หลังจากที่เสวี่ยงหนิงได้รีดเค้นพลังปรานทั้งหมดเท่าที่เธอมีอยู่มานานกว่า 10 นาทีเพื่อหนีจากเจ้าสำนักประกายดาบแม้เธอจะรู้ว่ามันมิอาจมีผลอะไรมากแต่ตราบเท่าที่เธอยังคงหนีต่อไป ตราบเท่าที่เธอพยายามเธอหวัง หวังว่าจะมีความหวังรออยู่ในฉากสุดท้าย มันเป็นความหวังลมๆแล้งๆ แต่เธอก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มา
เพราะแบบนั้น แม้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าเต็มทนแต่เธอยังคงฝืนรีดเค้นพลังปรานออกมาเกินกว่าที่เธอจะทนได้โดยไม่รู้ตัว เธอเริ่มผลานพลังชีวิตของตัวเธอเองเพื่อใช้เป็นพลังให้ตัวเธอหนีต่อไป และแล้วเธอก็เริ่มมองเห็นความหวังทำให้เธอรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก
เพราะที่ปลายขอบเขตการมองเห็นของเสวี่ยงหนิงนั้นเธอเห็นตระกูลหลงตั้งอยู่นั้นทำให้เธอยิ้มออกมา 'อีกนิดเดียวเท่านั้นต้องไปให้ถึง' เสวี่ยงหนิงคิดพร้อมกับเร่งความเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย ในขณะนั้นเอง
ฟุบ
ตุบ
อั๊ก
ความหวังของเธอก็ดับลงในแทบจะในทันทีที่เธอรู้สึกถึงมัน เพราะทันทีที่เจ้าสำนักประกายดาบนั้นได้เห็นว่าเสวี่ยงหนิงมีความหวังมันก็ได้ดับความหวังเธอหญิงสาวทิ้งไปทันทีมันเข้าถึงตัวเธอพร้อมกับจับเธอโยนลงพื้น อย่างรุนแรง
ด้วยแรงของผู้ฝึกตนระดับฝืนกฎฟ้า มีหรือผู้ฝึกตนระดับปฐพีอย่างเธอจะรับไหว แม้เจ้าสำนักประกายดาบจะออมแรงเอาไว้มากแล้วแต่พลังนี้ก็มากพอทำให้ เสวี่ยงหนิงหมดหนทางที่จะหนีต่อโดยสิ้นเชิง
สติของหญิงสาวเลือนลางเนื่องจากแรงกระแทก เสวี่ยงหนิงสามารถสลบลงได้ทุกวินาที แต่ด้วยความดื้อรั้นครั้งสุดท้ายของเธอดวงตาของเธอเลื่อนลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า สิ่งที่เธอเห็นอยู่บนฟ้าคือจุด ดำๆ 3-4 จุดเท่านั้นแม้ว่าเธอจะไม่อาจมองมันได้ชัดเจนนัก 'มันอาจเป็นแค่นกก็ได้' หญิงสาวคิดกับตัวเอง แม้เธอจะคิดแบบนั้นแต่เธอกลับรวบรวมกำลังทั้งหมดเท่าที่เธอมีอยู่ในตอนนี้
แล้วเปล่งเสียงออกไป ด้วยความมุ่งมั่นทั้งหมด
"ท่าน.....ผู้...อาวุโส...ได้โปรด.....ช่วยด้วย"
แต่เสียงที่เธอใช้พลังทั้งหมดของเธอตอนนี้กลับมีความดังราวกับเสียงกระซิบความหวังของเธอดับลงไปอีกครั้ง ในที่สุดภาพเบื้องหน้าก็กลายเป็นพรามัวน้ำตาของเธอหลั่งรินออกมาจากดวงตาทั้งสอง ต่างกับเจ้าสำนักประกายดาบที่มองภาพนี้ด้วยรอยยิ้มที่น่ารังเกียจ มันค่อยๆเดินเข้าไปหาเสวี่ยงหนิงอย่างเชื่องช้า ให้เสวี่ยงหนิงได้ลิ้มรสความรู้สึกของความหวังที่ดับศูนย์อย่างใจเย็น
บึ้ม
ในตอนนั้นเองมีบ้างอย่าง ไม่สิบางคนพุ่งลงมาจากฟ้าด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองทันจากนั้นจึงกระแทกกับ พื้นระหว่างทั้งสองคนอย่างแม่นยำ ทำให้ทั้งเสวี่ยงหนิงกับเจ้าสำนักประกายดาบตกตะลึงจนนิ่งค้าง ก่อนที่ใครจะตั้งสติได้ชายปริศณากำหมัดที่อัดแน่นไปด้วยความเดือดดาลจนเส้นเลือดปูดโปน ชกใส่เจ้าสำนักประกายดาบเข้าเต็มเปา
ปง
หมัดนี้เต็มไปด้วยความโกรธที่เกือบจะหลุดการควบคุมเพียงหมัดเดียวจึงบด เจ้าสำนักประกายดาบกลายเป็นระอองเลือดหายในอากาศ ราวกับไม่เคยมีตัวตนอยู่เลย
"ยืนไหวไหม?"
คำถามนี้ทำให้วิญญาณที่หลุดลอยไปของเสวี่ยงหนิง นั้นกลับเข้าร่างเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เธอรู้สึกถึงพลังที่อบอุ่นไหลเข้ามาในร่างกายของเธอเพื่อรักษาบาดแผล ทุกจุดที่ได้รับบากเจ็บหลังจากพลังที่อบอุ่นนี้ไหลผ่านไปมันจะหายเป็นปลิดทิ้งทันที
ใช้เวลาเพียงไม่กี่วิในการรักษาครั้งนี้ หลังจากอาการบาดเจ็บทั้งหมดของเธอหายแล้ว สิ่งที่เธอทำต่อไปกลับทำให้ชายหนุ่มมึนงงเล็กน้อย เพราะเธอไม่ได้ก้มหัวขอบคุณไม่ได้ถามชื่อของเขา หรือแนะนำตัวแต่สิ่งที่เธอทำคือ เธอคุกเข่าลงกับพื้นก้มกราบเขาแล้วจึงกล่าวด้วยเสียงที่สั่นแต่กลับเต็มไปด้วย ความมุ่งมั่นและข้อร้องอย่างสุดซึ้ง
"ได้โปรท่านผู้อาวุโส ได้โปรดท่านช่วยยื้นมือเข้าช่วยตระกูลเสวี่ยงของข้าด้วย"
"หืม?"
"ด้วยความแข็งแกร่งของ ผู้อาวุโส-"
ว้าย
ในขณะที่เสวี่ยงหนิงพูดอยู่นั้นชายหนุ่มได้ดึงเธอเข้ามาโอบเอาไว้ด้วยแขนข้างหนึ่ง ด้วยความตกใจจึงอดไม่ได้ที่เธอจะร้องออกมา
ก่อนที่เธอจะดิ้นรนก็ถูกถามด้วยคำถามที่เธอ ตกตะลึงบวกกับความยินดีอย่างสุดซึ้ง
"ทางไหน"
เมื่อถูกถามออกมาแบบนี้เธอยกแขนชี้ไปยังทิศทางที่ตระกูลเธออยู่ทันที
ชายหนุ่มลอยขึ้นฟ้าด้วยแรงอันมหาศาล แหวกอากาศเป็นเส้นสีดำ
"เดี๋ยวข้าจะร่วงหน้าไปก่อน พวกเจ้ารีบตามมาละ"
เสียงของชายหนุ่มดังก้อง แต่เสวี่ยงหนิงกลับไม่รู้เลยว่าชายหนุ่มกำลังพูดกับใคร
.
.
.
.
.
.
"กระบวนท่าที่ 8 ผ่าภูผา"
มีเสียงพูดดังขึ้นหลังจากพูดจบเกิดคลื่นดาบขนาดใหญ่ แหวกอากาศเข้าหาบรรพชนตระกูลเสวี่ยง เสียงที่ดังขึ้นนี้เป็นเสียงของหนึ่งในรองเจ้าสำนักประกายดาบ
บรรพชนตระกูลเสวี่ยงเค้นเสียงในลำคอพร้อมกับตั้งดาบรับไว้อย่างทันท่วงทีทันใดนั้น บรรพชนตระกูลเสวี่ยงเรียกหอกน้ำแข็งออกมากลางอากาศนับร้อยเล่มโดยพลันใช้จิตสั่งการให้หอกน้ำแข็งพุ่งตรงเข้าโจมตีรองเจ้าสำนักประกายดาบคนที่ใช้ท่าดาบทันที
ในวินาทีนั้นเองหลังจากหอกน้ำแข็งพุ่งไปแล้ว บรรพชนตระกูลเสวี่ยงรู้สึกถึงอันตรายมาจากด้านหลังมันจึงก้มหลบอย่างรวดเร็ว พลันรู้สึกถึงความเย็นเหยียบที่ผ่านหัวของมันไปอย่างฉิวเฉียด ตัดได้เพียงเส้นผมของบรรพชนตระกูลเสวี่ยงเท่านั้น บรรพชนตระกูลเสวี่ยงเตรียมที่จะสวนกลับแต่มันกลับลงมือช้าไปก้าวนึงจึงถูก ลูกเตะปลิวไปนับสิบเมตร
ยังไม่ทันที่จะได้ตั้งตัว การโจมตีครั้งต่อไปของรองเจ้าสำนักก็พุ่งเข้ามาถึงตรงหน้าของบรรพชนตระกูลเสวี่ยงแล้วทำให้มันต้องกล้ำกลืนฝืนใช้ดาบรับการโจมตีครั้งนี้
ทำให้บรรพชนตระกูลเสวี่ยงปลิวไปอีกครั้ง
บรรพชนตระกูลเสวี่ยงใช้พลังปรานสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาด้านหลังมัน เพื่อใช้กันไม่ให้มันออกห่างจากบ้านตระกูลเสวี่ยงมากเกินไป มันพุ่งชนกำแพงน้ำแข็งจนแตกกระจาย
บรรพชนตระกูลเสวี่ยงนั้นสร้างกำแพงขึ้นมาถึงสามชั้น มันพุ่งทะลุกำแพงไปถึงสองชั้นก่อนจะหยุดลงที่ชั้นที่สาม บรรพชนตระกูลเสวี่ยงกระอักเลือดออกมาคำโต ก่อนจะเร่งเร้าพลังปราบอีกครั้งพุ่งอย่างรวดเร็วจนมองไม่ทันเข้าหา รองเจ้าสำนักประกายดาบ พร้อมกับฟันดาบที่แฝงพลังปรานน้ำแข็งไว้
แต่รองเจ้าสำนักประกายดาบนั้นกลับสามารถรับได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แต่ตัวดาบของรองเจ้าสำนักประกายดาบนั้นค่อยๆมีน้ำแข็งจับขึ้นเรื่อยๆ
"เจ้า!"รองเจ้าสำนักประกายดาบคำรามลั่นระเบิดพลังปรานเพื่อโต้กลับ แต่มีหรือบรรพชนตระกูลเสวี่ยงจะยอม มันยกเท้าขึ้นเตะไปที่ลำตัวของรองเจ้าสำนักที่รับดาบมันอยู่ในทันทีส่งรองเจ้าสำนักประกายดาบปลิวไปถึง สี่สิบเมตร
ก่อนจะหันดาบมารับดาบจากรองเจ้าสำนักประกายดาบอีกคนนึง ในระหว่างที่กำลังปะดาบกันอยู่นั้นรองสำนักประกายดาบที่ถูกส่งลอยไปเมื่อกี้มันรวมพลังปรานถีบตัวเองกลับมาด้วยความรุนแรงจนพื้นดินยุบ"ตาย!"
ในตอนนั้นเองบรรพชนตระกูลเสวี่ยงเรียกหอกน้ำแข็งจากพื้นแทงขึ้นมาเพื่อบีบให้ รองเจ้าสำนักตรงหน้าต้องถอยกลับไป จากนั้นจึงใช้พลังปรานสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมากันการโจมตีของรองสำนักประกายดาบที่พุ่งเข้ามา แต่มีหรือกำแพงน้ำแข็งจะหยุดรองเจ้าสำนักประกายดาบได้มันตัดกำแพงน้ำแข็งออกให้พ้นทาง นั้นทำให้บรรพชนตระกูลเสวี่ยงเหยียดยิ้มเย็น
"เสร็จละ"
"ดาบข้าตัดได้ทุกสิ่ง และทุกสิ่งที่ข้าตัดจะเยือกแข็ง'กระบวนท่าที่ 1 ดาบเยือกแข็ง!' "
หลังพูดจบอุณหภูมิลดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมๆกับดาบที่ฟันออกไปด้วยความเร็วที่มองไม่ทันเห็นเพียงภาพติดตารูปพระจันทร์เสี้้ยวเท่านั้น คลื่นดาบเยือกแข็งพุ่งตรงเข้าหารองเจ้าสำนักประกายดาบที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว
รองเจ้าสำนักประกายดาบทำได้แค่มองคลื่นดาบเยือกแข็งที่ตรงเข้ามาเท่านั้นไม่สามารถตั้งรับได้ทันจึงโดนคลื่นดาบตัดตั้งแต่ไหล่ซ้ายลงมาถึงซี่โครงขวา แผลฉกรรจ์นี้น่ากลัวอย่างมากเพราะไม่มีเลือดไหลออกมาสักหยดเดียว เลือดทุกหยดที่หลุดรอดออกมานั้นแข็งเป็นน้ำแข็งสีเลือดในทันที
ภาพที่เห็นนั้นทำให้ฝั่งตระกูลเสวี่ยงส่งเสียงเฮออกมาดังลั่น เพราะบรรพชนตระกูลเสวี่ยงนั้นหลังจากสู้อย่างเสียเปรียบมานานในที่สุดเขาก็สารมารถเอาชนะหนึ่งใน สองรองเจ้าสำนักประกายดาบได้แล้ว นั้นหมายความว่าตอนนี้เริ่มมีความหวังแล้ว!!
ฟุบ
"เจ้า!!"
รองเจ้าสำนักประกายดาบอีกคนเห็นเพื่อนตัวเองล้มลงไปก็สติแตกพุ่งเข้ามาหาบรรพชนตระกูลเสวี่ยงทันที
เคร้ง
เสียงดาบปะทะกันอย่างรุนแรงจนพื้นดินยุบแต่บรรพชนตระกูลเสวี่ยงนั้นกลับยังคงสงบนิ่งราวสายน้ำแล้วพูดด้วยเสียงราบเรียบว่า"กลับไปซะพวกเจ้าแพ้แล้ว"
รองเจ้าสำนักประกายดาบได้ยินดังนั้นแทนที่มันจะกลัวมันกลับยิ้มอย่างเหยียดหยามแทน นั้นทำให้บรรพชนตระกูลเสวี่ยงมึนงงเล็กน้อย'หรือว่า'
ป้ง
ทันทีที่ฉุกคิดได้บรรพชนตระกูลเสวี่ยงออกแรงดันจนรองเจ้าสำนักประกายดาบตรงหน้าล่าถอยไปได้สำเร็จยังไม่ทันได้ทำอะไรก็มีเสียงพูดดูถูกขึ้นจากด้านหลัง
"สายไปแล้วเจ้าโง่"
ฉึก
บรรพชนตระกูลเสวี่ยงถูกแทงจากด้านหลังจนดาบทะลุท้องออกมาถึงด้านหน้า
อึก
"ได้ยังไงกัน"
บรรพชนตระกูลเสวี่ยงราวกับสิ้นเรี่ยวแรงหลังจากดาบถูกดึงออกไปก็ลงไปอยู่ในท่าคุกเข่าด้วยสีหน้าตื่นตะลึง
"เจ้ารอดมาได้ยังไงกัน!"
แม้ว่าจะมีแผลขนาดใหญ่อยู่กลางตัวแต่รองเจ้าสำนักประกายดาบกลับดูแข็งแรงมากไม่ได้เหมือนกับคนที่ถูกฟันจนได้รับแผลฉกรรจ์เลย มันปาดเลือดที่กระเด็นมาติดหน้ามันแล้วพูดว่า"เจ้าคิดว่าเจ้าฝึกปรานน้ำแข็งคนเดียวหรืออย่างไร"มันยิ้มอย่างดูถูกก่อนจะก้มหน้าลงมาแล้วพูดต่อว่า"ข้าก็แค่ทำท่าเหมือนโดนฟันแล้วก็ล้มลงไปเท่านั้นเอง"
"ไม่จริงแล้วเลือดนั้นละ"
"ใครพูดว่าข้าหลบได้ทั้งหมดละ"
รองเจ้าสำนักประกายดาบทั้งสองคนมายืนตรงหน้าของบรรพชนตระกูลเสวี่ยง เหมือนกับกำลังเตรียมจะประหารนั้นทำให้ ผู้คนที่กำลังดูการต่อสู้อันดุเดือดนี้อยู่นั้นฝั่งนึงร้องเฮดังลั่น ส่วนอีกฝั่งนั้นกลับกำลังด่าและสาปส่งถึงความชั่วร้ายที่ลอบโจมตีบรรพชนตระกูลเสวี่ยงจากด้านหลัง
"ถึงเวลาตายแล้วไอแก่"รองเจ้าสำนักประกายดาบคนนึงพูดพร้อมกับยกดาบขึ้น แต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรนั้น
บึ้ม
เสียงนี้ถึงกับทำให้ทุกคนในที่นั้นตกใจจนอ้าปากค้าง ตาเบิกกว้างจนแทบจะถล่นออกจากเบ้า โดยเฉพาะทางฝ่ายสำนักประกายดาบ เพราะภาพตรงหน้าของพวกมันนั้นทำให้พวกมันสิ้นหวังทันที
เพราะอยู่ๆ ก็มีชายหนุ่มปริศนาที่หิ้วหญิงสาวคนนึงพุ่งแหวกอากาศลงมาจากฟ้า แล้วเหยียบหัวของรองเจ้าสำนักประกายดาบทั้งสองอย่างรุนแรงจนหัวของพวกมันฝังลงและแน่นิ่งไป
"ท่านบรรพชน!!"
หญิงสาววิ่งเข้าไปหาบรรพชนของตระกูลเธออย่างรวดเร็วพร้อมกับตะโกนขึ้น เสียงของหญิงสาวดังขึ้นทำให้คนจากตระกูลเสวี่ยงระบุตัวตนของหญิงสาวคนนี้ได้ทันที
"เสวี่ยงหนิง!?"บรรพชนตระกูลเสวี่ยงหนิงตกใจอย่างเห็นได้ยากก่อนจะมองหน้าของเสวี่ยงหนิงแล้วถามอย่างตระหนก"เจ้ามาได้ยังไงกัน!"
"มาอย่างไรนั้นไม่สำคัญตอนนี้พวกเราปลอดภัยแล้ว ข้าพาผู้อาวุโสท่านนี้มาช่วยแล้ว"
เสวี่ยงหนิงพูดพร้อมกับมองมายังชายหนุ่มปริศนาที่แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ เสียงที่เสวี่ยงหนิงใช้พูดนั้นดังที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ในตอนนี้ทำให้คนในตระกูลเสวี่ยง ดีใจอย่างยิ่ง บางคนถึงขั้นกระโดดกอดกันเลยก็มี
ทุกสายตากำลังจ้องมองมาที่ชายหนุ่มอย่างพร้อมเพรียง ชายหนุ่มถอยหลังหนึ่งก้าวจากนั้นออกแรงขาเล็กน้อยเตะส่ง รองเจ้าสำนักประกายดาบทั้งสองคนปลิวไปถึง สี่สิบเมตร
หลังจากถูกเตะจนลอยออกมานั้นรองเจ้าสำนักทั้งสอง รู้สึกเหมือนถูกปลดปล่อยจากพันธนาการที่ทำให้พวกมันไม่สามารถขยับตัวได้แม้เพียงปลายนิ้วและรู้สึกเหมือนมีเหล็กหนักเป็นสิบสิบตันทับหัวของมันอยู่ ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไรก็ไม่มีผลเลย
"เจ้าเป็นใครกัน!"หนึ่งในสองรองเจ้าสำนักพูดขึ้นชายหนุ่มไม่ตอบไม่แม้แต่จะมองคนที่พูดด้วยซ้ำเพียงแค่ส่งเสียง"หึ"แล้วหันหลังไปหาบรรพชนตระกูลเสวี่ยงจากนั้นวางมือลงบนไหล่ของมัน แล้วเริ่มรักษาแผลของบรรพชนตระกูลเสวี่ยงทันที
ที่แปลกคือไม่มีใครรู้สึกถึงพลังปรานของชายหนุ่มเลย ซึ่งเป็นไปได้สองความหมายคือ พลังของมันสูงมากๆจนไม่สามารถจับสัมผัสได้ กับมันปกปิดเอาไว้ แต่จากการกระทำทั้งหมดทุกคนคิดว่ามันจะต้องเป็นข้อแรกแน่นอน
ทำให้ไม่มีใครกล้าขยับไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ เพราะถ้าไปยั่วโมโหคนระดับนี้เข้าละก็ จบไม่สวยแน่นอน แต่ก็มีคนที่ไม่ได้เชื่อแบบนั้นเช่นกัน นั้นก็คือรองเจ้าสำนัก อีกคนนึงมันคิดจะลองตรวจสอบระดับพลังของชายหนุ่ม
มันค่อยๆปล่อยกระแสจิตของตัวเองไปช้าๆ กลัวว่าอีกฝ่ายจะรู้ตัว แต่มันไม่ได้รู้เลยว่าการกระทำของมันนั้นอยู่ในสายตาของชายหนุ่มอยู่นานแล้ว ตอนที่ชายหนุ่มกำลังจะลงมือ กลับมีเสียงนึงดังอยู่ในจิตใจของชายหนุ่ม
"เจ้าขยะ!!"
พร้อมกับเสียงนี้กระแสจิตของรองเจ้าสำนักประกายดาบถูกสะท้อนกลับไปพร้อมกับถูกโจมตีทางจิต จนวิญญาณแตกสลายถึงตายในทันที
ในสายตาคนอื่นที่เห็นคือรองเจ้าสำนักประกายดาบคนขวามองไปที่ชายหนุ่ม แต่เหมือนชายหนุ่มจะไม่ชอบใจจึงหันกลับมาสบตากันครั้งเดียว รองเจ้าสำนักประกายดาบก็หน้าซีดกระอักเลือด จากนั้นก็ล้มลงถึงแก่ความตายในทันที!!
หรือก็คือผู้ฝึกตนระดับฝืนกฎฟ้าตายในทันทีเพราะถูกชายหนุ่มจ้องตาเท่านั้น!!
___________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________________
ไรท์กดผิดตอนเขียนแล้วไม่ได้สังเกตุครับตอนมันเลยออกมาก่อนเวลา ขออภัยด้วยครับ