ทั้งสามพี่น้องได้ยินคำกล่าวของบิดา พวกเขาก็ตอบรับและรีบบินไปยังบ้านของไป๋เฉินโดยไม่รอช้า เมื่อมาถึงคนที่พวกเขาพบเจอเป็นคนแรกแน่นอนย่อมต้องเป็นไป๋เฉินที่ออกมาต้อนรับ
"ท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่หญิงรอง พี่หญิงสาม"เมื่อทั้งสามคนลงสู่พื้น ไป๋เฉินก็พลันโค้งคำนับในทันที ไป๋เทียนซินผู้เป็นบิดาจึงได้เข้ามาประคองเขาเอาไว้
"เฉินเอ่อร์ ไม่เจอกันนาน เจ้าถึงกับพัฒนาไปถึงจ้าวจักรวาลอมตะแล้ว ช่างทำให้พ่อคนนี้แปลกใจยิ่ง" ไป๋เทียนซินกล่าว เหล่าพี่น้องต่างดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ เนื่องจากก่อนที่ไป๋เฉินจะไปพักร้อนเขามีระดับอยู่ที่จ้าวจักรวาลขั้นปลายเท่านั้นแต่ตอนนี้กลับก้าวกระโดดมาถึงจ้าวจักรวาลอมตะ นี่มันเป็นไปได้อย่างไร
"พอดีได้รับโชควาสนาระหว่างเดินทางน่ะขอรับ ก็เลยพัฒนาเร็วขึ้นมาก......เรื่องของลูกเอาไว้ก่อน ตอนนี้พวกเราเข้าบ้านกันดีกว่าพวกท่านแม่กำลังรอ"ไป๋เฉินพูดพร้อมผายมือไปยังประตูทางเข้า
ไป๋เทียนซินยิ้มพลางพยักหน้าจากนั้นก็เดินเข้าประตูไป แน่นอนพี่ชายและพี่สาวของไป๋เฉินก็ยิ้มให้น้องชายและเดินเข้าไปเช่นเดียวกัน
เมื่อไป๋เทียนซินและลูกๆเข้ามาด้านในบ้าน เหล่าภรรยาของไป๋เฉินและเหล่าภรรยาของไป๋ฉีที่เห็นก็ยกมือป้องปากดวงตาเบิกกว้างในทันที พระเจ้า! ตระกูลนี้คัดคนที่หน้าตาหรืออย่างไร ทำไมทุกคนถึงได้หล่อเหลาและงดงามขนาดนี้
"พวกเจ้ามาช้าไป หลานคนโตของพวกเจ้าตอนนี้เข้าไปในจักรวาลเสมือนกับหมิงเอ่อร์แล้ว แถมหลานตัวน้อยอีกสองคนก็นอนหลับอยู่"เมื่อเห็นว่าพวกไป๋เทียนซินมาถึงหมิงเฉียนก็เดินเข้าไปหาแล้วกล่าวออกมาเช่นนั้น
"เอ๋! อะไรกัน"ไป๋อินที่หมายมั่นอยากจะเล่นกับหลานๆถึงกับดูเหงาหงอยไปในทันที
ไป๋เทียนซินยิ้มพลางส่ายหน้า "ไม่เป็นไรๆ หลานๆอยู่ที่นี่ข้าจะมาพบกับพวกเขาวันไหนก็ได้ แต่ตอนนี้เจ้าควรแนะนำคนอื่นๆให้พวกเรารู้จักก่อนดีหรือไม่ เพราะข้าไม่รู้ว่าคนไหนเป็นลูกสะใภ้ของข้าบ้าง"
เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้นของสามี หมิงเฉียนก็พยักหน้าตอบรับก่อนที่จะแนะนำลูกสะใภ้ หลานสะใภ้ รวมไปถึงหมิงเย่ และหมิงหรงให้สามีและลูกๆของเธอได้รู้จัก ทางด้านพวกไป๋เยว่อิงก็พากันก้มหัวย่อตัวทำความเคารพอย่างมีมารยาทโดยไม่รอช้า
ซึ่งมันสร้างความประทับใจให้กับไป๋เทียนซินรวม ไป๋ซาน ไป๋อิน และไป๋อิง เป็นอย่างมาก แม้พวกเขาจะแปลกใจในจำนวนภรรยาของหลานชายคนโตก็ตามทีแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาเพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นเรื่องส่วนตัว
"อืมๆ น้องสะใภ้และหลานสะใภ้ทั้งหลายพวกเจ้างดงามมาก พี่สาวคนนี้ถูกใจยิ่ง"หลังจากพิจารณาอยู่นานไป๋อิงก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสดใส ทำเอาพวกไป๋เยว่อิงพากันหัวเราะกันไปตามๆกัน
การที่พวกเธอได้รับการต้อนรับที่ดีและเป็นกันเองจากครอบครัวของสามีเช่นนี้ ช่างเป็นเรื่องที่โชคดียิ่ง
ในขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานอยู่นั้น สายตาอันเฉียบคมของพี่คนรองอย่างไป๋อินก็ไปตกอยู่ที่สองแม่ลูกอย่างหมิงเย่และหมิงหรงที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ทางด้านหลัง ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปหาแววตาเต็มไปด้วยความสนใจ
"เอ่อ.....หรืออะไรหรือเจ้าคะ"เมื่อเห็นหญิงงามอยู่ตรงหน้า หมิงเย่จึงได้เอ่ยปากถามออกไปเช่นนั้น
ไป๋อินยืนพิจารณาทั้งสองอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เธอจะเผยรอยยิ้มโดยพลัน "พลังจิตที่หายาก พวกเจ้าสองคนนี้มีอาจารย์แล้วหรือยัง"
"เอ่อ....ถ้าเป็นเรื่องนั้น ตอนนี้ข้าได้กลายเป็นศิษย์ของท่านหมิงเฉียนไปแล้วเจ้าค่ะ ส่วนเด็กคนนี้ก็เป็นศิษย์ของไป๋ฉี"หมิงเย่กล่าวตอบในทันที
ก่อนที่ทั้งสี่คนจะมาหมิงเฉียนได้ค้นพบว่าหมิงเย่เองก็มีพลังจิตเช่นกัน ดังนั้นเธอจึงเสนอให้หมิงเย่เป็นลูกศิษย์ของเธอ ซึ่งแน่นอนว่าหมิงเย่ได้ตอบตกลงไป
"อะไรกัน นี่ข้าพลาดอีกแล้วอย่างนั้นหรือ ท่านแม่สี่ช่างรวดเร็วจริงๆ"ไป๋อินทำท่าทีเหงาหงอยอีกครั้ง
"อินเอ่อร์ เจ้าอย่าเศร้าใจไปเลย จริงอยู่ที่พลังจิตเป็นพลังที่หายาก แต่เหล่าหลานสะใภ้ของเจ้าเองก็มีพลังที่ดูน่าสนใจมากเหมือนกัน เจ้าไม่ลองเลือกพวกเธอมาเป็นศิษย์ดูล่ะ" เฟิงซีผู้ซึ่งเป็นแม่แท้ๆของไป๋อินกล่าวและลูบผมลูกสาวอย่างแผ่วเบาด้วยความเอ็นดู
ไป๋อินที่ได้ยินก็พยักหน้าจากนั้นก็หันไปหาเหล่าหลานสะใภ้ของเธอที่อยู่ไม่ไกลนัก "หลานสะใภ้ของข้า พวกเจ้าช่วยปลดปล่อยพลังออกมาหน่อยได้หรือไม่"
เมื่อได้ยินคำกล่าวของไป๋อินพวกโรสก็หันไปหา จากนั้นพวกเธอก็ทำตามที่ท่านป้าสะใภ้รองบอกอย่างว่าง่ายและไม่ปิดบังใดๆทั้งสิ้น ในเวลาต่อมาในมือของหญิงงามก็เป็นประกายไปด้วยธาตุสองธาตุ จะมีพลังโรสเท่านั้นที่มีถึงสามธาตุด้วยกัน
"จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่ยังไม่ก่อตัวเป็นรูปร่าง แต่ทว่าพลังของมันกลับรุนแรงมาก เป็นอย่างที่ท่านแม่ว่าพลังของพวกเจ้าน่าสนใจจริงๆ โดยเฉพาะพลังที่มือด้านซ้ายของพวกเจ้า"ไป๋อินเพ็งพิจารณาพวกมันอยู่ครู่ใหญ่ พลังที่มือซ้ายของพวกโรสแน่นอนมันย่อมเป็นพลังที่พวกเธอได้มาจากไป๋ฉี
หลังจากที่พิจารณามานานไป๋อินก็เลือกเป็นอาจารย์ให้กับโรส เซอิน และโนอา เนื่องจากพวกเธอมีธาตุที่คล้ายๆกันสามารถสอนสั่งไปในแนวทางเดียวกันได้
ส่วนซุนหรงและจางจิวลี่นั้นเป็นไป๋อิงที่อาสาเป็นอาจารย์ให้ เพราะเธอถูกใจความสามารถทางด้านความเร็วของทั้งสองคนเป็นอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองได้สืบทอดพลังสายฟ้าและแสงมาจากไป๋ฉี
เพียงเท่านี้ภรรยาทั้งห้าคนของไป๋ฉีก็มีอาจารย์กันจนหมดสิ้น ส่วนพวกแม่ๆอย่างไป๋เยว่อิง ไป๋หนิง และไป๋หยาเฟยนั้นจะอยู่ในการดูแลของหมิงเฉียนผู้เป็นแม่ของสามี นี่คือธรรมเนียมปฏิบัติของตระกูลไป๋
"เอาล่ะ ในเมื่อพวกเจ้าแบ่งศิษย์กันได้แล้ว พวกเราก็สมควรพาเด็กๆพวกนี้ไปเที่ยวชมพิภพไป๋กันหน่อยดีหรือไม่"ม่านเหยาผู้ซึ่งเป็นภรรยาลำดับที่หนึ่งของไป๋เทียนซินเสนอความคิดเห็นออกมา แน่นอนว่าเหล่าสาวๆพากันเห็นด้วยและพากันเดินออกไปข้างนอกบ้านในทันที
ในบ้านแห่งนี้จึงเหลือเพียงไป๋เฉิน ไป๋ซาน และไป๋เทียนซินเท่านั้น
"ฮ่าๆๆ น้องเล็ก ในตอนนี้พวกเราคงตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันแล้วสินะ พวกเราเป็นถึงจ้าวจักรวาลแท้ๆแต่กลับไร้อำนาจเมื่ออยู่เบื้องหน้าภรรยา หากจ้าวจักรวาลคนอื่นรู้เข้ามีหวังได้ขายหน้าแย่"เมื่อเห็นว่าบรรยากาศกลายเงียบไป ไป๋ซานจึงเอ่ยปากแซวน้องชายอย่างขบขัน
"พี่ชาย ใครว่าเราอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน ข้ามีภรรยาเพียงสามคนเท่านั้น พวกเธอก็ยังพอเชื่อฟังข้าอยู่บ้าง ดังนั้นข้าไม่เหมือนท่านกับท่านพ่ออย่างแน่นอน"ไป๋เฉินตอบกลับไป
"อ้าว! พวกเจ้าสองพี่น้องพูดคุยกันแล้วลามมาถึงข้าได้"
"อีกอย่างพวกเจ้าช่วยหาเรื่องอื่นมาพูดคุยไม่ได้หรืออย่างไรกัน ก็รู้อยู่ว่าเป็นเรื่องน่าอายแต่ก็ชอบหยิบยกมาพูดคุยกันเสียจริง"ไป๋เทียนซินกล่าวออกมาด้วยความเหนื่อยใจ