High Human

    HH 122

    หลังจากเดินจากมา เขาก็เดินเข้าไปในซอย เมื่อตอนออกมาจากภัตตาคารเขาก็รู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง ด้วยจิตสัมผัสเขารับรู้มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังแอบตามเขามาเงียบๆ ด้วยเหตุนี้เขาจึงเดินเข้าไปในซอยเพื่อให้พวกมันออกมา

    เมื่อเข้ามาในซอยเขาก็หันหลังกลับและเห็นกลุ่มคนกำลังยืนมองเขา 

    “พวกแกเป็นใคร?" โจกล่าวถามอย่างไร้อารมณ์

    “อะไรลืมแล้วเหรอ?” นายน้อยอิลตะคอกด้วยความโกรธ

    โจลูบคางครุ่นคิดว่าไอ้หมอนี่มันเป็นใครกัน หน้าตาดูคุ้นๆแต่ก็จำไม่ได้

    โจส่ายหัว “จำไม่ได้”

    “แก!!” อิลโมโหจนอยากฆ่าใครสักคน “จำไม่ได้ก็ดี เพราะเดี๋ยวแกก็จำได้เอง”

    “ฆ่ามัน ฉันรับผิดชอบเอง” อิลตะโกนด้วยความโหดเหี้ยม

    กลุ่มนักเลงกว่าสิบคนเดินเข้ามาหาโจพร้อมกับอาวุธจำพวกมีด เมื่อสามารถฆ่าคนโดยไม่ต้องรับผิดชอบมันก็ทำให้ความป่าเถื่อนแสดงออกมาจากท่าทางและใบหน้าของพวกเขา

    โจขมวดคิ้ว เขาไม่ได้กลัวแต่อย่างใด ทว่าเขาจำไม่ได้ว่าไอ้พวกนี้มันเป็นใครถึงขั้นอยากฆ่าเขา อย่างไรก็ตามคนพวกนี้ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาสักนิด 

    “ตายซะ!!” นักเลงร่างใหญ่ตวัดมีดไปที่คอหอยของโจ ทุกคนรู้ว่าชายคนนี้ต้องตายแน่นอน ทว่าเมื่อมีดกำลังจะไปถึงคอชายหนุ่ม นักเลงคนนั้นก็หยุดนิ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยเหงื่อ

    “นี่แกกำลังทำอะไร? รีบๆฆ่ามันสิวะ!" อิลเห็นว่าคนพวกนี้ไม่ยอมฆ่าหมอนั่นสักทีก็เริ่มโมโห

    อย่างไรก็ตามนักเลงทุกคนยืนนิ่ง พวกเขารู้สึกว่าร่างกายของตนถูกอะไรบางอย่างบีบรัดไว้ทำให้ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แม้แต่จะพูดก็ทำไม่ได้

    อักขระบนแขนขวาของโจเรืองแสงเล็กน้อย เขาใช้พลังคิเนซิสบีบรัดคนพวกนี้ ด้วยพละกำลังของเขาสามารถควบคุมคนธรรมดาสิบกว่าคนอย่างง่ายดาย

    โจคิดอยากจะฆ่าคนเหล่านี้แต่ก็ต้องระงับความคิดนั้นไว้แล้วสะบัดมือส่งนักเลงกลุ่มนั้นตัวปลิวชนกำแพงหมดสติกันทุกคน เหลือเพียงนายน้อยอิลที่ยืนหน้าซีดด้วยความตกใจ

    เมื่อเห็นท่าไม่ดีอิลหันหลังและคิดจะวิ่งหนี ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองถูกบางอย่างที่มองไม่เห็นรัดเอาไว้ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้

    โจกระดิกนิ้วแล้วร่างของอิลก็ลอยเข้ามาหาเขา ในระหว่างนั้นนายน้อยอิลปัสสาวะรดกางเกงด้วยความหวาดกลัว ตั้งแต่เกิดมาเขาไม่เคยพบเจอเรื่องแบบนี้มาก่อน 

    โจคว้าหมับเข้าที่คอของอิลแล้วเหวี่ยงลงกับพื้น 

    ตุบ!

    อิลรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วร่างกาย มีบาดแผลปรากฏขึ้นโดยเฉพาะแขนและขา แม้แต่ใบหน้าของเขาก็มีเลือดอาบ

    “ปะ ปล่อยผมไปเถอะครับ ยะ อย่าฆ่าผมเลย” นายน้อยอิลมีสภาพไม่ต่างจากหมาข้างถนน ความสูงส่งและโอหังก่อนหน้าหายไปหมดสิ้น 

    ดวงตาของโจที่จ้องมองทำให้อิลรู้สึกเหมือนกำลังถูกปีศาจจ้อง 

    “แกเป็นใครเนี่ย?” โจกล่าวถามด้วยความอยากรู้ เขาพยายามคิดตั้งนานแต่ก็นึกไม่ออก

    “ผะ ผมอิลเองครับ ที่จะ เจอคุณหน้ามหา'ลัย” อิลตอบด้วยเสียงสั่นเคลือ

    “อ๋อ…” ทันใดนั้นโจก็นึกออก เป็นไอ้คนโอหังคนนั้นนั่นเอง 

    เมื่อคิดถึงเหตุผลที่ถูกตามทำร้ายโจก็นึกถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่มีชื่อว่า -ผู้หญิงเป็นเหตุสังเกตได้- ขึ้นมา โดยในหนังสือจะบอกถึงปัญหาต่างๆของผู้หญิงที่สวยและรวย ถ้าหากชายคนไหนไม่รวยและมีอำนาจจะถูกผู้ชายคนอื่นจ้องทำร้าย 

    อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอกับตัว เขาถึงกับถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย เขาแค่เดินสำรวจไปเรื่อยๆผู้หญิงเข้าหาเขาเอง เขาไม่ได้ทำอะไรเลย 

    ‘ความหล่อเป็นบาปจริงๆ’ โจส่ายหัว

    “ครั้งนี้ฉันจะไว้ชีวิตแก หากคราวหน้ายังกล้ามาหาเรื่องอีกก็อย่าบอกว่าฉันไม่ให้โอกาสแล้วกัน” พูดจบก็เตะเสยคางนายน้อยอิลจนสลบ

    วิทยาการของดาวดวงนี้ใกล้จะถึงยุคท่องอวกาศ เขาไม่อยากมีปัญหาจึงไม่ได้ฆ่าใคร เพราะอย่างไรในอนาคตเมื่อพวกเขาท่องอวกาศได้สำเร็จก็จะกลายมาเป็นพันธมิตร 

    การมีพันธมิตรเพิ่มย่อมดีกว่ามีศัตรูเพิ่ม

    โจเดินออกจากซอยแห่งนั้นทิ้งไว้เพียงร่างของคนหลายสิบคนที่นอนหมดสติ 

    โจเดินสำรวจไปเรื่อยจนกระทั่งประมาณสามทุ่มตามเวลาของดาวดวงนี้ มีบางอย่างดังและสั่นในกระเป๋ากางเกง เขาล้วงมันออกมาเป็นมือถือที่หญิงสาวให้ไว้ 

    เขาเห็นตัวอักษรที่อ่านไม่ออกเลยใช้เครื่องแปลภาษาสแกนมันและมันแปลออกมาเป็น มิวจูผู้น่ารัก

    โจหัวเราะเล็กน้อยและกดรับ

    “ว่าไงครับมิวจูผู้น่ารัก” โจกล่าวหยอกไปหนึ่งที

    ณ หมู่บ้านชื่อดังแห่งหนึ่ง หญิงสาวในชุดนอนผ้าบางสีชมพูนอนคว่ำอยู่บนเตียงในมือมีมือถือต่อหูฟังเข้ากับหูของตัวเอง

    เมื่อเธอโดนแซวเธอก็หน้าแดง เธอเป็นคนพิมพ์ชื่อลงในมือถือของเขาเอง

    “อะแฮ่ม” มิวจูแกล้งไอเพื่อไล่ความเขินก่อนจะกล่าวว่า “โจทำอะไรอยู่เหรอ?”

    “เดินเล่นน่ะ” โจตอบ

    “เดินเล่นที่ไหนป่านนี้เนี่ย?” มิวจูถามด้วยความสงสัย เธอเหลือบมองตัวเลขบนหน้าจอมือถือและเห็นว่ามันเป็นเวลาสามทุ่มกว่า 

    “ในเมืองไง ตอนกลางคืนที่นี่ยังคึกคักอยู่เลย” โจตอบขณะมองไปรอบๆเห็นผู้คนจำนวนหลายพันคนเดินกันขวักไขว่ โดยเฉพาะบริเวณลานกว้างหน้าห้าง

    “อ๋อ” มิวจูนึกขึ้นได้ว่าในเมืองหลวงตอนกลางคืนจะคึกคักยิ่งกว่าตอนกลางวัน เพราะตอนกลางคืนในเมืองหลวงเต็มไปด้วยสีสันของไฟหลากสีและพวกร้านกับบาร์ดังๆหลายแห่งก็จะเริ่มให้บริการในช่วงเวลานี้ ทำให้เมืองมีชีวิตชีวานอกจากนี้ยังมีคาสิโนอีกด้วย

    “ฉันเองก็อยากออกไปเดินเล่นตอนกลางคืนบ้างจัง แต่ตอนเช้าไม่มีเวลาว่างเลยน่ะสิ” เธอบ่นออกมา แม้ว่าเธอจะเป็นนักศึกษาแต่ต้องรู้ไว้ว่าเธอฉลาดเป็นกรดและยังมีธุรกิจส่วนตัวอีกด้วย บริษัทของเธอทำเกี่ยวกับเสื้อผ้าแฟชั่นและมันยังเป็นแบรนด์ดังในตอนนี้อีกด้วย เธอมีพรสวรรค์ด้านการออกแบบเสื้อผ้าในระดับที่สูงมาก

    แต่ทุกวันในตอนเช้าเธอต้องเข้าบริษัทไปจัดการงานของตัวเองจึงทำให้ต้องนอนเร็ว

    เห็นว่าโจเงียบไปเธอก็หาเรื่องคุยอีก “แล้วนายจะนอนตอนไหน?”

    “อีกสักพักแหละ” โจตอบ

    ต่อจากนั้นมิวจูก็ถามเรื่องส่วนตัวของโจอย่างเช่นงานอดิเรกหรือสิ่งที่ชอบกิน แม้ว่าคำตอบของชายหนุ่มจะทำให้เธอไม่เข้าใจแต่เธอก็คิดว่ามันมีแต่ในบ้านเกิดของเขาจึงไม่นึกสงสัยอะไร

    คุยกันได้สักพักเธอก็เริ่มรู้สึกง่วงจึงบอกลาโจ

    “ฝันดีนะคะ” 

    “ฝันดีครับมิวจูผู้น่ารัก” โจหัวเราะ

    “โถ่” เธอแก้มป่องด้วยความอายจึงรีบวางสาย จากนั้นเธอก็นอนกอดตุ๊กตาตัวใหญ่ พลางนึกถึงการสนทนากับชายหนุ่มเมื่อครู่ เธอรู้สึกมีความสุขมากและนอนหลับด้วยรอยยิ้มที่น่าหลงใหล

    ในอีกด้านหนึ่งหลังจากวางสายโจยิ้มเล็กน้อย เขารู้ดีว่ามิวจูคิดยังไงกับเขา แต่เขาไม่สามารถตอบรับได้ อย่างไรก็ดีเขาก็ไม่อาจทำตัวใจร้ายตัดสัมพันธ์อย่างไร้เยื่อใย