บทที่ 28 ว่าร้ายลับหลัง
"คุณปู่ ฉันกับพี่ชายจะเข้าไปในูเา เมื่อพ่อกับแม่กลับมา ช่วยบอกพวกเขาให้มารับพวกเราทั้งสองคนตอนมืดด้วยนะคะ" สวี่ิเยว่ทักทายคุณปู่ แล้วสะพายตะกร้าเดินตามหลังสวี่เซี่ยงหยางเข้าไปในูเา
โชคดีที่ตอนนี้ทุกคนกำลังยุ่งอยู่กับการเก็บเกี่ยวในทุ่งนา จึงไม่มีชาวบ้านเห็นพวกเขาบนถนน
สวี่ิเยว่รู้ดีว่าการที่ครอบครัวของเธอเข้าไปเก็บเห็ดในูเาจะต้องถูกเปิดเผยในไม่ช้า เธอแค่อยากปิดบังให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ครอบครัวของเธอได้ใช้ประโยชน์จาก่เวลานี้หาเงินให้ได้มากที่สุด
ใน่ปลายเดือนกันยายน บนูเาทางตะวันออกเฉียงเหนือแทบไม่มีอะไรให้เก็บเกี่ยวแล้ว พี่น้องทั้งสองจึงมุ่งหน้าตรงไปยังป่าสน
เดินเข้าไปในป่าสน มองดูพื้นที่เต็มไปด้วยลูกสนสุกที่ร่วงหล่นลงมา สวี่ิเยว่ก็รู้สึกตื่นเต้นมาก
ตอนนี้ในสายตาของสวี่ิเยว่ สิ่งที่ตกอยู่บนพื้นล้วนเป็ทองคำ เธอย่อตัวลงเริ่มเก็บทีละลูก พลางกำชับสวี่เซี่ยงหยางว่า "พี่ช่วยเลือกเก็บลูกที่ใหญ่ ๆ หน่อยนะ"
ป่าสนกว้างใหญ่มาก ลูกสนเหล่านี้เก็บเท่าไหร่ก็ไม่หมด ไม่นานตะกร้าสี่ใบที่พี่น้องนำมาก็เต็มไปหมด
ลูกสนเต็มพื้น สวี่ิเยว่ไม่อยากกลับบ้านแค่นี้ เธอบ่นกับสวี่เซี่ยงหยางไม่หยุด "พี่ พวกเราเอาตะกร้ามาน้อยไปแล้ว"
สวี่เซี่ยงหยางวางลูกสนลูกสุดท้ายลงในตะกร้า แล้วพูดว่า "ิเยว่ ฟ้าใกล้มืดแล้ว พวกเราลงเขากันเถอะ!"
"ได้" สวี่ิเยว่พยายามจะสะพายตะกร้าขึ้นหลัง แต่มันหนักเกินไป เธอพยายามออกแรงสะพายสองครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ
เมื่อเห็นน้องสาวของตนเองมีท่าทางโลภแบบนี้ สวี่เซี่ยงหยางจึงยิ้มอย่างจนใจพลางกล่าวว่า "ิเยว่ เธอใส่ของมากเกินไป ยกไม่ไหวหรอก เอาออกไปบ้างสิ"
ลูกสนเหล่านี้ สวี่ิเยว่อุตส่าห์เก็บมาอย่างยากลำบาก จะให้เททิ้งได้อย่างไร "พี่ ฉันยกไหว พวกนี้ทั้งหมดคือเงินนะ ฉันจะทิ้งเงินได้ยังไง"
สวี่ิเยว่กัดฟันแน่นพลางยกตะกร้าขึ้น ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงเขาทีละก้าว แต่ละก้าวเธอนับไปด้วย "หนึ่งหยวน สองหยวน สามหยวน"
เธออาศัยการนับเงินเป็แรงกระตุ้นตัวเอง สะกดจิตตัวเองว่าทุกก้าวที่เดินนั้นคือเงินทั้งนั้น!
สวี่เซี่ยงหยางที่เดินนำหน้าก็เหนื่อยจนหอบแฮก "ิเยว่ เธอถือไม่ไหวก็โยนตะกร้าทิ้งข้างทางเถอะ ในป่าเขาก็ไม่มีใครเอาไปหรอก เดี๋ยวฉันส่งของพวกนี้ลงเขาแล้วค่อยกลับมาเอา"
ลูกสนหนักกว่าเห็ด พี่น้องทั้งสองโลภและเก็บมาไม่น้อย ทำให้การลงเขาล่าช้าไปมาก
ที่เชิงเขา สามีภรรยารอนานแล้วก็ไม่เห็นเด็กทั้งสองลงมาจากเขา พวกเขากังวลมาก
รออีกสักพัก สามีภรรยาปรึกษากันว่าไม่สามารถรอต่อไปได้แล้ว จึงเดินขึ้นเขาตามเส้นทางเพื่อตามหา เมื่อมาถึงทางแยกก็ไม่กล้าเดินต่อ กลัวว่าจะเดินสวนทางกับพี่น้องทั้งสอง
ท้องฟ้ามืดมาก เส้นทางในป่าเขาเดินลำบากมาก สองพี่น้องต้องระมัดระวังทุกย่างก้าว
สวี่อวี้เฉิงยืนอยู่ที่ทางแยกมองออกไป ท้องฟ้ามืดจนมองไม่เห็นถนนที่ทอดยาวแล้ว ด้วยความร้อนใจ สวี่อวี้เฉิงจึงยืนะโอยู่ที่ทางแยก "ิเยว่ เซี่ยงหยาง"
ยามค่ำคืนบนูเาเงียบสงัดมาก เสียงดังก้องไปไกล สวี่เซี่ยงหยางได้ยินเสียงพ่อของตนเองะโเรียกแว่ว ๆ
"ิเยว่ พี่ได้ยินเสียงพ่อเรียกพวกเรา"
ตอนนี้สวี่ิเยว่เหนื่อยจนหายใจลำบาก หูก็อื้อไปหมด "พี่ ตอนนี้หูฉันอื้อไปหมด ไม่ได้ยินอะไรเลย"
พี่น้องทั้งสองเดินต่อไปอีกไม่กี่ก้าว เสียงะโของสวี่อวี้เฉิงก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
สวี่เซี่ยงหยางวางตะกร้าลงแล้วะโว่า "พ่อ พ่อ พวกเราจะลงไปเดี๋ยวนี้"
สวี่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ที่ทางแยก เมื่อได้ยินเสียงตอบรับของสวี่เซี่ยงหยางก็รู้สึกโล่งใจ จึงจูงจางชุนฮวาเดินไปทางที่ได้ยินเสียงของสวี่เซี่ยงหยาง
โชคดีที่พี่น้องทั้งสองอยู่ไม่ไกลนัก สวี่อวี้เฉิงเดินไปไม่นานก็เห็นสวี่เซี่ยงหยางที่แบกตะกร้าใบหนึ่งและลากอีกใบหนึ่งมาด้วย
สวี่ิเยว่ที่อยู่ด้านหลังสวี่เซี่ยงหยาง สลับกันลากตะกร้าทีละใบ แล้วก็เปลี่ยนไปลากอีกใบ เดินลงเขาสลับกันไปมาแบบนี้
ทุกก้าวที่สวี่ิเยว่เดิน เธอต้องใช้แรงอย่างสุดความสามารถ เสียใจที่ตัวเองโลภมากเกินไป แต่ก็ลากลูกสนมาไกลขนาดนี้แล้ว ไม่อาจยอมแพ้ได้
เมื่อสวี่ิเยว่เห็นสวี่อวี้เฉิงเดินมาหาตัวเองในชั่วขณะนั้น พลังที่เธอพยายามกัดฟันอดทนมาตลอดก็หมดลงอย่างสิ้นเชิง เธอทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหอบหายใจแรง
เมื่อเห็นสวี่ิเยว่นั่งอยู่บนพื้น สวี่อวี้เฉิงและจางชุนฮวาก็ใมาก สามีภรรยาทั้งสองวิ่งเหยาะ ๆ มาที่ข้างกายสวี่ิเยว่ แล้วถามด้วยความกังวลอย่างมากว่า "ิเยว่ ลูกเป็อะไรไป"
สวี่ิเยว่ก็กลัวว่าพ่อแม่จะเป็ห่วง อยากจะอ้าปากบอกพ่อแม่ว่าตัวเองไม่เป็ไร แต่เธอหอบหายใจหนักมากจนพูดไม่เป็ประโยคเลย
"พ่อ แม่ ไม่ต้องกังวลนะ ิเยว่แค่เหนื่อยเท่านั้น ยัยตัวแสบนี่โลภมากจริง ๆ ยอมสละชีวิตแต่ไม่ยอมสละทรัพย์สิน" สวี่เซี่ยงหยางก็กลัวว่าพ่อแม่ของเขาจะใกับสภาพของสวี่ิเยว่ จึงรีบอธิบาย
"พี่บอกเธอไปนานแล้วว่า ถ้าแบกไม่ไหวก็ให้โยนทิ้งไปบ้าง ถึงยังไงก็เป็ของในป่า ไม่มีค่าอะไรหรอก แต่เธอดันบอกพี่ว่านี่คือเงินทองทั้งนั้น โยนตัวเองทิ้งได้ แต่จะไม่ยอมทิ้งเงินเด็ดขาด"
สวี่อวี้เฉิงรับตะกร้าจากมือของสวี่ิเยว่ พลางพูดด้วยความเป็ห่วงว่า "พ่อจะว่าอะไรเ้าเด็กคนนี้ดีนะ เป็เด็กผู้หญิงแท้ ๆ ถ้าทำให้ตัวเองเหนื่อยจนป่วยจะทำยังไง พ่อจะเอาลูกสนไปที่บ้านก่อน ลูกค่อย ๆ เดินตามหลังกับแม่นะ"
สวี่ิเยว่ที่ได้พักสักครู่รู้สึกดีขึ้นมาก จึงเดินตามจางชุนฮวาพร้อมกับขนตะกร้าลงจากูเา
ทั้งสี่คนในครอบครัวขนลูกสนกลับบ้านจนถึงสี่ทุ่ม สวี่ิเยว่ทรุดตัวลงบนเตียงทันที
จางชุนฮวาอุ่นอาหารเสร็จแล้วเดินมาที่ห้องของสวี่ิเยว่พลางร้องเรียก "ิเยว่ ลุกขึ้นมากินข้าวก่อนแล้วค่อยนอนนะลูก"
สวี่ิเยว่ที่นอนอยู่บนเตียงไม่อยากขยับตัวเลยสักนิด เธออยากแค่นอนหลับ "แม่ ฉันไม่กินแล้ว ทุกคนกินกันเถอะ ไม่ต้องสนใจฉันหรอก"
"ทำงานมาทั้งวันจะไม่กินข้าวได้ยังไง"
จางชุนฮวาพึมพำพลางเดินเข้าครัว หยิบชามเล็กมาตักผักกาดขาวตุ๋นมันฝรั่งให้สวี่ิเยว่หนึ่งชาม แล้วหยิบหมั่นโถวมาวางไว้ข้าง ๆ เตียงของสวี่ิเยว่
"ิเยว่ กินเร็ว ๆ สิลูก! กินเสร็จแล้วค่อยนอน แม่กับพ่อกินเสร็จกันแล้ว"
เมื่อครู่สวี่ิเยว่ยังไม่รู้สึกหิวเลย แต่พอกลิ่นอาหารโชยมา ท้องของเธอก็ร้องจ๊อก ๆ อย่างน่าอาย
สวี่ิเยว่นอนคว่ำอยู่บนเตียง หยิบตะเกียบขึ้นมาคีบผักกาดขาวใส่ปาก แล้วกัดหมั่นโถวคำใหญ่
จางชุนฮวาที่นั่งอยู่ริมเตียง มองดูสวี่ิเยว่ด้วยความสงสารที่ต้องเหนื่อยยากเพื่อครอบครัวขนาดนี้ แล้วนึกถึงเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ก็ยิ่งรู้สึกโมโห
พอเห็นสีหน้าของจางชุนฮวา สวี่ิเยว่ก็รู้ว่ามีเื่อะไร จึงถามว่า "แม่ เป็อะไรเหรอ"
"ก็เื่ที่พวกลูกไม่ได้ลงไปทำงานในทุ่งไงล่ะ" พูดถึงตรงนี้จางชุนฮวาก็ถอนหายใจ
"นี่เพราะเห็นว่าบ้านเราสบายขึ้นก็เลยอิจฉากันอีกแล้วสินะ ในหมู่บ้านนี้ก็มีสาว ๆ และภรรยาหลายคนที่ไม่ได้ลงไปทำงานในทุ่ง แค่อยู่บ้านทำอาหารก็ไม่มีใครว่าอะไร ทำไมพอมาถึงลูกถึงได้ถูกจับผิดไม่ปล่อยแบบนี้"
"ิเยว่ ลูกรู้ไหมว่าเจิ้งลี่ลี่คนนั้นช่างน่าโมโหเหลือเกิน วันนี้เธอพาหญิงสาวปัญญาชนคนอื่น ๆ ไปหาผู้ใหญ่บ้านจ้าวต่อหน้าชาวบ้านในทุ่งนา"
"พวกเขาบอกว่าตอนนี้งานเก็บเกี่ยวหนักมาก แล้วทำไมบ้านเราถึงไม่ลงไปทำงานในทุ่งนา"
"แม่บอกเจิ้งลี่ลี่ว่าลูกสาวสุขภาพไม่ดี และที่บ้านยังมีคนแก่ป่วยที่ต้องดูแล"
สวี่ิเยว่ไม่คิดว่าคนที่อยู่เื้ัเื่นี้จะเป็พวกปัญญาชนที่ไม่มีเื่บาดหมางอะไรกับเธอเลย
เธอพยายามค้นหาความทรงจำของร่างเดิม แต่ก็นึกไม่ออกว่าเคยมีเื่อะไรกับเจิ้งลี่ลี่คนนี้ ร่างเดิมเรียนอยู่ในเมืองมาหลายปี จึงจำพวกปัญญาชนในหมู่บ้านได้ไม่หมด