แสงสีทองแตะขอบฟ้า ร้านอาหารเช้าส่งกลิ่นหอมพร้อมเสียงเรียกไกลๆ ร้านค้ามากมายเริ่มเปิดประตูพร้อมให้บริการ เสียงกีบม้าดังกระทบกุบกับความวุ่นวายยามเช้ารีบเร่งให้คนพลอยก้าวเท้าเร็วขึ้นตามไปด้วยบรรยากาศรอบด้านแสดงวิธีชีวิตในแต่ละวันของผู้คนได้เป็อย่างดีสภาพแวดล้อมเช่นนี้ช่างแตกต่างเหลือเกิน
“เมืองเฉียงฉู่คึกคักเหมือนกันนะ”
“นั่นสิเ้าค่ะ”
“ข้าได้ยินมาว่าร้านอาหารหลี่ฟู่สาขานี้มีอาหารใหม่พวกเราแวะทานกันหน่อยดีหรือไม่”
“ฮูหยินไปโรงหมอก่อนดีไหมเ้าคะ”
“ข้าไม่เป็อะไร เ้าก็เห็นไม่ใช่หรือแต่ยานวดนี่ดีจริง ๆ” ไป๋เฟินเย่วหยิบตลับยานวดออกมาดู
“กลิ่นหอมด้วยเ้าค่ะ”
“กลิ่นหอมสมุนไพรช่วยให้จมูกโล่งอีกด้วยนางมีคู่หมายหรือยังนะ”
“ฮูหยินรู้จักแค่ชื่อนางเองนะเ้าค่ะ”
“เฮ้อ! เ้านี่นะ ชอบคัดคอข้าจริง บอกรถม้าให้ไปร้านอาหารหลี่ฟู่ ค่อยกลับจวน”
“เ้าค่ะ”
รถม้าไป๋เฟินเย่ววิ่งมาจอดหน้าร้านอาหารหลี่ฟู่ยังไม่ทันได้ก้าวลงจากรถม้า เสียงด้านนอกดังเข้ามาถึงด้านในเสียก่อน ชาวบ้านเดินไปเดินมาต่างหยุดมอง
“เ้ารู้ว่าพี่อี๋เจ๋อจะมาที่นี่ใช่หรือไม่ถึงได้มาดักรอเช่นนี้” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาดังเข้าหู
“เขาจะมาหรือไม่ มันเกี่ยวอะไรกับข้า”
“อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเ้าคิดอะไรอยู่”สวีเหมยฮวายิ้มปาก ปรายตามองจิวฮ่วนผิง
“อ้อ..ที่รู้ว่าข้าคิดอะไรอยู่เพราะนั่นคือสิ่งที่เ้าเคยทำมาก่อนสินะ”
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! กล้าดียังไงมาว่าคู่หมั้นลูกชายข้า”ไป๋เฟินเย่วหันไปมองคนมาใหม่
“ฮูหยินนั่นไม่ใช่แม่นางที่เราเจอที่วัดหรือเ้าคะ” เหลียงหว่าสาวใช้นางเหมือนจำคนตรงหน้าได้ ไป๋เฟินเย่วพยักหน้า
“ข้าควรถามนางมากกว่า ข้าอยู่ของข้าดีๆ นางต่างหากที่เข้ามาหาเื่ข้า” หลีอิ้งเย่วสำรวจสวีเหมยฮวา
“หึ! หญิงม่ายสามีหย่าอย่างเ้ายังกล้าเสนอหน้ามาออกมาข้างนอกช่างไม่รู้จักละอายเอาเสียเลย” สวีเหมยฮวาไม่โกรธกับคำพูดประชดประชันแต่มุมปากนางกลับยกสูงขึ้น
“ข้าไม่ได้ทำผิดทำไมข้าต้องละอายด้วยควรเป็ผู้อื่นที่สมควรละอาย ใช่หรือไม่คุณหนูจิว”
“เ้าพูดเื่อะไร!? ทำไมข้าต้องละอาย!”
“นั้นสิหากไม่ทำผิดใยคุณหนูอย่างเ้าถึงร้อนตัว อ้อ..หลีฮูหยินควรพูดให้ถูกข้าขอหย่าลูกชายท่านไม่ใช่เขาขอหย่าข้า” เสียงฮือฮาดังขึ้น
“เ้า!”
“นี่มันเื่อะไรกัน!” หลงจู้กงเดินเข้ามา
“หลงจู้มาก็ดีแล้วผู้หญิงคนนี้สร้างความเดือดร้อนให้กับข้า ท่านต้องไล่นางออกจากร้าน”จิวฮ่วนผิงชี้ไปที่สวีเหมยฮวา
“ไล่นาง? ทำไมข้าต้องไล่นาง?”
“ท่านไม่เห็นหรือว่านางสร้างความอับอายให้กับคู่หมั้นลูกชายข้าท่านต้องไล่นางไปเดี๋ยวนี้!”หลีอิ้งเย่วบอกหลงจู้กงพลางหันไปมองสวีเหมยฮวา
“แม่นางสวี มันเกิดอะไรขึ้นหรือ?”
หะ?ท่าทีหลงจู้กงพูดกับสวีเหมยฮวาสร้างความงุนงนให้ลูกค้าไม่น้อย
“ข้าอยากรู้เหมือนกัน ข้าอยู่ของข้าดีๆ คุณหนูจิวกลับมาหาเื่ข้าหาว่าข้ามาดักรอคู่หมั้นนางเพราะรู้ว่าคุณชายหลีจะมาที่นี่”
“จะเป็อย่างนั้นได้อย่างไรข้าเป็คนเชิญแม่นางสวีมาเอง ต้องมีอะไรเข้าใจกันผิดแน่ ๆ คุณหนูจิว หลีฮูหยินแม่นางสวีเป็แขกที่ข้าเชิญมา ทำไมถึงได้กล่าวหานางเช่นนี้”
“อะไรนะ? หลงจู้เชิญหญิงม่ายคนนี้มา?ท่านเชิญนางมาทำไม” หลีฮูหยินถามออกไปด้วยความสงสัย
“ธุระของข้าคงไม่ต้องแจ้งให้หลีฮูหยินทราบหรอกมั้งห้องที่ท่านจองเอาไว้ ข้าให้คนเตรียมเอาไว้แล้วเชิญตามสบาย แม่นางสวีเชิญ”หลงจู้กงผายมือเชิญ สวีเหมยฮวาปรายตามองหลีอิ้งเย่วและจิวฮ่วนผิง
“คุณหนูจิวข้าบอกอะไรให้ท่านเข้าใจสักอย่าง หากข้ายังอยากเป็ฮูหยินน้อยตระกูลหลีข้าคงไม่ขอหย่ากับคู่หมั้นเ้า ฉะนั้นพวกเราควรต่างคนต่างอยู่ ใช้ชีวิตของพวกท่านให้ดีอย่าได้มาหาเื่ข้าอีกเพราะครั้งหน้าข้าจะไม่ทน ถือว่าข้าเตือนแล้ว” สวีเหมยฮวาหยุดพูดแต่สบตาจิวฮ่วนผิงเ็า
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ! สวีเหมยฮวา!”
“ผิงเอ๋อร์..อย่าโมโหไปเลย คนอย่างนางไม่กล้าทำอะไรนอกจากขู่เท่านั้นอย่าได้ไปสนใจเลย รีบเข้าไปข้างในเถอะ” หลีอิ้งเย่วรีบห้ามว่าที่ลูกสะใภ้สายตาอยากรู้อยากเห็นต่างมองคนทั้งคู่จนลับตา
“ฮูหยิน?” เหลียงหว่าเรียกเ้านายตน
“ไปเถอะ” ไป๋เฟินเย่วเอ่ยขึ้น พลางนึกเย้ยหยันหญิงสาวสองคนเมื่อครู่พวกเขากลับมองไม่ออกว่าสายตาสวีเหมยฮวาเมื่อครู่ไม่ใช่แค่ขู่เท่านั้น
ทางด้านหลงจู้กงเดินนำเข้าไปทางหลังร้านเพื่อคุยธุระที่นัดสวีเหมยฮวาให้มาหาถึงร้านวันนี้
“ข้าต้องขอโทษแม่นางสวีด้วย หากข้าออกไปเร็วกว่านี่คงไม่เกิดเื่”
“ไม่ใช่ความผิดหลงจู้ท่านไม่ต้องขอโทษข้า ที่ท่านเรียกข้ามาวันนี้มีอะไรหรือไม่”สวีเหมยฮวาเข้าประเด็นทันที
“อีกครึ่งเดือนนายท่านจะเดินทางมาที่นี่เขาอยากเจอกับแม่นางสวี และให้ถามแม่นางว่าพอมีอาหารอะไรเหมาะกับเมืองหลวงหรือไม่”
“เมืองหลวงนี่มีท่าเรือใช่หรือไม่”
“ถูกแล้ว”
“เ้านายหลงจู้ไม่ชอบเนื้อย่างหรือ?”
“ชอบมากตอนนี้ทางร้านกำลังสั่งทำกระทะเพิ่มเพื่อไปใช้ในร้านสาขาแรก เพียงแค่นายท่านอยากได้อาหารประเภทอื่นเพิ่มขึ้นด้วย”
“อ้อ...ติดทะเลของขึ้นชื่อคงเป็ของทะเล เช่นนั้นควรทำอาหารเป็จานคงเหมาะกว่า ส่วนอาหารที่คล้ายกับหมูกระทะข้าก็มีอยู่ในหัวเหมือนกัน เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ท่านช่วยแจ้งวันเวลาให้แน่ชัดว่านายท่านหลี่จะมาเมื่อไหร่ข้าจะได้เตรียมวัตถุดิบมาทำให้เขาลองทานก่อนค่อยตัดสินใจทีหลัง”
“ดีเลย! ขอบคุณแม่นางสวี”
“ไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ยังไงเสียทางร้านหลี่ฟู่ต้องจ่ายเงินข้าอยู่แล้ว”
“แม่นางไม่รู้หรอกว่าหน้าหนาวที่ผ่านมาร้านเราทำกำไรได้มากจนร้านอื่นอิจฉาดีจริง ๆ ที่วันนั้นแม่นางมาหาข้าไม่ไปร้านอื่นเสียก่อน”
“ท่านยังมีเื่อื่นอีกหรือไม่พอดีข้าอยากไปดูม้าสักหน่อย”
“แม่นางจะซื้อรถม้าหรือ”สวีเหมยฮวาพยักหน้า
“มีไว้น่าจะสะดวกกว่า”
“ข้าเห็นด้วย ข้าจะให้คนเลี้ยงม้าของเราไปช่วยแม่นางเลือกดีหรือไม่”
“ข้าแค่ไปดูเฉย ๆคอกม้าที่บ้านยังสร้างไม่เสร็จ”
“ฝากไว้ที่คอกม้าเราก่อนได้เสร็จเมื่อไหร่ค่อยมาเอา”
“นี่คงไม่ใช่การติดสินบนหรอกนะ”
“ฮ่า ๆ สร้างบุญคุณเล็กน้อย แม่นางสวีคงไม่ว่าอะไรใช่หรือไม่”สวีเหมยฮวายิ้มตอบรับอีกฝ่าย
“เช่นนั้นรบกวนหลงจู้กงแล้ว”หลงจู้กงสั่งให้คนไปบอกคนดูแลคอกม้าพาสวีเหมยฮวาไปดูม้าที่ตลาดขายสัตว์นางเลือกม้ากับรถม้าคันใหญ่ แวะไปดูวัวอีกคู่ม้ากับรถม้าสามารถฝากไว้ที่ร้านหลี่ฟู่ได้ส่วนวัวหนึ่งคู่นั้นฝากไว้ที่ร้านขายก่อน อีก 10 วันค่อยมารับขากลับหลงจู้กงให้คนมาส่งนางถึงบ้าน
──────???? ──────
“กลับมาแล้วหรือ?”
“ท่านพี่มีอะไรถึงได้นั่งรอข้าเช่นนี้”หลีอิ้งเย่วไม่สนใจสายตาสามี นางเดินไปนั่งลงอีกฝั่ง
“วันนี้เ้าไปสร้างเื่อะไรมา”
“ท่านพี่อย่ามาใส่ร้ายข้านะข้าจะไปสร้างเื่อะไร วันนี้ข้ามีนัดกับผิงเอ๋อร์”
“ป่านนี้แล้วยังโกหกอีก”
“โกหกอะไร ข้าทำอะไร ท่านพี่พูดมาตรงๆ เลยดีกว่า”
“วันนี้เ้าไปหาเื่เหมยฮวาทำไม”
“ทำไมข้าต้องลดตัวไปยุ่งกับนาง”
“เ้านึกว่าคนอื่นโง่เขลาจนไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่เริ่มก่อน”
“ผิงเอ๋อร์ไม่มีทางเริ่มก่อนถ้าไม่ใช่ผู้หญิงคนนั้นอยากเจออี๋เจ๋อนางคงไม่มาดักรอที่ร้านหลี่ฟู่หรอก”
“ข้าว่าที่นางพูดมันก็ถูก หากนางยังอยากเป็ฮูหยินน้อยหลีนางคงไม่ขอหย่าั้แ่แรก แล้วทำไมนางต้องไปดักรอคนที่นางขอหย่าว่าที่ลูกสะใภ้ของเ้าต่างหากที่ไปหาเื่ก่อน”
“อย่ามาว่าผิงเอ๋อร์นะ!”
“ใจเ้ามืดบอดไม่พอตาเ้ายังมืดสนิทมองไม่เห็นความจริงอีกเ้าคิดว่าฮ่วนผิงดีอย่างที่เ้าคิดงั้นหรือ?”
“ลูกสะใภ้อย่างผิงเอ๋อร์ดีกว่าผู้ชั้นต่ำเช่นนั้นร้อยเท่าพันเท่า!”
“อิ้งเย่ว..คิดดูว่าผู้หญิงดี ๆที่ไหนทำตัวเหมือนอย่างนางบ้าง ยังไม่ทันตกลงหมั้นหมายยังกล้ามาค้างแรมบ้านผู้ชายเช่นนี้หรือที่ผู้หญิงดี ๆ เขาทำกัน”
“ข้าไม่สบาย ผิงเอ๋อร์ห่วงใยมาดูแลต่างหาก”หลีห่าวอี้ส่ายหัว
“ข้าและเ้าต่างรู้แก่ใจดีก่อนหน้าอี๋เจ๋อยังไม่หย่านางยังมาหาสามีคนอื่นถึงบ้าน ข้าให้นางแต่งเป็ภรรยารองเ้าก็ไม่ยอมหย่าไม่ถึงเดือนนางกลับ... เฮ้อในเมื่อเ้าคิดว่านางเหมาะสมกับตำแหน่งฮูหยินน้อยหลี ข้ายกให้เ้าจัดการแต่อย่าได้ไปวุ่นวายกับเหมยฮวาเด็ดขาด”
“ที่ท่านห่วงนางเพราะท่านคิดกับนางเป็อย่างอื่นใช่หรือไม่”หลีอิ้งเย่วมองสามีตาขวาง
“เ้าพูดบ้าอะไรของเ้า”
“ไม่เช่นนั้นทำไมท่านต้องคอยปกป้องนางไม่เข้าข้างข้า!”
“หลีอิ้งเย่ว..ข้าใจดีกับเ้าตามใจเ้าทุกอย่าง อดทนปิดตาข้างหนึ่งให้เ้า มันไม่ได้หมายความว่าเ้าสามารถพูดจากับข้ายังไงก็ได้อย่าลืมว่าข้าคือผู้นำตระกูลหลี ไม่ใช่เ้า” หลีห่าวอี้มองฮูหยินตนแววตาดุดันน้ำเสียงเ็า
“..ขะ..ข้า”
“อย่ามากำเริบกับข้า จำเอาไว้”
“..เ้าค่ะ” หลีอิ้งเย่วตอบเสียงเบา
“อย่าให้ข้าต้องเตือนเ้าอีก”หลีห่าวอี้เดินออกจากห้องโถง มีสายตาโกรธเคืองหลีอิ้งเย่วมองตามหลัง
สวีเหมยฮวาเพราะเ้าท่านพี่ถึงได้ทำเช่นนี้กับข้า!
──────???? ──────
“ท่านเ้าเมือง ฮูหยินมาถึงแล้วขอรับ”
“ข้านึกว่าต้องส่งคนไปรับที่เมืองหลวงแล้วเสียอีก”เ้าเมืองเฉียงฉู่ หรือ ไป๋เทียนเ้าเมืองวัย 45ปีลุกขึ้นจากห้องทำงานตรงไปยังหน้าประตูจวน
“ท่านพี่” ไป๋เฟินเย่วรีบเดินเข้าไปหาสามี
“เหนื่อยหรือไม่ องครักษ์มาถึงนานแล้วทำไมเพิ่งมาถึง”
“ข้าแวะไปไหว้พระบนเขาทานอาหารที่ร้านหลี่ฟู่ก่อนมาเ้าค่ะ”
“ที่แท้ฮูหยินแอบไปทานของขึ้นชื่อโดยไม่บอกสามีอย่างข้า”
“ไม่ใช่ว่าท่านพี่ได้ทานก่อนข้าแล้วไม่ใช่หรือ”
“อร่อยหรือไม่?”
“อร่อยมากเ้าค่ะ”
“วันหลังข้าจะไปพาไปทาน รอให้อาอวี๋กับเสี่ยวหลินกลับมาก่อน”พอพูดถึงลูกชายคนโต ทั้งสองมีสีหน้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
“ฝ่าารับสั่งให้เขารักษาตัวให้ดีต่อให้ไม่ได้กลับเข้าสนามรบ ตำแหน่งซื่อจือยังสามารถช่วยเหลือบ้านเมืองได้เสี่ยวหลินคงกลับมาพร้อมพี่ใหญ่เขา”
“ลำบากฮูหยินแล้ว”
“ข้าไม่ลำบากสักนิด ท่านพี่กับเสี่ยวฉีต่างหากที่ลำบากข้าไม่ได้อยู่ดูแลท่านตั้งหลายเดือน”
“คนในจวนยังมี มาเหนื่อย ๆไปพักผ่อนก่อน สักพักเสี่ยวฉีคงกลับมาจากสำนักศึกษาแล้วล่ะ” เ้าเมืองไป๋เทียนพยุงฮูหยินเดินกลับเรือนตนเอง
ครอบครัวไป๋เทียนย้ายจากเมืองหลวงมาดำรงตำแหน่งเ้าเมืองเฉียงนานมากกว่า15 ปี ั้แ่แผ่นดินยังไม่สงบจนบัดนี้แผ่นดินสงบมากกว่าแต่ก่อนกระนั้นแถบชายแดนยังมีการปะทะกันบ้างเล็กน้อย
ว่ากันตามสายเืไป๋เทียนมีความเกี่ยวข้องกับเชื้อพระวงศ์อยู่บางส่วนเขาเป็ลูกชายชินอ๋อง น้องชายฮ่องเต้พระองค์ก่อน หรือเป็ลูกพี่ลูกน้องกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
ความซื่อสัตย์ต่อราชวงศ์ของไป๋เทียนประจักษ์แจ้งแก่ฮ่องเต้พระองค์ประทานตำแหน่งเ้าเมืองแทนเ้าเมืองคนเก่าที่ถูกตัดสินโทษปะาหลังการก่อฏสืบต่อตำแหน่งอ๋องจากบิดา กลายเป็อ๋องครองเมือง เ้าเมืองอ๋องไป๋เทียน แต่คนส่วนใหญ่เรียกเ้าเมืองไป๋และเขาก็ยินดีให้เรียกเช่นนั้น
ส่วนไป๋เฟินเย่วเป็ลูกสาวคนเดียวของจวนแม่ทัพเดิมแซ่ตวน บิดาคือแม่ทัพตวนิเซ่อ เวลานี้ดำรงตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายตรวจสอบในราชสำนักมารดาเป็ธิดาบุญธรรมของไทเฮา
ไป๋เฟินเย่วมีพี่ชายหนึ่งคนชื่อตวนเพ่ยฉีดำรงตำแหน่งแม่ทัพแต่งงานกับตวนหลิงยู่ร์ มีหลานสาวคนโตชื่อตวนผิงฟาง หลานชายคนเล็กชื่อตวนเซิ่งเฉียง
ไป๋เทียนและไป๋เฟินเย่วมีลูกชายอยู่สามคนคนโตชื่อไป๋อวี๋ อายุ 24 ปี ดำรงตำแหน่งรองแม่ทัพอุดรปลายฤดูใบไม้ผลิที่แล้วเกิดการปะทะแถบชายแดนอุดร ทำให้เขาได้รับาเ็ที่ขา
รักษาาแหายกลับกลายเป็เดินเหินไม่สะดวกฮ่องเต้เลยมีรับสั่งให้เขาหยุดพักรักษาตัว ไป๋อวี๋รู้ตัวว่าไม่สามารถกลับเข้าสู่สนามรบได้อีกเขาเลยลาออกจากตำแหน่ง ฮ่องเต้เสียดายฝีมือแต่ไม่อยากบังคับจึงอนุมัติฎีกาตามจุดประสงค์
ลูกชายคนที่สองชื่อไป๋หลิน ปีนี้อายุ16 ปี นับถือไป๋อวี๋มาก อยากเป็เหมือนพี่ชายตน พอได้ข่าวว่าเขาได้รับาเ็ไป๋หลินเลยเดินทางไปพร้อมมารดาเพื่อดูแลพี่ชาย
นิสัยสุขุมรอบคอบเหมือนพี่ชายแต่ยิ้มง่ายกว่าหลังจากเห็นไป๋อวี๋ได้รับาเ็ ความคิดอยากเป็ทหารได้เปลี่ยนไปเวลานี้กำลังศึกษาด้านสมุนไพรเพื่อเป็หมอ
คนสุดท้องชื่อไป๋ฉีคุณชายสามตระกูลไป๋อายุ 12 ปี กำลังศึกษาอยู่สำนักศึกษาในเมืองเฉียงฉู่นิสัยร่าเริง เข้ากับคนอื่นง่าย เป็คนจู้จี้เื่อาหารและเกลียดคนเห็นแก่ตัวมากที่สุด
“ท่านแม่! ท่านกลับมาแล้ว ข้าคิดถึงท่านแม่ที่สุดเลยขอรับ”ไป๋ฉีวิ่งเข้าอ้อมกอดมารดาด้วยความคิดถึง
“แม่ก็คิดถึงลูกเหมือนกันดื้อกับท่านพ่อหรือไม่”
“ข้าเป็เด็กดีไม่ดื้อขอรับ”
“จริงหรือ?”
“จริงขอรับ”ไป๋ฉีพยักหน้าหงึกหงักยืนยันคำพูด
“ท่านแม่ ๆ”
“หือ?”
“ท่านแม่ได้ลองชิมหมูกระทะหรือยังขอรับอร่อยมาก ข้ากับท่านพ่อไปทานทุกห้าวันเลยขอรับ” ไป๋เฟินเย่วหันไปมองสามีตนไป๋เทียนส่งยิ้มให้เหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด
“ทุกห้าวัน ไม่บ่อยเกินไปหรือ”
“อากาศหนาว ต้องทานอะไรร้อน ๆ ขอรับ” เหตุผลอะไรละนั่น
“ปีนี้เสี่ยวฉีไม่ได้ป่วยเลยร่างกายดูเหมือนจะแข็งแรงมากขึ้นด้วย”
“จริงหรือเ้าคะ?”
“ทุกปีเขาจะป่วยนอนซมหลายวันแต่ปีนี้เขากลับไม่ป่วยสักครั้ง”
“ดีจริง”
“พี่ใหญ่กับพี่รองกลับมาเมื่อไหร่ขอรับ”
“ปลายเดือนน่าจะเดินทางมาถึงแล้ว”
“ไชโย! ข้าคิดถึงพี่ใหญ่กับพี่รองมากเลยขอรับมาถึงข้าต้องรีบไปทานหมูกระทะอย่างแน่นอน พี่ใหญ่จะได้ไม่เศร้า”
“เสี่ยวฉีรู้ว่าพี่ใหญ่เศร้าหรือ”
“เวลาข้าไม่ได้ทานอาหารที่ชอบข้าเศร้ามากขอรับ พี่ใหญ่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ชอบต้องเศร้าเหมือนข้าแน่” สองสามีภรรยาสบตากันพูดอะไรไม่ออก
ไป๋ฉีอายุ 12จะว่าเด็กไม่รู้เื่อะไรก็ไม่ใช่ จะว่าโตก็ไม่เชิง เขาสามารถแยกแยะผิดถูกได้ ยังมีความคิดแบบเด็กๆ ในบางครั้งโตเป็ผู้ใหญ่ในบางครา ทว่าสิ่งที่ลูกชายพูดเมื่อครู่ไม่ผิดไปจากความจริงสักนิด