เหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า

    ภาค 2 บทที่ 9

    บทที่ 9
    ยามราตรีดวงจันทร์นั้นลอยเด่นอยู่กลางท้องนภาที่เต็มไปด้วยหมู่มวลดวงดารานั้นล้อมรอบ ท้องนภานั้นเปิดกว้างให้เห็นความสวยงามของท้องนภายามราตรีได้อย่างชัดเจน 
    ยามราตรีในเมืองหลวงในยามนี้ความครึกครื้นกำลังจะมาถึง เสียงของดอกไม้ไฟหลายสิบดอกนั้นถูกยิงขึ้นสู่บนท้องนภา แสงของมันนั้นสว่างสไวไปทั่วทั้งท้องนภายามราตรี เหล่าผู้คนนั้นต่างเงยหน้ามองสีที่เกิดขึ้น ดวงตานับพันคู่ที่กำลังสะท้อนภาพดอกไม้ไฟเฉลิมฉลองที่กำลังปรากฏขึ้นอยู่บนท้องฟ้า
    มันชั่งสวยงาม! ผู้คนมากมายจ้องมันอย่างไม่ละสายตา ความงดงามเช่นนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ดอกไม้ไฟนั้นจะถูกจุดขึ้นเมื่อมีงานสำคัญกับราชวงศ์เท่านั้น
    งานเฉลิมฉลองภายในราชวงศ์ ภายในวังหลวงนั้นครึกครื้น ท้องพระโรงที่ใช้ต้อนรับเหล่าที่เต็มไปด้วยความสำคัญของแคว้นต่างๆนั้นมาร่วมตัวกันที่ท้องพระโรงแห่งนี้ 
    ท้องพระโรงยาวนับจากประตูเข้าไปหลายร้อยเมตรความกว้างนั้นไม่ต้องพูดถึงมันกว้างขนาดที่ให้คนนั้นยืนต่อเรียงกันเป็นแถวหน้ากระดาษได้หนึ่งร้อยคน เสาต้นใหญ่สีแดงนับสิบต้นกำลังค้ำจุนท้องพระโรงแห่งนี้อยู่ 
    นับจากประตูบานใหญ่ของท้องพระโรงเข้าไป ที่นั่งกับพื้นถูกจัดเตรียมให้กับแขกที่มารวมงานยาวเข้าไปจึงถึงบัลลังก์ที่อยู่ด้านในสุด 
    บัลลังก์สีทองอันยิ่งใหญ่ที่ดูก็รู้ว่ามันคือบัลลังก์ของผู้เป็นฮ่องเต้ของแคว้นนี้ เมื่อสิ้นเสียงของดอกไม้ไฟด้านนอก ทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ประตูด้านหน้าของท้องพระโรงก็ได้คุกเข่าลง 
    “ ถวายบังคมฝ่าบาท!!! ” ทหารองครักษ์สองคนนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกันอย่างหนักแน่นและพร้อมเพรียง
    ชายวัยห้าสิบกลางๆได้เดินผ่านประตูอันใหญ่โตเข้ามาสู้ภายในท้องพระโรง ร่างกายสูงใหญ่ใบหน้าที่เคร่งขรึมผิวกายสีน้ำผึ้งคิ้วทั้งสองที่ดำนั้นขมวดเข้าหากัน เครื่องแต่งกายที่สวมใส่อยู่นั้นคือชุดคลุมสีแดงสดที่ถูกสลักด้วยลวดลายมังกรสีทอง
    เสียงฝีเท้าที่ลงอย่างหนักแน่นทุกย่านก้าว ปลายเสื้อคลุมสีแดงที่ลากไปกับพรมแดงของท้องพระโรง
    ชายผู้นี้คือฮ่องเต้แห่งแคว้นหลี่แห่งนี้ผู้เป็นบิดาของหยางหลง เขานั้นมีบุตรถึงสี่คน ไม่สิควรจะเรียกว่าสามคนด้วยซ้ำเพราะว่าหยางหลงนั้นว่าเป็นบุตรนอกคอกที่ไม่มีผู้ใดนั้นคิดจะเห็นค่าอยู่แล้ว ตอนนี้หยางหลงนั้นตายไปแล้ว องค์ชายและองค์หญิงของแคว้นหลี่นั้นเหลือเพียงสามคนเท่านั้นว่าที่องค์รัชทายาทแห่งแคว้นหลี่ หลี่หวนหลิงองค์ชายรองแห่งแคว้นหลี่ หลี่เต๋อองค์หญิงแห่งแคว้นหลี่ หลี่เสวี่ยเอ๋อ
    ฮ่องเต้ผู้เคร่งขรึมได้เดินตรงขึ้นไปสู่บัลลังก์ของตนที่ตั้งอยู่ด้านในสุด บัลลังก์สีทองได้ถูกผู้ที่เป็นเจ้าของนั่งลง ราชินีของแคว้นหลี่พระสนมเอกของแคว้นหลี่นั้นเดินตามหลังเข้ามาแล้วนั่งประจำตำแหน่งของตน
    หลังจากนั้นก็ถึงเวลาเรียนเชิญเหล่าแขกสำคัญที่มาร่วมงาน ทูลของแคว้นต่างๆ เจ้าสำนักต่างๆของแผ่นดิน 
    แขกต่างๆที่มาร่วมงานได้เข้ามานั่งประจำตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้ สองข้างทางที่เต็มไปด้วยผู้คนที่เข้ามาร่วมงานวันเกิดของว่าที่องค์รัชทายาทของแคว้นหลี่ และแล้วเมื่อถึงแขกคนสุดท้ายถูกเชิญเข้ามาสู่ในท้องพระโรงอันกว้างขวาง
    “ สำนักนภาหยินหยาง!!! ”  
    เสียงกล่าวดังลั่นขององครักษ์ที่ประตูด้านหน้า เมื่อสิ้นเสียงขององครักษ์ร่างของผู้อาวุโสทั้งสี่ของสำนักนภาหยินหยางและเหล่าศิษย์จำนวนหนึ่งได้เดินผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาสู่ท้องพระโรง 
    ฮ่องเต้ที่นั่งอยู่บนบังลังก์นั้นได้ลุกขึ้นจากบัลลังก์ของตน ฮ่องเต้ผู้เคร่งขรึมได้ยกมือของตนเองขึ้นมาประสานที่ด้านหน้าของตน ฮ่องเต้ผู้สูงศักดิ์ได้ก้มคำนับผู้อาวุโสทั้งสี่คนที่เดินผ่านประตูเข้ามา
    “ คารวะผู้อาวุโส!!! ” ฮ่องเต้กล่าวคำนับอย่างหนักแน่น
    ฮ่องเต้แห่งแคว้นหลี่ทุกรุ่นนั้นเป็นศิษย์ของสำนักนภาหยินหยาน ฮ่องเต้แคว้นหลี่เองก็เช่นกันเหล่าผู้อาวุโสของสำนักนภาหยินหยางในตอนนี้เคยเป็นศิษย์พี่ของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
    เขานั้นไม่ได้คำนับผู้อาวุโสเหล่านี้ในฐานะศิษย์ของสำนักคนหนึ่งมิใช่ในฐานะฮ่องเต้แห่งแคว้นหลี่ เหล่าผู้อาวุโสได้พยักหน้ารับคำคำนับของฮ่องเต้ที่อยู่เบื้องหน้า
    หลังจากนั้นคนของสำนักนภาหยินหยางก็เข้าไปนั่งประจำที่ของตนเองที่ถูกจัดเอาไว้ให้ 
    เมื่อคนของสำนักนภาหยินหยางนั้นเข้าประจำที่ของตนเอง ผู้ที่ปรากฏตัวหลังจากนั้นก็คือสตรีสองนางที่สวมใส่เครื่องแต่งกายที่ดูหรูหรา นางหนึ่งเสื้อคลุมสีขาวภายนอกที่ถูกสลักเป็นลวดลายดอกไม้ คุณหนูสกุลหลิวได้เดินเคียงคู่กับคู่หนูสกุลถังที่สวมใส่ชุดคลุมสีส้มยาวสลวยถูกปักทอให้เป็นลวดลายพยัคฆ์
    สตรีผู้งดงามทั้งสองคนนั้นเดินผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาสู่ด้านในของท้องพระโรงแห่งใหญ่ ความงดงามที่แทบจะสะกดสายตาของบุรุษทุกผู้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็น เหล่าบุรุษนั้นเหลียวมองไปตาเดียว
    สตรีทั้งสองได้เดินไปบนพรมสีแดงก่อนที่นางนั้นจะแยกทางเดินเข้าไปหาบิดาของตนเองที่นั่งอยู่ที่ที่นั่งประจำตำแหน่งของตนเอง 
    คุณหนูสกุลหลิวนั้นได้เดินเข้าไปหาชายวัยห้าสิบกลางไปที่มีผมสีดำพร้อมกับใบหน้าที่อ่อนโยน เครื่องสวมใส่ของขุนนางระดับสูง ชายผู้นี้คือขุนนางหลิวผู้เป็นบิดาของคุณหนูหลิง 
    ส่วนคุณหนูสกุลถังนั้นได้เดินแยกไปหาชายวัยห้าสิบกลางๆผู้หนึ่งที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งของขุนนางหลิว ขุนนางถังผู้นำตระกูลถังคนปัจจุบันผมสีขาวที่เหมือนกับเคราสีขาวที่ยาวลงมาถึงกลางหน้าอก ใบหน้าที่เคร่งขรึมนั้นคงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าผู้ใดมองก็ต้องรู้สึกถึงแรงกดดันเป็นธรรมดา
    สตรีผู้งดงามทั้งสองได้นั่งลงข้างบิดาของตนเอง พวกนางนั้นเป็นแขกคนสำคัญของงานนี้เช่นกันเพราะว่าพวกนางนั้นเป็นคู่หมั้นคู่หมายกับองค์ชายทั้งสองมาตั้งแต่ยังเยาว์วัย
    แขกสำคัญนั้นมาครบเกือบจะหมดแล้ว เหลือเพียงเจ้าของงานเท่านั้นที่ยังมาไม่ถึง
    เพียงครู่เดียวที่ทุกคนนั้นกำลังนั่งรอการปรากฏตัวขององค์ชายทั้งสองและองค์หญิงอยู่นั้น เสียงขององค์รักษ์ด้านนอกนั้นก็ได้ดังขึ้นอีกครั้ง “ องค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง และ องค์หญิงเสด็จแล้ว!!! ” 
    เมื่อสิ้นเสียงนั้นร่างของสตรีวัยแรกรุ่นก็ได้ปรากฏกายขึ้น หลี่เสวี่ยเอ๋อ องค์หญิงของราชวงศ์ หลี่ บุตรตรีคนสุดท้องของฮ่องเต้แห่งแคว้นหลี่ ชุดผ้าไหมสีแดงที่ถูกปักด้วยด้ายสีทองให้กลายเป็นรูปของพญาหงส์ นางนั้นมีวัยเพียงสิบแปดปีเท่านั้นผิวที่ขาวนวลใบหน้าของนางนั้นก็ถึงว่างดงามระดับหนึ่ง แต่ใบหน้าของนางนั้นกลับดูเคร่งขรึมกว่าสตรีทั่วไป องค์หญิงเดินไปนั่งที่ที่ของตนอย่างเยือกเย็น
    องค์ชายรองหลี่เต๋อ ได้เดินผ่านประตูบานใหญ่ของท้องพระโรงเข้ามาสู่ด้านใน ชายฉกรรจ์วัยยี่สิบเอ็ดปี เขานั้นเดินผ่านประตูเข้ามาสู่ด้านในใบหน้าที่ดูยิ่งยโสนั้นยิ่งดูแล้วยิ่งหน้ามั่นไส้ ชุดกายที่ดูองอาจกว่าคนทั่วไปนั้นเป็นสัญลักษณ์ขององค์ชาย หลี่เต๋อได้เดินเข้าไปประจำที่นั่งของตนเอง
    แขกคนสำคัญที่สุดของค่ำคืนนี้องค์ชายใหญ่ว่าที่องค์รัชทายาทของแคว้นหลี่ บุรุษผู้ที่คนทั่วทั้งแคว้นนั้นกล่าวว่าเป็นอัจฉริยะ มิใช่แค่ลมปราณ ปักษาสวรรค์ที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดถ้าแค่นั้นผู้คนคงไม่กล่าวว่าเขานั้นเป็นอัจฉริยะ แต่เพราะว่าเขานั้นบรรลุวิชา ‘กายาศักดิ์สิทธิ์’ ตั้งแต่อายุเพียงแค่สิบเอ็ดปี
    ‘กายาศักดิ์สิทธิ์’วิชาที่กล่าวได้ว่าเป็นเคล็ดวิชาลับขั้นสุดยอดของราชวงศ์หลี่ โดยเคล็ดวิชา‘กายาศักดิ์สิทธิ์’ นั้นเป็นวิชาเพิ่มความแข็งแกร่งของร่างกายชนิดหนึ่งที่มีความพิเศษกว่าวิชาอื่นๆ
    ร่างของบุรุษฉกรรจ์วัยยี่สิบสามปีนั้นเดินผ่านประตูบานใหญ่ของท้องพระโรงเข้ามา ร่างกายกำยำสมส่วนสวมใส่ชุดคลุมสีแดงที่สลักรูปกิเลนสีทองเอาไว้บนเสื้อคลุมที่สวมทับเสื้อเกราะด้านในเอาไว้ ใบหน้าที่งดงามที่แฝงไปด้วยความสุขุมนุ่มลึกภายในใจ บุรุษผู้องอาจผู้นี้คือว่าองค์รัชทายาทของแคว้นหลี่ หลี่หวนหลิง...
    ท่าทางที่องอาจองค์รัชทายาทของแคว้นหลี่นั้นเดินตรงไปนั่งลงตรงที่นั่งของตนเองที่ถูกจัดไว้ 
    ฮ่องเต้ผู้เป็นบิดาเมื่อเห็นบุตรชายของตนเองนั้นเข้ามาถึงท้องพระโรงแล้วเขานั้นก็ได้หันไปหาขันทีประจำกายแล้วพยักหน้าเพื่อส่งสัญญาณเริ่มงาน
    แต่ทันใดนั้นเอง
    ตู้ม!!!!
    ร่างขององครักษ์ผู้หนึ่งด้านนอกนั้นได้กระเด็นลอยผ่านประตูบานใหญ่เข้ามาสู่ด้านในของท้องพระโรง ร่างขององครักษ์ผู้นั้นกลิ้งไปกับพรมสีแดงที่อยู่ใจกลางท้องพระโรง จนร่างขององครักษ์ผู้นั้นหยุดลงตรงหน้าบัลลังก์ของฮ่องเต้
    ดวงตาของเหล่าแขกทุกคนนั้นต่างมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตื่นตระหนก มิใช่แค่เหล่าแขกแม้แต่เหล่าเชื้อพระวงศ์เองก็ยังประหลาดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าของพวกเขา ร่างขององครักษ์หลวงที่นั่งหมอบราบอยู่กับพื้นพรมแดง
    จบบท

    คล้ายกับเรื่องเหตุใดข้ามาอยู่ในร่างขององค์ชายไร้ค่า ที่คุณอ่าน