สายลมยามเช้าพัดเอากลิ่นหอมของสมุนไพรต้มใหม่ๆ ลอยฟุ้งไปทั่วยอดเขาตระการฟ้าที่เคยเงียบเหงา
"หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบแปด... หนึ่งพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้า... สองพัน!"
เสียงนับเลขที่ดังหนักแน่นพร้อมกับเสียงหอบหายใจรุนแรงดังมาจากลานดินหน้าเรือนพัก หลี่จงในสภาพเปลือยท่อนบน เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่เด่นชัดและเต็มไปด้วยมัดกล้ามที่อัดแน่นไปด้วยพลัง เขากำลังยืนม้าหยั่งเชิง (Horse Stance) โดยมี "เสาหินสีดำ" พาดขวางอยู่บนบ่า
ไม่ใช่แค่การแบกธรรมดา แต่ที่ปลายเสาทั้งสองข้าง มี หงเหลียน และ ก้อนหินั์ ห้อยโหนอยู่คนละฝั่ง!
"อีกนิดเดียวหลี่จง! ขาท่านสั่นแล้วนะ! ฮ่าๆๆ!" หงเหลียนหัวเราะร่าขณะโหนตัวอยู่บนปลายเสา นางแกว่งตัวไปมาเพื่อเพิ่มแรงเหวี่ยง ทำให้หลี่จงต้องเกร็งกล้ามเนื้อต้านทานแรงเหวี่ยงนั้นไม่ให้เสียสมดุล
"เงียบ... น่า..." หลี่จงกัดฟันกรอด เส้นเืปูดโปนขึ้นตามขมับและลำคอ ิัของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็สีเทาเข้มเหมือนหินแกรนิต นี่คือผลจากการโคจร "คัมภีร์ปฐีแบก์" วิชานี้เน้นการดูดซับ "ปราณปฐี" จากพื้นดิน เข้าสู่ฝ่าเท้า แล้วอัดแน่นมันไว้ในทุกอณูของร่างกาย ยิ่งแบกรับน้ำหนักมากเท่าไหร่ ปราณปฐียิ่งไหลเวียนเร็วขึ้นเท่านั้น
"พอได้แล้วเ้าค่ะ"
เสียง์ดังขึ้นจากซูหว่านที่เดินถือชามยาเข้ามา หลี่จงผ่อนลมหายใจ ฟู่ววว... เขาค่อยๆ ย่อตัวลงวางเสาหิน (และหงเหลียน) ลงกับพื้น ทันทีที่น้ำหนักหายไป เขารู้สึกตัวเบาหวิวราวกับขนนก
"ยาต้ม 'ผลัดกระดูกเสริมรากฐาน' สูตรพิเศษ" ซูหว่านยื่นชามยาที่มีของเหลวสีเขียวเข้มเดือดปุดๆ ให้ "ข้าใช้สมุนไพรที่เหลือผสมกับผงจากแก่นอสูรโกเลม รสชาติอาจจะแย่หน่อย แต่สรรพคุณดีเยี่ยม"
หลี่จงรับมาดื่มรวดเดียวหมด อึก! รสชาติขมปร่าเหมือนกลืนโคลนตมลงคอ แต่ทันทีที่มันไหลลงสู่ท้อง ความร้อนวูบวาบก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง ความเ็ปของกล้ามเนื้อหายไปเป็ปลิดทิ้ง แทนที่ด้วยความรู้สึกแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้น
"สุดยอด..." หลี่จงกำหมัดแน่น "ข้ารู้สึกว่าิัข้าเหนียวขึ้นกว่าเมื่อวาน"
"แน่นอนสิ" หงเหลียนะโลงจากเสา "ข้าเองก็ฝึกหนักนะ! ดูสิ หมัดข้าไฟแรงขึ้นตั้งเยอะ!" นางโชว์เปลวไฟสีส้มที่ตอนนี้เริ่มมีสีฟ้าแซมตรงแกนกลาง
"เหลือเวลาอีก 2 เดือนกับ 20 วัน ก่อนงานประลอง" ซูหว่านกางพัดวายุหวนพัดเบาๆ ใบหน้าของนางดูสดใสขึ้นมากจากผลึกหยกอัคคี "ด้วยอัตราความก้าวหน้านี้ ท่านหลี่จงน่าจะทะลวงเข้าสู่ระดับ 'ก่อกำเนิด ขั้นต้น' ได้ทันเวลา"
แต่ทว่า... ความสงบสุขของยามเช้าก็ถูกทำลายลง
"มีคนมาเหรอ?" หงเหลียนหูผึ่ง นางได้ยินเสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่เดินขึ้นบันไดหินมา
ครู่ต่อมา ชายร่างอ้วนเตี้ย ใบหน้ามันย่อง สวมชุดผู้คุมกฎระดับกลาง เดินนำกลุ่มศิษย์รับใช้ 4-5 คน เข้ามาในลานดิน สายตาของเขาเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยามเมื่อมองเห็นสภาพเรือนพักที่ซ่อมแซมแบบตามมีตามเกิด
"ผู้ดูแล 'หม่า' แห่งหอทรัพยากร?" ซูหว่านจำเขาได้ทันที "เขาเป็คนของตระกูลอู๋... มาที่นี่คงไม่ใช่เื่ดีแน่"
ผู้ดูแลหม่าเดินอาดๆ เข้ามา หยุดยืนตรงหน้าหลี่จง แล้วแสยะยิ้มที่เห็นฟันทอง "โอ้... นึกว่าใคร ที่แท้ก็ศิษย์สายนอกหลี่จง ผู้โด่งดังนี่เอง"
"มีธุระอะไร?" หลี่จงถามเสียงเรียบ ไม่แสดงความเคารพ
"สามหาว!" ผู้ดูแลหม่าตวาดแว้ด "ข้าเป็ผู้ดูแลหอทรัพยากร เ้าเป็แค่ศิษย์สายนอก เจอกันไม่คุกเข่าคำนับก็แย่พอแล้ว ยังกล้าใช้น้ำเสียงแบบนี้อีก!"
เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มหนาออกมาเปิด "ข้ามาแจ้งเื่ 'ค่าบำรุงรักษาพื้นที่'... ยอดเขาตระการฟ้านี้ แม้จะเป็เขตร้าง แต่ก็ยังอยู่ในกรรมสิทธิ์ของสำนัก การที่เ้าเข้ามาซ่อมแซมและอยู่อาศัยโดยไม่ได้รับอนุญาต ถือว่าละเมิดกฎ"
"กฎบ้าบออะไร!" หงเหลียนะโ "ตอนผู้าุโไล่เขามาที่นี่ บอกว่าเป็ที่รกร้างให้อยู่ฟรีไม่ใช่เหรอ?"
"นั่นมันวาจา... แต่นี่คือลายลักษณ์อักษร!" ผู้ดูแลหม่าชี้ไปที่ระเบียบการ (ที่เพิ่งเขียนเพิ่มเมื่อคืน) "ค่าเช่าพื้นที่เดือนละ 100 เหรียญทอง... เ้าย้อนหลังมาครึ่งเดือน รวมค่าปรับ เป็ 200 เหรียญทอง จ่ายมาซะดีๆ!"
"200 เหรียญทอง!?" ซูหว่านขมวดคิ้ว "เงินเดือนศิษย์สายนอกแค่ 5 เหรียญทอง นี่มันปล้นกันชัดๆ"
"ถ้าไม่มีเงิน..." ผู้ดูแลหม่ายิ้มเ้าเล่ห์ สายตาโลมเลียมมองไปที่หงเหลียนและซูหว่าน "ข้าอาจจะยอมอลุ่มอล่วยให้... ถ้าศิษย์น้องหญิงทั้งสองยอมไป 'ช่วยงาน' ที่หอทรัพยากรของข้าสักสองสามคืน..."
ตูม!
ยังไม่ทันสิ้นประโยค เสาหินสีดำท่อนั์ก็ถูกกระแทกลงพื้น ห่างจากปลายเท้าของผู้ดูแลหม่าเพียงคืบเดียว! แรงสั่นะเืทำให้พุงกะทิของเขากระเพื่อมอย่างรุนแรง หน้าซีดเผือด
หลี่จงก้าวเข้ามาประชิดตัว ร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและไอร้อนจากการฝึก แผ่รังสีคุกคามจนผู้ดูแลหม่าต้องถอยหลังกรูด
"ข้าไม่มีเงิน" หลี่จงพูดเสียงต่ำ "และข้าก็ไม่มีเวลามาฟังเสียงหมูร้อง"
"จะ... เ้า! เ้ากล้าทำร้ายผู้ดูแลรึ!?" หม่าชี้หน้ามือสั่น "ข้าจะรายงานสำนัก! ข้าจะให้คนมาไล่พวกเ้าออกไปเดี๋ยวนี้!"
"เชิญ" หลี่จงผายมือไปทางบันไดลงเขา "แต่ก่อนไป... ช่วยตอบข้าหน่อย"
หลี่จงยกมือขึ้นวางบนบ่าของผู้ดูแลหม่า ดูเหมือนเป็การตบไหล่ทักทายธรรมดา... แต่หลี่จงแอบถ่ายเท "น้ำหนัก" แห่งวิชาปฐีลงไปเล็กน้อย
"อ๊ากกกกก!" ผู้ดูแลหม่าร้องลั่น เข่าทรุดลงกระแทกพื้นทันที รู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนักร้อยชั่งกดทับที่หัวไหล่ กระดูกไหปลาร้าส่งเสียงลั่น กร๊อบ!
"โอ๊ะ... ขออภัย" หลี่จงทำหน้าตาย "มือข้าหนักไปหน่อย ่นี้ฝึกเยอะน่ะ"
"ปล่อย! ปล่อยข้า!" ผู้ดูแลหม่าดิ้นพราดๆ "ข้าไม่เก็บเงินแล้ว! ข้าจะไปแล้ว!"
หลี่จงยกมือออก ผู้ดูแลหม่ารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นวิ่งหนีแทบไม่ทัน รองเท้าข้างหนึ่งหลุดทิ้งไว้ก็ไม่สน "ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้เด็กบ้า! คุณชายอู๋เฟิงไม่ปล่อยเ้าไว้แน่!"
เสียงก่นด่าของเขาค่อยๆ ไกลออกไปจนเงียบเสียง
"ฮ่าๆๆๆ! สมน้ำหน้า!" หงเหลียนหัวเราะท้องคัดท้องแข็ง "ดูตอนมันวิ่งสิ เหมือนหมูตกมันเลย!"
ซูหว่านถอนหายใจ แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ "ท่านหลี่จง... ถึงจะสะใจ แต่การทำแบบนี้เท่ากับเราตัดขาดจากทรัพยากรของสำนักถาวรแล้วนะเ้าคะ ต่อไปนี้เราคงเบิกยาหรืออุปกรณ์ฝึกไม่ได้เลย"
"เราไม่จำเป็ต้องง้อพวกมัน" หลี่จงหันกลับไปมองเสาหิน "ป่าหลังเขานี้... ยังมีสัตว์อสูรและสมุนไพรอีกเพียบไม่ใช่เหรอ?"
"หมายความว่า?" หงเหลียนตาเป็ประกาย
"เราจะหาทรัพยากรเอง" หลี่จงประกาศ "ตอนกลางวันฝึกร่างกาย... ตอนกลางคืน 'ออกล่า'... เราจะใช้ป่านี้เป็ลานประลองส่วนตัว จนกว่าสัตว์อสูรแถวนี้จะสูญพันธุ์!"
...
1 เดือนผ่านไป
ข่าวลือประหลาดเริ่มแพร่สะพัดในหมู่ศิษย์สายนอกที่เข้าไปหาของป่าหลังเขา ว่ากันว่าในยามวิกาล มี "ปีศาจสามตน" ออกอาละวาด ตนหนึ่งคือั์ถือเสาหินที่ทุบหมีควายตายในทีเดียว... ตนหนึ่งคือภูตไฟที่เผารังผึ้งอสูรจนวอดวาย... และอีกตนคือปีศาจสาวชุดขาวที่วางกับดักจับงูพิษนับร้อยตัว
ไม่มีใครรู้ว่าเป็ฝีมือของกลุ่มหลี่จง... รู้แต่ว่าป่าหลังเขาที่เคยอันตราย ตอนนี้กลายเป็พื้นที่ปลอดภัย เพราะสัตว์ดุร้ายถูก "เก็บกวาด" ไปจนเกลี้ยง!
และในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่หลี่จงกำลังนั่งขัดสมาธิโคจรพลังดูดซับแก่นอสูรหมีควายปฐีอยู่นั้น... เสียง กริ๊ก ดังขึ้นเบาๆ จากภายในร่างกาย ไม่ใช่เสียงกระดูกลั่น... แต่เป็เสียงของ "กำแพงระดับพลัง" ที่พังทลายลง
บรรยากาศรอบตัวเขาหนักอึ้งขึ้นฉับพลัน ฝุ่นละอองรอบกายลอยค้างกลางอากาศ หลี่จงลืมตาขึ้น ั์ตาสีดำสนิทเปล่งประกายสีน้ำตาลทองวูบหนึ่ง
ระดับก่อกำเนิด ขั้นต้น... สำเร็จ!
และที่สำคัญกว่านั้น... บนเสาหินสีดำที่วางอยู่ข้างตัก อักขระตัวที่สาม... ที่ซ่อนอยู่ลึกที่สุด ได้เริ่มตอบสนองต่อพลังปราณระดับก่อกำเนิดของเขา
"ปฐี (土 - ถู่)"
ธาตุหลักแห่งเสาหิน... ตื่นขึ้นแล้ว!