CURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป

    ตอนที่ 39

    หลังจากได้รับบัตรเข้าห้องมาแล้วนอสก็เริ่มเดินตรงดิ่งไปหาห้องที่มีเลขตรงกับบัตรในมือ

    “386 386 อยู่ตรงไหนน้า~ อ้ะ! เจอแล้วนั่นไง”

    นอสมองหาห้องอยู่สักพักในที่สุดก็เจอนอสจึงรีบสแกนบัตรและเข้าไปในห้องทันที



     

    ลักษณะภายในห้องนั้นคล้ายกับห้องโถงขนาดใหญ่มากๆ และมีห้องย่อยเป็นล็อกๆให้คนเข้าไปโดยห้องที่นอสมานั้นมีห้องอยู่ทั้งหมด 5 ห้อง เป็นโชคดีของนอสห้องนี้ยังไม่มีคนเข้ามาเลยสักคน



     

    นอสรีบวิ่งไปแล้วเลือกห้องสุดท้ายที่ไกลจากประตูมากที่สุด เพราะนอสคิดว่าจะได้ไม่มีใครมาเห็นและยังได้ความเป็นส่วนตัวด้วย



     

    นอสเดินเข้าไปข้างในห้องและห้องก็ล็อคทันที

    “กรุณาแตะที่ไอคอนเพื่อเลือกแบบประเมิน”

    หลังจากที่นอสเข้ามาภายในห้องก็ได้มีเสียงแจ้งเตือนของเอไอดังขึ้นมา



     

    นอสยืนนิ่งและเลื่อนดูเมนูที่หน้าจอโฮโลแกรมด้านหน้าตัวเอง

    “อืม….ลองประเมินพลังเวทย์ดูก่อนดีกว่า”

    หลังพูดจบนอสก็จิ้มไปที่ไอคอนตรงหน้า



     

    สภาพของห้องเปลี่ยนไปทันทีจากที่ห้องเป็นสีขาวโพรน ห้องถูกปรับเปลี่ยนเป็นภายในป่าและตรงหน้าของนอสก็มีลูกแก้วลูกสีขาวใสลูกหนึ่งโผล่ออกมา

    “กรุณาวางมือไปที่ลูกแก้วและใช้พลังเวทย์เพื่อประเมิน”

    เสียงเอไอพูด



     

    นอสได้ยินแบบนั้นก็จึงเดินเข้าไปที่ลูกแก้วอย่างช้าๆและค่อยๆวางมือลงไปที่ลูกแก้วสีขาวใสที่อยู่ตรงหน้าของตัวเอง เมื่อนอสสัมผัสโดนและเริ่มปล่อยพลังเวทย์เข้าไปมือของนอสก็รู้สึกเย็นขึ้นมาทันที



     

    เมื่อลูกแก้วสัมผัสเข้ากับพลังเวทย์ของนอสมันก็เปล่งแสงออกมาระดับหนึ่ง มันเปล่งแสงออกมานานสักพักก่อนแสงสว่างมันจะค่อยๆหรี่เบาลงเรื่อยๆ



     

    เมื่อแสงหายไปจนหมด ก็ได้มีตัวเลขปรากฎอยู่ในลูกแก้ว เมื่อเห็นว่าตัวเลขมันโผล่ออกมาแล้วนั้นนอสก็ก้มตัวลงมองดู

    “ไหนๆเสร็จแล้วหรอ ไวจังดูสิเราจะมีพลังเวทย์ปริมาณเท่าไหร่”



     

    เมื่อนอสเห็นตัวเลขนอสก็ไม่ค่อยจะดีใจสักเท่าไหร่เลย

    “พลังเวทย์ของเราตอนนี้คือ31หน่วยหรอ”

    นอสพูดพร้อมกับคิดอะไรบางอย่าง



     

    “เอาน่าตัวฉันถ้าความแข็งแกร่งทางร่างกายของเราเกิน4ได้ เราก็จะถึงระดับเกณฑ์ที่ผ่านโควตาได้แล้ว”

    นอสพูดให้กำลังใจตัวเอง



     

    นอสพูดจบพร้อมกับหันหน้ากลับไปเลือกดูเมนู นอสเลือกไปที่แบบประเมินความแข็งแกร่ง เมื่อนอสแตะที่ไอคอนห้องก็เปลี่ยนรูปแบบตามที่เลือกทันที 



     

    ห้องประเมินเปลี่ยนจากป่ากลายมาเป็นห้องธรรมดาทั่วไปและมีเครื่องวัดพลังขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านหน้าของนอส รอบนี้ไม่มีเสียงเอไอมาบอกวิธีการใช้ให้กับนอสแต่มีคำอธิบายมาให้นอสอ่านแทน



     

    “หลักการประเมินความแข็งแกร่ง ผู้ประเมินต้องชกเข้าไปที่เป้าตรงหน้าของตัวเองให้แรงที่สุดเท่าที่จะทำได้เพียงหนึ่งหมัดเท่านั้น หลังจากนั้นรอสักครู่แล้วระบบจะเด้งตัวเลขประเมินขึ้นมาให้ดู”

    คำอธิบายการใช้งานมีเพียงแค่เท่านี้



     

    “จะต้องใช้งานแบบนี้เองสินะ”

    นอสพูดพร้อมกับเดินเข้าไปหาเป้าวงกลมที่อยู่กลางห้อง



     

    นอสสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วก็หายใจออกนอสทำแบบนี้สองสามรอบเพื่อให้ตัวเองผ่อนคลายและมีสมาธิเพิ่มมากขึ้น

    “เอ้าล่ะมาลองกันเลยว่าจะได้เท่าไหร่กัน”

    นอสพูดขึ้นหลังจากที่ทำสมาธิเสร็จ



     

    ทันทีที่นอสพูดจบนอสก็ง้างหมัดขวาตัวเองขึ้นและเริ่มรีดเร้นพลังกายของตัวเองให้มากที่สุดที่พอจะเป็นไปได้ กล้ามเนื้อทุกส่วนทุกหมัดของนอสเริ่มปูดมากขึ้นจนเห็นเส้นเลือดนูนออกมา



     

    ไม่รอช้าทันทีที่นอสรวบรวมพลังกายจนหมดแล้วนายก็อัดกำปั้นตัวเองเข้าไปที่เป้าวงกลมขนาดใหญ่ตรงหน้าทันที



     

    ตึง!!!



     

    หลังจากที่นอสชกเข้าที่กลางเป้าเต็มๆก็เกิดคลื่นสั่นไปทั้งเป้า และไม่นานมันก็หยุดสั่นในที่สุด 

    พร้อมๆกับตัวเลขประเมินพลังกายของนอสก็โชว์ขึ้นมาในหน้าภาพโฮโลแกรม นอสรีบหันไปมองดูผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทันทีที่มันโผล่ออกมา



     

    เมื่อนอสมองดูก็ปรากฏว่า มันเป็นเลข 5 

    “ผ่านแบบฉิวเฉียดเลยหรอเนี่ยสุดยอด~”

    นอสมองดูเลขคะแนนที่ถูกประเมินและก็กำหมัดตัวเองแน่น ไม่ใช่เพราะเจ็บแค้นใจที่ทำได้แค่นี้ แต่เพราะภูมิใจที่ตัวเองมาได้ถึงขนาดนี้มากกว่า



     

    นอสที่ตอนนี้กำลังรู้สึกภูมิใจว่าตัวเองเติบโตขึ้นมามากแค่ไหนแล้วตั้งแต่ที่เริ่มต้นออกผจญภัยที่ยูโทเปียอยู่นั้น จู่ๆนอสก็เผลอนึกอะไรพิเรนๆขึ้นมาในหัวตัวเอง

    “เดี๋ยวนะถ้าสมมติว่าเราลองสวมทอรัสดูเราจะชกได้แรงระดับไหนกันนะ น่าสงสัยจัง”

    นอสเอามือเท้าคางตัวเองและนึกภาพตามที่ตัวเองพูด



     

    “ช่างมันสิถ้านึกไม่ออกก็แค่ต้องลองดูเท่านั้นเอง”

    นอสตัดสินใจเลิกจินตนาการสิ่งที่ตัวเองกำลังคิดอยู่



     

    นอสตัดใจคิดเร็วทำเร็ว นอสกดไปที่หน้าจอโฮโลแกรมแล้วเลือกประเมินพลังกาย

    สถานที่กลับมาตรงที่มีเป้าวงกลมขนาดใหญ่เหมือนก่อนหน้านี้



     

    “ทอรัส”

    หลังจากนอสพูดจบก็ได้มีเกราะเข้ามาส่วมใส่นอสทันที สีแสงฉานของชุดเกราะสะท้อนกับแสงรอบๆทำให้มันดูเปร้งประกายมากกว่าตอนที่นอสใช้อยู่ที่ยูโทเปียมาก 



     

    นอสที่เห็นเป็นแบบนั้นก็ชอบใจและหายใจแรงฟึดฟัดใหญ่

    “ดิบเถื่อนของจริง สมกับเป็นชุดเกราะกระทิงดุจริงๆ ฮ่าๆ”

    นอสพูดพร้อมกับหัวเราะกับสิ่งที่ตัวเองพูดออกไป



     

    “เอาล่ะๆเกือบเสียสมาธิแล้วสิเรา….เอาล่ะมาลองดูอนุภาพของชุดเกราะกันหน่อยดีกว่า”

    นอสพูดจบพร้อมกับยืนนิ่งอีกครั้ง



     

    เมื่อคิดว่าพร้อมแล้วนอสก็ง้างหมัดออกไปอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้ว ชุดเกราะสีแดงของนอสเสริมพลังให้กล้ามเนื้อของนอส มัดกล้ามที่แขนของนอสเริ่มมีมัดกล้ามเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยิ่งมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สีหน้าของนอสก็เริ่มมีเหงื่อเพิ่มผุดขึ้นมามากขึ้นตามเหมือนกัน 



     

    เพราะยิ่งกล้ามของนอสถูกชุดเกราะเสริมไปเท่าไหร่นอสยิ่งต้องใช้สมาธิในการควบคุมกล้ามเนื้อตัวเองมากขึ้นเท่านั้นแล้วยิ่งบังคับให้มันไปรวมกันอยู่ที่แขนข้างเดียวแล้วยิ่งยากเข้าไปใหญ่



     

    “อึก! อ้าก~ไม่ไหวแล้ว”

    นอสที่ทนรับมวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ไหวแล้วจึงตัดสินใจชกออกไปทันที เพราะถ้านานกว่านี้กล้ามเนื้อแขนของนอสอาจจะฉีกเลยก็ได้



     

    ตึง!!!!



     

    หมัดที่มีแรงมหาศาลพุ่งเข้าชนที่เกลางเป้าเต็มๆครั้งนี้มันไม่ได้ทำให้เป้าเพียงแค่สั่นเหมือนครั้งก่อนของนอสเท่านั้น ตรงกลางเป้ามันยุบเข้าไปจนเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่ขึ้นตรงกลางเป้าทันที



     

    “แฮ่กๆ~สุดยอดถึงขั้นยุบเลยหรอพลังอะไรกันเนี้ย คะแนนประเมินล่ะ?”

    นอสพูดพร้อมกับหันไปที่หน้าจอโฮโลแกรมที่อยู่ข้างๆ



     

    แต่มันกลับยังไม่โชว์ผลลัพธ์ออกมาให้เห็นตอนนี้ นอสเห็นก็เพียงตัวเลขที่วิ่งขึ้นลงอย่างบ้าคลั่งอย่างรวดเร็ว นอสยืนรออย่างใจจดใจจ่อในที่สุดเล็กก็คำนวณออกมาแล้ว

    “คะแนนประเมินระดับ 11 !!!! ”

    นอสอึ้งกับสิ่งที่ชุดเกราะชุดนี้สามารถทำได้ มันรีดเอาประสิทธิภาพพลังกายของนอสออกมาจนหมดและเสริมเข้าไปอีกทีมันก็เลยแรงเดิมเป็นสองเท่ากับที่นอสชกไปครั้งแรก



     

    “มันไม่ใช่พลังกระทิงแล้ว นี่มันช้างชัดๆเลย”

    นอสยังคงอ้าปากค้างกับสิ่งที่แสดงออกมา นี่มันเหมือนกับว่าตอนที่นอสสวมเจ้าเกราะนี้อยู่นั้นนอสอาจจะแข็งแกร่งมากกว่าเดิมเป็นสองเท่า แต่กว่าจะทำให้พลังแรงเท่านี้มันก็ต้องมีการรีดเร้นเอาพลังออกมาด้วย เพราะงั้นการทำแบบนี้มันจึงทำไม่ได้ตลอด และกินแรงของนอสมากขึ้นด้วย



     

    แต่แล้วยังไงอย่างน้อยๆเจ้าชุดเกราะกระทิงนี้ก็ทำให้นอสสะดวกสบายกว่าตัวเปล่ามากกว่าแต่ก่อนเยอะเลย 

    แต่นอสตั้งใจไว้แล้วว่าจะใช้เจ้าชุดเกราะตัวนี้ในการปกปิดตัวตนของตัวเองไว้ ข้างในยูโทเปียนั้นการเปิดเผยตัวตนที่มากเกินไปมันก็อันตรายกับตัวของคนคนนั้นด้วยเช่นกัน เพราะแบบนั้นนอสเลยคิดเอาไว้ว่าถ้าไม่ได้อยู่กับคนที่ไว้ใจหรืออยู่คนเดียวและไม่มีเหตุการที่จนตรอกไร้หนทางจริงๆจะไม่มีทางงัดเจ้าชุดเกราะนี้มาใช้เด็ดขาด 



     

    เมื่อนอสยืนนิ่งคิดและพักอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจจะออกจากห้องประเมินแล้ว

    “เอาล่ะลองหมดทุกอย่างแล้วเท่านี้ก็น่าจะผ่านรอบโควตาได้พอดิบพอดีล่ะนะตัวเราคุ้มค่าที่ฝืนพยายามมาตลอดสามเดือนหน่อย”

    นอสพูดพร้อมกับเดินออกมาจากห้องประเมินด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม



     

    “นี่ครับบัตร”

    นอสยื่นบัตรผ่านคืนให้กับพนักงานหน้าเค้าท์เตอร์



     

    “ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ”

    พนักงานรับบัตรผ่านของนอส



     

    นอสเดินออกมาจากตึกประเมินแล้วตอนนี้

    “อะไรกัน แป๊บเดียวมืดแล้วหรอเนี่ย รีบกลับบ้านดีกว่า…..จะว่าไปวันนี้เราจะกลับบ้านแต่ยังไม่ได้บอกพวกคุณพ่อกับคุณแม่ไว้เลย งั้นก็กลับไปโดยไม่บอกนี่แหละเซอร์ไพรส์สุดๆแล้ว ฮึๆ”

    นอสพูดพร้อมกับเดินตามทางกลับไปที่สถานีรถไฟเพื่อไปลงที่บ้านของตัวเอง


     

     

    …………………

    คล้ายกับเรื่องCURSE GEAR ยุทธภัณฑ์ต้องสาป ที่คุณอ่าน