คิดไปคิดมา ผู้าุโที่ข้าเคยไปเหยียบตาปลาเข้า ก็น่าจะมีแค่คนเดียว... อาจารย์ของกัวเลี่ยง ผู้าุโเฉียน นั่นเอง...
แต่เดี๋ยวก่อน ครั้งนี้ข้าร่วมมือกับกัวเลี่ยงนะ ถ้าเป็ผู้าุโเฉียนจริง ท่านคงไม่บ้าจี้สั่งเก็บลูกศิษย์ตัวเองไปพร้อมกับข้าหรอกมั้ง?
พอกัวเลี่ยงได้ยินข้อสันนิษฐานของซูหยุน ก็ะเิอารมณ์ทันที "เหลวไหล! อาจารย์ข้าระดับไหน? ท่านจะมาลดตัวยุ่งเื่เด็กตีกันทำไม? สองรอบแรกที่เ้าอัดข้าจนน่วม แถมรีดไถผลึกิญญาไปตั้งเท่าไหร่ เคยเห็นอาจารย์ข้ามาหาเื่เ้าสักครั้งไหม?"
ซูหยุนพยักหน้าหงึกหงัก "อืม... ก็จริง งั้นแสดงว่า... เป็ศิษย์พี่ของใครสักคนที่โดนข้าอัดสินะ?"
กัวเลี่ยงเบ้ปาก "เื่แค่นี้ต้องให้เดา? ไอ้เ้า หลี่จวิ้น ปกติก็สนิทกับศิษย์พี่ของ ซางหัว อยู่แล้ว แต่ว่า..."
เขาขมวดคิ้วมุ่น "หลี่จวิ้นลงมือโหดขนาดกะเอาให้เ้าพิการแบบนี้ มันเกินกว่าคำว่าแก้แค้นให้รุ่นน้องไปไกลโข... เ้ากับซางหัวมีเื่กันก็จริง แต่ไม่น่าถึงขั้นต้องทำลายอนาคตกันขนาดนี้! หรือว่า... เป้าหมายที่แท้จริงคือขัดขวางไม่ให้เ้าไป แดนลับหลิงเสวียน?"
ซูหยุนงงเป็ไก่ตาแตก "แล้วมันเกี่ยวอะไรกับซางหัว?"
กัวเลี่ยงถอนหายใจ "เดิมทีโควตาเข้าแดนลับมันถูกกำหนดตัวไว้แล้ว ข้าอยู่อันดับ 9 ส่วนซางหัวอยู่อันดับ 10... แต่พอเ้าโผล่มาพร้อมพลังระดับสัตว์ประหลาด ทางสำนักต้องให้เ้าเสียบแทนแน่ๆ แล้วคนที่ต้องหลุดโผไปก็คือ... ซางหัว"
ซูหยุนตาโต "หา! ฝีมือระดับเ้าเนี่ยนะติดโผกับเขาด้วย?"
หน้าของกัวเลี่ยงดำทะมึนทันที 'หมายความว่าไงฟะ! ฝีมือข้านี่ติดหนึ่งในสิบอันดับแรกของรุ่นนะโว้ย! ถ้าไม่มี ตัวประหลาดผิดมนุษย์มนา อย่างเอ็งโผล่มา ข้าก็นับว่าเป็ อัจฉริยะ เหมือนกันแหละ!'
ซูหยุนหัวเราะแห้งๆ รีบเปลี่ยนเื่ด้วยไหวพริบเอาตัวรอดขั้นเทพ "แล้วศิษย์พี่กัวขจัดสิ่งสกปรกไปได้กี่ส่วนแล้วล่ะ?"
กัวเลี่ยงส่ายหน้าเศร้าๆ "ไม่ถึงเก้าส่วน... หลายปีมานี้ไม่ขยับไปไหนเลย..."
ซูหยุนพึมพำ "อ๋อ... ก็งั้นๆ แหละนะ..."
กัวเลี่ยงหมดความอดทนกับปากสุนัขของซูหยุน สะบัดหน้าเดินหนีไปดื้อๆ 'ขืนคุยต่อ ข้าคงได้อกแตกตายก่อน!'
ซูหยุนเดาะลิ้น 'ที่เราไปแย่งที่นั่งเขา... ก็ฟังดูสมเหตุสมผลแฮะ...'
'แต่พวกนั้นคงคาดไม่ถึงหรอกว่าข้าจะฟื้นตัวเร็วขนาดนี้ แผนสกัดดาวรุ่งคงพังไม่เป็ท่า อยากเห็นหน้าซางหัวกับศิษย์พี่คนนั้นตอนนี้จัง... ควรจะแวะไปเยาะเย้ย... เอ้ย ไปปลอบใจสักหน่อยดีไหมนะ?'
ขณะกำลังจะออกไปคิดบัญชีกับซางหัว เสียงเรียกอย่างร้อนรนก็ดังขึ้น
"น้องซู! อยู่นี่เอง ข้าตามหาแทบแย่!"
ซูหยุนหันไปเห็น หวังฉี วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ก็แปลกใจ "พี่หวังรีบร้อนขนาดนี้ มีเื่อะไรรึ?"
หวังฉีถามเสียงเครียด "ตอนที่น้องชายเฝ้าเขาฝูหนิวเคยเจออะไรผิดปกติบ้างไหม?"
ซูหยุนชะงัก เขาฝูหนิวตั้งอยู่ชายขอบสำนัก ปราณิญญาเบาบางจนแม้แต่ปีศาจยังเมิน หลายปีมานี้มีแค่ จูกังเลี่ย เ้าหมูป่าจอมทึ่มตัวเดียวที่หลงมาอยู่
แต่ถ้าพี่หวังถามแบบนี้ แสดงว่าต้องเกิดเื่แน่ สีหน้าซูหยุนเปลี่ยนเป็เคร่งขรึม "เขาฝูหนิวเกิดอะไรขึ้น!"
หวังฉีรู้ดีว่าเขาลูกนี้มีความสำคัญกับซูหยุนมาก เพราะเป็ที่พำนักสุดท้ายของอาจารย์ซูหยุน
เขารีบตอบ "วันนี้ผู้ดูแลคนใหม่ของเขาฝูหนิวส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือด่วน! บอกว่าจู่ๆ ก็มี ปีศาจระดับผลัดเปลี่ยนกายา สองตัวโผล่มาอาละวาด ทำลายล้างทุกอย่าง เขาคนเดียวรับมือไม่ไหว..."
ร้อยปีมานี้เขาฝูหนิวไม่เคยมีเื่ร้ายแรง ปกติแค่ส่งศิษย์ระดับผลัดเปลี่ยนกายาไปเฝ้าก็ถมเถแล้ว อาจารย์ของซูหยุนเป็ข้อยกเว้น ท่านสมัครใจไปเฝ้าที่นั่นเองเพื่อความสงบ
ซูหยุนรู้สึกทะแม่งๆ "แล้วเขตอื่นล่ะ มีอะไรผิดปกติไหม?"
หวังฉีพยักหน้า "แปลกมาก... ครึ่งเดือนมานี้ เขตดูแลหลายแห่งเจอเหตุการณ์ปีศาจคุ้มคลั่งไล่ทำร้ายผู้คนจนปั่นป่วนไปหมด... แต่ที่ข้ามาถามเ้าเพราะรู้ว่าเ้าผูกพันกับเขาฝูหนิว... ตอนนี้มาคิดดูแล้ว เื่นี้มันชักจะมีกลิ่นตุๆ!"
ความระแวงในใจซูหยุนลดลงเปราะหนึ่ง ถ้าเกิดเื่แค่ที่เขาฝูหนิวที่เดียว แสดงว่าพุ่งเป้ามาที่เขาแน่ๆ แต่ถ้าเกิดทั่วสารทิศแบบนี้ ก็อาจจะไม่เกี่ยวกับเขาโดยตรง
"พี่หวัง เื่เขาฝูหนิวไม่ต้องส่งคนอื่นไปแล้ว เดี๋ยวข้าไปจัดการเอง"
หวังฉีรู้ฝีมือซูหยุนดี แค่ปีศาจระดับผลัดเปลี่ยนกายาสองตัวไม่ใช่ปัญหา จึงพยักหน้ารับคำแล้วรีบจากไปจัดการจุดอื่นต่อ
ซูหยุนไม่รอช้า ะเิพลังปราณพุ่งทะยานมุ่งหน้าสู่เขาฝูหนิวทันที...
...
ถ้ำศิษย์สายในแห่งหนึ่ง
ซางหัวนั่งกระสับกระส่าย มองชายหนุ่มที่นั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ "ศิษย์พี่... ศิษย์พี่หลี่ทำแบบนั้น... จะไม่เกินไปหน่อยเหรอขอรับ..."
ชายหนุ่มคนนี้คือคนบงการเื้ั ซางหัวแค่หวังให้สั่งสอนซูหยุนให้เสียหน้า แต่ไม่คิดว่าหลี่จวิ้นจะบ้าเืกะเอาให้ซูหยุนพิการ จนสุดท้ายกลายเป็เจ็บหนักทั้งคู่...
เขากลัว... กลัวว่าถ้าซูหยุนหมดอนาคตเพราะเื่นี้ เื่มันจะบานปลายจนคุมไม่อยู่
ชายหนุ่มลืมตาขึ้น ถอนหายใจ "ข้าก็คาดไม่ถึงเหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าเ้าหลี่จวิ้นมันจะบ้าดีเดือดขนาดนั้น... แต่เ้าไม่ต้องกังวล ถ้ามีการสอบสวน ข้าจะรับผิดชอบเอง"
ซางหัวร้อนรน "ศิษย์พี่ ข้าไม่ได้หมายความว่า..."
ชายหนุ่มโบกมือตัดบท แววตาลึกล้ำยากจะคาดเดา...
...
ซูหยุนเร่งความเร็วสูงสุด ทิ้งภาพติดตาไว้เื้ั เพียงครึ่งค่อนวัน เขาก็มองเห็นยอดเขาคุ้นตาที่แสนทรุดโทรม
ที่ตีนเขา สัตว์อสูรั์สองตัวกำลังคำรามลั่น พุ่งชนม่านพลังป้องกันค่ายกลอย่างบ้าคลั่ง ม่านพลังสั่นไหวริบหรี่ จวนเจียนจะแตกสลายเต็มที
ซูหยุนบินโฉบเข้าไปใกล้ ยิ่งเห็นสภาพเบื้องล่าง ไฟโทสะก็ยิ่งลุกโชน หมู่บ้านรอบเขาฝูหนิวถูกทำลายยับเยิน ซากศพชาวบ้านเกลื่อนกลาด แม่น้ำย้อมไปด้วยสีเื...
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป เขาก็มาถึงหน้าประตูเขา เห็นหน้าตาของปีศาจร้ายชัดเจน
ตัวหนึ่งหัวมีเขาเดียว รูปร่างคล้ายเสือผสมเสือดาว อีกตัวเป็หมีขนาดั์ที่มีเกล็ดหุ้มทั่วตัว ทั้งคู่ดวงตาแดงก่ำ แผ่กลิ่นอายสังหารรุนแรง
พอเห็นซูหยุน สองสัตว์ร้ายก็เปลี่ยนเป้าหมาย พุ่งเข้าใส่เขาอย่างบ้าคลั่ง!
ซูหยุนไม่หลบ ไม่ถอย! ความโกรธทำให้เขาเลือกปะทะตรงๆ ร่างพุ่งสวนเข้าไป หมัดขวาอัดแน่นด้วยพลังปราณมหาศาล ต่อยเปรี้ยงเข้าที่หัวของหมีเกล็ด!
ตูม!
ประกายไฟแลบแปลบพลาบ พลังปราณอันแหลมคมทะลวงผ่านเกล็ดหนา เข้าไปปั่นป่วนทำลายอวัยวะภายในจนเละเป็โจ๊กในพริบตา
ร่างั์ของหมีเกล็ดอ่อนยวบ เืดำทะลักออกเจ็ดทวาร ล้มตึงสิ้นใจทันที!
เ้าสัตว์อสูรเขาเดียวเห็นเพื่อนตาย แทนที่จะกลัว กลับยิ่งบ้าคลั่ง พุ่งเข้าใส่ไม่ยั้ง
ซูหยุนอาศัยจังหวะคว้าหมับเข้าที่เขาเดียวของมัน เหวี่ยงตัวขึ้นไปขี่บนหลัง มือขวาเรียกกระบี่อาคมที่นอนนิ่งอยู่ในถุงมิติออกมา อัดพลังปราณเข้าไปจนกระบี่ส่องแสงจ้า...
แกร๊ก! กระบี่ทนพลังมหาศาลของเขาไม่หว เริ่มแตกร้าว
ซูหยุนไม่สน ฟันฉับลงไปที่โคนเขา!
เคร้ง!
เขาเดียวของมันขาดกระเด็น! พร้อมกับกระบี่ในมือที่แตกกระจายเป็เสี่ยงๆ
พอเขาขาด พลังของมันก็ลดฮวบ ร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ล้มฟุบลงกับพื้น ขยับไม่ได้อีก
ซูหยุนะโลงมา ทิ้งด้ามกระบี่ในมือ มองเข้าไปในดวงตาที่ยังคงแดงก่ำไร้สติของมัน 'โดนวิชาควบคุมจิตใจเล่นงานมาชัดๆ'
เขาถามเสียงเย็น "ใครส่งแกมา?"
เ้าสัตว์ร้ายเอาแต่จ้องเขาเขม็ง หายใจหอบถี่ ไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะ
ซูหยุนส่ายหน้า 'ถามไปก็ป่วยการ'
เขาสะบัดมือ ส่งพลังปราณเข้าไปตัดขั้วหัวใจ ปลิดชีพมันทันทีเพื่อจบความทรมาน...
...
ภายในค่ายกล
ชายวัยกลางคนหน้าซีดเผือด นั่งขัดสมาธิรักษาอาการาเ็ ด้านหลังมีเด็กหนุ่มท่าทางโกรธแค้น และ... หมูตัวเล็กสีดำที่นอนหมอบกระแตตุบตับ ส่งเสียงร้องอู๊ดอี๊ดอย่างน่าเวทนา
"ท่านเซียนแซ่จ้าว... ถ้าคนของสำนักยังไม่มา พวกเราคงได้กลายเป็อาหารเย็นมันแน่ๆ..."
ทันใดนั้น เสียงต่อสู้ด้านนอกก็เงียบลง ชายวัยกลางคนลืมตาโพลง "ไปเร็ว! คนของสำนักมาช่วยแล้ว!"
ทั้งสองคนกับอีกหนึ่งตัวรีบวิ่งออกมาที่หน้าประตูเขา ทันได้เห็นฉากที่ซูหยุนสังหารสัตว์ร้ายตัวสุดท้ายพอดี...
เด็กหนุ่มจำร่างนั้นได้แม่นยำ ะโลั่นด้วยความดีใจ "พี่ซู!"
ซูหยุนหันกลับมามอง เห็นทุกคนปลอดภัยก็โล่งอก...
ชายวัยกลางคนรีบปลดค่ายกล เห็นชุดศิษย์สายในของซูหยุนก็รีบประสานมือคารวะ "ขอบคุณศิษย์น้องที่มาช่วยทันเวลา ไม่งั้นพวกเราคงไม่รอด..."
ซูหยุนส่ายหน้าด้วยความรู้สึกผิด "ข้ามาช้าไป..."
เด็กหนุ่มกลั้นน้ำตาไม่อยู่ "พี่ซู... คนในครอบครัวข้า... คนในหมู่บ้าน... โดนพวกมันฆ่าตายหมดแล้ว..."
ซูหยุนเ็ปใจ หันไปถาม "ศิษย์พี่ เื่มันเป็ยังไงกันแน่?"
ศิษย์พี่แซ่จ้าว เดาได้ทันทีว่าซูหยุนคือศิษย์ของเ้าเขาคนก่อน เขาเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าจู่ๆ สัตว์ร้ายสองตัวนี้ก็โผล่มาไล่ฆ่าคนอย่างบ้าคลั่ง จูกังเลี่ย ที่เคยเป็ขาใหญ่แถวนี้สู้ไม่ไหวต้องหนีมาขอความช่วยเหลือ แต่ลำพังเขาคนเดียวรับมือสองตัวไม่ไหวจนาเ็หนัก ต้องเปิดค่ายกลรอความช่วยเหลือ
ซูหยุนมองไปที่เ้าหมูดำตัวเล็กจิ๋วที่นอนหายใจรวยรินอยู่ข้างๆ อดถามไม่ได้ "จูกังเลี่ย? ทำไมสภาพแกถึงดูไม่ได้แบบนี้?"