เคล็ดคชสารวิญญาณมังกร

    เล่มที่ 2 บทที่ 52 ตงฟางป้าเทียนสิ้นชีพ

            ถังจงเวยหาได้ลังเลไม่ เขาโยนดาบโลหะชั้นดีในมือให้ถังเหล่ย

            จากนั้นถังเหล่ยก็หวดดาบเบาๆ ด้ามดาบที่หวดอากาศข้างๆ พลันส่งแรงมหาศาล ก่อนที่เขาจะออกแรงไปที่ขาทั้งสอง พุ่งออกไปราวสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์

            แม้จะมีแค่ถังเหล่ยคนเดียว แต่ศิษย์ตระกูลตงฟางกลับรู้สึกกดดันราวกับเผชิญหน้ากองทัพนับหมื่น

             “ฆ่ามันซะ!”

            ตงฟางป้าเทียนตะโกนออกมา แล้วยกดาบโค้งในมือฟันไปทางถังเหล่ย

            ถังเหล่ยหมุนตัวกลางอากาศ แล้วฟันดาบสวนออกไป พลังมหาศาลนั้นทำให้มือของตงฟางป้าเทียนชาหนึบ ดาบโค้งในมือถูกฟันกระเด็น และน้ำหนักนับหมื่นจินก็กระแทกลงกลางอกของตงฟางป้าเทียน จนปลิวกระเด็นออกไป

            ไม่กี่อึดใจต่อมาถังเหล่ยก็กระโดดเข้ามาในวงล้อมของตระกูลตงฟาง แล้วโบกสะบัดดาบในมือ  เลือดล้วนสาดกระจาย เขาปลิดชีวิตคนราวเทพมรณะ

            ศิษย์ตระกูลตงฟางผ่านการต่อสู้มาตลอดทั้งคืน จึงเหลือพลังไม่ถึงครึ่ง ยอดฝีมือผู้ทรงยุทธ์อย่างตงฟางป้าเทียนกับตงฟางป้าหยวนก็ใช้ปราณแท้พลังยุทธ์ในร่างไปมหาศาล วิญญาณยุทธ์จึงเรียกออกมาไม่ได้ พวกเขาทำได้เพียงใช้พลังกายต่อสู้

            ในขณะที่ปราณแท้พลังยุทธ์ในร่างถังเหล่ยกลับอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม พลังสีทองไหลเวียนในเส้นชีพจรของถังเหล่ยอย่างรวดเร็ว และส่งพลังมหาศาลให้เขา

            ดาบของถังเหล่ยถูกฟาดฟันออกไป ศิษย์ตระกูลตงฟางสองคนถูกฟันขาดครึ่ง ขนาดอาวุธในมือก็ยังถูกฟันเป็นสองท่อน

            ตงฟางป้าหยวนคิดจะหยุดถังเหล่ยเอาไว้ แต่ถังเหล่ยแค่ฟันดาบเดียวก็มีพลังเกือบหกหมื่นจิน ตงฟางป้าหยวนเป็นผู้ทรงยุทธ์ขั้นที่หนึ่ง ภายใต้สถานการณ์ที่ไร้วิญญาณยุทธ์ช่วย เขาจะขัดขวางถังเหล่ยได้เยี่ยงไร?

            ไม่นานก็มีหลายสิบชีวิตตายไปด้วยคมดาบของถังเหล่ย ดาบที่เขาร่ายรำไม่ต่างอะไรไปจากมือสังหารขั้นเทพ ศิษย์ตระกูลตงฟางรอบๆ ล้วนไม่กล้าเข้าใกล้ถังเหล่ย

            ระหว่างที่บนหลังคาสูงของตระกูลถังมีสองร่างยืนมองการต่อสู้ด้านล่างอยู่

             “อาจารย์ ทำไมพวกเราไม่เข้าไปช่วย? แม้ถังเหล่ยจะแข็งแกร่ง แต่เผชิญหน้ากับคนมากมายเช่นนี้ก็อันตรายเกินไป”

            หลินเนี่ยนเห็นถังเหล่ยพุ่งไปในกลุ่มคนหลายร้อยคนอย่างบ้าคลั่ง นางก็รู้สึกกังวลเล็กน้อย

             “พวกเราคือสำนัก ไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างตระกูลเช่นนี้ได้”

            อวิ๋นเมิ่งมองภาพด้านล่างพลางกล่าวอย่างเรียบเฉย

            ศพรอบด้านล้วนอยู่ในสายตาของอวิ๋นเมิ่ง การต่อสู้ระหว่างตระกูลเช่นนี้โหดร้ายเกินไป ตระกูลที่พ่ายแพ้แทบจะถูกกำจัดทั้งตระกูล แต่อวิ๋นเมิ่งคือเจ้าตำหนักเมิ่งเซียน

            นางไม่อาจยุ่งเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างตระกูล ไม่เช่นนั้นอาจถูกวิจารณ์ได้

             “แต่ถังเหล่ยช่วยพวกเราไว้มากมาย เขายังช่วยชีวิตข้าไว้หลายหน แม้กระทั่งตอนนั้นก็ยังช่วยข้า...”

            หลินเนี่ยนไม่ทันพูดจบ อวิ๋นเมิ่งก็พูดตัดบท

             “ไม่ได้ก็คือไม่ได้ นี่ไม่ใช่เป้าหมายในการเดินทางของเรา ที่ข้าตามมาด้วยนี้ ก็เพื่อดูว่าเฮยฉานฉู่จะปรากฏตัวหรือไม่ ดูท่าเขาคงจากไปแล้วจริง และคงไม่กลับมาในเวลาสั้นๆ”

            อวิ๋นเมิ่งเห็นภาพที่ถังเหล่ยต่อสู้อยู่ด้านล่าง ในใจพลันเกิดความรู้สึกบางอย่าง จากที่นางสังเกต การต่อสู้ระหว่างตระกูลเช่นนี้ไม่มีความจำเป็นแต่อย่างใด

            คนที่ตายไปเหล่านี้ล้วนไร้ซึ่งความหมาย

             “ถ้าไม่มีถังเหล่ย ข้าคงตายไปแล้ว ไม่ได้การ ข้าต้องไปช่วย! ต่อให้ถูกอาจารย์กักบริเวณข้าก็จะไป!”

            เมื่อหลินเนี่ยนเห็นสถานการณ์ต่อสู้อันดุเดือดด้านล่าง นางก็กัดฟันตัดสินใจไปแล้ว ปราณแท้พลังยุทธ์ในร่างพลุ่งพล่าน วิหคสีฟ้าปรากฏขึ้นด้านหลังของหลินเนี่ยน

            อวิ๋นเมิ่งที่คิดจะขัดขวาง กลับถูกวิญญาณยุทธ์ที่หลินเนี่ยนเรียกออกมาทำให้ตกตะลึงเสียก่อน

             “วิญญาณยุทธ์ระดับนภา!”

            มือที่ยื่นออกไปหยุดกลางอากาศ สีหน้าของอวิ๋นเมิ่งเต็มไปด้วยความตกใจ วิญญาณยุทธ์ของหลินเนี่ยนเดิมทีเป็นระดับปฐพีขั้นสูง ไยตอนนี้ถึงวิวัฒนาการเป็นวิญญาณยุทธ์ระดับนภา?

            ตอนนางอยู่กับถังเหล่ยเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

            ขณะที่อวิ๋นเมิ่งตกตะลึงอยู่นั้น หลินเนี่ยนก็ขี่วิญญาณยุทธ์พุ่งออกไปทางถังเหล่ยเสียแล้ว

            ฟุ่บๆ...

            ขณะที่ศิษย์ตระกูลตงฟางด้านล่างกำลังรุมโจมตีถังเหล่ย บนฟ้ามีเสียงทะลวงฝ่าอากาศดังขึ้น ขนนกสีฟ้าพลันแทงร่างกายของศิษย์ตระกูลตงฟาง ผิวกายพวกเขาถูกแช่แข็ง และพลังชีวิตก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว 

            ศิษย์ตระกูลตงฟางยี่สิบกว่าคนกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งในเสี้ยววิ จากนั้นหลินเนี่ยนก็กระโดดลงมา บนพื้นเกิดเป็นน้ำแข็งแผ่ขยายชั้นหนึ่ง

            หลินเนี่ยนเป็นถึงผู้ทรงยุทธ์ขั้นที่หก ในเวลาเดียวกันก็มีวิญญาณยุทธ์ระดับนภา การที่นางเข้ามาในกลุ่มศิษย์ตระกูลตงฟางนั้น ทำให้สถานการณ์พลิกผันกลายเป็นหมาป่าขย้ำฝูงแกะ

            กระบี่เหมันต์ในมือหลินเนี่ยนโบกสะบัด ศิษย์ตระกูลตงฟางระดับผู้ชำนาญยุทธ์เหล่านั้นไม่มีแม้แต่โอกาสจะตอบโต้ เลือดในกายล้วนถูกแช่แข็งฉับพลัน

            ในเวลาเดียวกันวิหคสีฟ้าก็บินลงมาจากบนฟ้า และอ้าปากพ่นพลังเยือกแข็งออกมา ศิษย์ตระกูลตงฟางหลายคนที่หลบไม่ทันก็กลายเป็นน้ำแข็งทันใด ก่อนที่ร่างกายจะปริแตกเป็นเศษน้ำแข็ง

            การเข้าร่วมของหลินเนี่ยนเปลี่ยนสถานการณ์รบทันที  ศิษย์ตระกูลตงฟางกับตระกูลซินถูกสังหารอย่างสิ้นซาก

            เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป ศิษย์นับร้อยคนก็ล้มไปกองกับพื้นกันหมด

            ศีรษะของตงฟางป้าหยวนถูกถังเหล่ยตัดในดาบเดียว ผู้อาวุโสของตระกูลซินคนนั้นก็ถูกเยือกแข็งของหลินเนี่ยนสังหาร

            ไม่นานในลานกว้างก็เหลือเพียงตงฟางป้าเทียนคนเดียว

            หลินเนี่ยนจงใจไม่สังหารเขา ถังเหล่ยก็เหลือชีวิตของเขาเอาไว้เพื่อสังหารเป็นคนสุดท้าย!

             “ตงฟางป้าเทียน เจ้ามีอะไรอยากพูดหรือไม่!?”

            ถังเหล่ยโยนตงฟางป้าเทียนด้วยมือข้างหนึ่งไปต่อหน้าผู้คนตระกูลถัง!

             “จะ..เจ้าไม่มีทางรอดแน่ ไม่ช้าก็เร็วตระกูลถังจะต้องถูกทำลาย ใต้เท้าเฮยฉานฉู่ไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!”

            ตงฟางป้าเทียนที่รู้ว่าอย่างไรวันนี้เขาก็ไม่รอด ใบหน้าเขาเผยความดุร้าย แล้วตะโกนออกมาอย่างคลุ้มคลั่ง

             “เฮยฉานฉู่หรือ? เฮยฉานฉู่เองยังวิ่งหนีหางจุกตูดไปแล้วเลย แต่ไม่เป็นไร ไม่ช้าก็เร็วข้าจะไปฆ่าเขาด้วยตัวเอง  ถึงตอนนั้นพวกเจ้าก็ไปทักทายกันในนรกแล้วกัน!”

            ถังเหล่ยหัวเราะลั่น ก่อนจะฟันตงฟางป้าเทียนขาดเป็นสองท่อน เลือดสาดกระจายเปื้อนเท้าของถังเหล่ย

            ผู้นำตระกูลตงฟางหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองอวิ๋นหลิว ตงฟางป้าเทียน

            ตายแล้ว!

            ตอนแรกผู้คนตระกูลถังยังมึนงง จากนั้นก็โห่ร้องดีใจ นี่คือเสียงแห่งชัยชนะ นี่คือเสียงแห่งความยินดีที่ส่งมาจากก้นบึ้งหัวใจ

            ถังเหล่ยปักดาบไว้ที่พื้น แล้วก็เดินมาด้านหน้าถังจงเวย

             “ท่านปู่ เหล่ยเอ๋อร์มาสายไป ตอนนี้ตระกูลตงฟางถูกทำลายหมดสิ้นแล้ว แต่ยังมีตระกูลซินกับตระกูลหวังอยู่ ข้าจะไปทำลายตระกูลซินกับตระกูลหวังเดี๋ยวนี้เลย  ต่อไปในเมืองอวิ๋นหลิวจะมีแค่ตระกูลถังของเราเท่านั้น!”

            ถังจงเวยได้ยินคำพูดของถังเหล่ยก็ตกตะลึงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครู่ถังจงเวยคิดว่าถังเหล่ยจะพูดเพิ่มขวัญกำลังใจ เพราะตงฟางป้าเทียนตายไปแล้ว แต่นี่ถังเหล่ยคิดจะถอนรากถอนโคนอีกสองตระกูลที่เหลือด้วย

            บ้าคลั่งเกินไปแล้ว!

             “เหล่ยเอ๋อร์ คนตระกูลตงฟางตายไปกว่าครึ่งแล้ว  จะกลืนกินตระกูลตงฟางคงง่ายดาย แต่จะให้จัดการกับตระกูลหวังและตระกูลซินยังต้องวางแผนอีกยาว  ตอนนี้ตระกูลถังมีเจ้าแล้ว ไม่ช้าก็เร็วจะต้องกลายเป็นตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวิ๋นหลิวแน่!”

            ถังจงเวยไม่อยากให้ถังเหล่ยไปเสี่ยงอันตราย เพราะตอนนี้คนในตระกูลถังก็บาดเจ็บล้มตายไปไม่น้อย

            แต่ตระกูลซินไม่ได้เสียหายมากนัก  ตระกูลหวังเองก็ไม่ได้ร่วมการต่อสู้ หากไปท้าสู้กับสองตระกูล เกรงว่าตระกูลถังจะตกอยู่ในอันตราย

             “ท่านปู่ ข้าอาจจะต้องออกจากเมืองอวิ๋นหลิว…”

    คล้ายกับเรื่องเคล็ดคชสารวิญญาณมังกร ที่คุณอ่าน