รดากับสิทธาจับมือกันเดินดูน้ำทะเลสีครามตัดกับสีทองของท้องฟ้ายามอาทิตย์อัสดง ต่างคนต่างอยู่ในห้วงของภวังค์และความคิดของตัวเอง ไม่มีการพูดคุยกันอีกหลังจากนั้น แต่ทว่ามือยังคงจับกันแน่น
พระอาทิตย์สอนให้เราได้รู้ว่า…ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง ทุกการพบเจอย่อมมีการจากลา และในไม่ช้าก็จะเริ่มต้นใหม่
บางคนอาจจะมีเื่ราวดีๆในชีวิตที่น่าจดจำและหวนกลับไปคิดถึง บางคนอาจมีเื่ราวแย่ๆที่แค่คิดถึงก็ทำให้ห่อเหี่ยวจิตใจ
อย่างไรก็ตามวันที่ผ่านมาก็มักจะมีเสียงหัวเราะก็เลยไม่แปลกที่จะมีหยดน้ำตา เปรียบเสมือนงานเลี้ยงที่ต้องมีวันเลิกรา ไม่มีความสุขใดอยู่กับเราตลอดไป ความทุกก็เช่นกัน
หลายๆครั้งที่ผ่านเื่ราวร้ายๆ เราก็จะรอให้ตะวันลับขอบฟ้า เพื่อที่จะโผล่ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เพื่อเป็สัญญาณของการเริ่มต้นใหม่วันต่อไปที่ดีกว่าที่ผ่านมา
รดาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เธอปล่อยจิตปล่อยใจตามสบายดื่มด่ำบรรยากาศอันแสนเงียบสงบ จนกระทั่งพระอาทิตย์ลับหายไปจากขอบฟ้า ความมืดมิดและลมเย็นของทะเลพัดผ่านมากระทบผิวเนื้อ
“ อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว กลับกันเลยมั้ยครับ” สิทธาพูดเบาๆพร้อมกับก้มหน้ามองหญิงสาวที่อยู่ข้างๆ
“อืม…กลับสิ” รดาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนตอบออกไป
“รู้สึกยังไงบ้างครับ สบายใจขึ้นรึเปล่า” สิทธาถามระหว่างที่เดินกลับรถ
“หึหึ ฉันดูเหมือนคนอมทุกข์ขนาดเลยเหรอ” รดาไม่ตอบแต่ยิงคำถามกลับ
“ไม่รู้สิดูเหมือนคุณไม่สบายใจ” สิทธากล่าว
“ฉันสบายใจขึ้นมากขอบใจนายมากนะที่ชวนมาเดินดูพระอาทิตย์ตกวันนี้ “ รดากล่าวขอบคุณด้วยใจจริง
“ไม่เป็ไรครับผม..ถ้าคุณชอบไว้วันหลังเรามาอีกก็ได้ ยังไงผมก็ต้องมาเจอคุณทุกวันอยู่แล้ว” สิทธาพูด
“นั่นสินะ..วันนี้ฉันกินเวลานายเกิยไปเยอะเลย นายคิดเป็สองวันเลยก็ได้นะ” รดาบอก
“ไม่หรอกครับ ผมชวนคุณมาเองถือซะว่าผมก็ได้มาเที่ยวด้วย ปกติผมไม่ได้มีเวลาเที่ยวแบบนี้สักเท่าไหร่” สิทธาตอบ
“ทำไมนายไม่หางานประจำทำล่ะ” รดาชวนคุย
“ผมมีเหตุผลส่วนตัวของผมครับ” สิทธากล่าวเรียบๆ สายตาจับจ้องไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า
“หืมมมม..อะไรของนายบทจะนิ่งก็นิ่งขึ้นมาซะเฉยเลย” รดาพูดพร้อมกับหันมองหน้าคนขับรถของเธอ
“อืม..ทุกคนก็มีเหตุผลส่วนตัวทั้งนั้น ขอโทษที่ถามเื่ส่วนตัวของนาย” รดาพูด
“ไม่เป็ไรครับ” สิทธาตอบ
ทั้งสองขับรถไปเรื่อยๆไท่มีการพูดคุยกันอีก
รดากลับมาถึงห้องก็เป็เวลามืดค่ำแล้ว เธออาบน้ำแล้วเข้านอนทันที
เป็คืนแรกที่
รดานอนหลับได้โดยที่ไม่ต้องใช้ยานอนหลับ….