ซูมี่เธอรีบเดินออกมานอกตัวบ้านเเล้วเ้าตัวก็ได้มองหาคุณยายของเธอ ซูมี่เธอเห็นคุณยายนั่งรอที่ศาลาอยู่ก่อนหน้านี้เเล้วเธอจึงรีบมุ่งหน้าเดินไปหาท่านทันที
"เรียบร้อยเเล้วใช่ไหมลูกซุมี่หลานเป็อย่างไรบ้างล่ะ"
"ดีมากเลยค่ะคุณยายหนูรู้สึกว่าร่างกายของหนูเเข็งเเรงเป็อย่างมากเลย"
"อืม..ดีเล้วๆเอาล่ะตอนนี้หลานมีหน้าตาเหมือนเเม่ของหลานมากเลยนะ..เหมือนจริงๆ"คุณยายมองเธอด้วยสายตารักใคร่เเต่ก็ยังมีเเววตาเศร้าๆอยู่บ้างเมื่อเ้าตัวได้นึกถึงลูกสาวสุดที่รักของตนเองเเต่ไม่นานซูหลิ่งก็รีบปรับอารมณ์ใหม่อย่างรวดเร็วเธอไม่อยากให้หลานสาวของเธอเห็น เเต่คงไม่ทันเเล้วเพราะซูมี่เธอได้เห็นไปเเล้วนั่นเอง
"จริงๆหรือค่ะ!คุณยาย"ซูมี่เธอดีใจเป็อย่างมากที่คุณยายพูดเพราะที่ผ่านมาเธอพยายามที่จะนึกหน้าตาของผู้ได้ให้กำเนิดเป็เเบบไหนอยู่ก่อนหน้านี้
"จริงสิเหมือนกันมากเลยเหมือนอย่างกับแกะ555"ซูหลิ่งได้เอ่ยบอกเเก่หลานสาวของตนด้วยความรักเเละอารมณ์ดี
"เื่ของครอบครัวยายไม่สามารถเอ่ยออกเป็คำพูดได้ซึ่งถ้าเมื่อถึงเวลาของมันหลานจะได้รับรู้เองนะลูกซูมี่หลานจงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจงมีสติในการดำเนินชีวิตให้มากๆนะลูก"ซูหลิ่งเอ่ยบอกเเก่หลานสาวด้วยใบหน้าจริงจัง
“ได้ค่ะคุณยายหนูจะระวังเเละทำตามที่คุณยายสั่งสอนเเน่นอนคุณยายไม่ต้องเป็ห่วงหนูนะคะ”ซูมี่เธอจึงรีบตอบคุณยายทันทีซูมี่เธอเข้าใจเป็อย่างดีเพราะบางเื่อาจจะไม่สามารถเอ่ยออกมาได้
"เอาล่ะ..ตอนนี้ก็ได้ถึงเวลาของยายเเล้วซูมี่ยายมีสิ่งที่จะมอบให้กับหลานเเละนี้คงเป็พบกันครั้งสุดท้ายเเล้วซูมี่หลานจงตั้งจิตให้นิ่งเเล้วหลับตาลงสักครู่นะลูก"ซูหลิ่งเธอได้มอบทุกอย่างให้หลานสาวอย่างเต็มใจ
ซูมี่ทำตามที่คุณยายของเธอบอกทันทีเเละตอนนี้ถึงเเม้ภายในจิตใจของเธอนั่นจะเศร้ามากแค่ไหนก็ตามสักพักซูมี่เธอก็รู้สึกเย็นสบายตรงกลางหน้าผากเพราะตอนนี้คุณยายของเธอได้เอามือจิ้มที่ระหว่างกึ่งกลางคิ้วของเธออยู่นั่นในหัวของเธอนั่นตอนนี้กลับมีความรู้มากมายกำลังหลั่งไหนเข้ามาเหมือนกลับสายน้ำ ทั้งวิชาการต่อสู้ ความรู้เื่สมุนไพร ความรู้เย็บปักถักร้อย เเละอื่นๆอีกมากมาย
ซูมี่เธอจึงนั่งสักพักเพื่อที่จะเรียบเรียงความรู้มากมายที่ได้รับมาใหม่อย่างน่าอัศจรรย์จริงๆหลังจากผ่านไป1ชั่วโมงซูมี่เธอก็ได้ลืมตาขึ้นมองดูยายของเธอที่นั่งอยู่ข้างๆเธอไม่ไปไหน
"เอาล่ะ..ซูมี่หลานยายหลังจากนี้หลานก็พักทำความเข้าใจกับสิ่งที่ยายได้มอบให้นะลูกหลานจงเรียนรู้ให้มากๆฝึกให้มากหลานไม่ต้องห่วงภายในมิติเเห่งนี้เวลาภายในมิติจะเร็วกว่าด้านนอก1เดือนในนี้เท่ากับข้างนอกเพียงเเค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั่น"
"ดีมากเลยค่ะหนูจะตั้งใจศึกษาให้มากๆกับสิ่งที่คุณยายมอบให้หนูคุณยายไม่ต้องห่วงหนูนะคะ"
"ซูมี่หลานยายตอนนี้ยายคงต้องไปเเล้วนะลูกซูมี่หลานจงจำไว้หลานไม่ได้ตัวคนเดี่ยวหลานยังมีคนห่วงใยหลานตลอดเสมอมานะลูกซูมี่หลานรักของยาย...ยายขอให้หลานโชคดีนะลูก"ซูหลิ่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือพร้อมทั้งใบหน้ายังคงยิ้มเเย้มอย่างโอนโยน
ตอนนี้ซูมี่เธอได้เเค่มองร่างกายของคุณยายเธอนั่นได้ค่อยๆเลื่อนหายไปกลายเป็เเสงระยิบระยับพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าซูมี่เธอได้พยายามเป็อย่างมากที่จะไม่เเสดงอาการเศร้าจนถึงตอนนี้ซูมี่ไม่สามารถอดกลั่นได้อีกต่อไปร่างบางก็ทรุดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนล้าเธอก้มหน้าร้องไห้อย่างอดกลั้นเอาไว้ไม่ได้อีกเเล้วจริงๆเสียงสะอื้อไห้อย่างใจจะขาดดังอยู่เกือบชั่วโมง
ใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตาไหลรินทั้งสองข้างได้เงยใบหน้าเศร้าๆของตนขึ้นมองท้องฟ้าที่ว่างเปล่าซูมี่เธอไม่รู้ว่าจนตอนนี้เวลาได้ผ่านไปนานเเค่ไหนเเล้วเ้าตัวยังคงอยู่ที่เดิมเธอนั่งมองดูภาพท้องฟ้านี้นานพอควรซูมี่เธอจึงได้ลุกขึ้นหันไปมองบ้านหลังน้อยที่มีสิ่งที่คุณยายของเธอได้มอบให้
ณ เวลาภายในมิติได้ผ่านไป1ปีเเล้วเเต่ด้านนอกนั่นพึ่งจะผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง ซูมี่ตอนนี้เธอมีความเพียบพร้อมไปด้วยความรู้มากมายทั้งปฏิบัติจริงๆนั่นก็เพราะเธอได้ฝึกทำทุกอย่างจนกลายเป็กิจวัตรประจำวันของเธอไปเเล้ว
เช้ามาเธอก็จะฝึกต่อสู้ ศิลปะป้องกันต่างๆจนเชี่ยวชาญ ทางด้านอื่นๆก็ไม่น้อยหน้า ทั้งด้านภาษา ทั้งด้านอาหาร ทั้งการบริหารซูมี่เธอเรียนรู้ทุกอย่างเชี่ยวชาญ
ซูมี่เธอได้สังเกตว่าหลังจากที่เธอได้ดื่มกินน้ำทิพย์เเละผลไม้ในมิตินั่นมันทำให้สมองของเธอสามารถจดจำได้ง่ายมากขึ้นเพียงเเค่ทุกอย่างที่เธอได้อ่านเเละผ่านตาไปนั่นสามารถจดจำได้อย่างรวดเร็ว
เ้าตัวคงไม่สังเกตตนเองเลยว่านอกจากความจำเเล้วผิวพรรณของเธอเเม้เเต่รูปลักษณ์ของเ้าตัวก็ได้มีการเปลี่ยนเเปลงไปด้วยนั่นเอง
ซูมี่เธอคิดว่าถ้าออกไปข้างนอกมิติเเล้วเธอจะต้องว่างเเผนการใช้ชีวิตของตนเองใหม่ส่ะเเล้วเเต่ตอนนี้เธอไม่มีเงินทุนจะว่าตอนนี้เธอมีเงินไม่กี่หมื่นหยวนหลังจากที่เธอได้รับจ้างทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะได้เก็บเงินไว้เพื่อมาเรียนต่อ
ซูมี่เธอคิดว่าไหนๆก็มีของที่คุณยายของเธอได้มอบให้เเล้วเเละยังให้เธอนำออกมาใช้ได้เธอคงจะต้องเลือกบางชิ้นไปขายก็คงพอแล้วเพื่อที่จะได้สะดวกมากกว่านี้ว่าเเล้วเ้าตัวก็รีบเดินไปที่ห้องเก็บสมบัติทันที
เพียงไม่นานซูมี่เธอก็เลือกได้ชุดกำไลหยกลายโบราญคู่หนึ่งออกมาซูมี่เธอดูเเล้วคงจะไม่สะดุดตามากจนเกินไปเพราะอย่างชิ้นอื่นมันๆเวอร์วังสุดๆนั่นเองอย่างเช่น ไม่ว่าจะเป็เครื่องเพชรน้ำงาม เครื่องประดับมากมาย เธอยังไม่กล้าที่จะหยิบมันออกมาจากกล่องด้วยซ่ำไป
หลังจากที่เธอได้ออกจากมิติซูมี่เธอก็ได้ปรากฎตัวอยู่บนที่นอนในห้องเช่าเหมือนเดิมซูมี่เธอได้เหลือบตามองนาฬิกาที่หัวนอนของตนเองเเล้วเธอเห็นว่าตอนนี้เวลาพึ่งจะผ่านไปเพียง6ชั่วโมงได้เพราะตอนนี้เวลาจะเช้าเเล้วคือ06.00น.
เธอได้คิดเอาไว้เเล้วว่า่สายๆของวันนี้เธอจะออกไปข้างนอกเพื่อเอากำไลคู่ที่เธอได้เลือกออกมาจากมิติไปขายที่ร้านขายของโบราณซึ่งร้านนี้เธอเคยผ่านไปบ่อยๆเป็ร้านที่มีชื่อเสียงพอสมควรเพียงเเค่เธอไม่เคยได้เข้าไปภายในร้านเธอเพียงเเค่สังเกตเห็นเเละได้ยินคนอื่นพูดว่าร้านนี้เป็ร้านของคนมีอิทธิพลเเละยังเป็ตระกูลใหญ่เเละเก่าเเก่ก็ว่าได้
ซูมี่เธอใช้เวลาที่เหลือทำธุระส่วนตัวเเละเก็บกวาดภายในห้องพักจนถึงเวลาสายๆที่เธอจะต้องเดินทางไปข้างนอกเ้าตัวจึงรีบเดินทางไปยังร้านทันที
ซูมี่เธอยืนมองป้ายด้านหน้าของร้านที่ดูหรูหราชื่อร้านเป็เพียงชื่อว่าตระกูลเยี่ยนเเม้เเต่ตัวหนังสือของชื่อร้านยังคงดูเป็เอกลักษณ์เฉพาะหลังจากที่เธอมาถึงร้านที่ว่าซึ่งภายในร้านมีคนไม่มากซึ่งส่วนมากจะมีเพียงเเค่ลูกค้าที่มีอายุที่สนใจเดินเข้ามาภายในร้านก็ตกเเต่งอย่างหรูหราเเละยังมีกลิ่นอายของล่ำค่าโบราณมากมาย
ซูมี่เธอเดินเข้ามาได้สักพักก็ได้มีชายวัยกลางคนอายุน่าจะ40กว่า ชายกลางคนได้เดินออกมาตอนรับเธอด้วยความให้เกียรเธอซึ่งเธอได้มองดูเเล้วว่าชายตรงหน้าของเธอไม่มีสายตาดูถูกเเละเหยียดยามเธอเลยสักนิดซูมี่พึ่งพอใจเป็อย่างมาก
เธอจึงได้บอกกล่าวความประสงค์ที่เธอได้มาในวันนี้ซูมี่เธอได้ทำการนำกล่องที่ใส่กำไลคู่นั่นออกมาให้ชายวัยกลางคนได้ดูเธอทำเป็เพียงเหมือนหยิบออกมาจากกระเป๋าเเต่จริงๆเเล้วเธอเอาออกมาจากมิติจิต
"โอ้!..น..นี่มัน!"พอชายวัยกลางคนได้ทำการเปิดกล่องดูถึงกับใขึ้นมาทันทีนั่นก็เพราะว่าตนเองก็เพิ่งเคยเห็นหยกจักรพรรดินี้ครั้งเเล้วเเต่กระนั่นถึงเเม้เ้าตัวจะพึ่งเคยเห็นของจริงเพียงครั้งเเรกนั่นก็เพราะเ้าตัวได้ศึกษามาเเล้ว
ไม่ได้ละต้องรีบเเจ้งนายใหญ่! เ้าตัวได้เเต่เพียงพึ่มพำในใจ
"ยัยหนูรอก่อนนะเื่นี้มันอาจจะเร่งด่วนก็ว่าได้ เเต่ลุงจะต้องเเจ้งเื่นี้ให้กับนายใหญ่ของลุงก่อนนะ"
ถึงเ้าตัวจะมีความส่งสัยมากมายว่ายัยหนูคนที่อยู่ตรงหน้าของตนที่ได้ใส่เเมสปกปิดหน้าเเละยังเเต่งตัวสะมิดชิดถึงได้มีของล่ำค่าขนาดนี้มาจากไหนเเละยังไม่อยากที่จะเปิดเผยตัวเป็เเน่เเต่เพราะยัยหนูนี้มีรัศมีที่ไม่ธรรมดานั่นด้วยภายใต้เเมสปิดหน้าไปกว่าครึ่งเ้าตัวรู้ดีว่ายัยหนูนี้ต้องสวยมากเเน่ๆว่าเเล้วตนก็ได้รีบติดต่อหายนายใหญ่ของตนทันที
ซูมี่เธอสังเกตว่าคุณลุงตรงหน้าเธอนั่นจะตื่นใมากมายขณะนั่นโดยที่เธอเองก็ไม่คิดว่ากำไลโบราณนั่นจะเป็เื่ใหญ่ได้ขนาดนี้เธอรอเพียงไม่นานคุณลุงคนเดิมก็รีบเดินออกมาเเจ้งเเก่เธอว่าให้เข้าไปนั่งรอที่ห้องรับรองซูมี่เธอจึงเดินตามหลังคุณลุงเข้าไปภายในห้องที่จัดรับรองเเขกของร้าน
“ยัยหนูนั่งรอในห้องก่อนนะเดี่ยวอีกสักพักนายใหญ่ของลุงคงจะเดินทางมาถึงที่นี่เเล้วลุงจะให้นายของลุงเป็ประเมินราคาให้นะ”
"ได้ค่ะ"
เวลาผ่านไปสักพักก็ได้มีชายชราเดินเข้ามาพร้อมกับคุณลุงคนเดิม ซูมี่เธอได้สังเกตมองดูชายชราเเล้วถึงเเม่อายุเยอะเเต่ก็ยังดูมีราศีความเป็ผู้นำที่เเผ่ออกมาซูมี่เธอจึงลุกขึ้นทำความเคารพเเก่ผู้าุโตรงหน้าเธอ
"โอ้..สวัสดียัยหนูสินะที่เป็เ้าของกำไลคู่นี้"ชายชรามองดูหญิงสาวรุ่นหลานด้วยความยินดี
"ใช่คะ..หนูซูมี่กำไลคู่นั่นมันเป็กำไลของสะสมของคุณทวดหนู พอดีหนูต้องใช่เงินเลยตัดใจเอามาขายค่ะ"ซูมี่บอกกล่าวเเก่ชายชราเธอรู้ดีว่าที่นี้มีกฏไม่เปิดเผยขอมูลของลูกค้าเป็เเน่นอน
"ยัยหนูซูเรียกฉันว่าปู่เยี่ยนก็ได้มาๆนั่งๆปู่จะประเมินราคาให้หรือเราจะเอาเข้าไปประมูลดีล่ะ..มันจะได้ราคาดีกว่าขายขาดนะปู่ว่า"
"ไม่เป็ไรค่ะคุณปู่เยี่ยนเเต่หนูอยากขายขาดมากกว่านะคะ"
"เอาล่ะๆปู่ตามใจเ้าของงันปู่คนนี้ให้หนูที่ราคา100ล้านหยวนยัยหนูซูพอใจไหม"
"ห่ะ!..."ตอนนี้เธอถึงกับใตาโตเบิกกว้างอาปากค้างไปเเล้วดีที่เธอยังสวมใส่เเมสจึงไม่มีใครเห็นหน้าตาเเปลกๆของเธอ
--------✌️✌️-----
ไว้จะมาต่อให้เร็วน่าาา
ขอกำลังใจบ้าง❤️❤️