ตอนที่หกสิบหก คว่ำชามคว่ำไห
“มาอยู่กับพี่เจิดไม่มีอดอยู่แล้วจ้า”
ไอ้ห้อยไอ้โหนนั้นกล่าวสนับสนุนผมสมกับเป็นลูกน้องที่ดี
จนบางครั้งผมสงสัยเหมือนกันว่าพวกนี้สติดีหรือเปล่า?
ว่าแม้แต่เวลาที่ไอ้เจิดกลายเป็นเสือปล้นคนไปทั้งพระนคร
ไอ้ห้อยไอ้โหนก็ติดตามอย่างจงรักภักดีทั้งที่พ่อกำนันโดยสถานะกำนันไม่สามารถไปช่วยไอ้เจิดได้อีกต่อไป
พอฟังคำกล่าวของไอ้ห้อยไอ้โหนทุกคนก็หัวเราะร่วนกันอีกครั้ง
แม้แต่ช้างก็ได้แบ่งสุรากันไปคนละถังด้วยในการดื่ม
ช้างก็ชอบดื่มสุราแต่บาบอนห้ามดื่มสุราเยอะเพราะกลัวช้างจะเมาได้(แต่ตนเองเมาได้ไม่เป็นไร)
ทุกคนก็หัวเราะสรวลเสเฮฮากันอีกครั้ง
จนอาหารหมดคว่ำชามคว่ำไหกันไปพวกเราถึงกับจะตกลงกันได้ตามสไตล์การเจรจาของประเทศทางตะวันออก
ที่คนแดนไซอกเอ๊ยแดนตะวันตกสงสัยเวลาทานอาหารเจรจาทางการทูต
ที่นักการทูตตะวันออกนั้นต้องทานอาหารพูดจาไร้สาระกันร่วมชั่วโมง
ถึงจะพูดประเด็นมีสาระไม่กี่นาทีหลังจากพูดจาไร้สาระกันไปเยอะแล้ว
“นายจ๋าต้องการจัดการกับใครหรือจ๊ะจะผีป่าผีไพร ฉานและน้องชายไม่เคยบ่ายเบี่ยง”
ไอ้เจิดที่ตอนนี้พยายามใช้สมาธิฌาณเพ่งไปที่ร่างกายตนเองที่หลังจากที่โดนผีฟ้าบีบคอและเฉียดความตายมาครั้งหนึ่งแล้ว
เขาก็รู้สึกเหมือนสัมผัสกับความแตกต่างของ”ร่างกาย”และ“วิญญาณ”ได้มากขึ้น
เขาควบคุมการหายใจความคิดและสติด้วยแนวคิดวิชาสกัดใจของแฮร์รี่พอตเตอร์
ที่แม้แต่ต่อให้เมาหรือโดนมนต์สะกดของผีฟ้าอีกครั้งก็จะต้องยังคมสติอยู่ให้ได้
ราวกับการสะกดจิตล้างสมองตนเอง
ควบคุมร่างกายของตนเองให้ได้ก่อนที่จะไปควบคุมอย่างอื่นนั่นคือแนวคิดของเจิดที่ปฏิญาณต่อตนเองว่า
จะไม่ใช้วิชาอันตรายอย่างควบคุมผีหรือนอนกับผีเด็ดขาดจนกว่าอย่างน้อยจะสกลุกไฟหรือโยนบ่วงบาศไปกลางอากาศได้
หลังจากทานอาหารหมดก็ถึงเวลาพูดจามีสาระกันได้
กล่าววาจาหลังเมามายคือคำพูดจากดวงใจคือสิ่งที่ท่านโกวเล้งกล่าวเอาไว้
“ชั้นต้องการงมไม้ตะเคียนทองอายุกว่าสองร้อยปีที่คลองท้ายหมู่บ้านน่ะจ๊ะ”
ไอ้เจิดนึกถึงว่านี่เป็นภารกิจที่ไม่น่าง่าย
เพราะตามต้นฉบับไอ้เจิดนั้นทำล้มเหลว