หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 6 บทที่ 156 แม่นางงูขาว

            เมื่อพวกเขาเดินไปเพียงไม่กี่ก้าวก็พบกับป้ายชื่อป้ายหนึ่ง

            ทว่าป้ายนั้นกลับตกอยู่บนพื้น

            มันเต็มไปด้วยตะไคร่สีเขียวครึ้ม

            มีเพียงมุมของป้ายที่โผล่ออกมาให้เห็น

            นอกนั้นก็ล้วนแต่ถูกใบไม้ที่ร่วงลงมาทับถมบดบังไปหมดสิ้น

            เฉินโย่วก้มลง ค่อยๆ ดึงป้ายนั้นออกมา

            ป้ายนั้นมีสนิมเกรอะกรัง

            ทว่าบนป้ายกลับมีคำว่า ‘หลงยวน’ สองคำที่ดูแล้วคร่ำคร่านัก

            ใต้เท้าเฉินเห็นแล้วก็ประหลาดใจ เขานึกว่าชื่อหลงยวนนี้เป็นแค่เรื่องล้อเล่น ด้วยคนในสำนักเชินล้วนแต่รู้จักภูเขาลูกนี้ ทว่าความจริงแล้วภูเขาลูกนี้ควรจะมีชื่อว่าภูเขางูเหลือมจึงจะเหมาะสมกว่า ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีป้ายชื่อที่เขียนว่า ‘หลงยวน’ จริง ๆ

            เด็กชายร่างอวบอ้วนก็ร่วมสำรวจไปกับวีรบุรุษชุดขาวของตน

            เมื่อเห็นว่าพี่โย่วพบเจอสมบัติล้ำค่าชิ้นหนึ่งก็ตื่นเต้นนัก ร่างท้วมจึงได้ช่วยแบกป้ายนั้นขึ้นมา

            ทว่าเขาช่างไร้ประโยชน์นัก ร่างกายมีเพียงเนื้อที่มาก แต่กลับไม่มีแรงเท่าใด จึงยกเท่าไรก็ยกไม่ขึ้น

            จำต้องให้เสี่ยวอู่เป็นคนมาช่วยยกเช่นที่ผ่านมา

            พวกเขาไม่ได้รีบร้อนจะขึ้นภูเขา

            จึงได้ช่วยกันขุดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมาเพื่อปักป้ายนั้นลงไป

            แล้วจึงได้ช่วยกันทำความสะอาดตะไคร่ที่เกาะอยู่

            ป้ายทองแดงสนิมเขรอะมีคำว่า ‘หลงยวน’ เขียนไว้สองพยางค์ เมื่อตั้งอยู่ท่ามกลางสายหมอกในจุดที่แสงตะวันส่องลงมาเช่นนี้ ก็ทำให้มันดูโอ่อ่าแฝงไปด้วยมนต์ขลัง

            ท่านราชครูยืนลูบๆ คลำๆ แผ่นป้ายอยู่นานสองนาน 

            ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

            แม่นางหลัวก็ยืนพิจารณาแผ่นป้ายนั้น ก่อนที่ชายกระโปรงยาวระพื้นของนางจะสะบัดผ่านแผ่นป้ายทองแดงไป พร้อมฝีเท้าที่ก้าวย่างจากไป

            ยิ่งเดินไป เส้นทางก็ยิ่งอันตราย

            ทั้งสองข้างทางส่งเสียงสวบสาบมาเป็นครั้งคราว

            ราวกับว่ามีงูฝูงใหญ่กำลังเลื้อยอยู่ทั้งสองข้างทางอย่างไรอย่างนั้น

            ใต้เท้าเฉินเพียงเผลอไผลไปครู่เดียว ก็เกือบจะได้ตกลงไปในรังงูข้างทางเสียแล้ว

            เขายังคิดว่าเฉินโย่วและคนอื่นๆ ได้เตรียมหญ้าไล่งูมาแล้ว งูจึงเพียงมาออกันอยู่สองข้างทาง ไม่เข้ามาใกล้พวกเขา 

            ความจริงแล้วเฉินโย่วก็เตรียมหญ้าไล่งูมาจริงๆ ทว่าหญ้านี้กลับไม่ได้มีประสิทธิภาพถึงเพียงนั้น

            เอาไว้ใช้ป้องกันงูสองสามตัวก็ยังพอได้อยู่ ทว่าหากเป็นงูฝูงใหญ่เช่นนี้ กลิ่นของหญ้าไม่ทันไรก็ถูกกลิ่นสาบงูกลบหมดแล้ว

            กระทั่งเสี่ยวอวี้ที่เป็นศัตรูตามธรรมชาติของงูก็ยังบินขึ้นสูง ไม่ยอมร่อนลงต่ำ เพียงแต่บินวนไปมาอยู่บนท้องฟ้า

            เพียงแต่เฉินโย่วมีชะตาไม่เหมือนคนอื่นๆ ทุกคนจึงได้วางใจและเชื่อถือนาง

            อีกทั้งท่านราชครูยังไม่ได้คัดค้าน ย่อมหมายความว่าไม่มีปัญหาอะไร 

            แต่บ่าวรับใช้ของเด็กชาย ขันทีชราท่านลุงฉือที่นึกตกใจขึ้นมา

            ตอนแรกเขายังคิดว่านายน้อยของตนได้ร่วมขบวนมากับครอบครัวคหบดีครอบครัวหนึ่งที่มาจากทุ่งหญ้าห่างไกลจริงๆ

            ทว่าต่อมาจึงได้รู้ว่าท่านอาจารย์ของคนเหล่านี้แท้จริงแล้วคือราชครูของแคว้นเชิน จึงเกิดความรู้สึกว่าคนกลุ่มนี้ไม่ธรรมดา

            เขาไม่เชื่อเรื่องที่ท่านราชครูมีแผนที่ขุมทรัพย์เก็บไว้กับตัว เขาเคยได้ยินฝ่าบาทกล่าวถึงเรื่องนี้ กล่าวว่าแผนที่ถูกเก็บไว้ในวังหลวง ทว่าบรรพบุรุษได้กำชับไว้ว่าหากไม่สิ้นแคว้นหรือเกิดภัยพิบัติใหญ่ อย่างไรก็ห้ามเปิดแผนที่นี้เด็ดขาด 

            ดังนั้นเรื่องนี้แน่นอนว่าจะต้องเป็นเพียงตำนานเท่านั้น

            แต่กลุ่มคนตรงหน้าเขาที่กำลังเดินขึ้นภูเขางูเหลือมอย่างไม่หวาดหวั่น ไหนจะเจ้านายตัวน้อยของเขาที่เอาแต่ตามติดเรียกวีรบุรุษชุดขาวคนนั้นว่าพี่โย่ว ทั้งยังนับเป็นหัวหน้าของตน

            เมื่อเห็นท่านราชครูมองเฉินโย่วแตกต่างจากคนอื่น 

            เขาเงยหน้ามองเฉินโย่วที่กำลังเดินนำขบวนอยู่ นายน้อยของเขาก็มือเท้าทึ่มทื่อเหลือเกินที่คิดจะตามติดเฉินโย่วอยู่ไม่ห่าง

            เพียงแค่เผลอไผลก็แทบจะลื่นล้มไปต่อหน้าต่อตาเขา

            ทว่าเฉินโย่วก็ยื่นมือออกมาดึงไว้ทัน

            นายน้อยของเขาก็เพียงแต่ยิ้มอย่างโง่งม 

            กลับเป็นเขาที่ใจหายใจคว่ำอยู่ด้านหลัง

            แคว้นซีของเขาแม้จะไม่มีราชครู ทว่ามีท่านมิ่งซือผู้เก่งกาจ ชะตาชีวิตขององค์ชายน้อยก็ได้ท่านมิ่งซือมาทำนายให้ ท่านมิ่งซือกล่าวว่า องค์ชายยามยังทรงพระเยาว์จะต้องจากไปแดนไกลจึงจะประสบความสำเร็จ บนเส้นทางจะได้ผู้มีศักดิ์คอยค้ำจุน จะต้องประสบเคราะห์กรรมมากมายจวบจนวันที่เข้าได้ขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้

            นี่คือคำอธิบายพระชนม์ชีพขององค์ชายน้อย

            เรื่องฮองเฮาจึงกำชับให้เขาเป็นคนจัดการเรื่องนี้ นั่นคือปกปิดตัวตน จนทำให้ผลลัพธ์ของเรื่องราวออกมาเป็นเช่นนี้

            ดังนั้นฮองเฮาจึงได้มีพระดำริให้หาเด็กอีกคนมาเป็นตัวแทนในวัง แล้วจึงให้เขาพาองค์ชายน้อยออกไปหาประสบการณ์

            เช่นนี้คำทำนายกับชีวิตจริงจะได้สอดคล้องกันสักหน่อย

            ทั้งเคราะห์ร้ายขององค์ชายน้อยจะได้เปลี่ยนเป็นดี

            พวกเขาเดินไปก็สูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนล้วนแต่คุ้นชิน ด้วยเพราะบรรยากาศที่นี่เป็นดังที่เฉินโย่วว่าไว้ ให้ความรู้สึกคล้ายคลึงกับหมู่บ้านไป๋กู่นัก

            คาดว่าเพราะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านไป๋กู่มานาน จึงได้คุ้นชินกับบรรยากาศเช่นนี้เสียแล้ว

            ทว่าท่านราชครูกลับมีความคิดอีกอย่าง

            กลิ่นอายความตายราวกับว่าถูกกักเก็บไว้บนภูเขาลูกนี้ ดังนั้นภูเขาที่ฮวงจุ้ยดีขนาดนี้จึงได้เต็มไปด้วยงูเงี้ยวเขี้ยวขอ

            ช่างน่าแปลกนัก เขาในฐานะราชครู แม้ภูเขาหลงยวนจะอยู่ใกล้เมืองหลวงถึงเพียงนี้ ทว่าครานี้หากเขาไม่ได้ขึ้นมาบนภูเขาลูกนี้ด้วยตนเอง ก็คงหลงลืมที่นี่ไปโดยสิ้นเชิง

            เหมือนกับว่าภูเขาลูกนี้ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า ทว่าทุกคนกลับมองไม่เห็น ได้แต่เดินอ้อมมันไป

            ทุกคนพากันเดินต่อ ยามนี้น่าจะมาถึงกึ่งกลางภูเขาแล้ว พื้นที่ราบบริเวณนี้มีศาลาตั้งอยู่หลังหนึ่ง

            ตรงข้ามศาลามีน้ำตกสูง เสียงน้ำไหลกระทบกับโขดหินดังอึกทึกมาเป็นระยะ

            บัดนี้ใกล้จะเที่ยงแล้ว ม่านหมอกหนาจึงได้ค่อยๆ สลายไป จึงได้เห็นว่าบรรยากาศบนภูเขาลูกนี้ช่างงดงามราวกับแดนเซียนก็ไม่ปาน ตาน้ำพุบนภูเขาเมื่อไหลลงมาที่นี่ก็กลายเป็นหมอก ยามแสงตะวันส่องลงมา ผืนหมอกก็เปล่งประกายแสงหลากสีสันออกมาราวกับแถบผ้าต่วนเจ็ดสีที่กำลังปลิวไสว

            ภาพตรงหน้าช่างงดงามตระการตา

            ใต้เท้าเฉินไม่เคยคาดคิดว่าบรรยากาศบนภูเขางูเหลือมจะงดงามถึงเพียงนี้

            ราวกับเส้นผมบังภูเขาจริงๆ

            ทุกคนจึงพากันนั่งพักผ่อน มองน้ำตกที่ยังส่งเสียงอึกทึกตรงข้ามตน ฟังเสียงนกร้อง อาบแสงแดด จิตใจก็พลันรู้สึกปลอดโปร่ง ความสุขบังเกิดขึ้นในใจ

            เฉินโย่วที่เกาะริมศาลาอยู่ มองไปยังภูเขาลูกตรงข้าม นึกสงสัยจนต้องเอ่ยปากถามขึ้น “ภูเขาลูกตรงข้ามมีสิ่งใดหรือ ช่างงามนัก ข้าเห็นมันส่องแสงระยิบระยับด้วย”

            อาลู่เมื่อได้ยินแล้วก็รีบกล่าวขึ้นทันที “พวกเราเพิ่งจะมาถึง ยังไม่รู้จักพื้นที่นี้ดี อย่าได้วิ่งเล่นตามอำเภอใจ รอให้เราคุ้นชินแล้ว พี่ชายจะพาเจ้าไปดูว่าฝั่งตรงข้ามมีอะไร”

            เฉินโย่วพยักหน้าตกลงอย่างว่าง่าย

            นางชอบเก็บของสวยงามที่เป็นประกาย เมื่อก่อนยามอยู่บนภูเขาไป๋กู่นางก็เที่ยวเล่นจนทั่วแล้ว ถ้ำทุกถ้ำนางล้วนไปเยือนมาหมดแล้ว

            ทว่าในเมื่อพี่ชายบอกว่าจะช่วยนางหา นางจึงได้ตกลงอย่างว่าง่าย ถึงอย่างไรก็ยังมีเวลาอีกมาก

            เมื่อได้พักกันไปพอสมควรแล้ว พวกเขาก็ออกเดินทางขึ้นเขาต่อ

            เส้นทางขึ้นเขาทั้งสองข้างไม่ได้มีงูมากเหมือนในตอนแรก ยิ่งเดินไปก็ยิ่งเงียบเชียบ

            ความรู้สึกนี้เหมือนยามที่บนภูเขามีสัตว์ร้าย พวกงูเล็กๆ ก็จะพากันเลื้อยหนีไป ไม่กล้าเลื้อยเพ่นพ่านไปที่ใด

            ราวกับมีความอึดอัดแผ่ขยายปกคลุมขบวน

            กระทั่งมีบางคนในขบวนที่เผลอเหยียบกิ่งไม้จนมีเสียง “แกร๊ก” ดังขึ้น ก็ยังสามารถทำให้คนทั้งขบวนรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาจนขนลุกขนชันไปหมด

            ท่านราชครูรู้สึกว่าการเดินทางครั้งนี้ไม่ได้มีอันตรายร้ายแรงอะไร เขาในฐานะอาจารย์ ไม่อาจทำตัวใจฝ่อได้ จึงได้เริ่มเล่าเรื่องให้ทุกคนฟัง

            “นานมาแล้วมีงูขาวตัวหนึ่งได้ถูกชายเลี้ยงวัวช่วยชีวิตเอาไว้ ห้าปีผ่านไป งูขาวตัวนั้นก็ได้แปลงกายเป็นโฉมงามคนหนึ่ง แล้วจึงเดินทางมาทดแทนบุญคุณ ชายเลี้ยงวัวยามนั้นได้กลายเป็นท่านหมอหนุ่ม เมื่อได้พบงูขาวที่ได้กลายร่างมาเป็นสตรีก็ตกหลุมรักทันทีตั้งแต่แรกเห็น ต่อมาพวกเขาทั้งสองจึงได้แต่งงานกัน” นิทานเรื่องนี้ท่านราชครูได้ยินมาจากจ้งเยียนศิษย์ของตน ส่วนศิษย์ของเขาก็ได้ยินมาจากองค์หญิงอีกที

            ท่านราชครูจริงๆ แล้วก็นึกเย้ยหยันเรื่องการตอบแทนพระคุณนี้ เรื่องมนุษย์กลับชาติมาเกิด สัตว์ร้ายบำเพ็ญตนจนกลายมาเป็นมนุษย์ รู้สึกว่ามันน่าจะมีความหมายโดยนัย

            ยามนี้เขาจึงได้เล่าเรื่องนี้ขึ้นมา

            แน่นอนว่าเมื่อท่านราชครูเล่าเรื่องนี้ขึ้นมาแล้ว คนในขบวนก็พากันวิจารณ์เรื่องนี้ขึ้นมาอย่างออกรสออกชาติ

            “ท่านอาจารย์ งูขาวตัวนั้นกลายมาเป็นคนได้จริงๆ หรือ แล้วงูขาวตัวนั้นยาวเพียงใดกัน แล้วอ้วนเท่าใด แล้วขาวแค่ไหนเล่า” เฉินโย่วนึกสงสัย จึงได้เอาแต่ถามท่านอาจารย์ไม่หยุด

            ท่านราชครูก็แทบจะศีรษะระเบิด เขาเองก็เคยได้ยินมาเพียงเท่านี้ เนื้อหาที่แท้จริงเป็นเช่นไรเขาจะไปรู้ได้อย่างไรเล่า

            เสียงหัวเราะอย่างสนุกสนานดังมาตลอดทาง ไม่นานก็มาถึงยอดเขา

            บนยอดเขามีที่ราบอย่างที่เคยได้ยิน

            ทั้งยังมีเรือนอีกหลังหนึ่ง

            เรือนหลังนี้ดูไปแล้วก็ยังค่อนข้างใหม่ 

            ที่แห่งนี้ก็นับว่ายอดเยี่ยมนัก พื้นดินราบเรียบก็เรื่องหนึ่ง กระทั่งต้นหญ้าที่งอกขึ้นมาก็ยังงดงาม บริเวณโดยรอบยังล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ บรรยากาศช่างงดงามน่าชม ฟังเสียงน้ำไหลแว่วมากับลม ต่อให้เป็นคนที่คำนวณเรื่องฮวงจุ้ยไม่เป็น ก็ยังรู้ว่าฮวงจุ้ยของที่นี่ดียิ่งนัก

            มีเพียงเรื่องเดียวคือที่นี่เงียบเกินไป กระทั่งงูสักตัวก็ยังไม่มี

            มีเพียงเฉินโย่วที่ไม่สนใจอะไร รีบผลักประตูเข้าไปในเรือนทันที คนอื่นคิดจะห้ามก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว

            ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องดังแว่วออกมาจากตัวเรือน “อ๊ากๆๆ!”

            เสียงนั้นทำเอาทั้งขบวนพลอยใจหล่นวูบ รีบพากันวิ่งเข้าไปในเรือนทันที

            เมื่อประตูเปิดออกจึงได้เห็นว่าในเรือนมีงูยักษ์สีขาวอยู่ งูตัวนั้นน่าจะยาวนับสิบฉื่อ ทั้งยังลำตัวหนายิ่งกว่าขาของผู้ใหญ่คนหนึ่งเสียอีก ทว่าหางของงูตัวนั้นกลับสะบัดไปมาไม่หยุด

            เพราะหัวของมันยามนี้ได้ถูกเฉินโย่วจับกุมไว้แล้ว

            เฉินโย่วกอดหัวงูตัวนั้นไว้ด้วยท่าทางตื่นเต้น พร้อมทั้งตะโกนบอกคนอื่นๆ เสียงดัง “ ท่านอาจารย์ ท่านน้า พี่ชาย มานี่เร็ว ข้าจับแม่นางงูขาวได้แล้ว!”

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891