
บทที่ 59 — การทดลองเตาไฟไร้ควัน
ด้านหลังจวนหอธารา มีลานว่างที่เชื่อมกับโรงครัวเล็กซึ่งสร้างแยกไว้เพื่อกันไฟไหม้ วันนี้กลับไม่มีกลิ่นอาหาร แต่เต็มไปด้วยกองอิฐ ดินเหนียว และไม้ซุง เพราะหลิวหานกำลังจะทดลองสิ่งประดิษฐ์ใหม่
เขากางแบบร่างบนโต๊ะไม้ ลากเส้นไปมาด้วยถ่านไม้ พลางพึมพำกับตัวเอง
“หลักการง่าย ๆ คือ ให้อากาศเข้าได้สะดวก ไฟจะลุกแรงขึ้น ควันถูกบังคับให้ออกทางปล่องสูง… ถ้าทำสำเร็จ จะได้เตาที่ร้อนเร็ว ใช้ฟืนน้อย และไม่มีควันรมคนทำอาหาร”
อาเหมยในชุดขาวยืนกอดอก ฟังพลางตาโต
“ถ้าสำเร็จจริง แม่ครัวทั้งเมืองจะต้องมากราบขอบคุณพี่แน่! ข้าจะเป็นคนเก็บค่ากราบเอง ฮ่า ๆ”
ซูไป๋ยืนพิงเสาไม้ ขมวดคิ้ว “ข้าว่ามันเหมือนเจ้าจะสร้างโอ่งใหญ่มากกว่าจะทำเตา”
หลิวหานเพียงยิ้ม ไม่ตอบโต้
การสร้างครั้งแรก
เขาให้ช่างก่อเตาเป็นรูปทรงกลมเตี้ย ๆ จากอิฐผสมดินเหนียว เจาะช่องใส่ฟืนด้านหน้า และทำปล่องท่อดินเผาสูงเกือบสองเท่าตัวคน
เมื่อเตาสำเร็จ อาเหมยเป็นคนยกฟืนใส่เองอย่างกระตือรือร้น
“คราวนี้ข้าจะเป็นพยานเอง ว่าไร้ควันจริงหรือไม่!”
หลิวหานจุดไฟ เปลวลุกพรึ่บ…แต่ควันกลับฟุ้งกระจายเต็มลานจนตาแสบ
“แค่ก! แค่ก!” อาเหมยโบกมือปัดควัน น้ำตาไหลพราก “นี่หรือไร้ควัน!?”
ซูไป๋ไอจนหน้าแดง แต่ยังหาเรื่องแขวะ “ข้าว่าเจ้าเอาไว้รมปลาเค็มน่าจะเหมาะกว่า”
หลิวหานกลับหัวเราะเบา ๆ พลางมองปล่องควัน
“ปล่องยังสั้นไป ช่องลมด้านล่างเล็กเกินไป…ต้องปรับใหม่”
การปรับปรุง
วันรุ่งขึ้น เขาให้คนงานเสริมปล่องสูงขึ้น และขยายช่องลมให้กว้างกว่าเดิม ก่อนลองจุดไฟอีกครั้ง
ครั้งนี้เปลวไฟพวยพุ่งขึ้นแรง น้ำในหม้อเดือดปุด ๆ รวดเร็ว และควันถูกดูดหายขึ้นปล่อง เหลือเพียงไอร้อนบางเบาเท่านั้น
อาเหมยยืนจ้องตาโต ยกมือปรบฉาดใหญ่
“สำเร็จแล้ว! คราวนี้แม้แต่ข้าก็ยังอยากยกเตานี้กลับบ้าน!”
ซูไป๋ยังคงสีหน้าเรียบ แต่พยักหน้าช้า ๆ “ครั้งนี้…เจ้าทำได้จริง”
ขณะนั้น อวี้หานในชุดแดงเดินเข้ามา เธอยื่นมืออังความร้อนจากเตาแล้วพยักหน้าเบา ๆ
“ไม่ใช่เพียงของชาวบ้าน…เตานี้ หากนำเข้าไปในกองทัพ จะช่วยให้หุงหาอาหารได้รวดเร็ว และไม่เปิดเผยตำแหน่งค่ายด้วยควันไฟ”
หลิวหานยิ้มบาง ดวงตาเป็นประกาย
“เช่นนั้น เดือนหน้า…เราจะเปิดตัวเตาไฟไร้ควันของหอธารา”