หนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์

พ่อแม่บุญธรรม

เมื่อเห็นว่าไฉ่เยว่เอ่อร์ผสานมือคาราวะบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าลั่วปิงปิงผู้เป็นลูกสาวก็ทำตามมารดาในทันที ส่วนทางด้านเทพจักรพรรดิเหมันต์และเจ้าหญิงมารแม้จะดูสับสนอยู่บ้างแต่ก็ทำตามเช่นเดียวกัน

 

"ฮ่าๆๆ เงยหน้าขึ้นเถอะไม่ต้องมากพิธี ยินดีด้วยที่ได้คืนชีพอีกครั้ง พวกเจ้าก็พูดคุยกันไปก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวลั่วอู่หลินก็จะมาอธิบายเรื่องราวต่างๆให้กับพวกเจ้าได้ฟังเอง"เฟยหรงกล่าวก่อนที่จะกลับไปนั่งยังบัลลังก์ราชันตามเดิม

 

ส่วนทางด้านไฉ่เยว่เอ่อร์รวมไปถึงทุกคนเมื่อเงยหน้าขึ้นก็หันมามองกันและกัน ใบหน้าของไฉ่เยว่เอ่อร์อยู่ดีๆก็มีน้ำตาไหลออกมา จากนั้นนางก็วิ่งเข้าไปหาทั้งเจ้าหญิงมารและเทพจักรพรรดิเหมันต์อย่างรวดเร็ว

 

"นายท่าน นายหญิง"

 

ไฉ่เยว่เอ่อร์เมื่อมาอยู่ตรงหน้าก็กำลังจะคุกเข่าให้ทั้งสองคน แต่ก็โดนมือของเจ้าหญิงมารและเทพจักรพรรดิเหมันต์มาประคองเอาไว้ก่อน

 

"นายท่านนายหญิง ข้าคิดถึงพวกท่านมากๆเลยเจ้าค่ะ"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวด้วยเสียงสั่นเคลือราวกับจะร้องไห้

 

เจ้าหญิงมารยกยิ้มและดึงนางเข้ามากอดในทันที "แม้ข้าจะไม่รู้ว่ามันนานเท่าไรแล้วก็ตามที่พวกเราตายจากไป แต่เยว่เอ่อร์ ข้าเองก็คิดถึงเจ้าเช่นกัน รวมไปถึงนายท่านของเจ้าเองก็ย่อมต้องคิดถึงเจ้า จริงหรือไม่สามี"

 

เทพจักรพรรดิเหมันต์ที่อยู่ข้างๆยกยิ้มอย่างอบอุ่นและกล่าวออกมา "ใช่แล้ว พวกเราเองก็คิดถึงเจ้ามากเช่นกัน"

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้นไฉ่เยว่เอ่อร์ถึงกลับปล่อยโฮในทันที ส่วนลั่วปิงปิงนั้นนางยังคงจ้องมองทั้งสามคนด้วยแววตาสงสัย แต่นางยังไม่อยากจะเดินไปจากตรงนี้ เพราะว่านางอยากจะไปหาท่านพ่อของนางเป็นคนแรกนั่นเอง

 

เวลาล่วงเลยผ่านไปสักพัก ไฉ่เยว่เอ่อร์ได้บอกกล่าวเรื่องราวและประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาให้กับทั้งเจ้าหญิงมารและเทพจักรพรรดิเหมันต์ได้ฟัง จนทั้งสองพากันนิ่งอึ้งไปตามๆกันและค่อยๆหันไปมองลั่วอู่หลินที่กำลังนั่งฟื้นฟูพลังด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความผูกพันธ์และลึกซึ้ง

 

นี่หรือคือคนที่สืบทอดมรดกของพวกเขางั้นหรือ ทั้งรูปร่างหน้าตาและพลังนับได้ว่าก้าวข้ามพวกเขาในอดีตไปแล้ว เมื่อได้เห็นภาพนี้สองสามีภรรยาก็อดที่จะยินดีไม่ได้

 

ผ่านไปไม่นานลั่วอู่หลินก็พลันลืมตาขึ้น เขาค่อยๆลอยกลับลงมาสู่พื้นของดวงจันทร์จ้องมองทั้งสี่คนที่เขาได้ชุบชีวิตกลับมาใบหน้าก็ประดับไปด้วยรอยยิ้มบาดใจ

 

"ท่านพ่อ"ลั่วปิงปิงวิ่งเข้าไปหาลั่วอู่หลินจากนั้นก็กระโดดกอดด้วยความคิดถึง

 

ชายหนุ่มเองก็โอบกอดนางเอาไว้เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะพานางเดินไปหาเทพจักรพรรดิเหมันต์ เจ้าหญิงมาร และไฉ่เยว่เอ่อร์ที่กำลังยืนอยู่รวมกันก่อนจะโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อทำความเคารพผู้มีพระคุณทั้งสองคน

 

การกระทำของลั่วอู่หลินทำให้ทั้งเทพจักรพรรดิเหมันต์และเจ้าหญิงมารต้องวิ่งเข้ามาประคองเขาเอาไว้ด้วยความร้อนรน

 

"เด็กดีๆอย่าทำเช่นนี้เลย ความจริงเป็นพวกข้าต่างหากที่ติดหนี้บุญคุณและสมควรให้การเคารพแก่เจ้า"

 

ลั่วอู่หลินยิ้มบางพลางส่ายหน้า "หากไม่ใช่เพราะเส้นลมปราณที่พวกท่านทิ้งเอาไว้ให้ ข้าก็ยังเป็นเพียงขยะในทวีประดับต่ำอยู่เลย ท่านทั้งสองเป็นผู้มีพระคุณและคนสำคัญของข้า หากเปรียบบิดามารดาเป็นผู้ให้สายโลหิตและร่างกาย การให้สืบทอดเส้นลมปราณต่อจากพวกท่านไหนเลยจะมีอะไรต่างกัน การที่ข้าคืนชีพให้บิดามารดานั้นก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้วไม่ใช่หรือ"

 

คำพูดนี้ของลั่วอู่หลินดังกังวาน ทั้งเทพจักรพรรดิเหมันต์และเจ้าหญิงมารที่ได้ยินก็ถึงกับสั่นสะท้านในหัวใจไปตามๆกัน บิดามารดางั้นหรือ! เด็กหนุ่มเบื้องหน้าคนนี้เปรียบพวกเขาเป็นบิดามารดาของตนเอง เรื่องนี้ทำให้พวกเขาอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว

 

เพราะต้องบอกก่อนว่าทั้งเจ้าหญิงมารและเทพจักรพรรดิเหมันต์สองสามีภรรยา ในอดีตพวกเขามีเป้าหมายหนึ่งอย่างที่ทำไม่ได้นั่นคือการมีลูก ดังนั้นการที่ลั่วอู่หลินนับพวกเขาเป็นบิดามารดาเช่นนี้มันก็ราวกับเติมเต็มจิตใจในส่วนนั้น

 

เจ้าหญิงมารดวงตาสั่นเคลือกล่าวออกมาเสียงสั่น "จะ เจ้าจะยอมรับข้าและสามีเป็นพ่อกับแม่บุญธรรมของเจ้าได้หรือไม่"

 

คำพูดนี้เต็มไปด้วยความปรารถนาอันมากล้นในใจ แม้นางจะคิดว่ามันเห็นแก่ตัวไปบ้างที่อยู่ๆมาขอให้ลั่วอู่หลินรับตัวเองและสามีเป็นพ่อแม่บุญธรรม แต่มันก็อดพูดออกไปไม่ได้จริงๆ

 

ลั่วอู่หลินที่ได้ยินก็แย้มยิ้ม เขาถอยหลังออกไปเล็กน้อยและคุกเข่าลงโดยไม่สนว่าตนเองจะเป็นเทพมังกรหรือใครที่ไหน มือทั้งสองข้างผสานกันเอาไว้ตรงหน้าแล้วกล่าวออกไปว่า

 

"ลั่วอู่หลินคาราวะท่านพ่อบุญธรรม ท่านแม่บุญธรรม"

 

คำกล่าวนี้ทำให้เจ้าหญิงมารถึงกับน้ำตาแตกและวิ่งเข้ามากอดลั่วอู่หลินด้วยความดีใจ ส่วนเทพจักรพรรดิเหมันต์นั้นตัวเขาเองก็ค่อยๆมาโอบกอดภรรยาและบุตรบุญธรรมของตนในใจราวกับได้เติมเต็มความปรารถนา

 

ไฉ่เยว่เอ่อร์ที่ตอนนี้อยู่กับลั่วปิงปิงที่ได้เห็นภาพนี้ใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มออกมาเช่นเดียวกัน แต่ทันใดนั้นเองลั่วอู่หลินก็พลันใช้พลังดึงทั้งตัวนางและลั่วปิงปิงเข้าไปหาในทันที

 

"ท่านพ่อท่านแม่ พวกนางคือภรรยาและลูกสาวของข้า"ลั่วอู่หลินเอ่ยปาก ไฉ่เยว่เอ่อร์ที่ได้ยินดังนั้นก็ถึงกับอึ้งไปก่อนที่หน้าจะแดงระเรื้อออกมา ส่วนสองสามีภรรยาเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ป้องปากหัวเราะออกมาในทันที

 

"จริงหรือนี่ ไม่คิดเลยว่าลูกสะใภ้จะเป็นคนในครอบครัวตัวเองเช่นนี้ แถมข้ายังมีหลานตัวน้อยอีกช่างน่ายินดีนัก" เจ้าหญิงมารกล่าวนางผละจากลั่วอู่หลินและก้มลงลูบผมของลั่วปิงปิงด้วยความเอ็นดู

 

"นายหญิง นายท่าน คือ....."ไฉ่เยว่เอ่อร์กำลังจะกล่าวแก้ตัว แต่เทพจักรพรรดิเหมันต์ก็กระเเอมไอแล้วกล่าวขัดขึ้นมา

 

"อะแฮ่ม เยว่เอ่อร์ พวกเราเห็นเจ้าเป็นบุตรสาวมานานแล้ว อีกทั้งในตอนนี้เจ้ายังเป็นภรรยาของลูกชายบุญธรรมเช่นนี้เจ้าเรียกพวกเราใหม่สิ คงรู้ใช่ไหมว่าพวกเราอยากให้เจ้าเรียกว่าอะไร"

 

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ไฉ่เยว่เอ่อร์ถึงกับนิ่งอึ้งไปอีกครา ส่วนลั่วอู่หลินก็หัวเราะคิกคักออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เขาตัดสินใจตั้งนานแล้วว่าเมื่อคืนชีวิตใหม่ให้นางจนเสร็จสิ้น เขาจะนำไฉ่เยว่เอ่อร์มาเป็นภรรยาให้จงได้ หญิงสาวที่ดีเช่นนี้ไม่ใช่ว่าจะหากันง่ายๆคนเจ้าชู้อย่างลั่วอู่หลินย่อมไม่มีทางปล่อยให้นางหลุดมือไปอย่างแน่นอน

 

"ทะ ท่านพ่อ ท่านแม่"ไฉ่เยว่เอ่อร์กล่าวเสียงเบาเต็มไปด้วยความเขินอาย อาการของนางทำให้ทั้งเทพจักรพรรดิเหมันต์และเจ้าหญิงมารพึงพอใจเป็นอย่างมาก

 

ไฉ่เยว่เอ่อร์ก็ค่อยๆขยับตัวไปใกล้ลั่วอู่หลินแล้วแอบบิดเอวแรงๆไปหนึ่งที แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บและโอบเอวนางกลับเสียอย่างนั้น

 

"เจ้าไม่ทำตามขั้นตอนเอาเสียเลย นี่กะมันมือชกให้ข้าเป็นภรรยาเจ้าเลยหรือไร"ไฉ่เยว่เอ่อร์กระซิบเสียงเบา

 

ลั่วอู่หลินหลุดขำออกมาไม่ได้ "นั่นเพราะท่านเป็นผู้หญิงที่งดงามและดีเกินไป เมื่อมีโอกาสดีๆเช่นนี้ข้าควรคว้าเอาไว้ก่อน ไม่เช่นนั้นภรรยาของข้าคนนี้อาจจะหลุดมือไปได้"

 

ชายหนุ่มเชยคางนางขึ้นมา จากนั้นก็บรรจงจูบอย่างแผ่วเบาโดยไม่สนสายตาผู้ใด ลั่วปิงปิงที่ได้เห็นบิดามารดาจูบกันนางก็แสร้งปิดตาของตนเองเอาไว้แต่นางก็ยังแอบดูและหัวเราะคิกคักออกมาด้วยความชอบใจ

คล้ายกับเรื่องหนึ่งฝ่ามือพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน