
อิงธารรู้จักกับพิณทองั้แ่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยด้วยกันจะเรียกได้ว่าถูกชะตากันก็ไม่ผิดนักเพราะเพียงแรกเห็นเธอก็รู้สึกเอ็นดูเพื่อนสาวคนนี้อย่างบอกไม่ถูกทั้งคู่จึงกลายเป็เพื่อนสนิทกันมาั้แ่ตอนนั้นและเมื่ออิงธารเริ่มมีงานเดินแบบเข้ามาพิณทองก็อาสาเป็ผู้ติดตามไปเป็เพื่อนในทุกๆ ที่ที่เธอไปทำงานเพื่อความอุ่นใจและปลอดภัยจากอะไรก็ตามที่แวดล้อมอยู่ในวงการมายาของประเทศไทย
จากนั้นทุกคนในวงการก็เลยเข้าใจว่าพิณทองเป็ผู้จัดการส่วนตัวของเธอเพื่อนสาวของเธอจึงตกกระไดพลอยโจนกลายเป็ผู้จัดการขึ้นมาจริงๆ ซึ่งพิณทองเองก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรแม้ว่าฐานะทางบ้านจะร่ำรวยจนถึงขั้นไม่ต้องทำมาหากินอะไรเลยก็ได้แต่เพื่อนของเธอกลับรู้สึกสนุกที่ได้ทำโน่นทำนี่ให้เธอไม่ว่าจะเป็การจัดคิวติดต่องานหรือแม้กระทั่งคัดสรรหนุ่มๆ มาเป็คู่ควงโปรโมตงานให้เธอ
“เอาเถอะมันก็แค่ฝัน” พิณทองปลอบ“อีกอย่างงานถ่ายแบบก็เสร็จไปั้แ่เมื่อวานแล้ววันนี้เราคงได้ไปจากที่นี่กันแล้วเธออาจจะไม่ฝันร้ายอีกก็ได้”
“มีคิวงานที่ไหนอีกหรือเปล่า” อิงธารเอ่ยขึ้นลอยๆ ก่อนจะผละออกจากอกเพื่อนมานั่งพิงหัวเตียงอย่างอ่อนล้า
“ทำไมมีอะไรหรือเปล่า” พิณทองขมวดคิ้วมองเธอ“เสียงเธอดูเหนื่อยๆ ”
“ไม่รู้สิ” หญิงสาวก้มหน้าแล้วถอนหายใจยาว
“ถ้าเหนื่อยละก็ฉันมีข่าวดีจะบอก” พิณทองเอ่ยยิ้มๆ
อิงธารเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนสาวมีรอยยิ้มฉาบฉายบนใบหน้ากลมและขาวใสอย่างสาวเหนือของพิณทอง“ข่าวดีอะไร”
“ก็เธอจะไม่มีงานทำไปอีกตั้งหนึ่งอาทิตย์ไงล่ะ”
“ไม่มีงานทำเนี่ยอะนะข่าวดี” อิงธารขมวดคิ้ว
“ก็ฉันเห็นเธอเหนื่อยนี่นา” พิณทองวางมือลงบนไหล่ของอิงธาร“แล้วอีกอย่างไหนๆ เราก็มากันถึงจังหวัดน่านแล้วฉันก็เลยว่าจะพาเธอไปเที่ยวที่รีสอร์ตของฉันไปพักผ่อนกันสักอาทิตย์แล้วค่อยกลับไปลุยงานกันใหม่...ดีไหม”
“จริงสิเธอเป็คนจังหวัดน่านนี่นา” อิงธารเอ่ยอย่างนึกขึ้นได้
“เพราะงี้ไงฉันถึงได้เคลียร์คิวให้เธอจนว่างไปถึงอาทิตย์หน้าเชียวนะ”
หญิงสาวยิ้มอย่างรู้ทัน“นี่...ที่ทำเนี่ยหวังดีกับฉันอยากจะให้ฉันพักผ่อนหรือว่าอยากจะกลับบ้านไปเยี่ยมแม่กันจ๊ะ”
พิณทองยิ้มแฉ่ง“แหม...ก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ”
“ย่ะ” เธอเดาะนิ้วใส่จมูกเพื่อนสาว“แต่ก็ดีเหมือนกันเนอะั้แ่รู้จักกับเธอมาเนี่ยฉันยังไม่เคยมาเที่ยวบ้านของเธอเลยได้ยินว่าเป็รีสอร์ตหรูทีเดียวไม่ใช่เหรอ”
“อือฮึ” ผู้จัดการสาวพยักหน้า“มันเคยเป็คุ้มเก่าน่ะเ้าคุณทวดท่านเคยเป็ขุนนางผู้ใหญ่ของเข้ามหาพรหมสุรธาดาเ้าผู้ครองนครน่านในสมัยก่อนแต่เมื่อท่านถึงแก่พิราลัยไปตำแหน่งเ้าผู้ครองนครก็ถูกยุบเลิกไปเ้าคุณทวดก็เลยออกจากราชการเพราะท่านเองก็ชราภาพมากแล้วคุ้มของเ้าคุณทวดก็เลยเป็มรดกตกทอดมาจนถึงคุณพ่อของฉันท่านเห็นว่าคุ้มนั้นมีพื้นที่กว้างใหญ่และตัวเรือนใหญ่ก็มีห้องหับมากมายก็เลยดัดแปลงมาทำรีสอร์ตเสียเลยเป็การสร้างรายได้อีกทางหนึ่ง”
“แหม...พูดเสียงจนชักจะอยากเห็นเสียแล้วสิ” อิงธารเอ่ยพร้อมดวงตาเป็ประกาย
“ย่ะ” พิณทองหยิกแก้มป่องๆ ของเพื่อนสาวอย่างเอ็นดูเหมือนที่เคยทำเป็ประจำ“ถ้าอย่างนั้นก็ไปอาบน้ำเถอะพี่ชายฉันมารออยู่ข้างล่างแล้ว”
“ไม่ยักรู้ว่าเธอมีพี่ชายกับเขาด้วย”
“อืม...” พิณทองลอยหน้าเหมือนไม่ใส่ใจจะตอบแต่ก็อธิบายออกมาตามนิสัยคนช่างพูด“คนละแม่น่ะฉันไม่ค่อยชอบหรอกนะเขาชอบทำตัวแปลกๆ หมกอยู่แต่ในรีสอร์ตบางทีก็หายเข้าป่าไปเป็วันๆ เลยไม่อยากพูดถึงเท่าไหร่”
“เหรอ” อิงธารเลิกคิ้วอย่างงุนงงเื่นี้มันเป็เื่ประหลาดมากที่เธอเพิ่งรู้เพราะพิณทองนั้นไม่ใช่คนที่เก็บความลับเก่งอะไรเลยแต่ตลอดเวลาที่คบกันมาเธอกลับไม่เคยพูดถึงพี่ชายคนนี้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
“ไม่ต้องทำหน้ามีความหวังขนาดนั้น” พิณทองแขวะใส่อย่างเข้าใจผิด“ตานี่น่ะห่างไกลกับคำว่าหล่อกันคนละโลกเลย”
“ฉันยังไม่ได้บอกเลยว่าสนใจรีบไปอาบน้ำได้แล้วเดี๋ยวจะได้เดินทางไปรีสอร์ตกัน”
“ย่ะ” หญิงสาวตอบก่อนจะลุกเดินเข้าห้องน้ำไป
เมื่อมาถึงกระจกในห้องน้ำอิงธารก็ต้องเบิกตากว้างและรีบชะโงกเข้าใกล้เงาสะท้อนตัวเองให้มากที่สุดสายตาจ้องไปยังลำคอขาวนวลที่ตอนนี้มีรอยช้ำเป็รูปนิ้วมือประทับอยู่โดยรอบหญิงสาวยกมือขึ้นลูบไล้รอยนั้นเธอรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านออกมามันเป็ความร้อนราวกับเปลวเพลิงในนรกก็ไม่ผิดเลยทีเดียว
อิงธารผงะถอยออกกะพริบตาถี่ๆ พร้อมกับใช้มือขยี้ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งแล้วพบว่าตอนนี้รอยมือนั้นได้อันตรธานหายไปแล้วลำคอของเธอกลับมาเรียบเนียนไร้รอยด่างดังเดิมได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจเหลือเกิน
“นี่มันอะไรกัน” อิงธารรำพึงก่อนที่ใบหน้าของเทพบุตรสุดหล่อจะผุดขึ้นในสมองของเธออีกครั้งเขาทำเอาเธอนึกถึงภาพความฝันขึ้นมาอีกครั้งความฝันที่น่าหวาดหวั่นและช่างเหมือนจริงเสียเหลือเกิน
“สหเทพ” หญิงสาวเพ้อออกมา“เขาเป็ใครกันนะ”
