หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 80

    งานเลี้ยงยังคงดำเนินต่อไปอย่างเป็นที่น่าสนใจของทุกฝ่าย แม้แต่นักข่าวเองก็ให้ความสนใจกับงานแต่งงานนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว แต่กับสินแล้วเขากำลังพยายามใช้ความคิดมากกว่าเพราะว่าเด็กในคำทำนายหรือเด็กที่จะถูกส่งมาโดยพระเจ้านั้น มีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการกอบกู้โลกใบนี้ เขามองไปยังที่สองคนนั้นอย่างมีความหมาย ไม่รู้ว่าเขาจะสามารถซ่อนตัวของทั้งสองได้นานแค่ไหน และจะสามารถรับมือกับเด็กที่เกิดมาได้หรือไม่ จนในที่สุดงานเลี้ยงก็จบลงไปในเวลาเที่ยงคืนตามกำหนด สินกับหลินหลินก็รีบเดินทางกลับเข้าเมืองในทันที เพราะว่าวันพรุ่งนี้พวกเขายังมีงานที่จะต้องเข้าร่วมอีก มันเป็นงานเปิดตัวสินค้าตัวใหม่ของบริษัทจ้าว และยังเป็นสินค้าของเขาอีกต่างหาก พวกเขาทั้งสองเดินเข้าไปภายในรถที่ถูกจัดเตรียมมาด้วยสำนักเต่าทมิฬ ในระหว่างเดินทางเข้าเมืองนั้น พวกเขาก็คุยกันอีกนิดหน่อย หลินหลินกล่าวบอกกับเรื่องที่เจ้าสำนักหงส์เพลิง พี่สาวของเธอฝากเอ่ยกล่าว สินที่ได้ยินก็บอกกล่าวกลับด้วยเช่นกัน เพราะหลังจากงานเปิดตัวสินค้าเสร็จแล้ว เขาตั้งใจว่าจะเร่งรีบในการรวบรวมสำนักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และต้องทำให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมก่อนที่แนนซี่คนนั้นจะเกิดมา เวลาตีหนึ่งนิดๆพวกเขาก็เดินทางมาถึงโรงแรมใกล้ๆกับห้างที่พวกเขาจะใช้ในการเปิดตัวสินค้า มันเป็นโรงแรมระดับห้าดาว และมีความปลอดภัยค่อนข้างสูง มันจึงเป็นเหตุผลอย่างหนึ่งที่เขาเลือกที่จะใช้บริการที่นี่ เมื่อมันดึกมากแล้วพวกเขาสองคนก็ต่างแยกย้ายกันไปนอน ถึงพวกจะเป็นแฟนแต่สินก็ยังให้เกียรติหลินหลินด้วยการที่ยังไม่ได้นอนด้วยกัน แล้วเวลาการเปิดตัวสินค้าก็เริ่มต้นขึ้นในเวลา 10 นาฬิกาตรง สินค้าของสินเปิดตัวอย่างอลังการ มีผู้คนหลายคนที่ให้ความสนใจ และที่สำคัญมันยังมีราคาไม่แพงเลยตามที่สินได้กำหนดเอาไว้ มันมีราคาไม่ต่างอะไรกับข้าวผัดธรรมดาจานหนึ่งเพียงเท่านั้นเอง หลังจากงานเปิดตัวสินก็ถ่ายรูปกับแฟนคลับเล็กน้อยก่อนที จะเดินทางกลับ ในขณะเดียวกันนั้นเอง องค์กรวิทยาศาสตร์ที่เริ่มเห็นความผิดปกติอะไรสักอย่างหนึ่ง ในตอนนี้องค์กรแต่ละองค์กรเริ่มที่จะวางมือจากการตามหาปัญญาไปแล้ว ทั้งพวกสำนักปราณ วาติกัน หรือแม้แต่พวกคิมเมสันเองก็ตาม...“พี่วัน... น้องว่าพวกมันคงรู้แล้วล่ะ ว่าพวกมันคงหาตัวของเจ้าแห่งปัญญาในตำนานนั้นพบแล้ว” น้องเล็กที่สุดในกลุ่มกล่าวออกมา ทั้งๆที่เขาเป็นคนเดียวเลยที่ออกตามหาปัญญาในทุกๆวัน และยิ่งช่วงหลังนั้นเหมือนจะตามตัวได้ยากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เขาจะต้องเดินทางไปหลายประเทศ“พี่เองก็คิดเช่นนั้น..” วันกล่าวออกมาพร้อมกับเงียบเหมือนเขากำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ เร็วๆนี้ก็มีข่าวลือๆแปลกด้วยเช่นกันในเรื่องของปัญหาที่น่าปวดหัวนี้ นอกจากจะชอบวาร์ปหายไปแล้ว ยังไม่ทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้อีกด้วย“เราต้องส่งคนไปประเทศจีนเพื่อสืบข่าวจากพวกสำนักปราณก่อน ส่วนพวกวาติกันมันไม่ได้สนใจอะไรมากอยู่แล้วเกี่ยวกับปัญญา ส่วนคิมเมสันนั้นอีกแล้วใหญ่เลย พวกมันไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แค่ควบคุมพฤติกรรมของมนุษย์พวกมันก็แทบจะไม่มีเวลาเสียด้วยซ้ำ” วันกล่าวออกมาสั่งการหลังจากวิเคราะห์สถานการณ์แล้ว และแน่นอนว่าคนที่เหลือก็ทำตามที่วันนั้นสั่ง ณ บ้านแสนสุดริมชายหาด บนเกาะอันเงียบสงบ“เจ้าไก่.. อย่าวิ่งหนีหนูไอซ์อย่างนี้ซิ...” วินาทีแรกที่สินกล่าวผ่านประตูวาร์ปมาได้จากหมวกวิเศษที่เขามีติดตัว คือเสียงของหนูไอซ์ที่วิ่งเล่นกับไก่ตัวน้อยๆอยู่ และดูเหมือนตอนแรกหนูไอซ์แค่อยากจะจับมันมาเล่นเพียงเท่านั้น แต่ลูกไก่คงไม่ยอมให้เธอได้สัมผัส จนวิ่งไล่กันอย่างนี้“หนูไอซ์จ้ะ วิ่งอย่างนั้นน้องไก่ก็ตกอกตกใจหมดซิคะ...” อรที่อยู่ไม่ไกล และอยู่ในอ้อมกอดของชายผู้เป็นที่รักเอ่ยกล่าวออกมาอย่างมีความสุข“ก็แค่จับลูบหัวเท่านั้นเอง แต่ทำไมถึงไม่ยอมให้หนูจับล่ะ... เชอะไปก็ได้” หนูไอซ์บ่นออกมาอย่างน่ารัก ก่อนจะหันมาทางสินนั้นยืนอยู่ และตะโกนออกมาเสียงดัง“อาสินนนนน กลับมาแล้วเหรอคะ.. ไปทำงานเหนื่อยไหมคะ.. เดี๋ยวนี้นะคุณแม่ขี้เกียจมากเลยล่ะ ไม่ยอมทำอะไรเลย เอาแต่กินแล้วก็นอนกับคุณพ่อ คุณแม่ต้องอ้วนขึ้นแน่นอนเลยค่ะคุณอา”หนูไอซ์เริ่มที่จะเผาแม่ของตัวเอง และก็พ่อใหม่อย่างทรัพย์อีกด้วย ทั้งสองคนนี้ไม่สามารถออกไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวกมากนัก เพราะทรัพย์ที่กำลังโดนหมายหัวตามล่าจากอดีตองค์กรของตัวเองอยู่นั่นเอง ส่วนอรก็ยิ่งไม่ได้ใหญ่ เพราะตอนนี้เธอกำลังเรียนวิชาของเหล่าคิมเมสันกับแม่ของเขาอยู่อีกด้วย“อย่างนั้นเหรอคะ.. แล้วไม่ดีเหรอที่คุณพ่อกับคุณแม่รักกัน... ไม่แน่นะอีกไม่นานหนูไอซ์อาจจะมีน้องสาวหรือน้องชายตัวน้อยๆเพิ่มอีกคนหนึ่งก็ได้” สินเอ่ยออกมาอย่างนั้นมันทำให้อรรู้สึกเขินอายเป็นอย่างมาก ส่วนทรัพย์ก็ได้แต่หัวเราะ และหอมแก้มอรไปหนึ่งที“ถ้าคุณพ่อกับคุณแม่อยู่ด้วยกันบ่อยๆ หนูไอซ์-จะมีน้องๆเหรอคะ.. เย้ๆดีเลย ....คุณพ่อคุณแม่อยู่ด้วยกันนานๆนะคะ.. หนูไอซ์อยากมีทั้งน้องชาย และน้องสาวเลยค่ะ... อาสิน เราไปเล่นกันตรงนู้นดีกว่าค่ะ...” หนูไอซ์พูดออกมาอย่างไร้เดียงสา ก่อนจะลากสินออกไปจากจุดนั้น พร้อมกับเสียงของพี่ชายที่ดังออกมา“เยี่ยมมากไอ้น้องชาย... โอ๊ย!!” ทรัพย์ตะโกน และยกนิ้วโป้งให้กับสิน ก่อนที่จะโดนหยิกไปหนึ่งที และแน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นอรที่ทำอย่างนั้น ก่อนที่เธอจะพูดออกมาด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ“คุณกับสินนี่ยังไงกัน... ดูแต่ละอย่างที่สอนลูก...” อรกล่าวออกมาอย่างนั้นมันทำให้ทรัพย์ที่กำลังเห็นโอกาสอันดีงาม หันกลับมาพูดกับอรบ้าง“เจ็บนะอร... ว่าแต่เด็กดื้อต้องโดนอะไรน้า” ทรัพย์ที่พูดออกมาด้วยน้ำเสียงขี้เล่น ก่อนจะยกตัวของอรในท่าอุ้มเจ้าหญิงในตำนาน ในขณะที่อรไม่ได้พูดอะไรเลยเอาแต่ก้มหน้าลงไป เหตุการณ์นี้ก็อยู่ในสายตาของผู้เป็นพ่อกับแม่ด้วยเช่นกัน “ลูกๆดูมีความสุขกันมากเลยนะคะ...” ผู้เป็นแม่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม และแน่นอนว่ามันก็เปิดโอกาสให้ผู้เป็นพ่อด้วยเช่นกัน เขาเดินเข้าสวมกอดแม่จากทางด้านหลัง และกล่าวออกมา“นั่นซิคุณ... ว่าแต่เราควรจะมีลูกเพิ่มอีกสักคนดีไหมเนี้ย” และแน่นอนว่าเหตุการณ์มันไม่ได้เหมือนกับทรัพย์ และอรเท่าไรนั้น แม่เอสยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ... เดี๋ยวลูกจะมาแย่งคุณซักผ้าซะเปล่าๆ เดี๋ยวคุณจะไม่มีอะไรทำกันพอดี.. ไปซักผ้าเดี๋ยวนี้.. แล้วให้อาหารหมูด้วย ไม่ใช่เอาแต่หลอกให้หนูไอซ์ไปให้แทน เป็นผู้ใหญ่ยังไง ใช้งานหลานตัวน้อยๆ ... แล้วถ้ายังว่างอีกก็ไปล้างห้องน้ำเลยไป!!” มันเป็นประโยคที่แตกต่างกันจริงๆ พ่ออาร์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็รีบถอนตัวออก พร้อมกับตะเบ๊ะอย่างชายชาติทหาร“รับทราบครับ” ก่อนที่เขาจะรีบออกไป เพราะในตอนนี้มีออร่าที่ลอยออกมาจากตัวภรรยาของเขา และเขาก็ไม่อยากจะลงไปนอนคุยกับรากมะม่วงอีกแล้ว เมื่อก่อนไม่ได้เป็นอย่างนี้ แต่ตอนนี้เหมือนเขากำลังรับกรรมที่เคยก่อเอาไว้ ผู้เป็นพ่อได้แต่ถอนหายใจในขณะที่วิ่งไปหยิบกะละมังซักผ้า“เห้อ.. มีเมียหรือมีแม่เพิ่มกันล่ะเนี้ย...” เขาบ่นพร้อมกับมือที่ขยี้ผ้าไปมา

    error loadedหวานกันจังเลยน้าาาา ... 

    คล้ายกับเรื่องหนังสือเปลี่ยนชะตา ที่คุณอ่าน