สามวันผ่านไปหลิวอี้ไม่ได้ออกไปจากจวน ในตอนกลางวันเขาก็จะฝึกฝนวิชาเก้ากระบี่เดียวดาย ส่วนใน่เย็นเขาก็จะไปขึ้นเตียงกับเย่หลิง ชีวิตของเขาก็จะวนเวียนอยู่แบบนี้
เย่หลิงตอนนี้นางแทบจะไม่อยากที่จะออกไปไหน นางอยากจะให้พระอาทิตย์ลับขอบฟ้า นางจะได้พบกับชายหนุ่มของนางอีกครั้ง วันนี้นางรู้สึกว่างพอดีจึงเดินไปที่เรือนที่หลิวอี้พักอาศัย นางอยากจะไปดูสภาพความเป็อยู่ของเขา
หลิวอี้ที่กำลังฝึกฝนวิชากระบี่ เห็นมีคนกำลังเดินเข้ามาที่เรือนของเขาเขาจึงไปนั่งที่รถเข็นคู่ใจของเขาเพื่อรอคนที่กำลังจะมาพบเขา
เย่หลิงเดินเข้ามาภายในเรือนนางใช้พลังปราณของนางตรวจดูว่าหลิวอี้อยู่ส่วนไหนของเรือน จากนั้นนางก็เดินไปพบกับเขา นางเดินเข้าไปภายในลานเห็นหลิวอี้กำลังนั่งมองท้องฟ้า
“เ้าไม่คิดที่จะออกไปไหนเลยหรอ”เย่หลิงพูดขึ้นมา
“ข้าเป็เพียงแค่คนพิการ จะออกไปไหนได้ละ”เขาพูดด้วยแววตาที่หน้าสงสาร
“คงจะต้องโทษโชคชะตาของเ้า ใครใช้ให้เ้าเกิดมาพิการละ และที่สำคัญโชคของเ้ายังไม่ดี ได้มาแต่งงานกับน้องสาวของข้าอีก”
“ข้าได้ยินมาว่าน้องสาวของท่านใบหน้าของนางอัปรักษณ์ เป็เื่จริงหรือไม่”
“ทำไมข้าจะต้องบอกเื่นี้กับเ้าด้วยละ”
“แล้วท่านมาหาข้าทำไม”
“ข้าก็แค่เบื่อไม่มีอะไรทำจึงเดินมาคุยเล่นกับเ้าเพื่อข้าเวลา”
ความจริงแล้วที่นางมาหาเขานางอยากจะรู้ว่าเขาพิการจริงหรือไม่นางอยากจะมาเห็นด้วยตาของนาง พอนางเดินเข้ามาก็เห็นว่าเขานั่งอยู่บนรถเข็นนางจึงมั่นใจว่าเขาพิการจริงๆ
“แล้วสำนักของน้องสาวของท่านอยู่ที่ไหน ข้าอยากจะไปพบนางสักครั้ง”
“เ้าช่างไม่รู้จักเจียมตัว ข้าจะบอกเ้าก็ได้ สำนักหมื่นโอสถอยู่นอกเมืองหลวง ข้าบอกกับเ้าได้เพียงเท่านี้”
พูดเสร็จนางก็เดินจากไป
หลิวอี้รู้แล้วว่าสำนักหมื่นโอสถอยู่นอกเมืองหลวง เขาจะต้องไปพบภรรยาของเขาสักครั้งและเขาวางแผนเอาไว้ว่าจะผสมสายเืกับนางจากนั้นเขาก็จะบอกความจริงกับเย่หลิงและเย่เอ๋อว่าพวกนางทั้งสองคนมีสามีคนเดียวกัน เขาจะทำให้พวกนางอับอายทั้งคู่
่เย็นของวันหลิวอี้รู้สึกเบื่ออาหารเหลือภายในจวน เขาจึงออกไปกินอาหารที่หอแสงจันทร์ เขามาถึงหน้าหอจ่ายหินกำเนิดปราณจากนั้นก็เดินเข้าไป หลิวอี้หาที่นั่งที่ห่างไกลผู้คนจากนั้นเขาก็สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะเพราะวันนี้เขารู้สึกหิวมาก หญิงรับใช้นำอาหารมาจัดเรียงที่โต๊ะจนเต็ม
หลิวอี้ได้กลิ่นของอาหารก็ทนไม่ไหวเริ่มลงมากินอาหารทันที
หญิงรับใช้นางหนึ่งเห็นหลิวอี้นางก็รีบเดินไปที่ด้านหลังของหอนางเดินไปยังทิศทางของเรือนริมน้ำของหลี่จือเหยา
“คุณหนู เขาคนนั้นมาที่หอเ้าค่ะ”
จือเหยาตอนนี้กำลังนอนอยู่บนเตียง สภาพของนางเหมือนกับคนที่าเ็
“เขามาที่นี่จริงๆหรอ”นางทั้งพูดและไอขึ้นมา นางถึงกับไอเป็เื
“ใช่เ้าค่ะ คุณหนูไหวหรือเปล่าเ้าคะ”
“ข้าไหว เ้าช่วยแต่งตัวให้กับข้า ข้าจะออกไปพบกับเขา”
จือเหยาให้หญิงรับใช้ของนางช่วยแต่งตัวและหวีผมให้กับนางจากนั้นนางก็เดินออกไปหาหลิวอี้ นางเดินไปยังโต๊ะที่หลิวอี้กำลังกินอาหาร จากนั้นนางก็หยุดอยู่ตรงหน้าเขา
คนที่นั่งกินอาหารตามโต๊ะต่างๆเห็นหลี่จือเหยาเดินเข้ามาทุกคนต่างก็หยุดกินจากนั้นก็ได้นั่งมองความงดงามของนาง
“นั่นใช่แม่นางจือเหยาหรือไม่”
“ข้าคิดว่าใช่”
“แล้วนางจะมาที่นี่ทำไม ปกติหากจะพบกับนางจะต้องรอถึงวันต้นเดือนนางถึงจะออกมาร่ายรำกระบี่ แต่ทำไมวันนี้นางถึงออกมายังที่แห่งนี้”
บุรุษหนุ่มต่างก็พูดคุยกัน
หลิวอี้รู้ว่าเป็หลี่จือเหยาแต่เขาก็ไม่ได้สนใจเขายังกินอาหารต่อไปเรื่อยๆ
“คุณชายมาทั้งทีทำไมไม่ไปกินอาหารที่เรือนของข้าละเ้าค่ะ”หลี่จือเหยาพูดขึ้นมา
ชายหนุ่มทุกคนที่อยู่ภายในหอได้ยินประโยคนี้ของนางก็รีบมองหาคนที่นางบอกให้ไปกินอาหารที่เรือนของนาง ทุกสายตาต่างก็จ้องมองมายังหลิวอี้
จือเหยานางเห็นหลิวอี้ไม่พูดคุยกับนาง นางจึงตัดสินใจนั่งลงที่โต๊ะเดียวกับเขาพร้อมทั้งสั่งให้คนนำชามาให้กับนาง จากนั้นนางก็เริ่มชงชา รินใส่ถ้วยและส่งให้กับหลิวอี้ แต่ว่าเขากลับไม่รับถ้วยชาของนาง เขายังก้มหน้าก้มตากินอาหาร
ชายหนุ่มที่อยู่ภายในร้านถึงกับรู้สึกโกธแค้นเป็อย่างมากหลังจากที่ได้เห็นการกระทำของหลิวอี้ เขาทั้งไม่พูดคุยกับนาง แม้แต่ชาที่นางชงและรินให้เขายังไม่รับ
“ท่านคือใคร”หลิวอี้พูดขึ้นมา
จือเหยาถึงกับตกตลึงกับคำพูดที่หลิวอี้พูดขึ้นมา ผู้คนภายในร้านก็ตกตลึงไม่แพ้นาง