดประชุมใหญ่ อาณาจักรอื่นๆ ก็ทำเช่นกัน
ถึงพวกเขาในยามนี้จะดูสงบเสงี่ยม แต่ลึกๆ ก็ราวกับเสือที่ซ่อนกรงเล็บ ต่างฝ่ายต่างรอคอย ช่วงเวลาที่จะเฉิดฉาย สำแดงแสนยานุภาพ ยังมีความเคลือบแคลงใจกันอยู่ ไม่จางหาย
..........ห้องประชุมอาณาจักรไฟ ภายในสำนักมังกร ผู้นำที่แข็งแกร่งที่สุดในยามนี้ ก็คือ ชายชราเยว่เทียน ที่มีอาวุธระดับ จักรพรรดิ อย่างง้าวสองคมไว้ในครอบครอง ครั้นเมื่อตัวเขาได้ยิน ข่าวลือ เช่นนี้ออกมา มันก็ทำให้เขาหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่น้อย 'หากก่อสงครามภายในดินแดนแห่งนี้เกรงว่า ปราณพลังฟ้าดิน คงเสียหายอีกคราเป็นแน่ มันจะไม่หลงเหลือดินแดนฝึกปรืออีกต่อไป'
ดินแดนต่างๆ ที่รับรู้จึงหวาดหวั่นในตัวชายชราเยว่เทียนไม่น้อย เนื่องด้วย ภายในดินแดนหลบซ่อนแห่งนี้ มีอาวุธ ระดับจักรพรรดิ เพียง2ชิ้น ที่ยังหลงเหลืออยู่ไม่เสียหายตกจากขั้นพลัง ส่วนอีกชิ้นไม่ทราบชะตากรรม เนื่องจากมันอยู่กับอี้เฉินเป็นผู้สังหารเทพสวรรค์ ในรอบ1ปีเขาไม่เคยปรากฏตัวออกมาแม้แต่น้อย จนหลายๆ คนคิดว่าอี้เฉินนั้นตายตกไปแล้ว
ครั้นเมื่อ เยว่เทียนที่มีอาวุธระดับ จักรพรรดิเพียงผู้เดียวในยามนี้ จึงไร้ผู้ใดคานอำนาจ แต่บัดนี้ มันกลับมีอาวุธ ระดับ สูงที่ถูกคาดการณ์ ว่าจะเป็นศาสตราวุธ ระดับ จักรพรรดิ หากเป็นเช่นนั้นจริง ความหวั่นเกรงของเหล่าผู้คน ว่าจะเกิดศึกสงคราม คงไม่ช้าอีกต่อไป
.........ภายในห้องประชุมจึงเกิดการถกเถียงครั้นใหญ่ พวกเขาต่างอยากให้ เยว่เทียนออกไป ช่วงชิงอาวุธระดับ จักรพรรดิ มาครอบครองไว้เพียงผู้เดียว แต่เมื่อเห็นชายชรานั่งนิ่ง มันก็ทำให้ผู้อาวุโสหลายๆ คนไม่พอใจเท่าใดนัก
แม้แต่ ซีเซียว นางยังมาเข้าร่วมการประชุม ทั้งๆ มีลูกน้อย ให้ต้องดูแล ลูกของนางที่เกิดจากเทพสวรรค์ ซานหลง เติบโตอย่างรวดเร็ว แถมยังดูฉลาด กว่าเด็กรุ่นเดียวกันอยู่ไม่น้อย เพียงอายุ7เดือน ก็เริ่มเดินได้แล้ว
ผู้อาวุโสสำนักมังกรเอง ก็อยู่ยังที่แห่งนี้ด้วยเช่นกัน แต่เขาในยามนี้ แทบจะไร้สิทธิ์ไร้เสียงใน บรรดาเหล่าผู้อาวุโส ด้วยกัน ใบหน้าของเขาครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลา ราวกับคิดเรื่องอะไรบางอย่างอยู่
ชายชราเยว่เทียน เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง และแข็งกร้าว "หากพวกเราไปแย่งชิง จะไม่กลายเป็นว่า พวกเรา ไม่ให้สิทธิ์ให้เสียง ผู้คนต่างดินแดนหรอกหรือ ทำเช่นนั้นมีแต่จะสร้าง ความเกลียดชังเสียเปล่าๆ พวกเจ้าอย่าลืมการเสียสละของเด็กหนุ่มผมขาวไป"
ผู้อาวุโสบางคนเองก็เห็นด้วยกับ ชายชราเยว่เทียน แต่หลายๆ คนก็แย้งหัวชนฝา หวั่นเกรง "หากให้กลุ่มอื่นๆ ขึ้นมามีอำนาจ การจัดการเรื่องต่างๆ จะไม่ยากลำบากขึ้นหรอกหรือ"
"เอาละ ข้าตัดสินใจแล้ว จะไม่เข้าไปแทรกแซงพวกเขา หากคิดจะเข้าไปแย่งชิง เกรงว่าจะสร้างแต่รอยแตกร้าว ยากที่จะสมาน แต่เพื่อความสบายใจของทุกท่าน ข้าจะไปเยือนยังที่นั่น ด้วยตัวของข้าเอง" เยว่เทียนกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ ยึดมั่นถือมั่น ในยามนี้ โลกเบื้องล่าง พึ่งจะกลับมาสงบได้ ยังไม่พร้อมที่จะรับสงครามอีกครา
ซีเซียว นางเองก็คิดเช่นนั้น ในยามนี้โลกเบื้องล่างเสียหายอย่างหนัก หลงเหลือผู้มีพรสวรรค์ไม่มาก การจะทำสงคราม คงต้องครุ่นคิดให้ถี่ถ้วน แม้แต่กลุ่มอื่นๆ ก็ตาม นางจึงคิดจะไปดูให้เห็น กับตาคู่นี้ของนาง "ข้าจะออกเดินทางไปพร้อมกับเจ้าด้วย เยว่เทียน"
ครั้นเมื่อหลายๆ คนเห็นการตัดสินใจ ที่แน่วแน่ พวกเขาก็ไม่เอ่ยคัดค้านแต่อย่างใด ในยามนี้แม้แต่ กลุ่มอื่นๆ ยังหวั่นเกรงในพลังของชายชรา เยว่เทียน พวกเขาจึงไม่ได้หวั่นเกรงต่างดินแดนเหมือนอย่างเคย
เจ้าสำนักมังกร หวังซง เขาครุ่นคิดอยู่นาน สองนาน ว่าหมู่บ้านแห่งนี้เหตุใดชื่อมันคุ้นๆ หูของเขาชอบกล แต่เขานึกเท่าไรก็นึกไม่ออก จนการประชุมเสร็จสิ้น เขาก็ยังนึกไม่ออก แต่มันคุ้นหูราวกับเขาเคยได้ยินมาก่อน อย่างไรอย่างนั้น
****
ภายในหมู่บ้านลมหวน ในยามนี้ ราวกับสถานที่ ชุมนุมของเหล่ายอดยุทธ์ กระโจมถูกตั้งตามพื้นที่ต่างๆ ราวกับกองทัพกองทัพหนึ่งมาตั้งค่าย มีเหล่าผู้คนเข้าไปลองดี หมายมั่นเข้าไปหยิบจับเจดีย์น้อยอยู่ หลายครั้งหลายครา แต่ก็ถูกคลื่นปราณพลัง ที่น่าคร้ามเกรง ดีดออกมา บาดเจ็บหนัก ไม่สามารถนำมาครอบครองเป็นเจ้าข้าวเจ้าของได้
เหล่าจอมยุทธ์ที่คิดอยากลองดี ก็มีอยู่ไม่น้อย ต่างนำศาสตราวุธของตนออกไปโจมตี กลุ่มคนพวกนี้ เจดีย์น้อย มันไม่ปล่อยให้ รอดพ้น หากคิดรองดีเมื่อใด มันพร้อมจะฆ่าสังหารอย่างไม่ปรานี เลือดหลั่งไหล จนต้นหม่อนเลือด ออกผลผลิตจนแดงเต็มต้น เติบโตขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เนื่องด้วยมันได้ กลืนกินเลือดเข้าไป อยู่หลายครั้งหลายครา จนพื้นดินบริเวณนั้นกลายเป็นสีแดงฉาน
ในยามสายของวันนี้ มันเป็นวันที่หลินเฟยไม่อยากให้เกิดขึ้น เนื่องด้วยอี้เฉิน อยู่ภายในบริเวณนั้น เหล่าผู้คนที่มาในยามนี้ ไม่ใช่ ผู้คนระดับล่าง อีกต่อไป แม้แต่แรงกดดันที่แพร่กระจายออกมา จากชายชราเหล่านั้น ก็สามารถกดดันทุกผู้คน ให้คุกเข่าลงแทบเท้า ตัวนางไม่เคยเจอผู้ใดที่มีระดับขั้นพลัง มากมายถึงเพียงนี้มาก่อน กายาสั่นเทิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
หลินเฟย นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยพูด พึมพำออกมา "อี้เฉินเจ้าออกจากการปิดขั้นพลังเสียที สถานการณ์ในยามนี้ไม่สู้ดีเป็นอย่างมาก"
จู่ๆ เสียงสายฟ้าก็ดังออกมาก้อง ทำให้เหล่าผู้คนต้องเงยหน้ามอง ครั้นเมื่อพวกเขาเห็นรถม้าศึกสีแดง ที่ลากมาโดย ม้ามังกรสายฟ้า มันก็ทำให้เหล่าผู้คน อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอไปคำใหญ่
ครั้นเมื่อเหล่าผู้คนเห็นธงของแคว้นไฟ ก็ต่างจับจ้องไปที่รถม้า ว่าผู้ใดมาเยือน เมื่อพวกเขาเห็น ชายชราเยว่เทียน เจ้าสำนักมังกร หวังซง เดินมาพร้อมกับ หญิงงามล่มเมืองอย่างซีเซียว เดินจูงมือลูกน้อยของนาง มา ผู้คนก้ต่างใจสั่นสะท้าน เมื่ออยู่ต่อหน้าขั้นพลังเทวะ พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรบุ่มบ่าม มีเพียงกลุ่มคนระดับเดียวกัน ที่จะคานอำนาจกันได้
พวกเขาเอ่ยทักทายกันในทันที ปากแยกเขี้ยว เคี้ยวฟันอยู่ไม่น้อย "เจ้าถึงกลับมาขัดขวางพวกเราด้วยตัวเองเลยงั้นหรือ เยว่เทียน"
ซีเซียวเอ่ยคำพูดขึ้นมาทันที ทั้งๆ ที่แขนของนางถูกลูกน้อยวัยกำลังซน ชักจูงอยู่ "เรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า การเลี่ยงสงครามได้ย่อมเป็นเรื่องที่ดี พวกเจ้าไม่คิดเช่นนั้นหรือ หากปราณพลังฟ้าดิน ภายในดินแดนแห่งนี้สูญเสียไป ทั้งราชวงศ์เจ้า และผู้คนภายนอกดินแดน ก็ไม่อาจชดใช้ไหว"
เหล่าผู้เฒ่าชรา ราชวงศ์จันทราทมิฬ ได้ยินพวกเขาต่างมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ครั้นเมื่อครุ่นคิด อย่างจริงจัง การจะทำสงครามในยามนี้ก็คงไม่ดีต่อทั้งสองฝ่าย "ได้ เจ้าว่ามา ข้อเสนอของพวกเจ้าว่าอย่างไร"
"เราเดินไปคุยไปมันจะไม่ดีกว่าหรือ บริเวณนี้ คงไม่เหมาะให้พวกเราพูดคุยเจรจากัน ไปดูของล้ำค่า อย่างเจดีย์น้อยที่ผู้คนร่ำลือกัน จะไม่ดีกว่าหรือ"เยว่เทียนกล่าวขึ้นมาในทันที
ครั้นเมื่อพวกเขาตกลงกันได้ เดินลัดเลาะเข้าไปภายในหมู่บ้านในทันที ผู้คนเองก็ต่างจ้องมองพวกเขาเป็นตาเดียว ในยามนี้พวกเขาเหมือนเป็นผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุด ใครเล่าจะกล้าขัดคอ
หลินเฟยที่ห่วงความปลอดภัยของคนในหมู่บ้าน เหล่าชาวบ้านจึงไปรวมตัวกันอยู่ รอบๆ ที่พักผู้นำหมู่บ้านเสี้ยวปู้เตียน มีเพียง เปาเปา หลินเฟยเท่านั้น ที่จะพอปกป้องเหล่าผู้คนในยามนี้ได้ หลินเฟยนางกัดฟันจนแน่น ครั้นเมื่อเห็นเหล่าผู้มีอำนาจกำลังจะ ย่างกรายเดินเข้ามา
หลินเฟย นางอยากจะเข้าไป ลากตัวอี้เฉินออกมา ในยามนี้เสียให้ได้ เพียงนางเจอปราณพลังของกลุ่มคนเหล่านั้น ก็ราวกับกายาของนาง พร้อมจะยอมจำนน คุกเข่าลงกับพื้นเสียให้ได้ เลือดในร่างเองก็ถูกกดดันอย่างหนัก ประหนึ่ง ถูกสายเลือดที่สูงล้ำ กดข่มไว้
เหล่าผู้คนที่รับปราณพลังไม่ไหว ต่างพากันร่างสั่นเทิ้ม ล้มลงกับพื้นในทันใด เปาเปาที่เห็น ขาทั้งสองข้างของเขาอดสั่นไม่ได้ แต่ก็ยังยืนหยัดไม่ให้ล้มต่อหน้าพวกเขา ที่กำลังจะเดินผ่าน