ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    แบ่งกันเขิน

    แบ่งกันเขิน

               ผ่านไปเพียงหนึ่งสัปดาห์รถม้าคันแรกที่สั่งทำไปก็เสร็จเรียบร้อยดีด้วยฝีมือของเถ้าแก่จิ้นและลูกน้องมันจึงเสร็จออกมาอย่างสวยงามประณีตทีเดียว เมื่อตัวรถม้าเสร็จก็ถึงคราวตกแต่งหลังจากที่ชิงเถาได้ลงอักขระเพิ่มพื้นที่ลงไปแล้วซึ่งช่างสาวอย่างลี่ถิงและเยว่ซือก็ลงมือปักเย็บรอตั้งแต่ชิงเถาบอกขนาดและลักษณะต่าๆแล้ว จนแล้วเสร็จไปก่อนรถม้าเสียอีกเมื่อรถม้าส่งมาที่ร้านพวกนางจึงช่วยกันตกแต่งทันทีการตกแต่งนั้นไม่ใช่เรื่องยากเย็นนักเพราะทุกอย่างได้ทำการวัดไว้อย่างแม่นยำมันจึงเข้ากันได้พอดีทุกส่วนไม่ว่าจะเป็นห้องเล็กส่วนหน้าที่ทำไว้ให้คนนั่งบังคับม้าได้หนึ่งหรือสองคนได้ส่วนที่สองที่เป็นห้องใหญ่ที่สุดนั้นเป็นส่วนนั่งที่มีเป็นม้านั่งสองแถวและมีโต๊ะน้ำชาตรงกลางถัดเข้าไปด้านด้านหนึ่งเป็นส่วนเล็กๆ ที่มีหน้าต่าระบายอากาศเหมาะกับก่อไฟใช้ต้มน้ำชาหรืออุ่นอาหารเล็กๆน้อยๆได้ และอีกด้านมีฉากกั้นไม้อยู่ซึ่งสามารถมาหลบมุมนอนได้สบายและส่วนด้านหลังสุดของรถม้า ดังเช่นที่ร้องขอมา เป็นห้องเล็กๆ ไว้สำหรับปลดทุกข์  แต่ด้วยเรื่องสุขอนามัยและกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์ถ้าไม่หนักหนาจริงๆก็มีไว้ให้ปลดเบาเป็นหลักเท่านั้น แต่เพียงเท่านี้ก็ถือว่าถูกใจทุกคนแล้วด้วยบ้านหลังเล็กเคลื่อนที่ได้คันนี้

    “น้องรองพี่ว่าเราเพิ่มผ้าปูโต๊ะไปหน่อย และตรงห้องน้ำหน่อยก็ดีนะพี่ว่า”ลี่ถิงเอ่ยออกมาเมื่อจัดการเสร็จแล้วแต่เมื่อลองตรวจสอบดูก็ยังรู้สึกว่ายังไม่อีกสองสามที่ที่ต้องเพิ่มอะไรเข้าไปหน่อย

    “แล้วแต่ท่านเลยเจ้าค่ะอะไรที่จะสวยงาม” ชิงเถาพยักรับกับข้อเสนอของพี่สาว นางก็ว่าดีเหมือนกัน และต่อไปจะได้ทำไปในรูปแบบเดียวกันแต่อาจจะเปลี่ยนสีสันไปเรื่อยๆตรงส่วนห้องน้ำนั้นนางได้สั่งทำให้มีช่องระบายอากาศไปด้วย ซึ่งจริงๆ คนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแน่นอนแต่เพื่อความสบายใจของผู้ใช้เพิ่มผ้ามาตกแต่งปิดไว้หน่อยก็ไม่เสียหายอะไร

    “เช่นนั้นก็เอาตามนี้แล้วกัน”ลี่ถิงเอ่ยออกมาพร้อมก้มหน้าลงจดบันทึกส่วนที่ต้องทำมาเพิ่มทันที

    “ความคิดเจ้าดีมากเลยนะและยังไม่ลืมสัญลักษณ์ของร้านด้วย ใครเห็นก็ต้องมีอยากได้กันบ้างหละ” เยว่ซินเอ่ยออกมาอย่างชื่นชมด้วยชิงเถาได้สั่งให้ช่างได้แกะสลักตราสัญลักษณ์ของร้านไว้ด้วยไม่ได้แกะรูปใหญ่จนดูขัดตาแต่เพียงทำอันเล็กๆ เรียงร้อยกันแทนลวดลายต่างๆ แทนพอออกมาแล้วในก็สวยดีทีเดียว

    “ข้าแค่คิดเจ้าค่ะแต่ไม่คิดว่าเถ้าแก่จิ้นและช่างคนอื่นจะทำออกมาได้สวยงามขนานนี้ “นางไม่กล้ารับคำชมไว้ทั้งหมดหรอก เพราะตัวนางไม่มีปัญญาทำงานด้านศิลป์แบบนี้ได้แน่ๆ

    “น่าพี่ชมก็รับไว้เถอะ”

    “เจ้าค่ะแต่ว่าข้าไม่ได้สั่งทำเพียงรถม้านะเจ้าคะ ยังสั่งเกี้ยวคนหามไปด้วยเช่นกัน”ชิงเถาบอกออกมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แต่คนอื่นมองไม่ทันหรอกนางยิ้มเพียงครู่เท่านั้น

    “เอ๊ะทำเกี้ยวด้วยรึ พี่ว่าเกี้ยวมีไว้ให้เพียงคนเดียวนั่งก็ดีแล้วนะเพราะมันมีไว้ใช้เพียงระยะทางใกล้ๆถึงแม้ว่าน้ำหนักข้างในถ้าได้วางอักขระเพิ่มพื้นที่จะทำให้น้ำหนักข้างในนั้นไม่มีผลจากข้างนอกก็เถอะแต่ก็ใช่ว่าจะไม่หนักเลยเสียเมื่อไหร่” เยว่ซินความออกมาอย่างสงสัย เพราะความคิดนี้นางไม่ค่อยจะเห็นด้วยเสียเท่าไหร่เพราะเกี้ยวนั้นต้องใช้คนหาม และนางคิดว่านั่งเพียงคนสองคนก็เพียงพอแล้วสรุปก็คือนางสงสารคนหามนั่นแหละ

    “ไม่ได้สั่งทำมาขายหรอกเจ้าค่ะสั่งมาไว้ใช้ในงานต่างหาก” ชิงเถาเอ่ยเฉลยออกมาและจนกว่าคนอื่นจะเข้าใจความหมายก็ผ่านไปครู่ใหญ่

    “บ้าแล้วเจ้าน่ะไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้” เยว่ซินผลักไหล่ชิงเถาเบาๆ เมื่อนึกออกว่าอีกคนหมายถึงเรื่องใดกันแน่

    “เตรียมไว้แต่เนิ่นๆก็ดีนะเจ้าคะ จะได้มีเวลาปรับแก้” ลี่ถิงก็ไม่วายร่วมวงด้วยจนคนโดนแกล้งหน้าแดงไปหมดแล้วตอนนี้

    “เช่นนั้นก็สั่งเพิ่มอีกหลังเถอะเพื่อว่าจะได้ใช้เร็วๆ นี้”เยว่ซินไม่ยอกมถูกแกล้งอยู่คนเดียวจึงดึงอีกคนมาร่วมด้วยแต่ใช่ว่าอีกคนจะรู้ตัวง่ายๆ เสียเมื่อไหร่  ***เราไม่รู้ว่าเกี้ยวใช้สรรพนามอะไร ขอโทษด้วนะคะถ้าหากใช้คำแบบมั่วซั่ว***

    “สั่งมาทำไมเจ้าคะงานหนึ่งใช้หลังเดียวก็พอแล้วนะ” อีกคนยังไม่รู้ตัวเลยว่าเขาหมายถึงตัวเองลี่ถิงยังเอ่ยออกมาถามเยว่ซินอย่างสงสัยอีก

    “ก็จะใครล่ะพี่ว่าคงไม่ใช่ชิงเถาแน่นอนล่ะนะ แต่ว่านะจริงๆเรื่องเกี้ยวต้องเป็นของฝ่ายเจ้าบ่าวนำมารับ ฝ่ายเจ้าสาวไม่ได้เตรียมเสียหน่อย”เยว่ซินเอ่ยออกมาพร้อมขบขันกับอีกคน

    “ทำไมเจ้าคะชิงเถาน่ารักออกขนาดนี้จะต้องได้แต่งกับคนดีๆ แน่นอน”ลี่ถิงก็ยังไม่เข้าใจความหมายของอีกคนอยู่ดี

    “ข้าพึ่ง13เองนะเจ้าคะ ไม่รีบๆ”ชิงเถารีบปัดมือโบกไปมาทันทีเมื่อพี่สาวคิดว่าเป็นตนเอง

    “ใช่แล้วเจ้าลองคิดดูสิ ชิงเถาที่เป็นน้องจะออกเรือนก่อนได้อย่างไร จะต้องถึงงานใครก่อนน้าาา”เยว่ซินยังพยายามเอ่ยออกมาให้ลี่ถิงเข้าใจความหมายเสียที

    “เอ่อขะข้าหรือเจ้าคะ บ้าแล้ว เรื่องนั้นข้ายังไม่คิดหรอกเจ้าค่ะ” เมื่อเริ่มเข้าใจอะไรแล้วลี่ถิงจึงหน้าแดงระเรื่อทันทีแสดงว่าที่พูดมาเมื่อครู่หมายถึงนางเช่นนั้นรึ

    “คิดๆหน่อยก็ดีนะเผื่อจะมองเห็นว่าใครเขารออยู่” เยว่ซินบอกออกมาเหมือนผู้ที่หมายประสบการณ์มาก่อนและทุกคนคัดกรองแล้วว่าคนผู้นั้นผ่านฉลุยในเรื่องต่างๆ

    “ไม่มีใครหรอกเจ้าค่ะอีกอย่างข้ายังอยากอยู่กับทุกคนนานๆ”

    “รีบคิดก็ไม่เสียหายนะเจ้าคะ”ชิงเถายังไม่เลิกคุยเรื่องนี้ คุยกันทีไรนางรู้สึกว่าสนุกนักเพราะมันไม่ใช่เรื่องของตัวเองไงมันถึงได้สนุกขนาดนี้

    “เอ่อพี่ว่าจะไปหาซื้อผ้าเพิ่มแล้ว พี่เยว่ซินไปเป็นเพื่อข้าหน่อยเจ้าค่ะนี่ก็จะเข้ายามเซินแล้ว เรารีบไปกันเถอะ”ลี่ถิงเอ่ยขัดออกมาแล้วเปลี่ยนเรื่องทันที อีกสองสาวก็ไม่ได้พูดอะไรต่อได้แต่ปล่อยนางให้ทำงานไป ถือว่านางรอดตัวไปก็แล้วกันนะวันนี้  (ยามเซิน = 15.00-16.59 น.)

    “งั้นเราก็ไปกัน”เยว่ซินก็ได้แต่เออออตามไปเท่านั้นนี่สิเมื่อเข้าเรื่องนางก็ทิ้งเรื่องไปให้อีกคนแทน ถือว่าช่วยๆกันเขินก็แล้วกันนะน้องสาว

     

     

    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน