บทที่ 17
การเดินทางสู่อโยดา
ท่านเ้าเมืองและบรรดาเด็กน้อยทั้งเก้ายืนพร้อมกันอยู่หน้าจวนเพื่ออส่งยุวาจารย์ปราณไปยังเมืองอโยดา...
สุเมธาธิบดีจ้องมองหน้าปราณแล้วก็เกิดความเสียดาย“สามสัปดาห์ข้ารู้สึกว่าไวมากเสียดายที่รู้จักความสามารถของเ้าช้าเกินไป มิเช่นนั้นลูกหลานของอำมาตย์คงได้มีพัฒนาการฌานยุทธ์ที่ก้าวหน้ากว่านี้เป็แน่!อย่างไรก็ตาม...ข้าต้องขอขอบใจเ้ามากที่เสียสละเวลาสอนเด็กๆให้เรียนรู้และเข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้น”
ปราณน้อมศีรษะด้วยความนอบน้อม “หามิได้ครับ!!! ข้าต่างหากที่ต้องขอบพระคุณทานเ้าเมืองที่ได้ให้โอกาสข้าได้ทำตามหน้าที่นี้และข้าก็คือชาวเมืองเชียงคลอง อะไรที่สามารถช่วยให้เมืองของเราพัฒนาขึ้นได้ข้ายินดีเสมอแม้วันนี้จะต้องจากไปแต่ในอนาคตข้าให้สัญญาว่าจะกลับมาช่วยพัฒนาเมืองเชียงคลองอย่างแน่นอนขอให้ท่านเ้าเมืองโปรดวางใจครับ” ปราณโค้งคำนับอย่างซาบซึ้ง ท่านเ้าเมืองตบบ่าเบาๆด้วยความเอ็นดู
เทวาจับบ่าปราณแล้วพูดออกจากความรู้สึกที่ไม่เคยมาก่อน“ข้าก็จะจำสิ่งที่เ้าสอนและแนะนำพร้อมทั้งฝึกสมาธิให้สามารถบรรลุฌานยุทธ์ให้ได้ถ้าอยู่ที่เมืองอโยดามีอะไรที่เ้า้าความช่วยเหลือให้รีบส่งม้าเร็วมาบอกข้ายินดีที่จะไปช่วยเ้าอย่างแน่นอน เพราะเ้ากับข้าก็เป็เสมือนพี่น้องกันแล้ว!”
ทันทีที่สุเมธาธิบดีได้ยินเทวาพูดเช่นนี้ถึงกับชื่นชมบุตรชายในใจ‘นี่ความคิดของลูกข้าหรือเนี่ย? ช่างต่างจากเดิมยิ่งนักไม่น่าเชื่อว่าระยะเวลาเพียงแค่สามสัปดาห์ ยังสามารถเปลี่ยนความคิดและนิสัยใจคอของเทวาได้ถึงเพียงนี้เ้าช่างเป็เด็กน้อยที่คิดอ่านกว้างไกลกว่าอายุสามารถโน้มน้าวใจเด็กพวกนี้ได้ใน่เวลาสั้นๆ ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ’
“ฮ่าๆๆๆๆ เมื่อลูกชายข้าแสดงความปรารถนาเช่นนี้ ข้าก็ยินดีให้ความช่วยเหลือเ้าทุกเมื่อแล้วข้าจะส่งคนของเราไปทันทีเพราะเ้าคือยุวาจารย์มีศักดิ์เทียบเท่าเทวาดังนั้นไม่ต้องเกรงใจ...ให้ข้าเป็เสมือนผู้ปกครองของเ้าอีกหนึ่งคนข้าจะดีใจยิ่งนัก!”
ปราณโค้งคำนับอีกหน “บุญคุณของท่านเ้าเมืองข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก และขอน้อมรับไว้ด้วยความเต็มใจครับ”
“เอาล่ะ! ได้เวลาแล้วเดี๋ยวจะเดินทางช้ากันพอดี เ้ายังต้องไปต่อเรืออีก เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน...” ท่านเ้าเมืองหันมองทางครุยุทธ์แฝดทั้งคู่น้อมศีรษะคำนับ
“แสง-ขรรค์ ฝากเ้าสองคนดูแลยุวาจารย์ปราณให้ดี ให้เดินทางโดยปลอดภัยเมืองเชียงคลองยินดีต้อนรับเ้าทั้งคู่เสมอ”
**********
ปราณบอกให้รถม้าแวะที่หมู่บ้านของเขาก่อนเขาอยากจะลาท่านลุงผู้ที่มีบุญคุณและคอยดูแลฝึกฝนเขามาโดยตลอด...
“ท่านลุง...ท่านลุง” ปราณะโเรียกท่านลุงอยู่พักใหญ่ก็ไม่มีเสียงตอบจึงเดินเข้าไปในบ้าน เห็นจดหมายวางอยู่บนโต๊ะ
“ปราณเอ๋ย เมื่อเ้าได้เข้าเรียน ก็หมดหน้าที่ของลุงแล้วลุงยังมีงานที่ต้องไปสะสาง ขอให้เ้าตั้งใจศึกษาฌานยุทธ์ให้เต็มที่ยังมีคนที่เก่งๆ และมียศถาอีกมาก ที่เ้าอาจจะต้องพบเจอ จงเก็บความเก่งไว้และแสดงออกเมื่อถึงเวลาจำเป็
โดยเฉพาะพลังหมัดซ้ายของเ้าต้องรู้จักการควบคุมพลังให้สมดุลกับหมัดขวานอกเสียจากว่าเกิดเหตุร้ายจวนตัวถึงชีวิต ถึงค่อยใช้พลังให้เต็มที่ จากกันวันนี้ยังไงก็ต้องมีการพบเจอ ข้าจะรอถึงวันนั้น...ของบนโต๊ะเป็กำไลต่างมิติสามารถเก็บของได้ทุกชนิดไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่แค่เ้าจับหรือััของสิ่งนั้นแล้วลูบมาที่กำไลจะใช้ของสิ่งใดที่เก็บไว้ก็นึกถึงแล้วลูบกำไล จะปรากฏออกมาข้าให้เป็ของขวัญเ้า...ท่านลุง”
“ท่านลุงไปแล้ว...ข้ายังไม่ได้ลาท่านเลย” ปราณก้มมองจดหมาย ใกล้ๆกันนั้นมีกำไลหนังสีดำเงาตรงกลางเป็คริสตัลทรงกลมจำนวนห้าชิ้นปราณหยิบขึ้นมาสวมข้อมือขวา แล้วทดลองใช้ จดหมายถูกเก็บในกำไลทันที เด็กน้อยยิ้ม
“ช่างเป็สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ยิ่งนัก ขอบคุณครับท่านลุง”แล้วปิดประตูบ้านก่อนเดินขึ้นรถม้า...
**********
สมุหเสนาแก่นนครนั่งหัวเราะร่ากับภริยาสุดสวยภายในห้องรับรองบ้านพัก “ป่านนี้มันคงออกเดินทางกันแล้ว ข้าหวังว่าท่านพ่อคงจัดการให้เรียบร้อยเราจะได้ไม่ต้องลำบากกัน”
รัตนาภรณ์ยิ้มกรุ้มกริ่ม “แน่นอนสิคะท่านพี่...พ่อของข้ารับปากว่าจะช่วยเราท่านพี่ก็รู้ว่าสกุลโชติชัชวาลคุมกิจการเดินทางและขนส่งในอาณาจักรไชยครามแทบจะทั้งหมดป่านนี้ท่านคงส่งข่าวให้ญาติๆได้รับรู้และคงเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว...ท่านพี่รอฟังข่าวดีก็แล้วกัน”
แก่นนครมองหน้าภริยาแล้วขมวดคิ้วถาม “ว่าแต่รัตนาครลูกของเรา เป็ยังไงบ้าง?”
รัตนาภรณ์ส่ายหัว สีหน้าหงุดหงิด ถอนหายใจยาว “เฮ้อ....ขัดใจน้องเหลือเกินทำหน้าตาเศร้าสลดอย่างกับว่าไอ้เ้าเด็กปราณเป็ญาติของเราอย่างนั้นแหละ!”
แก่นนครกัดฟันตัวสั่นสะท้าน“ลูกไม้หล่นไกลต้นเสียจริงนะ! รัตนาครเ้านี่...นับวันยิ่งทำตัวแปลกแยก...ไม่รู้ว่าจะชื่นชมไอ้เ้าเด็กนั่นทำไมนักหนา!บอกกี่ครั้งแล้วว่ามันเป็แค่สามัญชน ได้รับการแต่งตั้งจากเ้าเมืองมาก็เท่านั้นไม่ได้มีชาติกำเนิดที่สูงศักดิ์แบบพวกเรา...ไอ้เ้าปราณมันตายเสียได้ก็ดีเื่แย่ๆ จะได้จบไปพร้อมกับมัน...เพราะถ้าขืนมันอยู่นานกว่านี้ อันตรายแน่ๆเพราะดูท่าแล้วบรรดาอำมาตย์ทั้งหลายเริ่มจะชอบพอในตัวมัน...โดยเฉพาะท่านเ้าเมืองกับท่านมหาเสนา!”
**********
รถม้าเคลื่อนมาถึงช่องเขาต้นไม้ขนาดใหญ่ทั้งสองข้างแผ่กิ่งก้านเข้าหากันเป็ซุ้มโค้งขนาดใหญ่ที่สวยงามบดบังแสงแดดยามบ่ายได้เป็อย่างดี
ครุยุทธ์แฝดผล็อยหลับด้วยความอ่อนเพลียส่วนปราณนั่งมองจดหมายแล้วนึกถึงคำสอนต่างๆ ของท่านลุง น้ำตาเอ่อล้นออกมาช้าๆเด็กน้อยปาดคราบน้ำตา...
รถม้าถูกเบรคเสียงม้าร้องลั่นปลุกให้ครุยุทธ์แฝดตื่นทันทีทั้งสองมือจับดาบในท่าเตรียมพร้อมโดยอัตโนมัติ แล้วะโถามออกไปพร้อมกัน
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ข้างหน้าต้นไม้ล้มครับ!!! เดินทางต่อไม่ได้เราคงต้องช่วยกันขยับต้นไม้ออกไปให้พ้นทางกันก่อนครับ”
ทั้งสามลงจากรถม้า มองเบื้องหน้ามีต้นไม้ใหญ่ขนาดสามคนโอบขวางทางอยู่สองคู่แฝดมองหน้ากัน แล้วก็สะบัดมีดวงเดือนออกมาจากฝัก ปลดปล่อยพลังฌาน...
มีดของทั้งคู่พุ่งออกจากมือไปยังไม้ใหญ่เบื้องหน้าใบมีดโค้งที่คมกริบผสานกับความเร็วในการปล่อยทำให้ต้นไม้ใหญ่ถูกตัดขาดออกจากกัน ทั้งสองเร่งพลังฌานและสะบัดข้อมือบังคับทิศทางใบมีดให้หมุนวนตัดต้นไม้ขนาดใหญ่ซ้ำๆจนเริ่มเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย...
“ตู้ม...”
แสงสีเขียวอ่อนพุ่งลงมาสกัดกั้นการตัดของใบมีดคู่แฝดชะงัก มองไปตามทิศทางที่แสงเขียวอ่อนนั้นปล่อยออกมา...
แสงะโถามออกไป “เ้าเป็ใครกัน?”
“นั่นสิ...เราไม่เคยรู้จักกันเหตุใดถึงได้กระทำเช่นนี้? ปราณเ้าหลบไปก่อนท่าทางจะอันตราย” ขรรค์หันบอกปราณแล้วขยับมายืนบังร่างเด็กน้อยเอาไว้
เ้าของแสงสีเขียวอยู่ในชุดขาวพร้อมผ้าคลุมยาวครึ่งต้นขา สวมหน้ากากสีขาวเรียบบริเวณดวงตาทั้งสองข้างเป็เลนส์นูนสีเขียว ยืนเด่นอยู่บนเนินสูงที่ต้นไม้ล้ม... “หึหึหึ...มีคำสั่งให้ข้ามาจัดการเ้าหนูน้อยคนนี้เ้าสองคนไม่เกี่ยว...ถอยไป”

“จะฆ่าปราณ...คงต้องให้เ้าข้ามศพข้าสองคนไปก่อน”แสง-ขรรค์กางฝ่ามือใช้พลังฌานเรียกมีดวงเดือนกลับมา จากนั้นปลดปล่อยวงแหวนม่วง-น้ำเงิน
“มีดโค้งพายุคู่”
ทั้งสองประกบมีดทั้งคู่แล้วเหวี่ยงเป็วงไปหาชายชุดขาวอย่างรวดเร็ว...
“หึหึหึ เป็แค่ครุยุทธ์ ยังกล้าดีขนาดนี้ ได้...ข้าจัดให้”ชายชุดขาวยกแขนทั้งสองข้างตั้งการ์ด เร่งออร่าสีเขียวอ่อนจนห้อหุ้มร่างกายทั้งหมดแล้วสะบัดแขนลง ออร่าสีเขียวกระจายออกจากร่างปะทะมีดวงเดือนจนเปลี่ยนวิถี
ครุยุทธ์คู่แฝดยังหมุนวนมือบังคับให้แรงเหวี่ยงมีดวนกลับมาหาอีกครั้ง
“มันจะไม่ง่ายไปหน่อยหรือเ้าหนู!...มรกตเพลิง!!!” ออร่าสีเขียวอ่อนทรงกลมปรากฏขึ้นในมือทั้งข้าง ชายชุดขาวปล่อยออกไปดักทิศทางของมีดวงเดือนแล้วะโตีลังกาลอยเหนืออากาศแล้วปล่อยออร่าอีกสองลูกมาทางครุยุทธ์แฝดอย่างรวดเร็ว จนทั้งคู่ต้องะโหลบ...
“ตู้ม...ตู้ม...”
มีดวงเดือนหลุดออกจากกันร่วงลงสู่พื้น ลูกออร่ามรกตเพลิงถูกปล่อยอย่างต่อเนื่องดังห่าฝนทั่วบริเวณเกิดควันทั่วบริเวณ ครุยุทธ์แฝดต้องะโหลบเป็พัลวัน
“หึหึหึ อยากตาย ข้าจะจัดให้” ชายชุดขาว ค่อยๆ ลอยขึ้นจากเนินดินในมือยังคงปล่อยมรกตเพลิงอย่างต่อเนื่อง ร่างนั้นลอยต่ำลงมาเบื้องล่างพื้นดินถูกปกคลุมด้วยหมอกควัน เมื่อเท้าััพื้น เขาจึงหยุดปล่อยมรกตเพลิง! “ว่าไงครุยุทธ์คู่มีดวงเดือน...มีความสามารถแค่นี้เองหรือ?”
“ท่านเป็ใครกันแน่? ทำไมถึงทำร้ายเรา?...หรือว่า...”
“ต้องเป็ฝีมือไอ้เ้าสมุหเสนาแก่นนครแน่ๆ...นี่ยังไม่เลิกราอีกหรือนี่?”
ครุยุทธ์คู่แฝดค่อยๆพยุงตัวยืนขึ้น ควันค่อยๆ จางหายทั้งคู่เรียกมีดประจำกายกลับมา...
ยังไม่ทันที่ควันจะหายดีร่างชายชุดขาวก็กระโจนเข้าหาครุยุทธ์คู่แบบไม่ให้ตั้งตัว ด้วยพลังฌานสีเขียวอ่อน...
“กรงเล็บคำราม!!!”
เขากางฝ่ามือเต็มที่เพื่อรวบรวมพลังแล้วกำหมัดแน่น กรงเล็บยาวแหลมโผล่ขึ้นมาข้างละ 3 ซี่แล้วตะปบร่างของทั้งคู่
ครุยุทธ์แฝดต่างยกมีดวงเดือนขึ้นมาปัดป้องการตะปบที่บ้าคลั่งอย่างรวดเร็ว...เสียงของแข็งมีคมกระทบกันดังลั่นบริเวณชายชุดขาวเร่งพลังฌานจนออร่าสีเขียวอ่อนเข้มข้นขึ้นความเร็วและแรงในการกระหน่ำตะปบก็ไวขึ้นเช่นกัน...
“หนีไปก่อนปราณ ไม่ต้องห่วงพวกข้า...” ขรรค์ะโบอก พร้อมปัดป้องไปด้วย
‘จู่โจมรวดเร็วแบบนี้ ข้าไม่ได้ตั้งตัวเลย…จะทำยังไงดีท่านพี่?’
‘เราทั้งคู่ต้องถ่วงเวลาไว้ก่อน…ให้ปราณหนีได้ก็แล้วกัน!!!’
“แต่ว่า...ท่านพี่!!” ปราณะโสวนด้วยความเป็ห่วง แววตาดุดันสีหน้าเดือดแค้น
“ไม่ต้องห่วงข้าสองคน ถึงอยู่เ้าก็สู้เขาไม่ได้...รีบเอาตัวรอดไปก่อนไม่ต้องสนใจข้า”
“ใช่แล้ว...ข้าสองคนบอกแล้วว่าจะปกป้องเ้า...รีบๆ หนีไปซะ”
“ฮ่าๆๆๆ หมดเวลาเล่นแล้วพลังฌานของพวกเ้าเริ่มหมดแล้วสินะ...ตายซะเถอะ!!!...พยัคฆ์มรกตทลาย์!!!”