ตอนที่ 71: แอนตี้รัสต์ V2 และรถคลื่นพิเศษ
ความมืดมิดของค่ำคืนถูกฉีกกระชากด้วยแสงไฟหน้ารถที่สาดส่องเจาะทะลวงหมอกหนาทึบ ขบวนรถตู้หุ้มเกราะยุทธวิธีสีดำสนิทของหน่วยปฏิบัติการพิเศษภายใต้การนำของผู้พันวุฒิ แล่นทะยานไปตามถนนสายเปลี่ยวที่คดเคี้ยวเข้าสู่เขตป่าลึกชานเมืองเป้าหมายของพวกเขาคือวิลล่าหรูที่ซ่อนตัวอยู่หลังม่านต้นไม้ทึบ ซึ่งริน (นรินทร์) แฮกเกอร์หนุ่มได้แกะรอยและยืนยันพิกัดแล้วว่ามันคือรังลับของนางมารร้ายรัชชา
ทว่า ท่ามกลางขบวนรถบุกทะลวงนั้น มีรถตู้อีกคันหนึ่งที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการปะทะด้วยกระสุนปืน แต่มันคือ "รถโมบายล์ส่งสัญญาณดาวเทียม (Mobile Satellite Jammer Van)" ซึ่งเปรียบเสมือนสมองกลและศูนย์บัญชาการไซเบอร์เคลื่อนที่ของทีม รูปลักษณ์ภายนอกของมันถูกพรางด้วยสีดำด้านเพื่อหลบหลีกการสะท้อนแสง บนหลังคารถติดตั้งจานดาวเทียมขนาดกะทัดรัดและเสาส่งสัญญาณความถี่สูง (High-Frequency Antenna Array) ที่สามารถพับเก็บและกางออกได้อัตโนมัติ
ภายในห้องโดยสารของรถโมบายล์คันนี้ ถูกดัดแปลงสภาพให้กลายเป็นห้องแล็บและห้องบัญชาการรบขนาดย่อม หน้าจอมอนิเตอร์ LED ความละเอียดสูงหกจอเรียงรายติดผนัง แสดงกราฟิกคลื่นความถี่ พิกัด GPS แบบ 3D และเส้นทางการเดินรถแบบเรียลไทม์ เสียงครางหึ่งๆ ของเครื่องปั่นไฟและเซิร์ฟเวอร์ระบบหล่อเย็นด้วยไนโตรเจนเหลวดังคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศตึงเครียดแต่เต็มเปี่ยมไปด้วยการควบคุมที่สมบูรณ์แบบ
ริน นั่งประจำการอยู่หน้าแผงควบคุมหลัก นิ้วมือเรียวยาวของเขารัวพิมพ์คำสั่งเจาะระบบอย่างไม่หยุดพัก แสงสีฟ้าและสีเขียวจากหน้าจอสะท้อนใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น แม้จะเพิ่งผ่านการทำงานอย่างหนักหน่วงจนเกือบจะเกิดภาวะช็อกทางระบบประสาท แต่ด้วยการบำบัด 'Cognitive Restore' อันแสนเร่าร้อนและล้ำลึกจากดร.น้ำฟ้า ทำให้สมองของเขายังคงแล่นฉิวราวกับเครื่องยนต์ที่ได้รับการโอเวอร์คล็อกและเติมเชื้อเพลิงเกรดพรีเมียมจนเต็มถัง
"ผมกำลังจูนคลื่นสัญญาณหลักของรถโมบายล์ให้ตรงกับความถี่ของเอียร์คัฟแอนตี้รัสต์ V2 (Anti-RUSH V2) ที่ทีมผู้พันสวมอยู่ครับ ตอนนี้อัตราการซิงโครไนซ์อยู่ที่ 99.8 เปอร์เซ็นต์" รินรายงานสถานการณ์โดยไม่ละสายตาจากชุดคำสั่งภาษาโค้ดนับพันบรรทัดที่วิ่งผ่านหน้าจอ
ข้างกายของแฮกเกอร์หนุ่ม ดร.น้ำฟ้า จิตแพทย์สาวผู้ทรงเสน่ห์และผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาการสะกดจิตใต้ดิน นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้หนังสังเคราะห์ เธออยู่ในชุดปฏิบัติการทะมัดทะแมงทว่ายังคงรัดรูปอวดทรวดทรงอวบอัดสะคราญตา เสื้อแจ็คเก็ตหนังสีดำสวมทับเสื้อกล้ามรัดรูปสีเดียวกันด้านใน แววตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเธอจับจ้องไปที่หน้าจอมอนิเตอร์ที่แสดงกราฟคลื่นสมอง (EEG Simulator) ซึ่งจำลองรูปแบบการโจมตีของแอปพลิเคชันฝั่งศัตรู
"เอียร์คัฟแอนตี้รัสต์ V2 มันสร้างคลื่นหักล้าง (Phase Cancellation) ได้ด้วยตัวเองก็จริง... แต่นั่นมันสำหรับการปะทะในสภาวะปกติ" ดร.น้ำฟ้าอธิบายด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและจริงจัง สายตาของเธอวิเคราะห์เส้นกราฟสีแดงที่พุ่งทะยานขึ้น "ถ้ารัชชาตัดสินใจเปิดระบบขยายสัญญาณสูงสุดจากเซิร์ฟเวอร์เมนเฟรมในวิลล่า คลื่นฟีโรโมนสังเคราะห์และคลื่นความถี่ต่ำของมันอาจจะหนาแน่นเกินกว่าที่ชิปประมวลผลขนาดจิ๋วในเอียร์คัฟจะคำนวณหักล้างได้ทัน มันจะเกิดปรากฏการณ์ 'คลื่นแทรกซ้อนฉับพลัน' (Sudden Wave Interference) ซึ่งอาจทำให้ทีมตำรวจปวดหัวอย่างรุนแรงจนเสียจังหวะยิงได้"
"นั่นคือเหตุผลที่ฉันต้องมานั่งควบคุมสถานการณ์ในรถคันนี้กับคุณนรินทร์..." น้ำฟ้าเอื้อมมือไปกดปุ่มสวิตช์เปิดการทำงานของเสาอากาศ "เราจะใช้เสาส่งสัญญาณบนหลังคารถคันนี้ ยิง 'คลื่นรบกวนคลุมพื้นที่' (Broad-Spectrum Neuro-Jammer) เข้าไปแทรกแซงความถี่ของแอป LUST Note จากระยะไกล เพื่อตัดทอนกำลังและลดแอมพลิจูด (Amplitude) ของมันลงก่อนที่คลื่นนั้นจะเดินทางไปถึงตัวทีมจู่โจม"
"ถูกต้องเลยครับหมอ มันคือหลักการของการสร้างโดมป้องกันล่องหน" รินพยักหน้ารับ มือของเขาสับสวิตช์เปิดระบบหล่อเย็นขั้นสุด "รถคันนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทำภารกิจแบล็กเอาต์ (Blackout) สัญญาณของรัชชาโดยเฉพาะ ทันทีที่ผู้พันวุฒิส่งสัญญาณบุก ผมจะใช้เสาโมบายล์บนหลังคา ยิงคลื่นรบกวนความเข้มข้นสูงคลุมพื้นที่วิลล่าในรัศมีหนึ่งกิโลเมตร... มันจะทำให้ระบบสื่อสารของพวกบอดี้การ์ดล่มสนิท กล้องวงจรปิดทุกตัวจอดำ และที่สำคัญที่สุด มันจะสร้างม่านพลังงานหน่วงคลื่นฟีโรโมนของแอป LUST Note ให้ทำงานช้าลง เปิดโอกาสให้ไมโครชิปในเอียร์คัฟของผู้พันคำนวณและหักล้างสัญญาณที่เหลือได้เต็มประสิทธิภาพหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์"
"เตรียมพร้อมไว้นรินทร์..." น้ำฟ้ายกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจและเย้ยหยันศัตรู "รัชชามันโอหัง คิดว่ามันควบคุมจิตวิญญาณและสัญชาตญาณมนุษย์ได้ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์... คืนนี้ เราจะเอากำแพงไซเบอร์และหลักจิตวิทยาย้อนกลับนี่แหละ ไปทับถมความจองหองของมันให้แหลกคาตา"
ตัดสลับไปที่รถหุ้มเกราะยุทธวิธีคันหน้าสุด ผู้พันวุฒิและลูกทีมหน่วยปฏิบัติการพิเศษนั่งนิ่งเงียบอย่างน่าเกรงขาม อาวุธประจำกายทุกกระบอกถูกปลดเซฟตี้เตรียมพร้อมยิง ผู้กองเมย์ที่นั่งอยู่เบื้องหน้า ตรวจเช็กกระสุนหัวรูในแม็กกาซีนปืนกลมือของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า แววตาของเธอสะท้อนแสงไฟจากหน้าปัดรถ ทอประกายแห่งการล้างแค้นที่เย็นเยียบและอันตราย
ความทรงจำถึงความอัปยศในโกดังร้าง... สัมผัสที่ถูกบังคับ... ศักดิ์ศรีที่ถูกเหยียบย่ำ... ทุกสิ่งทุกอย่างถูกบีบอัดและหลอมรวมกันจนกลายเป็นพลังขับเคลื่อนที่รุนแรง เมย์สูดลมหายใจเข้าลึก เปลี่ยนความหวาดกลัวและอาการ PTSD ให้กลายเป็นความโกรธเกรี้ยวที่เยือกเย็น (Cold Fury) เธอพร้อมแล้วที่จะเปลี่ยนสถานะจากผู้ถูกล่า ให้กลายเป็นผู้ล่าที่ไร้ความปรานี
"ทุกคนเช็กสถานะการเชื่อมต่อของแอนตี้รัสต์ V2 อีกครั้ง" ผู้พันวุฒิออกคำสั่งผ่านวิทยุสื่อสาร เสียงของเขาดุดันและทรงอำนาจทะลุพิกัด
เจ้าหน้าที่ทุกคนรวมถึงผู้กองเมย์ ยกมือขึ้นแตะที่เอียร์คัฟโลหะสีดำที่เกาะติดอยู่หลังใบหู แสงไฟ LED สีน้ำเงินดวงเล็กๆ กะพริบเป็นจังหวะสม่ำเสมอ บ่งบอกว่าระบบเชื่อมต่อกับรถโมบายล์ของรินสมบูรณ์แบบ
"ผู้กองเมย์... แอนตี้รัสต์ ซิงก์ร้อยเปอร์เซ็นต์ค่ะพี่วุฒิ" เมย์รายงานเสียงเรียบ
"อัลฟ่าทีม ซิงก์ครบทุกนายครับผู้พัน!"
"ศูนย์บัญชาการไซเบอร์โมบายล์... สัญญาณลิงก์เสถียรไร้รอยต่อครับผู้พัน" รินตอบกลับมาจากรถตู้คันหลัง "ผมเตรียมชาร์จพลังงานเสาส่งสัญญาณกวนคลื่นรอไว้แล้ว เมื่อรถจอดเทียบห่างจากหน้าเกต (Gate) ของวิลล่าในระยะทำการร้อยเมตร ผมจะกดปุ่มยิงคลื่นแบล็กเอาต์ทันที... พวกผู้พันจะมีเวลาประมาณสามนาทีก่อนที่ระบบไฟสำรอง (Backup Generators) ของวิลล่าจะรีบูตตัวเองขึ้นมาทำงาน... สามนาทีทองคำสำหรับฝ่าด่านบอดี้การ์ดวงนอกและยึดพื้นที่ส่วนหน้า"
"สามนาที... เหลือเฟือสำหรับหน่วยของฉัน" วุฒิตอบกลับสั้นๆ ทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจที่ทะลุปรอท
รถตู้หุ้มเกราะขับฝ่าความมืดเข้าใกล้เขตวิลล่ามากขึ้นเรื่อยๆ ภูมิประเทศสองข้างทางเริ่มเปลี่ยนจากถนนลาดยางเป็นทางลูกรังขรุขระ ต้นไม้ใหญ่ขึ้นครึ้มบดบังแสงจันทร์จนมืดมิด บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเพียงเสียงยางรถยนต์ที่บดขยี้กับก้อนกรวด
"เป้าหมายอยู่ห่างออกไปห้าร้อยเมตร... สี่ร้อยเมตร..." เสียงของรินเตือนผ่านวิทยุ "ผมตรวจพบสัญญาณความร้อน (Thermal Signatures) ของยามลาดตระเวนติดอาวุธหนักจำนวนสี่คน ยืนประจำการอยู่หน้าประตูรั้วเหล็กหลัก... พวกมันมีปืนไรเฟิลจู่โจมและเสื้อเกราะกันกระสุน"
"รับทราบ..." วุฒิขยับตัวลุกขึ้นยืนในท่ากึ่งย่อตัว มือขวากระชับปืนไรเฟิล M4A1 ที่ติดตั้งกล้องเล็งจุดแดงและเลเซอร์ชี้เป้า เขาหันไปมองลูกทีมทุกคนด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟสงคราม "เตรียมตัวปะทะ... ทันทีที่ประตูรถเปิด... ยิงเปิดทางให้เร็ว แม่นยำ และเงียบที่สุด ห้ามให้พวกมันส่งสัญญาณเตือนภัยหรือวิทยุเข้าไปข้างในได้เด็ดขาด! เล็งที่จุดตายเท่านั้น"
"รับทราบครับผม!!"
"ผู้กองเมย์..." วุฒิหันไปหาตำรวจสาวรุ่นน้อง "เธอประกบฉัน... เราจะบุกทะลวงไปที่ห้องเมนเฟรม (Mainframe) ของรัชชาด้วยกัน คืนนี้... ศักดิ์ศรีของพวกเราจะต้องได้รับการชำระล้างด้วยเลือดของพวกมัน"
"เมย์พร้อมแล้วค่ะพี่วุฒิ... นังรัชชาจะต้องชดใช้ในทุกๆ อย่าง" เมย์ตอบกลับพร้อมกับดึงหน้ากากกันไฟ (Balaclava) ขึ้นมาปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง เหลือเพียงดวงตาคู่สวยที่ฉายแววมัจจุราชกระหายเลือด
"ศูนย์ไซเบอร์... สแตนด์บายคลื่นกวนสัญญาณขั้นสูงสุด" วุฒิออกคำสั่งสุดท้าย
"สแตนด์บาย... นิ้วผมอยู่ที่ปุ่มปลดปล่อยพลังงานแล้วครับผู้พัน!" รินตอบกลับมาจากรถโมบายล์ ด้านหลังของเขา ดร.น้ำฟ้าจ้องมองหน้าจอด้วยความลุ้นระทึก
รถตู้หุ้มเกราะลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวลและเงียบกริบ เมื่อเข้าใกล้โค้งสุดท้ายที่เผยให้เห็นกำแพงคอนกรีตสูงตระหง่านและประตูรั้วเหล็กดัดขนาดใหญ่ของวิลล่านางมารร้าย ยามลาดตระเวนทั้งสี่คนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติจากเงาดำทะมึนของรถ พวกมันยกปืนขึ้นประทับบ่าและเตรียมอ้าปากตะโกนสั่งให้รถหยุด
"ตอนนี้แหละริน! แบล็กเอาต์!"
"จัดไปครับผู้พัน!"
*วูบบบบบบบ!*
รินทุบกำปั้นลงบนปุ่มสีแดงบนแผงควบคุม เสาส่งสัญญาณบนหลังคารถโมบายล์ปลดปล่อยคลื่นความถี่แม่เหล็กไฟฟ้าระดับสูง (EMP Burst) และคลื่นรบกวน (Neuro-Jammer) กระแทกออกไปเป็นวงกว้าง ทันใดนั้น ไฟสปอตไลต์หน้าประตูวิลล่าและไฟตามรั้วก็ดับพรึบลงพร้อมกัน กล้องวงจรปิดรอบนอกเกิดสัญญาณภาพล้ม (Static Noise) และวิทยุสื่อสารของพวกยามลาดตระเวนก็ส่งเสียงหวีดแหลมจนพวกมันต้องสะดุ้งปล่อยมือจากปืนเพื่ออุดหูด้วยความเจ็บปวด
ในเสี้ยววินาทีแห่งความโกลาหลและมืดมิดนั้นเอง ประตูด้านข้างของรถตู้หุ้มเกราะก็ถูกกระชากเปิดออก
ผู้พันวุฒิพุ่งทะยานลงจากรถราวกับเสือดำที่กระโจนตะครุบเหยื่อ ความมืดไม่ใช่อุปสรรคสำหรับเขาอีกต่อไป เลเซอร์ชี้เป้าสีเขียวทาบทับลงบนหน้าอกของยามสองคนแรกอย่างแม่นยำ
*พัฟ! พัฟ! พัฟ! พัฟ!*
เสียงปืนเก็บเสียงดังทึบๆ สี่นัดซ้อน ยามสองคนแรกทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องเตือนหรือเหนี่ยวไกสวนกลับ
ผู้กองเมย์กระโดดตามลงมาติดๆ ท่วงท่าของเธอปราดเปรียวและดุดัน เธอประทับปืนกลมือขึ้นบ่า ศูนย์เล็งล็อกเป้าหมายไปที่ยามคนที่สามและสี่ซึ่งกำลังพยายามจะล้วงปืนพกออกมา ความแค้นทั้งหมดถูกส่งผ่านปลายนิ้วชี้ที่เหนี่ยวไก
*พัฟ! พัฟ! พัฟ!*
กระสุนเข้าเป้าอย่างแม่นยำที่จุดตาย ยามทั้งสี่ล้มลงไปนอนจมกองเลือดภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที การฝึกฝนทางยุทธวิธีขั้นสูงและการประสานงานที่ไร้ที่ติ บวกกับความมุ่งมั่นที่จะเอาคืน ทำให้ด่านหน้าของวิลล่าถูกเคลียร์จนสะอาดเอี่ยมอย่างไร้ร่องรอย
เมย์ลดปืนลง หอบหายใจเบาๆ เธอมองดูร่างของศัตรูที่สิ้นลมหายใจ ความรู้สึกขยะแขยงในใจมลายหายไป เหลือเพียงความสะใจและความพร้อมที่จะบุกตะลุยเข้าไปฉีกกระชากรังของนางมาร
"ด่านหน้าเคลียร์... เคลื่อนพลเข้าสู่เป้าหมายหลัก! ล็อกเป้าหมาย ห้องเมนเฟรม!" วุฒิส่งสัญญาณมือให้ลูกทีมบุกทะลวงผ่านประตูรั้วเหล็กที่ถูกเปิดแง้มไว้
การบุกจู่โจมสายฟ้าแลบได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ด้วยการซัพพอร์ตคลื่นความถี่จากรถโมบายล์ของรินและดร.น้ำฟ้า ผนวกกับเกราะป้องกันแอนตี้รัสต์ V2 ที่สวมใส่อยู่ ทีมตำรวจหน่วยรบพิเศษได้เปลี่ยนสถานะจาก 'เหยื่ออันโอชะ' กลายเป็น 'ผู้ล่ามัจจุราช' อย่างสมบูรณ์แบบ ค่ำคืนนี้... กองกำลังของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์พร้อมที่จะถล่มวิลล่ารังลับของนางมารร้ายรัชชาให้ราบเป็นหน้ากลอง และไม่มีใครหน้าไหนจะหยุดยั้งพวกเขาได้อีกต่อไป!