หลังจากเื่อุบาทว์อัปรีย์ที่เ้าสองทำกับมารดาทรงโตของมันในห้องน้ำ หนึ่งก็ไม่มองหน้า ไม่พูดคุยอย่างสนุกสนานเหมือนก่อนหน้าที่เป็ เธอบอกสั้น ๆ แค่เพียงว่า ‘พรุ่งนี้จะรีบซื้อของฝากจากนั้นก็ตรงกับกรุงเทพทันที’ เ้าสองที่เป็จำเลยในข้อหาหื่นกาม และพยายามจะซั่มแม่ตัวเองก็ได้แค่ตอบ ‘ครับ’ สั้น ๆ คำเดียวเพราะถึงอยากอ้อนให้อยู่เที่ยวต่อก็คงไร้ความหมาย
สองแม่ลูกนอนหันหลังให้กันจนถึงรุ่งเช้า เ้าสองตื่นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใสเพราะอากาศที่ทะเลตอนนี้ดีสุด ๆ ทว่า...หนึ่งกลับไม่รู้สึกแบบนั้น ผู้เป็มารดาทำหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึก ซึ่งดูเผิน ๆ ก็เหมือนจะไม่มีอะไร แต่เ้าสองรู้อยู่เต็มอกว่าแม่ของมันกำลังโกรธสุด เวลานี้ถ้าไปสะกิดโดนนิดเดียว หนึ่งคงไม่อะไรจากูเาไฟที่ะเิออกมาอย่างรุนแรง เ้าสองจึงเลือกที่จะเงียบ
จากนั้นสองแม่ลูกก็เก็บข้าวเก็บของออกจากที่พัก และตรงไปที่ตลาดเพื่อซื้อของฝาก เวลานี้คงเป็เวลาเดียวกระมังที่หนึ่งสามารถเผยรอยยิ้มออกมาได้ ซึ่งมันไม่ใช่รอยยิ้มสำหรับเ้าสองแม้แต่น้อย หน้าที่มันในเวลานี่คือ ถือของ เดินตามแม่เงียบ ๆ ห้ามพูด ห้ามถามอะไรทั้งสิ้น แม้นเ้าสองจะไม่ชอบแต่มันก็ต้องยอมรับสภาพ ก็ใครใช้ให้มันเงี่ยมว้อยยย เงี่ยมจริง ๆ จนกล้าเข้าทำอะไรวิปริตแบบนั้นกับแม่ตัวเองกันเล่า
หนึ่งเดินดู เดินซื้อของฝากอย่างสบายอกสบายใจ คล้ายกับยามนี้เธอมาเที่ยวคนเดียวโดยไม่มีลูกชายมาด้วย เป็แบบนั้นอยู่นานทีเดียว ก่อนที่เธอจะมานั่งพักอยู่บนม้านั่งตัวยาวพร้อมกับข้าวของที่ซื้อมาหลายถุง ตอนนั้นเป็เวลาบ่าย ๆ อากาศค่อนข้างร้อนอบอ้าวทีเดียว เ้าสองกระหายน้ำ มันเลยคิดจะไปซื้อน้ำมาดื่ม และดูท่าทางหนึ่งก็คงจะรู้สึกเช่นกัน ทว่า...จะให้มันเอ่ยปากถามยังไงดี? เ้าสองนิ่งงันอยู่สักพักก่อนจะตัดสินพูดออกมา
“สองคอแห้งหิวน้ำ ขอสองไปซื้อน้ำก่อนนะครับ แม่จะเอาน้ำอะไรไหม? เดี๋ยวสองซื้อมาเผื่อ....” สิ้นประโยคคำถามของบุตรชายสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือความเงียบ ไร้คำตอบของผู้เป็มารดา เธอใช้มือข้างหนึ่งขึ้นมาสะบัดไปมาเพื่อคลายร้อน ส่วนสายตานั้นก็มองกวาดไปทางอื่น คล้ายไม่ได้ยินสิ่งที่ลูกชายของเธอถามเมื่อครู่ เ้าสองเห็นแบบนั้นมันก็ลุกจากม้านั่ง และเดินไปซื้อน้ำด้วยท่าทางหดหู่
“ไม่น่าเงี่ยนจัด จนเข้าไปทำแบบนั้นกับแม่เลยเรา อีแบบนี้แม่คงโกรธเราไปอีกนานแน่ ๆ” เ้าสองคอตกบ่นพึมพำขณะกวาดตามองหาร้านขายน้ำ ทว่า...บริเวณนี้กลับมีแต่ร้านขายเสื้อผ้ากับร้านขายของที่ระลึก มันจึงต้องเดินต่อไปเรื่อย ๆ นอกจากจะไม่เจอร้านขายน้ำ นักท่องเที่ยวทั้งคนไทย ทั้งคนต่างชาติก็ไม่น้อยเลยทำให้เดินช้าหนักขึ้นไปอีก ครั้นจะให้เดินกลับมาไปหนึ่งก็เท่ากับเสียเวลาเปล่า ยามนี้มันทั้งร้อน ทั้งกระหายน้ำสุด ๆ อย่างไรเสียก็ต้องไม่กลับไปมือเปล่า
“เอ๋? อยู่ไหนกันนะ... อ่ะ! นั้นไง เจอสักที” เ้าสองเบิกตากว้างด้วยความดีใจสุดขีดเพราะในที่สุดมันก็พบร้านขายเครื่องดื่มแล้ว แถมใกล้ ๆ ยังมีร้านขายพวกลูกชิ้นกับของทอดด้วย เหมาะเจาะพอดี เ้าพลันพุ่งเข้าซื้อน้ำ ซื้อของทานเล่น ก่อนจะเดินไปกินไป และตรงกลับมาหามารดาที่นั่งรออยู่ เ้าสองพอจะเดาได้เลยว่าตอนนี้หนึ่งคงหน้างอเป็ม้าหมากรุกเรียบร้อย เพราะมันหายมาซื้อน้ำนานโข แต่เ้าสองก็คิดไปคิดมาว่า คงไม่เป็ไรหรอกเพราะหนึ่งแม่มันกำลังโกรธเื่คดีเก่าอยู่จะโกรธเพิ่มผลก็คงไม่ต่างกัน พอคิดได้แบบนั้นมันก็สบายใจขึ้นนิดหน่อย ก่อนจะเดินกลับมาหาหนึ่งต่อ
ทว่า....พอเดินเกือบจะถึงที่ม้านั่งที่หนึ่งรออยู่ เ้าสองก็ต้องยื่นตัวแข็งทื่อ ตาเบิกกว้าง แก้วน้ำที่ซื้อมาหลุดมือหกรดพื้นจนนองไปหมด
“จะ...จะทำอะไรชั้นปล่อยนะ!! จะพาชั้นไปไหน ไม่ไปทั้งนั้น ชั้นรอลูกชายอยู่ ถ้าไม่ปล่อยชั้นจะร้องเรียกให้คนช่วยจริง ๆ ด้วย”
“อย่าเล่นตัวน่าคนสวย ดูจากการแต่งตัวกับ....ไอ้เต้าขาว ๆ ที่ล้นทะลักออกมานอกเสื้อก็รู้แล้วว่าเธอทำงานอะไร ไปสนุกกับพวกผมสักชั่วโมงสองชั่วโมงน่า จะจ่ายให้อย่างงามเลย”
“อะ...ไอ้บ้า!! ชั้นไม่ได้ทำงานแบบนั้นนะ!! ปล่อยนะไม่งั้นชั้นจะร้องเรียกคนให้มาช่วยจริง ๆ ด้วย”
“เอาเลยพี่สาวคนสวยร้องเลย ร้องดัง ๆ กูก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่าใครมันจะมาเสือกเื่ของ บอยสัตหีบ ลูกชายคนเล็กของนายตำรวจใหญ่แห่งเมืองชลบุรี มามะพี่สาวนมโต มาสนุกกันเถอะอย่าเล่นตัวนักเลย หรืออยากจะให้กำลัง....”
ยามนั้นหนึ่งหวาดกลัวสุดขีดเพราะโดนวัยรุ่นสามคนกำลังลวนลาม และพยายามจะพาไปทำมิดีมิร้าย แถมมันยังอ้างตัวว่ามีพ่อเป็นายตำรวจใหญ่คุมแถวนี้อีก เจอแบบนี้ใครจะกล้าเข้ามายุ่งกัน ยกเว้น....
“ปล่อยแม่กูนะไอ้เหี้ย!!!”
สองที่โกรธจัดพลันพุ่งเข้าไปหา วัยรุ่นที่ชื่อ บอย ก่อนจะเกิดการตะลุมบอนกันอย่างดุเดือด ตอนแรกพวกของไอ้บอยอีกสองคนก็ทั้งใ ทั้งงุนงงว่า คนที่พุ่งเข้ามาเป็ใคร แต่พอตั้งสติได้พวกมันก็พากันเข้ามารุมกระทืบเ้าสองอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน หนึ่งที่เห็นลูกชายโดยทำร้ายก็จะเข้ามาช่วย แต่ก็โดนผลักกระเด็น เห็นการณ์เป็แบบนั้นชั่วอึดใจเดียว ก่อนจะมีคนหลายคนเข้ามาช่วย พร้อมกับะโว่า ตำรวจมา พวกของไอ้บอยกับตัวมันจึงรีบวิ่งหนีไปอย่างไม่คิดชีวิต นี่ก็แสดงว่าสิ่งที่มันบอกกับหนึ่งเมื่อครู่เป็เื่โกหกทั้งหมด...
หลังจากเื่ชุลมุนวุ่นวายจบลง ภาพต่อมาที่เห็นก็คือ เ้าสองในสภาพสะบักสะบอมนอนกองอยู่กับพื้นปูน หัวแตกเือาบ ปากมีเืไหลออกมา ตามเนื้อตามตัวมีแต่รอยฟกช้ำเต็มไปหมด หนึ่งถึงกับทรุดเข่าลงกับพื้น นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะร้องไห้ออกมาแทบขาดใจ นั้นคือสิ่งสุดท้ายที่เ้าสองเห็น และจำได้ ก่อนที่ทุกอย่างรอบตัวของมันจะพลันมืดลง....
....
“ผมต้องขอโทษคุณผู้หญิงด้วยนะครับกับเื่ที่เกิดขึ้น เป็เพราะผมอบรมสั่งสอนลูกไม่ดีเอง มันถึงชอบมาก่อเื่วุ่นวายสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่น”
ภาพของชายคนหนึ่งในเครื่องแบบตำรวจเต็มยศกำลังโค้งตัว ก้มศีรษะขอโทษหนึ่งด้วยท่าทางที่รู้สึกผิดจริง ๆ ซึ่งเขาก็คือนายตำรวจยศใหญ่ผู้เป็พ่อที่เ้าบอยอ้างถึงนั้นเอง เ้าบอยมีพ่อเป็ตำรวจจริง ทว่า...เป็ตำรวจน้ำดี ซื่อสัตย์ และไม่เห็นแก่คนในครอบครัวแม้ว่าจะทำผิดก็ตาม ซึ่งนับว่าเป็โชคดีของสองแม่ลูกจริง ๆ
“ถ้าคุณสำนึกผิดชั้นก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ เห็นแบบนี้ก็เบาใจได้เยอะว่าคุณคงจะไม่ช่วยลูกชายที่ทำผิดแน่ ๆ”
“ขอบคุณครับ เื่คดีไม่ต้องห่วงนะครับผมจะจัดการอย่างเป็ธรรมแน่นอน เื่ค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ต้องห่วงผมขอรับผิดชอบทุกอย่างเพื่อเป็การไถ่โทษในสิ่งที่ลูกชายผมก่อขึ้น”
“ถ้างั้นก็ตามนั้นค่ะ งั้นดิชั้นขอตัวไปดูลูกชายก่อนนะคะ” สองคนร่ำลากันก่อนจะแยกย้าย นายตำรวจพ่อของเข้าบอยไปตามจับลูกชายคนเล็กของเขามารับโทษ ส่วนหนึ่งก็เข้าห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลเพื่อไปดูเ้าสอง ยามนั้นมันนอนอยู่บนเตียงโดยมีผ้าปิดแผลแปะทับอยู่บนร่างกายเต็มไปหมด ส่วนศีรษะก็มีผ้าพันแผลผันไว้
หนึ่งนั่งเฝ้ามันอย่างใกล้ชิดอยู่นานจนในที่สุดเ้าสองก็ลืมตา และรู้สึกตัวตื่น
“สองเป็ไงบ้างลูก!! เจ็บตรงบ้าง!!” หนึ่งพลันเอ่ยถามลูกชายของเธอด้วยเป็ห่วงทันทีที่เห็นเ้าสองลืมตาตื่น
“ทะ...ทะ...ที่นี่คือ?”
“ที่นี่คือโรงพยาบาลไงลูก สองจำได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ระ...โรงพยาบาลงั้นเหรอ? แล้วผมมาอยู่ที่ได้ยังไง? ไม่สิ...คุณ...คุณเป็ใครกันครับ...?” สิ่งที่เปล่งออกมาจากปากของเ้าสอง ทำเอาหนึ่งเบิกตากว้างด้วยความใสุดชีวิต คำแรกที่ผุดเข้ามาในหัวของเธอก็คือ ‘ความจำเสื่อม’ นี่สองลูกชายของเธอถูกทำร้ายจนสมองกระทบกระเทือนก็เลยความจำเสื่อม จำเธอผู้เป็แม่ไม่ได้งั้นเหรอ.... ไม่จริงน่า
“สะ...สองนี้ลูกจำแม่ไม่ได้เหรอ นี่แม่ของลูกไง นึกดูดี ๆ สิสอง”
“แม่เหรอครับ? คุณเป็แม่ผมเหรอครับ? ทำไมผมถึง... โอยยยยย...ยยย!!” เ้าสองพยายามจะนึกให้ออกแต่แล้ว ความเ็ปก็แล่นปราดสู่สมองของมันจนร้องออกมาเสียงดังลั่นห้องพักฟื้น
“คิดไม่ออกก็ไม่เป็ไรลูก ใจเย็น ๆ เดี๋ยวก็นึกออก” หนึ่งพยายามปลอบใจเ้าสอง ก่อนที่มันจะหยุดใช้ความคิด ยามนี้หนึ่ง หญิงสาวผู้เป็มารดารู้สึกใจคอไม่ดีเป็อย่างมาก เธอกับลูกตั้งใจจะมาเที่ยวพักผ่อนกันแท้ ๆ แต่ก็ดันเกิดเื่ไม่คาดฝันร้ายแรงขึ้นซะได้ แล้วแบบนี้เธอจะทำยังไงต่อดีล่ะเนี่ย....
จบตอน