เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หัวของเจ้าแมงป่องเก้าหาง ก็กลายเป็นเศษเนื้อไปในทันที
มีลูกแก้วสีดำ มีเส้นอัสนีปกคลุมเอาไว้ปรากฏขึ้นบนซากศพของเจ้าแมงป่องเก้าหาง จื่ออีดูดลูกแก้วมาไว้ในมือ แล้วยื่นมันให้กับราเชน
“ นี่แก่นหัวใจแมงป่องเก้าหาง ท่านรีบดูดซับพลังของมันซะ”
ราเชนรับมันเอาไว้ในมือ ไม่ทันจะเดินพลังเพื่อดูดซับ มันก็หลอมรวมเข้าไปในร่างของเขา อยู่ในห้วงจิตของเขาทันที
ราเชนไม่มีเวลาสำรวจร่างกายของตนเอง เพราะตอนนี้ มีการต่อสู้แย่งชิงเพื่อจะแย่งกระบี่เก้ามังกร ที่ปักแน่นอยู่บนศิลา
“ รีบไปเร็ว อย่าให้พวกมันแย่งกระบี่เก้ามังกรไปได้” ราเชนเอ่ยกับจื่ออี
แต่นางกลับยืนกอดอก แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยเมยว่า
“ พวกมันไม่มีทางดึงกระบี่เก้ามังกรออกมาได้หรอก ท่านวางใจเถอะ”
ราเชนถึงกับสงสัย จึงรีบเดินเข้าไปใกล้ๆ กับ แท่นศิลาที่ปักกระบี่เก้ามังกรเอาไว้
ซึ่งตอนนี้เห็นองค์ชายทั้งสามของอาณาจักรมัจฉิมาและ องค์ชายสี่หลี่หมิง จากอาณาจักรปัจจิม หยางจ้งสำนักเก้าดาบบูรพาที่ฟื้นขึ้นมาแล้ว รวมทั้งคุณชายชิงอ้ายเทียนแห่งสำนักทะเลใต้ ต่างยืนมองกระบี่เก้ามังกรอย่างประหลาดใจ
เพราะทุกๆ คนไม่อาจดึง กระบี่เก้ามังกรขึ้นมาได้ แม้นจะให้สามผู้พิทักษ์วังหลวง ไป๋เซียง เชียนเชียน เสี่ยวฉี นักพรตชิงเต่าเอง ก็ไม่สามารถดึงกระบี่เก้ามังกรขึ้นมาได้เช่นกัน ที่สำคัญการดึงกระบี่แต่ละครั้งทำให้พลังของแต่ละคนถูกดูดเข้าไปตัวกระบี่เก้ามังกร ทำให้ทุกๆ คนแทบจะหมดแรงเดินเลยทีเดียว
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่มีใครดึงกระบี่เก้ามังกรออกมาได้ พวกเราก็ถือว่า ทำภารกิจสำเร็จ”
คุณชายชิงอ้ายเทียนเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม พร้อมกับใช้พัดเหล็กพัดไปมาอย่างอารมณ์ดี
“ ข้าขอลองอีกครั้ง”
องค์ชายเก้า เดินอย่างอ่อนแรงเข้าไปหาแท่นศิลา แล้วกรีดฝ่ามือของตนให้โลหิตหยดใส่ตัวกระบี่ยักษ์ที่มีรูปมังกรเก้าหัว แล้วก็พยายามดึงมันขึ้นมาอีกครั้ง แต่ทว่า มันหาได้ขยับเขยื้อนไม่
ร่างกายกลับถูกดูดพลังจนเดินกลับมาไม่ไหว แทบจะต้องคลานออกมา
“ บัดซบ ราชครูฟ้าบอกหรือไม่ ว่าจะดึงกระบี่ออกมาได้ยังไง” องค์ชายเก้าเอ่ยกับไป๋เซียงที่ได้แต่ส่ายหัว ไม่พูดอะไรออกมา เพราะนางเองก็ไม่สามารถดึงกระบี่นี้ออกมาได้เช่นกัน ทุกๆ คนต่างหมดแรงไปกันหมด
“ ข้าขอลองอีกครั้ง”
องค์ชายสี่หลี่หมิงกัดฟันพาร่างของเชียนเชียนขึ้นมา คราวนี้ใช้โลหิตของเชียนเชียน สาวบริสุทธ์ หยดลงไปตัวกระบี่ตามที่จ้าวเหล่ยเทียนแนะนำ แล้วลองดึงกระบี่ออกมา แต่ว่าก็ไม่อาจดึงออกมาได้ กลับถูกดูดพลังออกจากร่าง จนทรุดตัวคุกเข่ากับพื้น ไม่อาจลุกขึ้นมาได้อีก
“ องค์ชายถึงเวลาที่ท่านต้องพิสูจน์ตัวเองแล้ว” องครักษ์อู่เสียเอ่ยกับองค์ชายสิบสี่
“ ไม่ดีกว่า เสด็จพี่ของข้ายังไม่สามารถดึงกระบี่ออกมาได้เลย ข้าคงทำไม่ได้”
“ ไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง” องครักษ์หญิงอู่เสีย ดึงมือขององค์ชายสิบสี่ไปที่แท่นศิลากระบี่ทันที
แต่ว่า องค์ชายสิบสี่ก็ไม่อาจดึงกระบี่ขึ้นมาได้เช่นกัน ทำให้ต้องถูกอู่เสียพยุงร่างกลับลงมาอย่างหมดแรง
“ เจ้ารู้วิธีดึงกระบี่เก้ามังกรหรือไม่” ราเชนเอ่ยถามจื่ออี ได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น
“ บรรพบุรุษเคยเล่าว่า มีแต่มหาราชันจักรพรรดิเท่านั้น ที่จะสามารถดึงกระบี่เก้ามังกรออกมาได้”
“ เหมือนกับดาบเอ๊กซ์คาลิเบอร์ของจักรพรรดิอาเธอร์รึ?”
“ ดาบคาลิเบอร์ จักรพรรดิอาเธอร์อะไร ?”
“ เปล่า ๆ ข้าเคยอ่านในนิยาย ไม่คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้ ไม่รู้ว่า ตอนปฐมจักรพรรดิจางอู่จี้ นำไปใช้รวบรวมอาณาจักรมัจฉิมาได้อย่างไร”
“ ตอนนั้น เทพอัสนีเห็นการเข่นฆ่า กันของชนเผ่าต่างๆ ก็สังเวชใจเลย มอบภารกิจให้ จางอู่จี้ ทำสงครามรวบรวมชนเผ่าทั้งหลายเป็นหนึ่งเดียว เพื่อหยุดยั้งการฆ่าฟัน จึงมอบกระบี่เก้ามังกรนี้ให้ไป ดังนั้นเมื่อภารกิจสำเร็จ มันจึงกลับมาอยู่บนแท่นศิลาแห่งนี้ ว่าแต่ท่านไม่ลองดึงกระบี่เก้ามังกรดูบ้าง”
จื่ออี่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ ไม่ละ ข้าไม่อยากเป็นมหาราชันจักรพรรดิอะไรนั่น แต่ข้าจะทำให้กระบี่เก้ามังกรเล่มนี้ออกจากก้อนหินลูกนี้เอง”
ราเชนเอ่ยจบก็เดินไปหาองค์ชายสิบสี่
“ ข้าจะช่วยท่านนำกระบี่เก้ามังกรนี้กลับไปเอง”
ราเชน เดินเข้าไป แล้วใช้มีดนิรนามเจาะเข้ากับศิลา และวางระเบิดสองลูกอยู่ตรงอีกด้านของแท่นศิลา เพื่อไม่ให้กระบี่เก้ามังกรเสียหาย
“ ไอ้นักพรตบ้า เจ้ากำลังทำอะไร”
องค์ชายเก้าเอ่ยอย่างตกใจ แต่ช้าไปแล้วราเชนได้ทำการระเบิดแท่นศิลาทิ้งทันที
ตูม ตูม !!
ก้อนศิลาถึงกับแตกเป็นเป็นชิ้น ๆ ส่วนที่ถูกกระบี่เก้ามังกรปักเอาไว้ เริ่มมีรอยแยกให้เห็น
“ กระบี่เก้ามังกรต้องเป็นของข้า” องค์ชายเจ็ด องค์ชายแปด และ องค์ชายเก้า กัดฟันพุ่งตัวเข้ามาเพื่อจะดึงกระบี่ แต่ถูกราเชนถีบเปรี้ยงกระเด็นไปคนละทิศละทาง คนอื่นๆ ที่เห็นดังนั้นต่างก็จะเข้ามาดึงกระบี่กันอีกครั้ง แต่จื่ออี่ลอยตัวมาขวางเอาไว้ แล้วใช้พลังฝ่ามือ กระแทกพวกเขากระเด็นกระดอนออกไปจนหมด
ก่อนหน้านี้มีพลังกันเต็มๆ ยังไม่อาจสู้ได้ ตอนนี้แทบจะไร้พลังมีหรือจะสู้จื่ออี่ได้
“ รีบมาเร็ว”
ราเชนเรียกองค์ชายสิบสี่ให้มาดึงกระบี่เก้ามังกรอีกครั้ง
“ ข้าลุกไม่ไหวแล้ว”
องค์ชายสิบสี่เอ่ยอย่างอ่อนแรง แต่ถูกอาจารย์เยี่ยซิน กับ องครักษ์อู่เสีย หิ้วปีกขึ้นไป แล้วให้จับตัวกระบี่เก้ามังกร แล้วออกแรงดึงอีกครั้ง แต่ว่าครั้งนี้ไม่อาจทำได้อีกเช่นเคย
เล่าขุยกับหลางตง ก็เข้ามาช่วยเพื่อทุบก้อนศิลา และ งัดกระบี่ แต่ก็ไม่อาจทำได้
“ ถอยไป” ราเชนเอ่ยขึ้น พร้อมกับใช้มีดนิรนามกรีดก้อนศิลา เปิดรอยแยกให้กว้างขึ้น กระบี่เก้ามังกรเริ่มสั่นระริก ๆ ราวกับว่า มันจะให้ราเชนดึงมันออกมา แต่ราเชนกลับไม่ดึง ให้เล่าขุยกับหลางตง แบกร่างของ องค์ชายสิบสี่ขึ้นมาใหม่ แต่ตอนนี้องค์ชายสิบสี่ กลับสลบไปด้วยความหมดแรง ราเชนเลยใช้มือขององค์ชายสิบสี่จับไปที่ด้ามกระบี่เก้ามังกรแล้วช่วยออกแรงดึงกระบี่ยักษ์ออกมา
ท้องฟ้าถึงกับเปลี่ยนสี มีพายุอัสนีฟาดลงมาราวกับโมโหโกรธาอย่างยิ่ง และกำลังเคลื่อนตัวมาทางราเชนกับองค์ชายสิบสี่ ที่กำลังดึงกระบี่เก้ามังกร
ผู้คนที่เหลือต่างหลบหนีกันไปคนละทิศละทาง แต่ว่าราเชนไม่อาจถอนมือที่กำมือขององค์ชายสิบสี่เพื่อจะดึงกระบี่ออกมา และพยายามจะดึงกระบี่ก็ไม่อาจดึงออกมาได้เช่นกัน
“ไอ้บ้าเอ้ย ทำไมเป็นแบบนี้นะ” ราเชนสบถออกมา จื่ออี่ตอนนี้กระโดดถอยหนีออกไปห่างสายฟ้าเส้นใหญ่กำลังจะเข้ามา
“ แม่นางจื่ออี่ ได้โปรดช่วยพวกเขาด้วย”
องครักษ์หญิงอู่เสีย เอ่ยกับจื่ออี ที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า
“ เทพอัสนีทรงพิโรธแล้ว ข้าไม่อาจช่วยเหลือพวกเขาได้”
“ ทำไม เทพอัสนีถึงได้พิโรธโกรธาเช่นนี้”
จื่ออีไม่ตอบแต่มั่นใจว่า ต้องเป็นถูเฟย ชายหนุ่มที่จับมือของ องค์ชายสิบสี่เอาไว้ เพื่อจะช่วยดึงออกมา ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่ท่านเทพอัสนีได้ประกาศเอาไว้
และแล้วสายฟ้าเส้นใหญ่ ก็ฟาดเข้าใส่ร่างของราเชนกับองค์ชายสิบสี่ พร้อมกับกระบี่เก้ามังกรทันที
เปรี้ยง !!!
กลุ่มควันขโมง แท่นศิลามีบางส่วนแตกกระจาย แต่ร่างของราเชนกับองค์ชายสิบสี่ยังอยู่ในท่าดึงกระบี่เก้ามังกรอยู่อย่างนั้นไม่ขยับเขยื้อน แต่ทั้งสองคนตอนนี้ร่างดำเป็นตอตะโก เสื้อผ้าขาดวิ่น
องค์ชายสิบสี่ลืมตาตื่นขึ้นอย่างตกใจ ร่างกายมีบาดแผลไฟไหม้ ร้องออกมาอย่างเจ็บปวด
“ ช่วยข้าด้วย ช่วยข้าด้วย”
ราเชนตอนนี้โกรธแค้นเทพอัสนีมาก จะดึงกระบี่ออกมาก็ไม่ได้ จะดึงมือออกจากมือขององค์ชายสิบสี่ก็ไม่ได้อีก
“ ไอ้เทพอัสนีบ้า แน่จริงก็มาอีกซิวะ ข้าไม่กลัวหรอกเว้ย”
ตามคำเรียกร้อง คราวนี้สายฟ้าเส้นใหญ่กว่าเดิม กำลังวิ่งผ่านมารวดเดียว ถึง 9 เส้น
“ อัสนีเก้าฟ้า” จื่ออีเห็นแล้วก็ตกใจยิ่ง รีบถอยลอยตัวถอยห่างออกมาไกลลิบ ทุกๆ คนรีบทำตามจื่ออีเช่นกัน
“ ข้าตายแน่ๆ อาจารย์ลุงรีบปล่อยมือข้าเร็ว อู่เสีย ช่วยข้าด้วย”
องค์ชายสิบสี่ร้องออกมาอย่างตกใจ อู่เสียพยายามจะเข้าไปช่วย แต่ว่าไม่อาจไปช่วยได้ เพราะเส้นสายฟ้าทั้งเก้า ได้ฟาดใกล้เข้ามาแล้ว ทุก ๆ คนต้องรีบถอยห่างออกไปอีก
เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !!!!!
อานุภาพสายฟ้าที่ฟาดลงมาครั้งนี้ ทำให้แผ่นดินถึงกับยุบตัวลงไปเป็นหลุมลึก ราวกับถูกอุกาบาตถล่มลงมา
กลุ่มควันคละคลุ้งไปทั่วพื้นพิภพ ทุกคนได้แต่อ้าปากตาค้าง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องเช่นนี้
องครักษ์อู่เสีย วิ่งเข้าไปดูหลุมลึกทั้งน้ำตาอาบแก้ม
กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาเต็มไปหมด ไม่อาจมองเห็นได้ในระยะใกล้ จนกระทั่งกลุ่มควันนั้นจางหาย แท่นศิลา ก็หายไป พบร่างขององค์ชายสิบสี่นอนกอดกระบี่เก้ามังกรสลบไสลอยู่ที่ก้นหลุม โดยปราศจากเสื้อผ้า ไม่เห็นเงาของราเชน
“ องค์ชาย”
องครักษ์อู่เสีย รีบลงไปที่ก้นหลุม แล้วเข้าไปจับชีพจรขององค์ชายสิบสี่ ซึ่งพบว่ายังไม่ตาย องครักษ์อู่เสีย ร้องไห้ทั้งน้ำตา เรียกทุกๆ คนให้มาช่วยเหลือองค์ชายสิบสี่
จื่ออี สัมผัสถึงพลังจิตของราเชน จึงได้วาร์ปร่างของตัวเองหายวับไป มายืนอยู่ที่ด้านนอกของโบราณสถาน พบราเชนเปลี่ยนชุดนักพรตใหม่ ยืนรออยู่แล้ว
“ ทำเช่นนี้ทำไม”
“ ข้าอยากให้ทุกคนเห็นองค์ชายสิบสี่เป็นผู้ที่ดึงกระบี่เก้ามังกรคนเดียว”
“ ท่านทำให้เทพอัสนีพิโรธรู้หรือไม่”
“ สนทำไม ข้าไม่ได้ขอข้าวเขากินนี่ อย่าเสียเวลาเลย พาข้าไปเอาซากสังขารพระโพธิสัตว์ได้แล้ว”
จื่ออีได้แต่มองหน้าของราเชนด้วยความพิศวง ไม่รู้ว่าเขารอดตายจากอัสนีเก้าฟ้ามาได้ยังไง ทั้งๆ ที่เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ต่อให้ยอดยุทธ์ปราณเซียน มหาเซียน หรือ เซียนอมตะ ก็คงไม่รอดจากสายฟ้าทั้งเก้านี้ ทั้งสองคนเดินออกไปจากสถานโบราณแห่งนี้ โดยที่บนท้องฟ้า กลับมีเรือเหาะรูปมังกรลอยอยู่บนอากาศ ด้านบนมีชายชราผมขาวสี่คน และ สตรี1 คน
“ธิดาเทพ รู้จักเด็กหนุ่มผู้นี้หรือไม่” ชายชราชุดขาวเอ่ยออกมา ที่แท้สตรีผู้นี้คือธิดาเทพไช่อี กับผู้อาวุโสมังกรทั้งสี่นั่นเอง
“ ข้าไม่เคยพบเขามาก่อน แต่จำมีดสั้นเล่มนี้ได้ มันเป็นอาวุธของหยางเฟยหลงเคยใช้”
“ไม่ว่ามันจะเป็นใครมาจากไหน เวลานี้มันสามารถดึงกระบี่เก้ามังกรออกมา และยังต้านทานอัสนีเก้าฟ้าได้ นับว่าไม่ธรรมดาจริงๆ ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรต้องพามันกลับสำนักหลงเหมินของเราให้ได้” ผู้อาวุโสมังกรชุดเหลืองเอ่ย
“ แต่ว่า มันไม่ได้เป็นผู้ดึงกระบี่เก้ามังกรโดยตรง แต่เป็นองค์ชายสิบสี่” ผู้อาวุโสมังกรชุดม่วงเอ่ยแทรก
“ ท่านมังกรม่วง ท่านลองคิดดู มันถูกเส้นอัสนีเก้าฟ้า ฟาดใส่ไฉนมันถึงไม่เป็นอะไรเลย” ผู้อาวุโสมังกรชุดแดงเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ ท่านมังกรแดงพูดถูกแล้ว มันตบตาผู้อื่นได้ แต่ไม่อาจตบตาพวกเราได้ อัสนีเก้าฟ้า เป็นการลงโทษของเทพเซียน ไม่มีมนุษย์ผู้ใดทนทานได้ แต่นอกจากมันสามารถทนทานได้ ยังสามารถปกป้ององค์ชายสิบสี่เอาไว้ได้อีก หากไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร” ผู้อาวุโสมังกรขาวเอ่ยสรุป ทุกๆ คนเลยพยักหน้าเห็นด้วย
แล้วก็สั่งให้ธิดาเทพไช่อี ลงมาจากเรือเหาะ ติดตามราเชนไปในทันที..