อาจารย์สืออีให้พวกผู้ช่วยที่อยู่รอบด้านเดินไปตรวจดูก้อนผ้าในมือของศิษย์ของเขาที่ยังนั่งอยู่บริเวณเดิม ปรากฏว่าที่ปู้มั่วเสวียนนั่งเมื่อครู่ก็ไม่มีใครนั่งอยู่แล้ว ความจริงปู้มั่วเสวียนพึ่งเห็นว่าสหายที่นางตามหาอยู่นั้นดันไปอยู่ใกล้กับผู้ชายคนหนึ่งนางจึงแอบเดินไปหาสหายของตน เพื่อมอบก้อนผ้าให้เขาไป แต่ยังไม่ทันจะไปถึงสองมือที่กำก้อนผ้าอยู่ยังไม่ทันส่งให้สหาย ก็มีผู้ช่วยสองคนเข้ามาจับตัวนางไว้แล้ว แม้จะมึนงงแต่ก็ไม่ได้ต่อต้าน นางถูกจับตัวไปไว้ด้านล่างลานฝึกข้างซ้ายแต่อาจารย์สืออีดันเรียกตัวไว้ก่อน พวกเขาจับนางไปไว้ข้างอาจารย์สืออี ผู้ช่วยที่จับตัวนางไปก็เหมือนจะรู้จักปู้มั่วเสวียนด้วยเห็นหน้านางก็รู้แล้วว่าไม่มีปัญญานำก้อนผ้ากลมๆมาไว้กับตัวได้จึงไม่อยากให้นางสร้างความวุ่นวายที่แห่งนี้จึงรีบจับตัวนางออกไปเสีย
"ข้าโยนก้อนผ้าไป สี่สิบก้อน ถ้านับตามก้อนผ้าคงได้สี่สิบคนแต่ดูท่าแล้วคงจะมีไม่น้อยที่ก้อนผ้าไว้มากกว่าหนึ่ง"
อาจารย์สืออีเอ่ยเสียงเรียบ ปู้มั่วเสวียนรีบเก็บกำมือทั้งสองของตนแน่นขึ้นมาทันที นางยังคงมองไปยังสหายของตนที่นั่งอยู่้าที่นั่งนั้น สีหน้านางเป็กังวลเล็กน้อยที่หวังจะช่วยสหายแต่ดันทำไม่สำเร็จอาจเป็ชะตาที่ฟ้ากำหนดแล้วกระมัง
"มีจำนวนคนที่นั่งอยู่ยี่สิบเก้าคนขอรับ แต่ก้อนผ้าที่นับได้นั้นมีเพียงสามสิบแปดก้อน ยังไม่สามารถระบุได้ว่าอยู่ที่ใคร ตอนนี้ส่งคนไปสำรวจคนที่แยกออกไปก่อนหน้าที่อยู่ลานด้านล่างแล้วอีกไม่นานคงได้ครบขอรับ"
อาจารย์สืออี ยืนฟังผู้ช่วยของตนแล้วเหลือบตามองปู้มั่วเสวียนที่อยู่ด้านข้างแล้วเอ่ยขึ้น
"เ้าจะไม่พูดสิ่งใดเลยหรือ"
"เอ่อ..."
ปู้มั่วเสวียนเข้าใจที่อาจารย์สืออีเอ่ยขึ้นมาเช่นนี้เหมือนเขาจะรู้แล้วว่าก้อนผ้าพวกนั้นอยู่ที่นาง หากฟังจากเสียงรายงานของผู้ช่วยเมื่อครู่ก็คล้ายกับว่าสหายใหม่ผู้นั้นไม่โดนคัดออกไปแต่ยังนั่งอยู่บริเวณนั้นเช่นเดิม
อาจารย์สื่ออีนั้นระหว่างที่โยนก้อนผ้าก้อนไปให้ศิษย์ของตนก็สังเกตเด็กแต่ละคนว่ามีพื้นฐานมากน้อยเพียงใดแล้ว มีหรือที่เขาจะไม่เห็นการกระทำของเด็กข้างกายเขา นางว่องไวนัก ไวจนผู้ช่วยเขายังมองไม่ทันทั้งการไปฉกของจากมือผู้อื่นโดยที่เ้าตัวไม่รู้ตัวด้วยนั้น หากไม่นำมาฝึกไว้ดีๆคงได้ใช้วิชานี้ไปใช้หาประโยชน์อื่นเป็แน่ แต่เหตุใดนางจึงมีความสามารถนี้ได้กัน ดูไปแล้วก็ยากจะเชื่อเมื่อก่อนแม้จะได้ยินชื่อเสียงบ้างแต่ก็ไม่มีชื่อเสียงที่ดีเลย บางทีอาจจะต้องมองเด็กคนนี้ให้นานอีกสักหน่อย
ปู้มั่วเสวียนยกมือซ้ายขึ้นแล้วชูก้อนผ้าข้างนั้นให้ผู้ช่วยดู สิ่งนั้นอยู่ที่นางนั้นเอง
ผู้ช่วยที่พานางลงไปด้านล่างพากันใยิ่งเหตุใดปู้มั่วเสวียนจึงมีก้อนผ้าด้วย พวกเขาจับตาดูอยู่ตลอดไม่เห็นว่านางจะชิงก้อนผ้าไปได้สักก้อนเลย แต่ในเมื่อนางมีไว้ในก็ต้องยอมรับเสียแล้ว
"นับได้สามสิบเก้าแล้วขอรับ"
"สำรวจด้านล่างแล้วไม่มีใครก้อนผ้าสักคน"
อาจารย์สืออีมองไปยังปู้มั่วเสวียนด้วยความรำคาญ จ้องไปที่มือด้านขวาของนาง คล้ายเตือนสติว่าให้นำไปให้พวกผู้ช่วยนับเสียไม่งั้นได้หากันทั้งวันแน่แท้
ปู้มั่วเสวียนจึงเดินเข้าไปใกล้อาจารย์สืออีแล้วยื่นมันให้เขา นางรู้อยู่แล้วว่าอาจารย์ผู้นี้เห็นถึงการกระทำเช่นโจรของนาง ไม่รู้ว่าอาจารย์จะรับได้หรือไม่แต่อย่างไรก็แสร้งทำตัวว่าเป็คนดีสักหน่อย
"แม้จะได้สิ่งนี้มาโดยวิธีที่ไร้คุณธรรมไปสักหน่อย แต่ในเมื่ออาจารย์เห็นแล้วว่าข้าฉกชิงมาจากผู้อื่นก็ขอคืนให้ท่านอาจารย์ ไม่นับว่าเป็สิ่งที่ข้าเอามาได้ด้วยตนเอง"
ปู้มั่วเสวียนกล่าวเช่นนี้ทำให้อาจารย์สืออีมองนางเหมือนพบคนผู้มีคุณธรรม มองนางอย่างพิจารณา อีกสักรอบ แต่คนมีคุณธรรมที่ใดเขาจะไปฉกชิงของผู้อื่นอย่างไม่คิดหน้าคิดหลังกันเล่า
"ฮาฮ่าฮ่า "
อาจารย์สืออีมองเ้าเด็กหน้าซื่อแต่ใจไม่ซื่อผู้นี้แล้วก็หัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
ปู้มั่วเสวียนรู้สึกว่าตนเองนั้นไม่เข้าใจอารมณ์ของบุรุษที่เป็อาจารย์ตรงหน้าผู้นี้นัก จึงกลับมายืนตัวตรงเพราะอาจารย์สืออีไม่ได้รับก้อนผ้าจากนางสักที
"ก้อนผ้าที่สี่สิบอยู่ที่มือขวาเ้าเด็กนี่ "
อาจารย์สืออีเอ่ยขึ้นมาบอกผู้ช่วยของตนหลังจากหัวเราะจบ ผู้คนที่อยู่โดยรอบมองมายังจุดที่อาจารย์สืออียืนอยู่ั้แ่เขาหัวเราะเสียงดังลั่นแล้ว ยิ่งพอได้ยินวาจาเช่นนั้นจากอาจารย์อีกก็ต้องหันไปมองปู้มั่วเสวียนเป็ตาเดียว
"นางถึงกับก้อนผ้าไว้ถึงสองอัน "
"จะเป็ไปได้อย่างไร "
"บ้ากันไปใหญ่แล้ว "
"นางเก็บได้กระมัง"
"หากนางเก็บได้ง่ายเพียงนั้นเหตุใด พวกเราจึงเก็บไม่ได้เล่า"
เสียงของคนพูดกันไม่หยุด ปู้มั่วเสวียนก็ยังคงบอลมองดูท่าทีของอาจารย์สืออีอยู่ ไม่รู้ว่าบุรุษตรงหน้า คิดเช่นใด หากเป็เวลาปกตินางคงจะดูออกแล้ว แต่นี่คนพึ่งเจอกันแล้วใบหน้าของคนผู้นี้ก็เคลือบไปด้วยบางสิ่งไม่สามารถมองออกโดยง่ายดาย
"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ก่อน แยกย้าย "
อาจารย์สืออีกล่าวจบก็เดินออกไปจากบริเวณนั้นไม่สนใจศิษย์ที่พึ่งผ่านการทดสอบพวกนั้นอีกเลย
ตอนนี้ทิ้งให้ปู้มั่วเสวียนเป็จุดสนใจเพียงผู้เดียวปเสียแล้ว สหายใหม่ของนางวิ่งเข้ามาหานางทันที
"ข้าใแทบแย่ นึกว่าเ้าจะโดนคัดออกเสียแล้ว "
"อย่าได้ใส่ใจเื่ข้า แล้วไปเอาก้อนผ้ามาได้อย่างไร "
ปู้มั่วเสวียนกล่าวจบก็พุ่งมือเข้าใส่ใบหน้าของสหายใหม่ทันที แต่ยังไม่ทันโดนนางก็ยั้งมือไว้ก่อน
สหายใหม่ของนางยืนตกตะลึงสิ่งที่เจอเมื่อครู่ เขาหลบไม่ทันเป็แน่หากนางทิ่มเข้ามาจริงๆ
"เ้าหนู ข้านึกว่าเ้าปิดบังฝีมือต่อข้าเสียอีก "
"ข้าบังเอิญได้รับมาน่ะ โชคดีชะมัด"
"ใคร"
"คนรู้จักน่ะ ฮาฮ่าฮ่า "
"อ้อ "
"แต่เ้าฝีมือไม่เบาเลยนะ ทำเช่นไรถึงเอามาได้ถึงสองอัน"
"บังเอิญนะ ตอนแรกว่าจะให้เ้าสักอันแต่โดนจับตัวได้ซะก่อน "
"เ้าก็คงจะพอมีฝีมือเป็แน่ "
"เราออกไปกันเถอะ ไม่คิดว่าจะว่างไวเพียงนี้"
"ได้ๆ งั้นไปกันเถอะ"
สองสหายเดินออกจากบริเวณนั้นส่วนศิษย์พี่ของพวกเขาส่วนใหญ่ยังนั่งอยู่ที่เดิม การทดสอบวันนี้อาจารย์สืออีให้พวกเขามาร่วมทดสอบด้วยกับเด็กใหม่ เหมือนกับว่าอาจารย์ไม่เพียงคัดเด็กใหม่แต่ยังคัดเด็กเก่าเสียด้วย การทดสอบครั้งนี้มีเด็กใหม่ถึงกับผ่านมาได้หกคน ส่วนศิษย์เก่าเหลือเพียงยี่สิบสี่คน จะเรียนวิชานี้กับอาจารย์สืออีไม่ง่ายเพียงนั้น รอดูต่อไปว่าจะเหลืออีกสักกี่คน