หลินฝานที่คอยตามสังเกตการณ์พวกเขาอยู่ นั้นได้รับความรู้มาหลายอย่างเช่นระดับของสัตว์อสูร และระดับของการบ่มเพาะ ระดับราชานั้นหลินฝานคิดว่าน่าจะเทียบกับระดับปราณจักรพรรดิของโลกนี้
“เจ้าพวกนั้นคงจะมาจากนิกายใหญ่สักแห่ง แต่เหตุใดต้องแอบเข้ามาในดาวดวงนี้ด้วยหรือว่า มีอะไรที่พวกนั้นต้องการในจากดาวดวงนี้” หลินฝานกล่าวกับระบบ
[เรียนนายท่าน ในจักรวาลนั้นมีนิกายที่ปกครองจักรวาลอยู่ เจ้าพวกที่มานั้นอาจจะมาจากนิกายพวกนี้ก็ได้ เพียงแต่เหตุผลที่มานั้นตอนนี้ระบบยังไม่ทราบ แต่หากเป็นอย่างที่ระบบคาดการณ์เอาไว้พวกเขาน่าจะมาเพื่อปกป้องดาวดวงนี้หรือไม่ก็ต้องการดาวดวงนี้เป็นบริวารของนิกาย] ระบบกล่าวอธิบายให้หลินฝานรับฟัง
“หากเป็นอย่างที่เจ้ากล่าวออกมานั้นพวกเขาก็น่าจะมาดี หรือว่าดาวดวงนี้ยังไม่ผ่านเดี๋ยวจะเกณฑ์ที่จะได้รับรู้อะไรนอกจักรวาลละ” หลินฝานกล่าวออกมา
[ตามที่ท่านกล่าวออกมาดวงดาวบางแห่งนั้น หากรับรู้สถานการณ์ว่าตัวเองไม่ได้อาศัยอยู่ในจักรวาลนี้เพียงแห่งเดี๋ยวจะทำให้เกิดความโกลหลได้] ระบบกล่าวออกมา
หลินฝานทำได้เพียงพยักหน้ารับเท่านั้น หากเป็นอย่างที่ระบบกล่าวออกมาอีกไม่นาน ดาวงดาวที่หลินฝานอาศัยอยู่นั้นจะต้องมีคนจากนิกายมาอย่างแน่นอน เพียงแต่อยู่ที่เวลาเท่านั้นกลับมาที่กลุ่มคนที่มาจากต่างดาว ตอนนี้พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปยังเขตที่ 9 เพื่อไปกำจัดสัตว์อสูรทั้งหมดที่มาจากต่างดาวผ่านรอยแยกมิติ
“เอาละ อีกไม่นานจะถึงที่พวกสัตว์อสูรอยู่แล้ว พวกเราจะเอาอย่างไร หรือว่าบุกเข้าไปสังหารให้หมดเหมือนกับครั้งก่อน ๆ “คนในกลุ่มกล่าวออกมา
ในกลุ่มนั้นมีสมาชิกทั้งหมด 10 คน แต่ละคนก็มาจากดาวที่แตกต่างกัน เพียงแต่พวกเขานั้นมาจากนิกายเดียวกัน เพื่อที่จะปกป้องดวงดาวจากสัตว์อสูร พวกเขานั้นต้องไปยังดาวต่าง ๆ ที่ยังไม่เจริญหรือยังไม่รับรู้ถึงจักรวาล มีเพียงแค่บางคนเท่านั้นที่สามารถรับรู้เรื่องราวนอกจักรวาล แต่ก็ไม่สามารถปกป้องดาวเอาไว้ได้ ทำให้นิกายบางแห่งจัดตั้งหน่วยสำรวจขึ้นมาเพื่อสำรวจหาดาวดวงใหม่ หรือไม่ก็ยื่นข้อเสนอให้กับดาวดวงนั้นโดยการสร้างนิกายสาขาของพวกเขาเพื่อแสดงถึงดาวดวงนี้เป็นดาวอาณาเขตของนิกาย
“เอาละ ทำเหมือนที่ผ่านมาก็แล้วกัน ข้าจะได้ออกไปจากดาวดวงนี้ พลังลมปราณของดาวดวงนี้กำลังฟื้นฟู หางมีพวกเราอยู่นั้นอาจจะเกิดข้อผิดพลาดในการฟื้นฟูก็เป็นไปได้” หัวหน้าหน่วยกล่าวออกมา
“อีก 2 กิโลเมตรจะพบเจอกลุ่มสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่ พวกเจ้าเตรียมตัวต่อสู้เอาไว้ด้วย” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาพร้อมกับมองไปยังจอโฮโลแกรมที่แสดงจุดสีแดง ๆ เต็มไปทั้งหน้าจอ
“เอาละ ในครั้งนี้พวกเราต้องจัดการให้เรียบร้อยก่อนที่จะมีคนมาเห็นพวกเราละ ไม่อย่างนั้นหากกลับไปนิกายมีหวังพวกเราโดนลงโทษจากพวกอาวุโสเหล่านั้นแน่ ๆ “หัวหน้าหน่วยกล่าวออกมา
หลินฝานที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดได้เพียงแต่ส่ายหัวไปมา เพราะกลุ่มคนเหล่านี้เหมือนกลับมาเดินเล่นสนุก แต่สำหรับหลินฝานนั้นก็ไม่ต่างกันมาก เพราะเขาสามารถสังหารสัตว์อสูรทั้งหมดได้อย่างง่ายได้เพียงแต่ หลินฝานนั้นยังไม่ต้องการจะทำอะไรในตอนนี้
“เอาละ ทุกคนเตรียมพร้อม พวกเราเตรียมพร้อมรบได้” หัวหน้าหน่วยตระโกนออกมาพร้อมกับชักดาบออกมาตั้งท่าต่อสู้ในทันที
โฮ้ก โฮ้ก โฮ้กกกก
เสียงสัตว์อสูรมากมายคำรามดังมาแต่ไกล และปรากฏร่างของสัตว์อสูรมากมาย วิ่งเข้ามาทางหน่วยสำรวจของพวกเขา
“สังหารพวกมันให้หมด” หัวหน้าหน่วยกล่าวออกมาพร้อมกับบุกเข้าไปปะทะกับกลุ่มสัตว์อสูรในทันที
หลินฝานที่มองเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ เมื่อเห็นการณ์กระทำก็สนใจพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง
“เจ้าพวกนั้นไม่หวาดกลัวสัตว์อสูรบางเลยหรอเนี่ย ฮ่า ฮ่า ฮ่า หืมเจ้านั้นมันตัวอะไรกันแน่เหตุใดพลังของมันช่างแข็งแกร่งขนาดนั้น” หลินฝานกล่าวออกมาเมื่อมองเหตุสัตว์อสูรรูปร่างคลายมนุษย์ปรากฏตัวขึ้นมา
ในตอนนี้ในหน่วยสำรวจ ตรวจพบสัตว์อสูรรูปร่างมนุษย์พวกเขาทำได้เพียงหยุดการต่อสู้และกลับเข้ามารวมกลุ่มกันอีกครั้ง
“เราจะเอาอย่างไรดี ข้าไม่คิดเลยว่าพวกมันจะส่ง เจ้านั้นมาที่ดวงดาวแห่งนี้” หัวหน้าหน่วยกล่าวออกมาด้วยความเคร่งเครียด เพราะเจ้านั้นที่หัวหน้าหน่วยกล่าวนั้น เป็นปีศาจจันทรา ที่มีพลังแข็งแกร่งกว่าพวกเขาระดับหนึ่ง หากสู้ต่อไปพวกเขามีแต่จะโดนสังหารเป็น
“ท่านหัวหน้า พวกเราคงต้องขอความช่วยเหลือจาก นิกายแล้วละ หากปีศาจจันทรามาที่ดาวดวงนี้จะต้องมีอะไรแน่ ๆ พวกเราต้องถ่อยกลับไปก่อน” ชายหนึ่งคนกล่าวออกมา
“หากพวกเราถ่อยกลับไปในตอนนี้ ดาวดวงนี้ก็คงไม่มีอะไรรอดไปจากพวกมันได้ มีแต่ต้องยืนหยัดต่อสู้เท่านั้น ข้าจะเป็นคนถ่วงเวลามันเอาไว้ส่วนพวกเจ้าล่าถ่อยกันไปก่อน และขอความช่วยเหลือจากนิกายโดยด่วน” หัวหน้าหน่วยกล่าวออกมา