ชายที่สวมหน้ากากปีศาจพุ่งไปตามทิศทางที่ร่างของโนอาห์อยู่จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือของตนเองออกกระบวนท่าของพลังวิญญาณอีกแบบออกมาในครั้งนี้เขาหวังที่จะจบการโจมตีให้ได้ในครั้งเดียว
ทันใดนั้นเองก็มีดาบใหญ่เล่มหนึ่งเข้ามาขวางการโจมตีของชายที่สวมหน้ากากปีศาจคนนั้นเอาไว้ ทำให้ชายที่สวมหน้ากากปีศาจต้องถอยออกไปก่อน
จากนั้นก็มีชายหนุ่มที่มีผมสีดำ ดวงตาสีฟ้า ที่เป็นเจ้าของดาบใหญ่ก็ปรากฏตัวออกมารับตัวของโนอาห์ที่หมดสติไปแล้วเอาไว้
เขามองไปที่โนอาห์ก็เกิดอาการหวั่นไหวไปเล็กน้อย เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพราะอะไรถึงเป็นแบบนี้เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ในตอนแรกเขาจำเป็นต้องเดินทางผ่านมาแถบบริเวณปราสาทจองจำนิรันดร์ในระหว่างนั้นก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแปลกประหลาดที่ส่งมาจนถึงเขา
มันเป็นพลังที่ทำให้เขาที่กำลังอยู่ในช่วงการเดินทางครั้งสำคัญต้องหยุดชะงักไป จากนั้นก็มุ่งหน้ามายังที่นี่ทันทีตอนแรกเขาเองก็สงสัยว่านั่นอาจเป็นพลังของเจ้าหญิงต้องสาปที่อาศัยในปราสาทจองจำนิรันดร์แห่งนี้หรือไม่
พอเข้ามาข้างในด้วยการโจมตีของเขาเองโดยการผ่ากำแพงที่มองไม่เห็นเข้าไป จากนั้นเขาก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยืดหยัดต่อสู้กับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เขารู้จักเป็นอย่างดี แน่นอนว่าในตอนแรกเธอเองก็ได้ใช้การโจมตีที่เป็นขว้างดาบเข้าใส่คนในกลุ่มพวกนั้นคนหนึ่งต่อจากนั้นก็ลงมือสังหารคนที่เหลือแต่นั่นก็ทำให้เธอที่ไม่ได้ฝึกฝนพลังเวทมนตร์มาเลยอ่อนเพลียจากการใช้พลังมากเกินไป
สุดท้ายเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นมาชายคนหนึ่งที่ถูกขว้างดาบเข้าใส่ซึ่งเป็นการโจมตีที่รุนแรงมากๆรอดมาได้เพราะของวิเศษที่พกติดตัวมาทำให้เขาสามารถกลับไปเล่นงานหญิงสาวคนนั้นได้อีกครั้ง
เขาเองที่เป็นคนที่ไม่เคยสนใจใครนอกจากคนที่ไว้วางใจแล้วกลับพุ่งตัวออกไปช่วยเธอให้รอดพ้นจากการถูกสังหารได้ทันเวลา ในจังหวะที่สายตาของเขาจับจ้องไปยังตัวเธอกลับเกิดเรื่องประหลาดขึ้นมาโซ่ตรวนที่ถูกสร้างขึ้นมาที่ผนึกพลังบางอย่างในตัวเขาเอาไว้ได้ถูกคลายออกพร้อมกับอาการที่หวั่นไหวไปกับหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดคนนี้ไปด้วยโดยสรุปก็คงจะเป็นอย่างแรกมากว่าอย่างหลัง
“เป็นคนที่น่าสนใจจริงๆ”
ชายหนุ่มพูดออกมาพร้อมกับมองมายังโนอาห์ที่หมดสติไปแล้วในอ้อมกอด แล้วมองกลับมายังชายที่สวมหน้ากากปีศาจก่อนจะพูดขึ้น
“กลับไปยังที่ของแกก่อนที่ฉันคนนี้จะสังหารแกซะ”
“คิดว่าคำพูดแบบนั้นของคุณ ต้องเชื่อใช่ไหมถึงจะถูก พูดเป็นเล่นอย่ามาขวางทางของกลุ่มพวกเรา ส่งตัวของเธอมาก่อนที่ฝ่ามือของผมจะสังหารคุณไปด้วย”
“นั่นคือคำตอบของแกสินะ ฉันจะได้ไม่ไว้หน้าหัวหน้าของแก”
ดาบใหญ่เล่มนั้นที่ชายหนุ่มถืออยู่ฟาดฟันผ่าร่างของชายที่สวมหน้ากากปีศาจขาดออกจากกันพร้อมกับบดขยี้ให้สลายกลายเป็นผุยผงในครั้งเดียว
ชายหนุ่มมองไปยังตัวประหลาดที่กำลังตกตะลึง
“ฉันจะช่วยพวกคุณออกไปจากที่นี่เพราะฉะนั้นอย่าได้ขัดขืน”
ตัวประหลาดก็ไม่เข้าใจทำไมตนเองถึงไม่แย้งชายหนุ่มที่เข้ามาช่วย กลับทำตัวสงบเสงี่ยมยอมให้ชายคนนั้นใช้พลังนำพาทั้งโนอาห์กับตัวประหลาดออกไปจากปราสาทจองจำนิรันดร์
ชายหนุ่มไม่ลืมที่จะร่ายเวทมนตร์ทำให้ตัวประหลาดหลับไปพร้อมกับโนอาห์อีกทีเพื่อป้องกันไม่ให้เธอรับรู้อะไรมากเกินความจำเป็น
เขาออกมาจากปราสาทจองจำนิรันดร์ก็มุ่งหน้าไปยังที่ที่ผู้ติดตามของเขากำลังรออยู่
“ท่านผู้นำ ท่านอย่าทำอย่างนี้แล้วออกมาคนเดียวสิครับถ้าท่านเป็นอะไรขึ้นมากระผมจะทำยังไง”
“ไม่ต้องห่วงกังวลขนาดนั้นหรอก แมกซ์ ฉันเองรู้จำนวนของศัตรูดีถ้ามันอันตรายฉันเองก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรอก”
ชายหนุ่มมองไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังสวมชุดคลุมสีดำทั้งตัวเอาไว้เธอเองก็เป็นหนึ่งในผู้ติดตามของเขา
“พาเธอกลับไปส่งยังที่ที่เธอมาพร้อมกับตัวประหลาดตัวนี้ ไม่สิ จะเป็นการเสียมารยาทไป กับเจ้าหญิงวิคตอเรียไปกับเธอด้วย ฝากด้วยนะ ไมอา”
“รับทราบค่ะ ท่านผู้นำ”
หญิงสาวที่ชื่อ ไมอา ก็รีบรับโนอาห์กับตัวประหลาดมาแล้วพุ่งตัวไปตามทางร่องรอยที่โนอาห์ใช้มายังที่ปราสาทจองจำนิรันดร์
“เฮ้อ เอาเถอะกระผมจะปล่อยเรื่องนี้ไปแล้วทำเป็นไม่เห็นก็แล้วกันครับ”
“ขอบคุณมาก ฉันมีอีกเรื่องที่ต้องวานนายแล้ว แมกซ์”
“สนใจเลดี้คนเมื่อสักครู่สินะครับ จากที่กระผมสังเกตรวมๆแล้วคาดเดาออกมาได้ เลดี้ท่านนี้น่าจะเป็นคนของตระกูลใหญ่สักตระกูลครับ”
การคาดเดาลักษณะท่าทางหรือการวินิจฉัยอะไรต่างๆรวมไปถึงการมองคนให้ออก แมกซ์เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้ทำให้ชายหนุ่มไว้วางใจเป็นพิเศษ
“หืม! เธออยู่ตระกูลใหญ่นี่เอง แบบนี้ก็ง่ายแล้วสิ”
รอยยิ้มของชายหนุ่มก็ปรากฏบนใบหน้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน จนแมกซ์ผู้ติดตามของเขาต้องอ้าปากค้างสิ่งที่เขาคิดคงประมาณว่า “มันเป็นไปได้ด้วยเหรอที่ท่านผู้นำจะยิ้มออกมา”
“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากสืบเรื่องของเธอมาให้ฉันด้วยก็แล้วกัน”
“รับทราบครับ ยังไงกระผมก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่แล้ว เอาเถอะถือเป็นเรื่องดีที่ท่านผู้นำจะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาสักทีกระผมจะพยายามสุดความสามารถก็แล้วกันครับ”
“เกรย์ ออกมานี่”
ทันทีที่เสียงเรียกชื่อผู้ติดตามอีกคน ชายหนึ่งก็ปรากฏตัวตรงหน้าของชายหนุ่ม
“ท่านผู้นำมีอะไรให้กระผมรับใช้โปรดสั่งมาได้เลยครับ”
“สั่งให้คนจับตาดูการกระทำของกลุ่มพวกนั้นเอาไว้แล้วก็ส่งข้อความไปบอกพวกศาสนาลวงโลกนั่นด้วยว่าฉันขอรับตัวเจ้าหญิงวิคตอเรียมาไว้ในครอบครอง ถ้าพวกไหนเล่นตุกติกฉันอนุญาตให้ใช้วิธีขั้นเด็ดขาดได้”
“รับทราบครับ”
“เวลาละแมกซ์ พอที่จะเร่งให้ทันการประชุมใหญ่ไหม”
“เนื่องจากพวกเราออกมานอกเส้นทางมาไกลมากครับ ทำให้พวกเราช้าลงไปมากแต่ว่าถ้าเร่งสักหน่อยไปทันแน่นอนครับ”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็ไปกันเถอะ” ชายหนุ่มมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่ตนเองจะไปก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
"สักวันฉันจะให้เธอได้มาอยู่ข้างกายฉันแน่ วันนั้นคาดว่าคงจะอีกไม่นาน"
เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้มั่นอกมั่นใจว่าเธอจะรอเขาอยู่แต่ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นมานี้มันมีความเชื่ออันแรงกล้าเป็นตัวผลักดันอยู่
. . .