เซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์

    ตอนที่ 57 ออกเดินทาง 2

    "มัง..กร...มังกรขาวที่มีระดับเหนือกว่าระดับเซียนหรือว่าจะเป็น.... เป็นไปไม่ได้ต้องไม่ใช่แน่ๆ" จางหมิงพูดออกมาอย่างติดๆขัดๆราวกับมันรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับมังกรขาวบรรพกาล เมื่อเห็นจางหมิงมีอาการเช่นนี้เทียนอี้ก็อดที่จะแปลกใจไปไม่ได้จึงได้ถามออกไปเพื่อไขข้อข้องใจ "ผู้เฒ่าอาวุโสจางหมิงดูจากท่าทางของท่านแล้วหรือว่าท่านจะรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับมังกรขาวตัวนี้" จางหมิงนำเกล็ดมังกรขาวออกมาแล้วถือไว้อย่างระมัดระวังด้วยสองมือของมัน ก่อนจะเริ่มเล่าในสิ่งที่มันรู้ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคารพและเทิดทูน "เรื่องนี้เป็นเรื่องราวที่มีการจดบันทึกไว้ในตำราเก่าแก่หลายๆเล่มของทวีปตะวันออก เรื่องราวทั้งหมดที่ถูกบันทึกไว้หลงเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น มังกรขาวตนนั้นมีชื่อเรียกว่ามังกรขาวบรรพกาลไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของมัน แต่จากบันทึกเก่าแก่ที่หลงเหลืออยู่บางเล่มบอกไว้ว่ามังกรตนนี้นั้นมีความแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนระดับครึ่งเซียนมากมายนัก เพียงมันโจมตีเบาๆระดับเซียนก็ต้องตกตาย มีบางบันทึกบอกไว้เช่นกันว่ามังกรขาวบรรพกาลตนนี่แหล่ะที่เป็นผู้สอนวรยุทธ์ต่างๆให้กับผู้ก่อตั้งราชวงศ์วารีสวรรค์ เป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่และได้รับการเคารพบูชาอย่างยิ่งจากทวีปตะวันออกและหลายๆสถานที่ แต่ว่าเมื่อราวๆหมื่นๆปีก่อนอยู่ดีๆมังกรขาวบรรพกาลได้กลับหายไปเฉยๆ" จางหมิงมองไปที่เกล็ดมังกรราวกับมันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนจะพูดเสริม "เคยมีครั้งหนึ่งที่วิหารแห่งแสงในทวีปศักดิ์สิทธิ์มังกรขาวเคยมอบเกล็ดให้ผู้นำวาหารแห่งแสงชิ้นหนึ่ง และเกล็ดชิ้นนั้นในภายหลังก็ถูกสร้างเป็นเกราะขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ว่ากันว่าเกราะชิ้นนี้แม้แต่อาวุธเซียนก็ไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนให้มันได้ถึงแม้จะผ่านเวลามาหลายหมื่นปีแล้วก็ตาม แต่เกราะชิ้นนี้ก็ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์และยังกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของวิหารแห่งแสงมาจนถึงปัจจุบัน ที่ข้ารู้ก็มีเพียงเท่านี้" เมื่อเทียนอี้ได้ยินเรื่องเล่าของจางหมิงแล้วเขาก็แปลกใจเล็กน้อย มังกรขาวบรรพกาลเคยได้พูดให้เขาฟังครั้งหนึ่งแล้วว่าตัวมันนั้นคอยปกป้องมนุษย์อยู่ในโลกใบนี้ บางครั้งก็ออกมาสอนวรยุทธ์ให้กับมนุษย์บ้าง แต่เทียนอี้ก็คิดไม่ถึงว่าคนผู้หนึ่งที่มังกรขาวบรรพกาลเคยสอนจะเป็นถึงบรรพบุรุษของราชวงศ์วารีสวรรค์และยังมีเรื่องของวิหารแห่งแสงอีก  เทียนอี้คิดว่าบางทีเขาคงต้องลองไปที่วิหารแห่งแสงดูสักครั้งเผื่อว่าจะได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพวกมารที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์เมื่อหมื่นปีก่อนบ้าง สุดท้ายเทียนอี้ก็ปัดเรื่องนี้ออกจากสมองไปก่อน เพราะที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาตอนนี้คือการเดินทางไปสุสานเทพกระบี่เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเองให้เร็วที่สุด "เรื่องนั้นชั่งมันก่อนเถอะแต่ของเหล่านี้ข้าฝากให้ท่านนำไปจัดการตามสมควรด้วยโดยเฉพาะของสองสิ่งนั้น   ส่วนข้าคิดว่าการเดินทางครั้งนี้คงใช้เวลานานพอสมควรอาจจะ 2-3 ปีเป็นอย่างน้อย และตลอดการเดินทางข้าจะส่งข่าวมาเป็นระยะๆเพราะฉะนั้นพวกท่านไม่ต้องเป็นกังวล"       เทียนอี้พูดด้วยท่าทางสบายๆเหมือนเรื่องทั้งหมดไม่มีอะไรต้องกังวล สำหรับซุยหงและเหม่ยลี่บทสนทนาของเทียนอี้และจางหมิงนั้นพวกเขาสองคนไม่ใส่ใจมากนัก  แต่ที่ทำให้เขาตกใจไปครู่หนึ่งก็คือของสองชิ้นนั้นที่เทียนอี้มอบให้กับทางหอการค้าหมื่นธารา  ซุยหงที่เคยคิดว่าเทียนอี้นั้นไม่ธรรมดานั้นตอนนี้เขาต้องกลับมาคิดใหม่อีกครั้ง เพราะชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขาตอนนี้นั้นเกินกว่าคำว่าธรรมดาไปมากขึ้นไปอีก  สุดท้ายแล้วเขาทำได้เพียงคิดว่านับจากนี้ไปต่อให้เทียนอี้จะทำอะไร หรือนำอะไรออกมาอีกเขาจะไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย        คุยกันอีกเล็กน้อยจางหมิงก็ออกจากห้องของซุยหงไป  ก่อนที่จะเหินขึ้นฟ้าตรงไปที่หอการค้าหมื่นธาราสาขาหลักที่ตั้งอยู่ที่เมืองธาราสวรรค์ทันที เพราะสิ่งที่เทียนอี้มอบให้ในวันนี้นั้นสำคัญมากจริงๆต่อพวกเขามันคือสิ่งที่จะใช้ชี้วัดความสงบสุขของทวีปตะวันออกในอนาคตเลยก็ว่าได้  และจางหมิงไม่สามารถให้ใครรู้ได้ว่ามีของสิ่งนี้อยู่ในตอนนี้  มันคือความลับขั้นสูงสุดที่แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตเขาก็จะต้องปกป้องมันเอาไว้ให้ได้        ทางฝั่งของเทียนอี้เมื่อจางหมิงออกไปแล้วเทียนอี้ก็เริ่มพูดคุยถึงรายระเอียดในการเดินทางต่อทันที เทียนอี้ต้องปรับแผนการเดินทางใหม่ทั้งหมดจากเดิมที่ต้องรีบเดินทางไปให้ถึงสุดปลายทวีปเหนือให้เร็วที่สุด ตอนนี้เทียนอี้เปลี่ยนมาเป็นการเดินทางแบบการเดินทางไปเลื่อยๆ เพราะในช่วง 1-2 ปีนี้เทียนอี้จะไม่สามารถใช้พลังได้อย่างเต็มที่ และยังไม่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้ในช่วงนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เส้นลมปราณที่ได้รับมาตอนฝืนทะลวงขั้นพลังโดยใช้พลังของค่ายกล "เราจะออกเดินทางในวันพรุ่งนี้เช้า เราจะใช้เส้นทางที่ตัดผ่านป่าอสูรและแวะตามเมืองต่างๆที่อยู่ระหว่างทาง ข้าคาดว่าน่าจะใช้เวลาในการเดินทางราวๆ 1 ปีกว่าจะถึงจุดหมายที่ทวีปเหนือ ระหว่างการเดินทางข้าต้องขอรบกวนพี่หงช่วยปกปิดพลังของท่านไว้ในขอบเขตนภาด้วย และข้าอยากให้ท่านลงมือในตอนที่เข้าตาจนจริงๆหรือตอนที่ข้าสั่งเท่านั้น" เทียนอี้พูดกับซุยหงด้วยท่าทางที่จริงจังเป็นอย่างมา       ซุยหงพยักหน้าเป็นการบ่งบอกว่าเขาเข้าใจแล้ว สำหรับซุยหงนั้นเขาทราบดีว่าเทียนอี้นั้นต้องมีเหตุผลของตนเองในการทำเช่นนี้อย่างแน่นอน และเขาก็มองออกว่าพลังของเทียนอี้ตอนนี้นั้นแม้จะอยู่ในขอบเขตที่สูงมากแล้ว แต่ยังคงขาดในเรื่องของพื้นฐานและความมั่นคงของพลัง และต้องใช้เวลาในการปรับพื้นฐานอีกมาก เพราะซุยหงมองเห็นว่าพลังที่แผ่ออกมารอบๆตัวของเทียนอี้ตอนนี้นั้นแม้ว่าจะรุนแรงกว่าปกติมาก แต่กลับเหมือนเปลวไฟที่ปลิวไปมาตามกระแสลมไม่มีความมั่นคงแม่แต่น้อย         หลังจากคุยเรื่องรายระเอียดกันอีกเล็กน้อยแล้วเทียนอี้ก็เดินออกจากห้องไป  และเดินตรงไปที่หอการค้าหมื่นธาราทันที เพื่อไปหาผู้ดูแลหอการค้าเพื่อจัดเตรียมของอีกหลายๆอย่างสำหรับการเดินทางในครั้งนี้  และได้ฝากคำภีร์วรยุทธ์ระดับสูงอีกสามเล่มไว้ให้กับเหลียงตงและพวก เทียนอี้รู้สึกว่าทั้งสามคนเป็นคนที่มีนิสัยไม่เลวจึงอยากให้ทั้งสามคนนี้แข็งแกร่งขึ้นและเป็นคอยกำลังสำคัญของเมืองฟ้าคำรณแห่งนี้ในอนาคต หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วเทียนอี้ก็กลับไปพักผ่อนทันที          ภายในถ้ำแห่งหนึ่งในป่าที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองฟ้าคำรณมากนักมีชายสองคนกำลังคุยกันอยู่ คนหนึ่งเป็นชายร่างผอมที่อยู่ในชุดคลุมสีดำสนิทที่ด้านหลังของผ้าคลุมนั้นปักสัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงห้าสีที่แตกต่างกันเอาไว้  สัญลักษณ์รูปเปลวเพลิงห้าสีนี้เป็นสัญลักษณ์ของนิกายเพลิงเบญจพิษที่เป็นหนึ่งในลัทธิมารที่ได้กระจายตัวอยู่ทั่วโลก  ส่วนชายอีกคนนั้นถ้าดูจากชุดแล้วจะเห็นได้ว่าเป็นศิษย์คนหนึ่งของสำนักเพลิงผลาญ ชายในผ้าคลุมดำได้พูดออกมาด้วยเสียงที่แหบแห้งน่ากลัว "เจ้าแน่ใจใช่ไหมว่าเจ้าหนุ่มที่ชื่อเทียนอี้คนนั้นสามารถใช้เปลวเพลิงสีดำที่สามารถทำลายล้างทุกอย่างได้ในพริบตาจริงๆ" "เรียนท่านผู้อาวุโสข้ามั่นใจเต็มสิบส่วนว่าข้าเห็นเช่นนั้นจริงขอรับ" ชายอีกคนตอบอย่างนอบน้อม "ฮ่าๆๆ... ข้านี่ช่างโชคดีจริงๆ ไม่คิดว่าเพียงออกมาเที่ยวเล่นนอกลัทธิได้ไม่นานก็จะได้พบกับของดีเช่นนี้เข้า ขอบใจเจ้ามากที่นำเรื่องนี้มารายงานข้าก่อนเช่นนั้นเจ้าก็มารับรางวัลเจ้าไปเถอะ" ชายร่างผอมที่อยู่ในชุดคลุมพูดจบก็โยนลูกไฟของมันใส่ร่างของชายอีกคนทันที มันไม่อยากให้มีใครในลัทธิของมันรู้เรื่องเกี่ยวกับเปลวเพลิงสีดำที่ทรงพลังนี้อีก  เพราะมันต้องการครอบครองเปลวเพลิงสีดำของเทียนอี้ไว้เพียงผู้เดียว พรึบ!....... อ๊ากกกกกก! เสียงกรีดร้องของชายคนนั้นดังลั่นไปทั่วทั้งถ้ำก่อนที่มันจะถูกไฟแผดเผาจนตายในที่สุด เดิมทีมันเป็นสาวกของลัทธิเพลิงเบญจพิษ ที่ได้แฝงตัวเข้ามาอยู่ในสำนักเพลิงพลาญ  ที่บังเอิญได้เห็นพลังของเพลิงทมิฬของเทียนอี้และประจวบเหมาะกับที่ผู้อาวุโสของลัทธิเพลิงเบญจพิษมาที่ผ่านมาเมืองนี้พอดี  มันจึงรีบมารายงานเพื่อหวังที่จะมีความดีความชอบ  แต่มันคงไม่คาดว่าตนเองจะถูกฆ่าปิดปากเช่นนี้ "เปลวเพลิงทมิฬจะต้องเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ฮ่าๆๆ" ชายร่างผอมในชุดคลุมหัวเราะออกมาเสียงดังก่อนที่ร่างของมันจะค่อยๆจางหายไปพร้อมกับเสียงหัวเราะของมัน.......

    คล้ายกับเรื่องเซียนกระบี่จ้าวแห่งเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    คุณพ่อยอดพระกาฬ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    848K 1761
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810