สืบสู้ผี ภาค 1-3

    49 การติดเชื้ออย่างไม่คาดคิด ?!

    "ทุกคนถอยออกไป !" เสียงของท่านจ้าวประกาศก้อง "ทหารลาดตระเวนของเรา ได้ติดเชื้อของอสูรดำเข้าแล้ว ขอให้พวกเราทุกคนจงได้ระวังตัวกันให้ดีๆ !" สิ้นเสียงของท่านจ้าว องครักษ์ทั้งสองคนของท่านจ้าวก็ถลาเข้ามาทางเบื้องหน้าทั้งซ้ายทั้งขวาเพื่อคุ้มครองท่านจ้าวให้อยู่ในความปลอดภัยทันที คำว่า 'ทหารลาดตระเวนของพวกเราได้ติดเชื้อของอสูรดำเข้าซะแล้ว' ทำให้ผมนึกกังขาขึ้นมาทันทีเช่นกัน ? ก็ท่านจ้าวได้เคยพูดให้พวกเราได้ยินกันมาก่อนหน้านี้ไม่ใช่หรือว่า เชื้อของอสูรดำนั้นจะไม่สามารถระบาดติดต่อไปยังพวกชาวมิตทราห์ของท่านจ้าวได้ ก็แล้วนี่ทำไมถึงไม่ตรงกับที่ท่านจ้าวได้พูดไว้ล่ะ ? ผมเหลือบไปมองไอริณกับพี่เมฆแว่บหนึ่ง ก็เห็นเธอกับพี่เมฆต่างก็ขมวดคิ้วขึ้นมาเหมือนกัน เพราะในตอนนี้ทั้งสองคนก็คงจะรู้สึกสงสัยเหมือนกับผมอยู่แน่ๆ ดูเหมือนท่านจ้าวจะเหลือบมาเห็นสีหน้าของพวกเราเข้าพอดีเช่นกัน "พวกท่านอาคันตุกะคงสงสัยกันสินะ ว่าจู่ๆทำไมทหารลาดตระเวนของเราถึงได้ไปติดเชื้อของอสูรดำเข้าได้ ทั้งๆที่ในตอนแรกข้าก็เคยบอกไว้แล้วว่า เชื้ออสูรดำนั่นน่ะ ไม่อาจจะระบาดติดต่อมายังพวกเราได้เลย" ท่านจ้าวพูดขึ้นแล้วก็โคลงหัวเล็กน้อย ขณะที่หันกลับไปจ้องมองที่ร่างของทหารลาดตระเวนคนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนลำตัวของกวางยักษ์ "เรื่องนี้ ข้าอยากจะขออธิบายสักหน่อย..." ท่านจ้าวกล่าวต่อไป "แรกเริ่มเดิมที เชื้อของสูรดำนั่นน่ะ สามารถติดต่อมายังพวกเราได้ทุกคน จนทำให้เผ่าพันธ์ของพวกเราได้เคยล้มตายลงไปเป็นจำนวนมาก ในตอนท้ายของเหตุการณ์ที่นำมาซึ่งการสูญเสียอณาจักรดินแดนของพวกเรา ก็อย่างที่ข้าเพิ่งจะได้เล่าให้พวกท่านฟังไปแล้วนั่นเอง เพียงแต่ว่าในตอนหลังพวกเราได้ค้นพบตัวยาพิเศษที่เมื่อนำมาใช้กับพวกเรา ก็ทำให้พิษจากอสูรดำนั่นได้สลายตัวเองลงไปในเวลาอันรวดเร็ว และเมื่อเราได้นำมาฉีดให้กับพวกเราไว้ล่วงหน้าแล้ว ฤทธิ์จากยาพิเศษนั่นจะทำให้ร่างกายของพวกเรามีภูมิคุ้มกันจากพิษของอสูรดำนั่นได้ถึงหนึ่งเดือนเลยทีเดียว..." นั่นคือคำอธิบายของท่านจ้าว ที่ได้ทำให้ผมหมดสิ้นซึ่งความสงสัยลงไปในทันที ส่วนไอริณกับพี่เมฆก็คงจะรู้สึกเช่นเดียวกับผม แต่ขณะที่ท่านจ้าวกำลังจะอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก ร่างของทหารลาดตระเวนที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนกวางยักษ์มาได้ครู่หนึ่งก็ค่อยๆสั่นขึ้นมาอย่างช้าๆ แล้วก็สั่นรัวเร็วขึ้นราวกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังคุ้มคลั่งอยู่ในร่างของเขา ! ทหารองครักษ์ทั้งสองรีบยกหอกปลายแหลมอันวาววับขึ้นมาเตรียมต้านรับสิ่งประหลาดที่กำลังจะเกิดขึ้นกับร่างของทหารลาดตระเวนนั้นอย่างไม่รอช้า "ท่านจ้าว หน่วยลาดตระเวนของเราคนนี้ น่ากลัวว่าจะไม่ได้ติดแค่เชื้ออสูรดำเพียงอย่างเดียว ?" หนึ่งในทหารองครักษ์พูดขึ้นอย่างตระหนก และพริบตานั้นเอง ปากของทหารลาดตระเวนที่อยู่บนหลังกวางก็อ้าออกจนกว้าง พร้อมๆกับมีสิ่งที่แปลกประหลาดสีดำๆพุ่งออกมาเป็นทางสายยาวเหยียด ! สิ่งนั้นดูเผินๆแล้วมันเหมือนกับเป็นงูสีดำที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และมีลำตัวยาวราวหกเจ็ดเมตร มันได้พุ่งเข้าหาหอกอาวุธที่อยู่ในมือของหนึ่งในองครักษ์ที่เพิ่งได้พูดกับท่านจ้าวไปเมื่อกี้นี้ ด้วยความเร็วราวสายฟ้าแล่บ ! จากนั้นลำตัวของมันก็ม้วนเข้าไปพันอยู่ที่กลางลำของด้ามหอกนั้นและเลื้อยพันไปจนถึงมือทั้งสองขององครักษ์คนนี้ก่อนที่เขาจะตั้งหลักทำอะไรได้ทัน ! และแล้วมันก็ม้วนรัดข้อมือและวงแขนขององครักษ์จนหอกที่อยู่ในมือนั้นตกลงกับพื้นทันที ! จากนั้นมันก็ชูหัวขึ้นเหนือร่างขององครักษ์ แล้วก็แยกเขี้ยวขู่ฟ่อใส่ใบหน้าของเขาจนเขาถึงกับผงะหน้าหงาย ! และไม่ใช่แค่มีเสียงขู่ฟ่อเท่านั้น มันยังอ้าปากพ่นน้ำสีดำๆออกมาใส่หน้าอันตื่นตระหนกขององครักษ์คนนี้อย่างที่เขาก็ไม่สามารถที่จะปัดป้องได้ทันท่วงทีอีกเช่นกัน ! ทหารองครักษ์อีกคนหนึ่ง รีบดึงร่างของท่านจ้าวถอยหลังออกไปกรูดๆเพื่อให้อยู่ห่างจากตรงนั้นทันที ขณะที่สายตาของท่านจ้าวก็ยังมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึง ! และขณะนี้เหล่าทหารของท่านจ้าวเกือบทั้งหมดก็ได้ข้ามธารน้ำมาอยู่ทางฝั่งนี้กันเรียบร้อยแล้ว และพวกเขาต่างก็รีบตรงเข้าไปตั้งค่ายกลบางอย่างอยู่รายรอบท่านจ้าวเพื่ออารักขาคุ้มครองร่างของท่านจ้าวให้อยู่ในความปลอดภัยเต็มขั้น แม้ว่าในสีหน้าของพวกทหารนั้นจะไม่สามารถกลบเกลื่อนความตระหนกที่ได้ปรากฏอยู่ในสีหน้าของพวกเขาเองได้ก็ตาม ส่วนผมและพวกฝ่ายเรา ต่างก็ถอยออกไปจากตรงจุดเดิมพอควร แต่เราก็ยังคงมองเห็นภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้อย่างชัดเจนเหมือนเดิม หลังจากที่หนึ่งในทหารองครักษ์ได้โดนงูประหลาดพ่นน้ำสีดำใส่หน้า เขาก็ล้มฟุบลงไปตรงพื้นหญ้าข้างหน้าแทบจะทันที แต่แล้วเขาก็ค่อยๆยันร่างของตัวเองขึ้นมาใหม่อย่างช้าๆ แต่ขณะที่เขาหันหน้ามาทางพวกเรา หน้าของเขาก็เกิดอาการกระตุกขึ้นมาอยู่สองสามครั้ง และเมื่อเขากระพริบตาอีกครั้ง สีฟ้าดั้งเดิมที่อยู่ในดวงตาทั้งคู่ของเขาก็กลับกลายไปเป็นสีดำทมิฬเหมือนกับทหารลาดตระเวนที่นั่งอยู่บนหลังกวางตัวนั้น..! "พวกทหารได้ติดเชื้ออสูรดำเข้าอีกคนแล้ว..." เสียงพี่เมฆเอ่ยขึ้นกับพวกเรา ผมหันไปหาพี่เมฆ "เชื้อนั่น คงจะอยู่ในน้ำสีดำที่ไอ้งูนั่นพ่นออกมาใช่ไม๊ครับพี่เมฆ ?" "ใช่แน่ๆแล้ว แต่น่าแปลกนะ ที่คราวนี้ไอ้เชื้อบ้านั่นกลับระบาดติดต่อไปยังร่างกายของพวกเขาได้ และก็อย่างรวดเร็วมากซะด้วยสิ ?" พี่เมฆว่า เจ้างูสีดำตัวนั้น ลงไปม้วนตัวพันอยู่บนด้ามหอกที่ตกอยู่บนพื้นหญ้า และก็ชูคอชูหัวขึ้นมามองพวกเราทั้งหมดด้วยอาการโยกหัวไปมาราวกับงูเห่าหรืองูจงอางที่เตรียมพร้อมจะพุ่งเข้าโจมตีศัตรูที่อยู่ตรงหน้า ส่วนทหารองครักษ์ของท่านจ้าวที่เพิ่งได้ติดเชื้อของอสูรดำไปหมาดๆ ก็ได้ลุกขึ้นมายืนอย่างมั่นคง โดยที่สีดำในดวงตาทั้งสองข้างนั้นก็ได้ฉายให้เห็นถึงความชั่วร้ายที่ได้เข้าควบคุมร่างนี้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ส่วนทหารลาดตระเวนคนที่ได้ติดเชื้อมาก่อนหน้านี้ บัดนี้ก็ได้ปีนลงมาจากหลังกวางและเดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ใกล้ๆกับทหารองครักษ์ที่เพิ่งติดเชื้อคนล่าสุด แล้วท่านจ้าวก็ตะโกนมาทางพวกเรา "ท่านอาคันตะกะทั้งหลาย โปรดถอยไปให้ห่างๆ ขณะนี้พวกเราทุกๆคนมีโอกาสที่จะติดเชื้ออสูรดำได้กันหมดทุกคน และแม้กระทั่งพวกทหารของเราเองในตอนนี้ก็อาจจะช่วยคุ้มครองชีวิตให้กับพวกท่านไม่ได้ด้วยซ้ำไป...!" น้ำเสียงของท่านจ้าวดูจะมีความไม่สบายใจแฝงอยู่ไม่น้อย "ท่านจ้าวคะ..." เสียงไอริณตะโกนกลับไป "ท่านอย่าได้เป็นห่วงพวกเราเลย พวกเราทั้งหมดมาถึงตรงนี้ได้ ก็คิดว่าจะดูแลตัวเองต่อไปได้ พวกเราจะพยายามระวังตัวกันให้มาก และไม่รีบเผ่นหนีกันไปในตอนนี้หรอกค่ะ...!" "งั้นก็ตามนั้น ก็แล้วแต่ความต้องการของพวกท่านกันก็แล้วกันนะ..." ท่านจ้าวว่า "แต่บางทีแล้ว พวกทหารของข้านั้น ก็อาจจะสามารถขับไล่คนที่ติดเชื้อนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไรนักก็ได้ เพราะที่จริงแล้วเราก็ยังมีวิธีที่จะขับไล่พวกมันได้อยู่ และเราก็ไม่อยากจะสังหารคนที่เคยเป็นพี่น้องในพงษ์พันธ์ุของพวกเราเลยแม้แต่คนเดียว แม้ว่าพวกเขาจะสูญเสียจิตวิญญาณของตัวเองไปแล้วก็ตามเถอะ..." ไอริณขมวดคิ้วขึ้นมา "แล้วจะทำอย่างไรเหรอคะ ท่านจ้าว ?" เธอถามท่านจ้าวไปด้วยสีหน้าที่กังขา ท่านจ้าวไม่ตอบไอริณ แต่กลับกวาดตามองเหล่าทหารของตัวเองรอบหนึ่ง แล้วสั่งออกไป "พวกเจ้าทุกคนจงฟังข้า...! จงหยิบหน้ากากอสูร'อูราณห์'ขึ้นมาสวมกันอีกครั้งหนึ่ง... เดี๋ยวนี้ !" สิ้นคำสั่งของท่านจ้าว เหล่าทหารของท่านจ้าวทั้งหมดต่างก็เอื้อมไปหยิบหน้ากากอสูรอูราณห์ที่มีเขาสองเขาขึ้นมาทันที โดยที่ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ถอดออกและนำไปแขวนไว้ที่ข้างตัว แต่บัดนี้พวกเขาได้นำมันขึ้นมาสวมกันอีกครั้งด้วยความรวดเร็วและพร้อมเพรียง ! และก็ใช่แล้ว... พวกเราคงจะลืมในจุดนี้ไปว่า คนที่ติดเชื้ออสูรดำจนกลายเป็นครึ่งคนครึ่งอสูรกายนั้นจะมีความหวาดกลัวต่ออสูรอูราณห์ แม้ว่าจะเห็นแค่เพียงหน้ากากก็จะสำคัญว่าเป็นอสูรอูราณห์ไปจริงๆ "อย่างงี้นี่เอง ริณเองก็ลืมเรื่องหน้ากากนั่นไปเลย" ไอริณพูดอย่างยิ้มๆ ส่วนผมเองก็พยักหน้าเข้าใจ แล้วก็อดที่จะยิ้มๆขึ้นมาไม่ได้เช่นกัน แต่สีหน้าของพี่เมฆนั้น ดูจะไม่ได้ผ่อนคลายลงไปจากเดิม แต่กลับขมวดคิ้วจนหัวคิ้วย่นหนักยิ่งขึ้นกว่าเดิมซะอีก "พี่ว่า ครั้งนี้ดูท่ามันจะแปลกๆอยู่นะ ?" "อะ... อะไรเหรอครับพี่เมฆ...?" แล้วผมกับไอริณก็มองตามสายตาพี่เมฆที่จ้องมองไปทางด้านนั้นอย่างไม่วางตากันอีกครั้ง เมื่อมองดูดีๆแล้ว พวกเราก็ได้เห็นว่า ทหารทั้งสองของท่านจ้าวที่เพิ่งได้ติดเชื้ออสูรดำ ไม่ได้มีทีท่าที่จะหวาดกลัวลนลานต่อหน้ากากเหมือนอย่างที่พวกเราได้คาดกัน เพราะทหารทั้งสองนั้นยังคงยืนสงบนิ่งอยู่เหมือนเดิมก่อนที่จะเริ่มมีการเคลื่อนไหวกันอีกครั้ง โดยทหารทั้งสองนั้นก็ค่อยๆย่างเท้าเข้าไปหากลุ่มทหารของท่านจ้าวกันด้วยหน้าตาที่ดูเฉยเมยตายด้าน และก็ไม่แสดงความครั่นคร้ามใดๆออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย โดยก็ยังมีอสรพิษสีดำทมิฬที่เลื้อยขนาบตามไปติดๆ ! คุณพระช่วย...! นี่หมายความว่า ผู้ที่ติดเชื้ออสูรดำในขณะนี้นั้น สามารถที่เอาชนะความกลัวในอสูรอูราณห์ไปได้แล้ว อย่างนั้นหรือ..? แล้วท่านจ้าวกับพวกทหารล่ะ... จะทำยังไงกันต่อไปล่ะทีนี้...?!
    (โปรดติดตามในบทต่อไป เร็วๆนี้ครับ)