เช้าวันหนึ่งในเดือนกุมภาพันธ์
มนสิชามาถึงโรงแรมลูเซียโน่ั้แ่เมื่อวานก่อนแล้วเพราะต้องเตรียมตัวสัมภาษณ์งานตำแหน่งพยาบาลประจำโรงแรมติดชายหาดระดับหรูหราในเครือ PD Group. แห่งนี้
แม้หาข้อมูลเกี่ยวกับงานและซ้อมสัมภาษณ์จนจำคำตอบได้ขึ้นใจแล้วแต่ยังอดประหม่าไม่ได้อยู่ดี ตอนเช้าตรู่จึงออกมาเดินรับลมทะเลปรับสภาพจิตใจให้ผ่อนคลายก่อนไปรอหน้าห้องฝ่ายบุคคลตามเวลานัดหมาย
หญิงสาวเพิ่งลาออกจากงานในโรงพยาบาลเพราะควงเวรเช้าบ่ายดึกจนสุขภาพทรุดโทรม บางครั้งต้องเดินตรวจอาการคนไข้ทั้ง ๆ ที่มือข้างซ้ายของตัวเองเพิ่งถอดเข็มสายน้ำเกลือด้วยซ้ำ
หากไม่ปลีกตัวออกมาั้แ่ตอนนั้นเธอคงได้กลายเป็คนไข้ไปเองหรืออาจหงายหลังล้มตึงเพราะพักผ่อนไม่เพียงพออย่างแน่นอน
เมื่อเข้าไปข้างในจึงพบว่ามีพนักงานรอเธออยู่สามคน หญิงสาวทักทายและแนะนำตัวเองให้อีกฝ่ายได้รู้ การสัมภาษณ์งานเป็ไปได้ด้วยดีแต่มนสิชาไม่รู้เลยว่าคุณสมบัติและประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาจะช่วยให้เธอคว้างานมาได้หรือเปล่า
โทรศัพท์มือถือมีสายเข้าตอนที่เธอเพิ่งออกมาจากห้องฝ่ายบุคคลไม่นานจึงรับสายนั้นด้วยสีหน้าระรื่น
“แม่คะ รู้ได้ไงว่ามนสัมภาษณ์เสร็จพอดีเลย” มนสิชาพูดกับคนเป็แม่ สายตามองไปรอบ ๆ บริเวณโรงแรมที่กินพื้นที่กว้างหลายสิบไร่
“เป็ยังไงบ้าง โอเคไหม แล้วผลออกมาตอนไหน” มยุรีถามลูกสาวคนเดียวด้วยความตื่นเต้นเพราะรู้ว่าเธอคาดหวังจะได้ทำงานที่โรงแรมแห่งนี้มากกว่าที่ไหน
“อืม ฝ่ายบุคคลบอกว่าจะแจ้งผลภายในเจ็ดวันต้องรอดูคนที่มาสมัครอีกสองสามคนด้วยค่ะ” หญิงสาวไม่ได้มีท่าทีกังวลใจมากมายเพราะไม่ว่าผลออกมาเป็อย่างไรคงต้องยอมรับ
ทว่า ยังคงหวังอยู่ลึก ๆ ว่าจะได้เป็พนักงานของที่นี่เพราะสภาพแวดล้อม สวัสดิการ วันหยุดต่าง ๆ ดีมาก โดยเฉพาะโบนัสทุกครึ่งปี อีกทั้งเวลาทำงานยังน้อยกว่างานที่โรงพยาบาลหนึ่งเท่าเพราะมีทีมพยาบาลหลายคนสับเปลี่ยนเวรกัน
ระหว่างกำลังพูดโทรศัพท์กับแม่ เธอไม่ได้สังเกตเลยว่าเมื่อครู่เพิ่งเดินผ่านผู้บริหารระดับสูงไป ชายหนุ่มจ้องเธอไม่วางตาั้แ่หัวจรดเท้าพลันยิ้มบาง
ดวงตาสีอำพันกับผมสีน้ำตาลอ่อนประบ่า ส่วนสูงระดับคางของเขาทำให้นึกถึงใครบางคนที่เป็รักแรก คนที่เขาไม่อาจคิดเกินเลยไปได้มากกว่าการเป็พี่ชายคนสนิท
“สวัสดีค่ะ รองประธาน” เพ็ญพร ผู้จัดการฝ่ายบุคคลทักทายผู้บริหารหนุ่มด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ปกติแล้วเวลานี้เขามักขลุกตัวอยู่ในห้องทำงานของตัวเองที่ชั้นสองเสียมากกว่า
เตชินทร์ ภัทรเดชา ลูกชายคนที่สองของท่านประธานได้รับมอบหมายให้บริหารโรงแรมลูเซียโน่สาขาใหม่จึงมาประจำอยู่ที่นี่ั้แ่สามเดือนก่อน
จู่ ๆ เขาถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “วันนี้มีคนมาสมัครงานเยอะไหมครับ รบกวนส่งประวัติไปให้ผมที่ห้องทำงานด้วยได้ไหมครับ”
“ได้ค่ะ” แม้ในใจนึกสงสัยว่าทำไมเ้านายจึงอยากรู้เื่พวกนี้แต่เพ็ญพรกลับไม่ได้ถามออกไปอย่างที่ใจคิด “เดี๋ยวอีกสักครู่จะนำไปให้ที่ห้องรองประธานนะคะ”
“ขอบคุณครับ” เขาตอบสั้น ๆ เหมือนมีธุระแค่นี้แล้วเดินกลับห้องทำงานของตัวเองปล่อยให้พนักงานฝ่ายบุคคลมองหน้ากันเพราะไม่รู้ใจเ้านาย
“ป้าเพ็ญ รองประธานจะเลือกผู้สมัครเองเหรอคะ” หนึ่งในฝ่ายบุคคลที่นั่งข้างเธอเอ่ยถาม
"อาจจะเป็อย่างนั้นก็ได้” เพ็ญพรตอบพลางทำหน้าครุ่นคิด เดิมทีหน้าที่รับคนเข้ามาทำงานล้วนให้อำนาจการตัดสินใจกับผู้จัดการฝ่ายบุคคลและฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประวัติของผู้สมัครตำแหน่งเหล่านี้ไม่จำเป็ต้องผ่านสายตาของรองประธานเลยแม้แต่น้อย
ครั้นเตชินทร์ได้รับเอกสารที่ขอไว้เมื่อครู่จึงเปิดดูภาพติดใบสมัครทีละแผ่นจนกระทั่งได้เห็นรูปถ่ายของหญิงสาวดวงตาสีอำพันคนนั้น
“มนสิชา ตำแหน่งที่้าสมัคร พยาบาลอย่างนั้นเหรอ” เขาพึมพำอยู่คนเดียวก่อนจะนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้จึงโทรกลับไปหาเพ็ญพรเพื่อถามรายละเอียดเพิ่มเติม
“คุณมนสิชา ประสบการณ์ทำงานแผนกฉุกเฉินสามปีในโรงพยาบาล แต่ว่า่นี้โรงแรมเรารับผู้สมัครประสบการณ์ห้าปีขึ้นไปอาจต้องลองสัมภาษณ์คนอื่นที่จะมาวันพรุ่งนี้ด้วยค่ะ” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลตอบไปตามตรง
“อืม” เขาใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วบอกเธอไปว่า “่นี้ทีมพยาบาลลาออกไปสองคนไม่ใช่เหรอครับ ผมไม่อยากให้พวกเขาทำงานเกินเวลาติดต่อกัน คงต้องรีบหาคนมาเร็ว ๆ ดูจากประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาของคุณมนสิชาแล้ว พรุ่งนี้เรียกมาเซ็นสัญญาเข้าทำงานได้เลยนะครับ”
“รองประธานหมายถึงให้เพิ่มตำแหน่งจากที่ประกาศรับใช่ไหมคะ” เพ็ญพรถามเ้านายให้แน่ใจเพราะปกติมักจะเลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตรงตามประกาศเท่านั้น
“ใช่ครับ ส่วนเื่สัญญาเดี๋ยวผมให้ณภัทรร่างแล้วส่งให้คุณเพ็ญพรนะครับ” เ้าตัวพูดเท่านั้นแล้ววางสายก่อนจะเรียกเลขาฯ ผู้เป็เพื่อนั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยเข้ามาพูดคุยกัน
ไม่นานนัก มนสิชาจึงได้รับสายโทรศัพท์จากฝ่ายบุคคลว่าสัมภาษณ์งานผ่านเรียบร้อยแล้ว สามารถเริ่มงานได้ั้แ่วันจันทร์หน้าเป็ต้นไป
หญิงสาวไม่คาดคิดว่าจะรู้ผลเร็วถึงขนาดนั้นเพราะแต่เดิมแจ้งไว้ว่าภายในเจ็ดวันพลันรีบโทรบอกข่าวดีกับครอบครัวและเพื่อนสนิททันที
เย็นวันนั้นจึงเอ้อระเหยพักผ่อนหย่อนใจเต็มที่เพราะหายห่วงเื่งาน เธอออกมาเดินเล่นที่ชายหาดพลางหันมองรอบตัว เพลิดเพลินบรรยากาศเงียบสงบ่พระอาทิตย์กำลังตกดินจนผืนฟ้าและท้องทะเลสะท้อนแสงสีส้มแดง
ในใจวางแผนว่าวันหยุดอาทิตย์ละสองวันจะไปเที่ยวที่ไหนละแวกนี้ได้บ้าง ั้แ่เดินป่า ชมน้ำผุด ดำน้ำดูปะการัง เพื่อถ่ายรูปอย่างที่ชอบจนเผลอยิ้มออกมาเพราะคิดว่าจะได้ใช้ชีวิตด้วยความสนุกสนานเสียที
ห้าวันต่อมา
มนสิชานั่งนิ่งมองกระดาษหนาปึกหนึ่งด้วยสีหน้าจริงจังเล็กน้อย ค่อย ๆ อ่านเงื่อนไขและรายละเอียดทีละแผ่นก่อนถามเพ็ญพรว่า “พยาบาลส่วนตัวของผู้บริหารเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ” เพ็ญพรพยักหน้า เธอเองสงสัยไม่แพ้หญิงสาวว่าทำไมต้องมีตำแหน่งนี้แยกออกมาทั้ง ๆ ที่เมื่อก่อนทีมพยาบาลที่มีอยู่ก็ดูแลครอบคลุมั้แ่ผู้บริหาร พนักงานยันลูกค้าของโรงแรม
“อืม ไม่มีปัญหานะคะ” มนสิชาไม่ได้กังวลเื่นั้นแม้แต่น้อยจนกระทั่งได้เห็นวันหยุดที่เปลี่ยนไป “ทำไมหยุดแค่วันจันทร์วันเดียวเหรอคะ”
“เพราะว่ารองประธานหยุดงานวันจันทร์วันเดียวค่ะ วันหยุดของคุณมนสิชาจึงต้องตรงกันเพื่อเตรียมพร้อมเผื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้นกับรองประธานตลอดเวลาที่ทำงานที่นี่”
“...”
เมื่อเห็นว่าเธอลังเลใจ ผู้จัดการฝ่ายจึงรีบบอกสวัสดิการที่จะเป็ประโยชน์ต่อหญิงสาวตรงหน้า “การดูแลผู้บริหารถือเป็งานที่ค่อนข้างมีความละเอียดอ่อนพอสมควร รองประธานจึงเห็นควรว่าจะเพิ่มโบนัสและเงินเดือนให้เป็กรณีพิเศษค่ะ”
หญิงสาวชั่งใจเื่โบนัสกับเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นสองเท่าพร้อมมองดูสัญญาที่ต่อหนึ่งปีครั้งแล้วพยักหน้ายอมรับเพราะอย่างน้อยงานที่ทำคงไม่หนักหนาเท่ากับงานเดิมและยังเลิกงานตรงเวลาได้อีกด้วย
หลังจากนั้น พนักงานอีกคนหนึ่งจึงพาเธอเดินสำรวจทุกซอกทุกมุมของโรงแรมแห่งนี้ ทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมงานทีมพยาบาลและท้ายที่สุดพาไปพบคนที่เธอต้องดูแลเป็พิเศษในห้องริมหน้าต่างฝั่งซ้ายสุดชั้นสอง
เลขาฯ หนุ่มพาเธอเข้าไปนั่งในห้องทำงานรอคนคนนั้นกลับจากประชุมพร้อมยื่นรายละเอียดการทำงานให้มนสิชาทำความเข้าใจเผื่อจะได้ถามเ้านายตรง ๆ พลันรู้สึกสงสัยว่านี่คือสิ่งที่พยาบาลอย่างเธอต้องทำจริง ๆ หรือ
“เอ่อคือว่า...”
“ครับ” ณภัทรรอฟังว่าอีกฝ่ายอยากถามเื่อะไรอย่างใจจดใจจ่อ
“ตรงนี้เขียนไว้ว่า...” เธอชี้ให้เขาดู ก่อนที่คนตรงหน้าจะอธิบายให้แน่ชัด
“รองประธานพักอยู่ชั้นสี่สิบเก้า ตื่นนอนเวลาหกนาฬิกา ดื่มกาแฟดีแคฟ ไม่ทานอาหารเช้า อาหารเที่ยงและเย็นก็กินไม่ตรงเวลา โหมงานหนักจนละเลยการดูแลตัวเองทำให้เกิดอาการเครียดและปวดท้องโรคกระเพาะอยู่บ่อย ๆ ต้องรักษาอย่างต่อเนื่อง บางครั้งมีอาการเครียดจากงานทำให้นอนไม่หลับจนพักผ่อนไม่เพียงพอ ผมจึงคิดว่าตำแหน่งพยาบาลประจำตัวผู้บริหารเป็เื่ที่จำเป็ คงต้องรบกวนให้คุณมนสิชาช่วยดูแลเื่สุขภาพของรองประธานเป็พิเศษครับ”
มนสิชาได้ยินอย่างนั้นจึงลอบถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะยิ้มสู้ มองโลกในแง่ดีว่าหนักหนากว่านี้ก็ผ่านมาแล้ว ดูแลรองประธานคนเดียวไม่ใช่เื่ยากเกินไปเลย
“คุณณภัทรคะ” หญิงสาวกระซิบถาม “จากที่ฟังมาเหมือนรองประธานจะไม่ทำตามที่หมอสั่งเลยนะคะ แล้วจะฟังที่ฉันบอก เหรอคะ”
เลขาฯ หนุ่มไม่ทันได้ตอบอะไรพนักงานใหม่พลันได้ยินเสียงคนคุ้นเคยพูดแทนที่ “ผมต้องฟังอยู่แล้วเพราะว่าคุณเป็พยาบาลประจำตัวผมนี่ครับ”