บทที่ 44: ตัวตนที่แท้จริง
คำพูดของหลินเวยเวยที่หลุดออกมานั้นเบาราวกับกระซิบ แต่มันกลับดังก้องอยู่ในห้องที่เงียบสงัด
เย่เฉินหันกลับมาอย่างช้าๆ เขาไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธ แต่ค่อยๆ ยกมือขึ้นปลดหมวกปีกกว้างที่ใช้บดบังใบหน้ามาตลอดออก
แสงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างได้อาบไล้ใบหน้าของเขาอย่างชัดเจน...
มันคือใบหน้าที่หล่อเหลาและคุ้นเคยของอัจฉริยะอันดับหนึ่งในอดีต...แต่ดวงตาคู่นั้นกลับแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง มันไม่ได้สดใสและเปี่ยมด้วยความหวังอีกต่อไป แต่กลับลุ่มลึก เยือกเย็น และแฝงไว้ด้วยร่องรอยของความทุกข์ทรมานที่ราวกับได้ผ่านนรกมานับครั้งไม่ถ้วน
การกระทำนั้น...คือคำยืนยันที่ดีที่สุด
หลินเวยเวยยกมือขึ้นปิดปากของตนเองด้วยความตกตะลึงสุดขีด นางถอยหลังไปหนึ่งก้าว น้ำตาเริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาที่งดงาม "มิน่าเล่า...มิน่าเล่าท่านถึงได้..."
บัดนี้นางเข้าใจทุกอย่างแล้ว! ความแค้นที่เขามีต่อเซียวอี้เฟิง...เหตุผลที่เขาต้องปิดบังตัวตน...และเหตุผลที่เขากล้าท้าทายในศึกที่ดูเหมือนไม่มีทางชนะ!
ความรู้สึกนับถือและเชื่อมั่นที่นางมีต่อเขา พลันแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและหนักแน่นยิ่งกว่าเดิม นางรู้แล้วว่านี่ไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อตระกูลหลินอีกต่อไป...แต่มันคือการต่อสู้เพื่อทวงคืนศักดิ์ศรีและชีวิตที่ถูกช่วงชิงไป!
"ตระกูลหลิน...จะทุ่มสุดตัวเพื่อช่วยท่าน!" นางกล่าวอย่างเด็ดเดี่ยว
เย่เฉินพยักหน้ารับเบาๆ "ขอบคุณ" เขามองออกไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง "พลังของเซียวอี้เฟิงอยู่ในขอบเขตแก่นแท้ขั้นสมบูรณ์ ข้าต้องการพลังที่มากกว่านี้"
"ท่านต้องการอะไร บอกข้ามาได้เลย!"
เย่เฉินนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาสบตานางและเอ่ยในสิ่งที่ทำให้นางต้องตกใจอีกครั้ง
"ข้าต้องการ...'แก่นโลหะเย็น' ที่เราเพิ่งประมูลมา"
นั่นคือสมบัติล้ำค่าที่ตระกูลหลินต้องทุ่มเงินมหาศาลเพื่อแย่งชิงมา! คือความหวังในการสร้างศาสตราวุธเพื่อคานอำนาจกับตระกูลเซียว!
หลินเวยเวยลังเลไปเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น...นางมองเข้าไปในดวงตาที่แน่วแน่ของเย่เฉิน และนางก็ได้ตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
นางกำลังจะเดิมพันอนาคตทั้งหมดของตระกูล...ไว้กับชายผู้กลับมาจากความตายคนนี้!
"หากมันจะช่วยให้ท่านชนะ..." นางกล่าวพลางหยิบกล่องน้ำแข็งผลึกออกมาจากแหวนมิติของนาง "ก็เอาไปเลยเจ้าค่ะ!"
เย่เฉินรับกล่องนั้นมา ดวงตาของเขาทอประกายที่ซับซ้อน "หนี้บุญคุณครั้งนี้...ข้าจะจดจำไว้"
เขารับกล่องน้ำแข็งผลึกและกำลังจะเดินกลับเข้าห้องเพื่อฝึกตนแบบปิดประตู แต่ก่อนที่เขาจะปิดประตูลง เขาก็หันกลับมากล่ากับนางเป็นครั้งสุดท้าย
"ในอีกสามวัน...ข้าจะนำหัวของมันมาให้เจ้าดู"
สิ้นเสียง ประตูก็ปิดลง... ทิ้งไว้เพียงหลินเวยเวยที่ยืนนิ่งอยู่ผู้เดียว หัวใจของนางเต้นระรัวด้วยความหวังและความหวาดหวั่น
การฝึกตนเพื่อพลิกชะตาครั้งสุดท้าย...ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว